[เพลง] สวัสดีค่ะคุณพ่อคุณแม่ทุกท่านดิฉันนางสาว อมรวดีหญิงแก้วพยาบาลวิชาชีพหน่วยตรวจ สูตินารีเวชศาสตร์วันนี้เรามาพบกับ กิจกรรมโรงเรียนพ่อแม่ครั้งที่ 2 โดยจัด ขึ้นในระหว่างอายุครรภ์ 20-26 สัปดาห์ค่ะ โดยกิจกรรมในวันนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ให้คุณแม่มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับ การตรวจสุขภาพช่องปากและฟันพัฒนาการและ การกระตุ้นพัฒนาการของทารกในครรภ์การนับ ลูกดิ้นการเตรียมตัวการเลี้ยงลูกด้วยนม แม่การเปลี่ยนแปลงสรีรวิทยาของเต้านมการ สร้างและการหลั่งน้ำนมการมีเพศสัมพันธ์ ขณะตั้งครรภ์และการเดินทางขณะตั้งครรภ์ โดยเครื่องบินค่ะต่อไปนะคะจะเป็นการให้ ความรู้ในหัวข้อสุขภาพช่องปากและฟันใน หญิงตั้งครรภ์ค่ะหญิงตั้งครรภ์มีการ เปลี่ยนแปลงของร่างกายทางเสรีรวิทยาการ เปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนระหว่างตั้งครรภ์ อาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้อาเจียนมี พฤติกรรมการรับประทานอาหารจุกจิกไม่เป็น เวลาซึ่งหากไม่ได้รับการดูแลทางตาสุขภาพ ที่ดีอาจทำให้เกิดฟันผุฟันสึกก่อนโรค เหงือกอักเสบได้ง่ายกว่าปกติการดูแล สุขภาพช่องปากและฟันจึงมีความสำคัญในช่วง ตั้งครรภ์หากหญิงตั้งครรภ์มีสุขภาพช่อง ปากและฟันที่ไม่ดีจะส่งผลต่อสุขภาพของ มารดาและทารกอาจทำให้เกิดการคลอดก่อน กำหนดได้โดยพบว่าหญิงตั้งครรภ์มีโอกาสการ เกิดฟันผุร้อยละ 74 ในส่วนของการเกิดโรค เหงือกอักเสบพบได้ร้อยละ 86.2 จะเห็นได้ ว่าหญิงตั้งครรภ์มีโอกาสเสี่ยงการเกิดฟัน ผุ 2.9 เท่าและการกดเริ่มเหงื่ออักเสบ เป็น 2.2 เท่าเมื่อเทียบกับผู้หญิงที่ไม่ ได้ตั้งครรภ์ดังนั้นหญิงตั้งครรภ์ที่มา รับบริการฝากครรภ์ซึ่งควรได้รับการตรวจ ฟันเพื่อทราบสภาพช่องปากและฟันของตนเอง และได้รับความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพช่อง ปากและฟันของตนเองที่ถูกวิธีค่ะคำแนะนำใน การดูแลสุขภาพช่องปากและฟันสุขภาพช่องปาก และฟันถือเป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลต่อ สุขภาพของมารดาและทารกการเอาใจใส่สุขภาพ ช่องปากให้มากขึ้นในระหว่างการตั้งครรภ์ จะช่วยลดปัญหาความเสี่ยงของคุณแม่และทารก ในครรภ์ได้โดยการแปรงฟันวันละ 2 ครั้ง เช้าและก่อนนอนนานครั้งละ 2 นาทีโดยใช้ยา สีฟันผสมฟลูออไรด์ไม่รับประทานอาหารน้ำ หลังแปรงฟัน 2 ชั่วโมงและใช้ไหมขัดฟัน เป็นประจำทุกวันเพื่อลดปัญหาเกี่ยวกับ ช่องปากที่มาพร้อมกับการตั้งครรภ์รับ ประทานอาหารที่ดีต่อสุขภาพอย่างสมดุลใน ช่วงเวลาที่เหมาะสมอาหารเพื่อสุขภาพได้ แก่ผักผลไม้ธัญพืชและซีเรียลขนมปังเนื้อ ปลาไข่และถั่วจำกัดปริมาณของหวานและรับ ประทานอาหารเฉพาะในมื้ออาหารไม่รับประทาน อาหารจุกจิกรับประทานผักผลไม้ผลไม้สดแทน น้ำผลไม้หลีกเลี่ยงอาหารที่มีน้ำตาลหรือ เครื่องดื่มที่มีความหวานหลีกเลี่ยงการ สูบบุหรี่และบริโภคเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ในช่วงระหว่างการตั้งครรภ์ค่ะอาหารที่คุณ แม่ควรรับประทานขณะตั้งครรภ์อาจส่งผลต่อ สุขภาพฟันของลูกซึ่งจะเริ่มสร้างประมาณ สัปดาห์ที่ 6 ของการตั้งครรภ์และฟันกราม ถาวรซี่แรกจะเริ่มสร้างประมาณเดือนที่ 5 ของการตั้งครรภ์ค่ะโดยการดูแลสุขภาพช่อง ปากและฟันของหญิงตั้งครรภ์ที่มาฝากครรภ์ณ โรงพยาบาลศูนย์การแพทย์มหาวิทยาลัย แม่ฟ้าหลวงเปิดให้บริการตรวจสุขภาพช่อง ปากและฟันที่สำนักทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงค่ะพัฒนาการและการ กระตุ้นพัฒนาการของทารกสามารถเสริมสร้าง พัฒนาการของทารกได้ด้วยวิธีการกระตุ้น พัฒนาการที่เริ่มได้ตั้งแต่ไตรมาสแรกจน ถึงไตรมาสสุดท้ายซึ่งช่วงเวลาที่ทารก เจริญเติบโตภายในครรภ์นั้นเซลล์ประสาทและ ระบบภายในร่างกายเจริญเติบโตขึ้นอย่างรวด เร็วพัฒนาการของทารกในครรภ์ไม่ว่าจะเป็น ด้านสมองร่างกายจะได้รับการพัฒนาเมื่อถูก คุณแม่กระตุ้นโดยสมองจะเริ่มก่อตัวเมื่อ
อายุครรภ์ 2 สัปดาห์ขึ้นไปและมีการพัฒนา อย่างต่อเนื่องจนจนกระทั่งหลังคลอดโดย ปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนาสมองของทารกใน ครรภ์ประกอบด้วยพันธุกรรมอาหารและสิ่งแวด ล้อมซึ่งมารดาในระยะตั้งครรภ์สามารถส่ง เสริมด้านสมองและกระตุ้นพัฒนาการของทารก ในครรภ์ด้วยการรับประทานอาหารที่มี ประโยชน์โดยเฉพาะธาตุเหล็กไอโอดีนกรด โฟเลตกรดไขมันและจากสิ่งแวดล้อมให้เหมาะ สมกับการกระตุ้นระบบประสาทในครรภ์ทางด้าน การมองเห็นการได้ยินด้านการรับรู้ความรู้ สึกและด้านการเคลื่อนไหวซึ่งมารดาสามารถ กระตุ้นพัฒนาการของทารกได้ตั้งแต่อายุ ครรภ์ 8 สัปดาห์ด้วยไปจนถึงกระทั่งคลอด บุตรจนถึง 2 ขวบปีค่ะการกระตุ้นพัฒนาการ ของทารกในครรภ์การจัดสิ่งแวดล้อมให้แก่ ทารกเพื่อกระตุ้นระบบประสาททารกในครรภ์ แบ่งได้เป็นสีด้านคือด้านการมองเห็นด้าน การได้ยินด้านการรับรู้ความรู้สึกและด้าน การเคลื่อนไหวค่ะ 1 พัฒนาการด้านการมอง เห็นเป็นจุดเริ่มต้นในเรื่องของสติปัญญา และการเรียนรู้ด้วยการสร้างความสนใจสร้าง ความอยากรู้อยากเห็นให้กับทารกในครรภ์ขณะ ปฏิบัติกิจกรรมนี้คุณแม่อาจจะพูดคุยกับ ทารกไปด้วยก็ได้นะคะสามารถเลือกปฏิบัติ ได้ตั้งแต่อายุครรภ์ 20 4 สัปดาห์ขึ้นไป โดยการเคลื่อนไฟฉายจากซ้ายไปขวาหรือการ เปิดปิดไฟฉายเป็นจังหวะค่ะการทำกิจกรรม ควรกระทำตอนเมื่อทารกในครรภ์ดิ้นเพราะทำ ให้ทารกในครรภ์เกิดการเรียนรู้ได้ดีและ พร้อมที่จะเล่นกับมารดาขณะปฏิบัติควรอยู่ ในห้องที่มืดโดยไม่มีแสงไฟอื่นๆมีเฉพาะ แสงไฟฉายทำให้ทารกเห็นแสงไฟได้ช้าควร ปฏิบัติกิจกรรมเคลื่อนไฟฉายนี้โดยสม่ำ เสมอเป็นประจำจนกระทั่งคลอดค่ะ 2 ด้านการ ได้ยินการได้ยินถือเป็นพัฒนาการที่มีความ สำคัญเป็นอย่างยิ่งเพราะการได้ยินเป็น พื้นฐานที่สำคัญของการพัฒนาด้านต่างๆไม่ ว่าจะเป็นด้านการพูดพูดและด้านภาษาแบ่ง ได้เป็น 2 ชนิดคือ 1 ใช้เสียงมารดาสามารถ เริ่มกระตุ้นพัฒนาการเมื่ออายุครรภ์ 20 สัปดาห์ขึ้นไปโดยการใช้เสียงเพื่อกระตุ้น ระบบประสาทกันได้ยินโดยให้มารดาพูดคุยกับ ทารกในครรภ์และเล่านิทานให้ทารกในครรภ์ ฟังจะทำให้ทารกในครรภ์เคยชินกับเสียงของ มันดาเกิดความผูกพันกับมารดาและส่งเสริม ให้ทารกในครรภ์สามารถพัฒนาสมองส่วนการได้ ยิน 2 การใช้เสียงดนตรีแก่ทารกในครรภ์ใน ช่วงอายุครรภ์ 24 สัปดาห์ขึ้นไปพบว่า เสียงดนตรีจะทำให้ทารกในครรภ์มีพัฒนาการ ที่ดีทางด้านร่างกายจิตใจอารมณ์สติปัญญา เสริมสร้างอารมณ์ที่แจ่มใสและเลี้ยงง่าย ในระยะหลังคลอดค่ะโดยช่วงเวลาหลังมื้อ อาหารนะคะเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมในการส่ง เสริมการได้ยินเพราะเป็นช่วงที่ทารกรับ รู้ได้ดีที่สุด 3 ด้านการรับรู้ความรู้ สึก การลูบสัมผัสเพื่อให้ทารกเคยชินกับการ สัมผัสอารมณ์ดีเลี้ยงง่ายและมีพัฒนาการ ด้านต่างๆสูงกว่าเกณฑ์ด้วยการพูดคุยหรือ ร้องเพลงร่วมกับการลูกสัมผัสถ้าอยู่ใน บ้านให้มารดาเปิดหน้าท้องและเอามือลูบ สัมผัสวนไปรอบๆโดยเริ่มจากหัวหลังก้นขา แขนไปจนลำตัวอย่างช้าๆ 2 สัมผัสทารกใน ครรภ์เป็นจังหวะโดยการใช้มือตบลงเบาๆ บริเวณหน้าท้องของมารดาซึ่งเป็นบริเวณก้น ของทารกในครรภ์อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้ ทารกเกิดความอบอุ่นมั่นคงเคยชินกับ พฤติกรรมสัมผัสเป็นจังหวะเมื่อหลังคลอด ได้รับการสัมผัสเช่นนี้อีกจะทำให้ทารก หยุดร้องกวนและสงบเร็วขึ้น 3 การสัมผัส น้ำอุ่นน้ำเย็น
4 ฉีดน้ำบริเวณหน้าท้อง เพื่อพัฒนาเซลล์ประสาทรับความรู้สึกร่วม กับการพัฒนาเซลล์ประสาทส่วนการเคลื่อนไหว ของทารกในครรภ์เพื่อช่วยฝึกไหวพริบการ สร้างการเรียนรู้และปรับตัวตอบสนองต่อ สิ่งแวดล้อมภายนอกได้ค่ะ 4 ด้านการ เคลื่อนไหวเริ่มกระตุ้นพัฒนาการได้เมื่อ อายุครรภ์ 20 สัปดาห์เป็นการพัฒนาเซลล์ ประสาทการทรงตัวทำให้ทารกเกิดการเรียนรู้ มีไหวพริบและปรับตัวเข้าสู่สภาพแวดล้อม รอบๆตัวได้ดีด้วยการนั่งเก้าอี้โยกหน้า หลังพร้อมกับลูกสัมผัสหน้าท้องไปพร้อมๆ กันจนกระทั่งอายุครรภ์ 28 สัปดาห์ให้ใช้ วิธีนั่งเก้าอี้หมุนซ้ายขวาเพื่อพัฒนาการ ด้านการทรงตัวและการเคลื่อนไหวอย่างเป็น ระบบซึ่งจะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของ ทารกให้มากยิ่งขึ้นการเคลื่อนไหวของทารก ในครรภ์หรือการนับลูกดิ้นเป็นสัญญาณอย่าง หนึ่งที่บ่งบอกถึงสุขภาพของทารกในครรภ์ โดยปกติแล้วทารกในครรภ์จะเคลื่อนไหวทุก วันซึ่งแสดงว่าทารกมีสุขภาพดีการของทารก ในช่วงแรกจะเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 200 ครั้งต่อวันซึ่งจะค่อยๆอ่างออกไปแต่เมื่อ อายุครรภ์มากขึ้นจะดิ้นถี่ขึ้นประมาณ 500 ครั้งต่อวันและเมื่ออายุครรภ์ 36-37 สัปดาห์ทารกจะดิ้นเบาลงและลดลงประมาณ 282 ครั้งต่อวันโดยลักษณะการดิ้นของทารกได้ แก่การเตะยืดตัวหรือบิดตัวและจะพบว่าทารก จะดิ้นมากขึ้นหลังจากที่คุณแม่รับประทาน อาหารเสร็จใหม่ๆค่ะตัวอย่างวิธีการนับลูก ดิ้น 1 เริ่มนับหลังมื้ออาหาร 1 ชั่วโมง ให้ได้อย่างน้อย 3 ครั้งต่อมื้อ 2 นับลูก ดิ้นตั้งแต่เช้าจนถึงเย็นหรือใช้เวลา ประมาณ 10-12 ชั่วโมงและดูว่าทารกในทาน ดิ้นมากกว่า 10 ครั้งหรือไม่ถ้าดิ้นมาก กว่า 10 ครั้งถือว่าปกติแต่หากดิ้นน้อย กว่า 10 ครั้งต่อวันถือว่าผิดปกติต้องไป พบแพทย์นะคะการเตรียมตัวเมื่อการเลี้ยง ลูกด้วยนมแม่การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ถือ เป็นจุดเริ่มต้นและพื้นฐานสำคัญของ พัฒนาการของทารกโดยนมแม่มีสารอาหารครบ ถ้วนเป็นอาหารที่ดีที่สุดของทารกส่งผลต่อ การเจริญเติบโตและการมีสุขภาพที่ดีสิ่ง ที่สำคัญที่สุดนอกจากการให้นมบุตรคือช่วย สร้างความรักความผูกพันระหว่างแม่กับลูก เพราะเป็นช่วงเวลาที่แม่สบตาลูกโอบกอดลูก ช่วยให้แม่เกิดความรู้สึกของการเป็นแม่ ได้เป็นอย่างดีองค์การอนามัยโลกและ ยูนิเซฟแนะนำลูกควรกินนมแม่อย่างเดียว ตั้งแต่แรกเกิดจนถึง 6 เดือนและคุณควรกิน ต่อเนื่องไปจนถึง 2 ปีหรือนานกว่านั้นควบ คู่ไปกับอาหารตามวัยที่เหมาะสมเนื่องจาก นมแม่เป็นอาหารที่เหมาะสมที่สุดสำหรับลูก ด้วยองค์ประกอบทางโภชนาการการเสริมสร้าง ภูมิคุ้มกันสารต่อต้านอนุมูลอิสระวิตามิน และยังมีเซลล์สิ่งมีชีวิตต่างๆทั้งจาก เซลล์จากแม่รวมถึงแบคทีเรียที่ดีต่อระบบ ทางเดินอาหารของลูกด้วยค่ะการเปลี่ยนแปลง สรีระของเต้านมในหญิงตั้งครรภ์โครงสร้าง ของเต้านมประกอบด้วยหัวนมและลานนมเต้านม แต่ละข้างมีกลีบน้ำนม 15 ถึง 20 กลีบและ แต่ละกลีบประกอบด้วยท่อน้ำนมบริเวณรอบๆมี ต่อมไขมันซึ่งหลั่งสารหล่อลื่นให้กับหัว นมและป้องกันการติดเชื้อ ขณะตั้งครรภ์จะมีขนาดใหญ่ขึ้นผิวหนัง
บริเวณหัวนมและลานนมมีสีเข้มขึ้นหัวนม ตั้งชันกว่าเดิมผิวหนังเต้านมบางลงมี เลือดไหลเวียนเพิ่มขึ้น 2 เท่าก่อนการ ตั้งครรภ์และมองเห็นเส้นเลือดชัดเจนค่ะใน ระยะแรกของการตั้งครรภ์ท่อน้ำนมและต่อม น้ำนมจะเจริญอย่างรวดเร็วทำให้คำพบเต้านม ลักษณะมีก้อนตะปุ่มตะป่ำในไตรมาสที่ 2 และ 3 มีการสร้างต่อมน้ำนมและท่อน้ำนม เพิ่มขึ้นขนาดของท่อน้ำนมขยายสตรีบางราย อาจรู้สึกว่ามีน้ำนมสีเหลืองเป็นคราบที่ หัวนมเมื่ออายุครรภ์ถึง 14 สัปดาห์ค่ะโดย การสร้างและการหลั่งน้ำนมเกิดจากอิทธิพล ของฮอร์โมน 2 ชนิดค่ะคือโปรแลคตินทำหน้า ที่กระตุ้นการสร้างน้ำนมและ oxytocin ทำ หน้าที่ในการหลั่งน้ำนมเมื่อลูกดูดนมแม่ โดยร่างกายหลั่งน้ำนมโดยการถูกกระตุ้นจาก ระบบประสาทบริเวณหัวนมจากการดูดนมของลูก เมื่อมีการกระตุ้นสมองจะหลั่งฮอร์โมนโปร แลคตินและออกซิโตซินออกมาฮอร์โมนโปร แลคตินจะไปกระตุ้นต่อมน้ำนมให้เกิดการ สร้างน้ำนมออกมาเมื่อระดับฮอร์โมนโปร แลคตินสูงขึ้นก็จะเพิ่มอัตราการผลิตน้ำนม ในแม่ที่สูงขึ้นโดยที่ฮอร์โมนออกซิโตรซิน จะไปช่วยกระตุ้นให้ถุงน้ำนมบีบตัวและท่อ น้ำนมขยายทำให้น้ำนมไหลออกมาทางเต้านมค่ะ วิธีการให้นมบุตรด้วยวิธี 4 ดูดกระตุ้น น้ำนม 1 ดูดเร็วหากคุณแม่เริ่มฟื้นตัวและ ลูกอยู่ในสภาพร่างกายปกติควรให้ลูกดูดนม แม่ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้แม้จะยัง ไม่มีน้ำนมก็ตามและควรให้ลูกดูดกระตุ้น ทุก 2 ชั่วโมงครั้งละ 10 นาทีทั้ง 2 ข้าง จุดสำคัญก็คือเป็นการช่วยกระตุ้นให้น้ำนม มาเร็วค่ะ 2 ดูดบ่อยให้ลูกดูดนมแม่ได้เลย ทุก 2 ชั่วโมงอย่าง [เพลง] [เพลง] [เพลง] การดูดเกลี้ยงเต้านมจะนิ่มลงทางเต้าอาการ เจ็บตึงที่เต้านมหรือเรียกว่านมคัดจะหาย ไปหรือลองบีบเต้านมดูน้ำนมจะไม่พุ่งแต่จะ ออกเพียง 1-2 หยดเท่านั้นค่ะการมี เพศสัมพันธ์ขณะตั้งครรภ์การมีเพศสัมพันธ์ ขณะตั้งครรภ์ถือเป็นกิจกรรมที่ไม่ได้ก่อ ให้เกิดอันตรายใดๆทั้งต่อมารดาและทารกใน การตั้งครรภ์ปกติที่ไม่มีภาวะแทรกซ้อนใดๆ สามารถมีเพศสัมพันธ์กันได้จนกระทั่งก่อน ครบกำหนด 1 เดือนพอถุงน้ำคร่ำจะมีความ เหนียวแข็งแรงแตกยากและปากมดลูกจะผลิตมูก มาป้องกันไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ถุงการ ตั้งครรภ์ส่วนการถึงจุดสุดยอดและสาร โควต้าแกนดินในอสุจิอาจก่อให้เกิดการหด รัดตัวของมดลูกได้เล็กน้อยแต่เกิดเพียง ชั่วคราวและไม่มีอันตรายค่ะแต่หากคุณแม่ มีปัญหาสุขภาพมาตั้งแต่ก่อนการตั้งครรภ์ หรือมีปัญหาสุขภาพเมื่อเริ่มตั้งครรภ์ เช่นเคยมีเส้นเลือดออกขณะตั้งครรภ์เสี่ยง การคลอดก่อนกำหนดหรือมีประวัติการคลอด ก่อนกำหนดในครรภ์ก่อนหน้ามีภาวะโรคเกราะ ต่ำหรือมีภาวะปากมดลูกบิดไม่สนิทแพทย์อาจ พิจารณาให้ระมัดระวังการมีเพศสัมพันธ์ขณะ ตั้งครรภ์หรือขอให้งดเว้นจากการมี เพศสัมพันธ์จนกว่าจะคลอดเพื่อความปลอดภัย ต่อสุขภาพของมารดาและทารกในครรภ์การ เตรียมตัวก่อนการเดินทางโดยเครื่องบินขณะ ตั้งครรภ์ช่วงที่ถือว่าปลอดภัยสำหรับการ เดินทางโดยเครื่องบินคือช่วงไตรมาสที่ 2 ที่อายุครรภ์ประมาณ 20-24 สัปดาห์เนื่อง จากในไตรมาสแรกจะมีความเสี่ยงในการแท้ง
หรือมีการแพ้ท้องมากขึ้นรวมทั้งในใจมาก ที่ 3 อาจจะเกิดการเจ็บทั้งคลอดหรือน้ำ เดินก่อนกำหนดบุตรเครื่องบินได้ค่ะหากคุณ แม่มีอายุครรภ์ในช่วง 28 ถึง 36 สัปดาห์ จะต้องแสดงใบรับรองแพทย์ให้กับสายการบิน หลังจากอายุครรภ์ 36 สัปดาห์ขึ้นไปไม่ควร เดินทางโดยเครื่องบินพร้อมมีความเสี่ยง อาจเพิ่มโอกาสกระตุ้นให้เกิดการคลอดก่อน กำหนดได้ค่ะหรือหากคุณแม่มีข้อสงสัย สามารถสอบถามแพทย์หรือพยาบาลที่หน่วยตรวจ สูตินารีเวชศาสตร์หรือโทร 053 914155 ค่ะนอกจากนี้ท่านยังสามารถสอบถาม ได้ที่ช่องทางอื่นๆของทางโรงพยาบาลนะคะ [เพลง]