พวกคุณมีปัญหาที่แบบไม่รู้ว่าตัวเองชอบ อะไรไม่รู้ว่าตัวเองถนัดอะไรแบบนั้นป่ะ ครับเอาจริงๆก็คิดว่ามันเป็นปัญหาของคน ส่วนใหญ่เลยอ่ะนะซึ่งสาเหตุที่พวกเราไม่ รู้เนี่ยก็อาจจะเพราะบางคนน่ะก็ยุ่งกับ งานหรือเรียนจนไม่ค่อยมีเวลาพอทำงานหรือ เรียนมาเหนื่อยๆเนี่ยก็ไม่ค่อยอยากจะคิด หรือทำสิ่งที่เราชอบและยิ่งบางกิจกรรมพอ มาคิดว่าน่าจะยุ่งยากใช้เวลาหรือความ พยายามเยอะเราก็เหนื่อยไม่อยากทำสุดท้าย ก็เลยได้แค่มานั่งไถมือถือไปเรื่อยๆเฉยๆ จนแรงจูงใจที่อยากจะหาสิ่งที่เราชอบเนี่ย ค่อยๆหายไปหรือบางคนเนี่ยอาจจะหนักเลยนะ แบบกลัวความล้มเหลวหรือความเจ็บปวดเพราะ บางคนเนี่ยนะครับอาจจะเคยเจอเหตุการณ์ที่ กระทบกระทั่งทางจิตใจเช่นเราเคยชอบร้อง เพลงแล้วก็โดนเพื่อนสักคนบอกว่าร้องห่วย จังวะมันก็อาจจะทำให้เราเนี่ยไม่กล้าร้อง เพลงต่อหน้าคนอื่นอีกแล้วเราเนี่ยก็จะ ค่อยๆลืมืนความชอบของเราไปแล้วมันจะพอไม่ วิธีไหนบ้างมน้อที่พอจะช่วยให้เราเนี่ย รู้ว่าตัวเองชอบอะไรได้บ้างอืมจริงๆมันก็ มีวิธีเยอะแยะมากมายเลยแหละนะครับหลายๆ ท่านเนี่ยน่าจะเคยเห็นผ่านตาผ่านยายตาม อินเทอร์เน็ตมาบ้างแหละนะจะแบบทั้งทำพวก แบบสอบถามที่ใช้วัดดว่าเราเนี่ยเป็นคนที่ มีบุคคลิกภาพแบบไหน mbti personalities เอยหากิจกรรมต่างๆทำเพื่อให้เกิดแรง บันดาลใจเอยสอบถามคนใกล้ชิดอะไรพวกเนี้ย ซึ่งทุกวิธีเนี่ยมันก็ดีทั้งนั้นเลยแหละ นะฮะแต่เดี๋ยวผมเนี่ยจะขอแนะนำทริกส่วน ตัวรวมถึงทริกที่คนญี่ปุ่นเนี่ยชอบใช้มา คุยให้ฟังละกันโดยทริกอันแรกเนี่ยก็บอก ก่อนนะฮะว่ามันอาจจะฟังดูแปลกๆแล้วก็ Negative หน่อยๆอ่ะนะแต่ผมแอบคิดว่าหลาย ๆคนเนี่ยน่าใช้มันได้เลยล่ะยิ่งสังคม โซเชียลยุคเนี้ยเหมาะเลยก็คืออยากรู้ว่า ตัวเองชอบอะไรหรือถนัดอะไรใช่มยให้ดูว่า เราอ่ะเวลาดูสิ่งต่างๆที่คนอื่นจะทำบน อินเทอร์เน็ตหรือจะที่ไหนก็แล้วแต่เนี่ย นะแล้วเรามีความรู้สึกหรือคิดว่ามันยังดี ไม่พออ่ะหรือบางคนเนี่ยอาจจะหนักไปจนถึง ดูถูกเลยว่าไอ้สิ่งที่คนอื่นทำอ่ะมันห่วย โดยมันจะมีข้อแม้อยู่นะฮะว่าถ้าเรารู้สึก ว่าอันนั้นน่ะเขายังทำไม่ดีพอเราอ่ะก็ ต้องสามารถบอกเป็น 1 2 3 4 ได้ด้วยว่า มันไม่ดียังไงแล้วก็ต้องทำยังไง 1 2 3 4 แล้วจะดีขึ้นยกตัวอย่างเช่นเราเห็น ไอดอลคนนึงเต้นไม่ดีใช่มยถ้าเราบอกแค่ว่า ไอดอลคนนั้นน่ะเต้นห่วยเชเฉยๆเนี่ยอันนี้ มันก็คือเป็นแค่เรื่องของรสนิยมซึ่งมันก็ ไม่ใช่สิ่งที่ใช้ความสามารถในการแจกแจง อยู่และประมาณว่าไม่ใช่ฟิวที่ตัวเองถนัด ก็เลยตัดสินได้เท่านี้ก็ถือว่าเป็นแค่ เรื่องของรสนิยมเฉยๆไม่มีอะไรแต่ถ้าเกิด เราบอกว่าเฮ้ยไอดอลคนนี้มันเต้นห่วยจัง ถ้าจังหวะนี้เนี่ยนะสลับเท้าจังหวะนี้นะ แล้วก็เปลี่ยนไปหมุนตัวควงสวรรค์ 900 องศาแล้วก็กลับมาแอคทาช่วงท้ายจะดีกว่า นี้เยอะเลยฟังแล้วเป็นไงฮะต่างกับคนที่ บอกแค่ว่าเต้นห่วยเฉยๆมยคือฟังแล้วก็จะ รู้เลยว่าคนที่พูดเนี่ยมีของพอสมควรเลย ล่ะมีความรู้อยู่คือตัวคนพูดเนี่ยอาจจะ ไม่ได้เต้นดีกว่าไอดอลคนนั้นหรอกหรืออาจ จะเต้นไม่เป็นเลยก็ได้แต่เค้าเนี่ยน่าจะ เคยเห็นคนเก่งๆที่เขาเต้นดีมากๆมาก็เลยทำ ให้มีความรู้ว่าเออไอ้การเต้นที่ไม่ดีมัน เป็นยังไงแล้วก็ทำไงถึงจะดีซึ่งก็มีแนว โน้มว่ามันจะเป็นความชอบหรือความถนัดของ เราได้อยู่ไีช่องคาวสเฟียเนี่ยมันทำคลิป ห่วยจังวะฟังแล้วไม่ชอบว่ะบ่นห่าอะไรของ มันก็ไม่รู้คอนเทนก็ทำแต่คอนเทนไม่แสถ้า เกิดเรารู้สึกแค่นี้นะฮะแต่อธิบายแจกแจง ไม่ได้ชัดเจนว่ามันห่วยยังไงแล้วที่ดีอ่ะ ควรจะเป็นแบบไหนก็เป็นแค่เรื่องของรสนิยม เฉยๆแต่ถ้าเกิดเราบอกได้เลยว่าเอ้ยเวลา เล่าเรื่องอ่ะมันต้องพูดแบบนี้นะ 1 2 3 4 ก็แปลว่าคุณรู้ว่าวิธีการเล่าเรื่อง ใช้น้ำเสียงการตัดต่อหรือแ้แต่คทนของคลิป ที่ดีเนี่ยมันควรจะเป็นประมาณไหนส่วนจะดี จริงมั้ยอันนั้นก็อีกเรื่องนึงอนะแต่ อย่างน้อยเนี่ยมันก็แปลว่าคุณน่ะอาจจะมี ความสนใจมีความชอบในงานวิดีโอมัลติมีเดีย
หรือการเล่าเรื่องอยู่ก็เป็นได้เพราะงั้น นะฮะก็ลองสำรวจตัวเองดูว่าเราเคยมีความ รู้สึกลักษณะนี้กันบ้างมยอาจจะย้อนๆไปดู สเตตัสส่วนตัวหรือคอมเมนต์ที่เราเคยพิมพ์ ใส่คนอื่นย้อนหลังสัก 1 -2 ปีก็ได้อาจจะ เจอความชอบหรือความถนัดของเราซ่อนอยู่ใน นั้นก็เป็นได้นะแต่โอเคบางคนอาจจะคิดว่า วิธีตะกี้มันดูแรงดู Negative ไปหน่อยอ่ะ นะงั้นก็ใช้วิธีที่คล้ายๆกันแต่ซอฟลงมาก็ ได้ก็คือถ้าเกิดหาสิ่งที่ตัวเองชอบมันยาก เนี่ยนะก็ลองลิสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบแทน เช่นถ้าเกิดเราไม่ชอบออกไปข้างนอกบ้าน เนี่ยก็แปลว่าเราชอบอยู่บ้านเพราะงั้น สิ่งที่เราชอบหรือถนัดอ่ะก็น่าจะเป็นสิ่ง ที่เราต้องทำในบ้านเช่นดูหนังทำอาหารอะไร ประมาณนั้นหรือถ้าเกิดยังไม่เวิร์คก็ลอง เป็นวิธีเนี้ยอันนี้คนญี่ปุ่นหลายๆคนน่ะ มักจะแนะนำให้ใช้ในการค้นหาสิ่งที่ตัวเอง ชอบกันเยอะเลยนะฮะก็คือให้เขียนเช็คลิสมา 100 ข้อของสิ่งที่อยากทำสิ่งที่เราชอบ ออกมาคล้ายๆอนิเมะเรื่องซอม 100 ที่พระ เอกเขียนลิส์ที่อยากจะทำก่อนที่ตัวเองจะ กลายเป็นซอมบี้นั่นแหละแล้วเราเนี่ยก็ ค่อยๆลองไล่ทำไปทีละข้อทีละข้อโอเคบางคน อาจจะนึกไม่ออกหรอกตั้ง 100 ข้อใช่มั้ย งั้นก็เขียนเป็นสิ่งที่เราอยากจะลองทำดู แต่ไม่ต้องมากก็ได้แค่อยากลองเฉยๆเพื่อ ที่พอเราได้ลองแล้วเนี่ยเกิดชอบขึ้นมาก็ จะทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้นหรือถ้า เกิดเขียนเช็คลิสในสิ่งที่ยังไม่ชัวร์ หรือไม่รู้เนี่ยมันยุ่งยากเกินไปงั้นก็ เปลี่ยนเป็นให้จดน้ช่วงเวลาที่คุณชื่นชอบ ในชีวิตประจำวันแทนก็ได้นะแบบตอนไหนรู้ สึกมีความสุขเนี่ยรู้สึกตื่นเต้นแต่ยังมี สติอยู่หรือไม่ก็รู้สึกมันน่าสนใจอ่ะก็ ให้จดบันทึกลงไว้ในมือถือก็ไม่ต้องจดให้ มันเยอะยืดยาวหรอกนะฮะเอาเป็นแค่คำย่อๆคำ เดียวง่ายๆก็ได้เช่นเล่นกับแมวทำอาหาร เช้าซาวหน่าวาดรูปเล่นเกมอะไรเงี้ยแล้วพอ เรามาดูย้อนหลังอ่ะเราก็จะพบว่าเออพวกเ มันเป็นช่วงเวลาที่เรามีความสุขว่ะแล้ว มันก็มีแนวโน้มว่าสิ่งเหล่านั้นน่ะมันจะ เป็นสิ่งที่เราชอบเองโดยตามธรรมชาติไม่ ใช่บังคับตัวเองหรือจะลองอีกวิธีนึงที่คน ญี่ปุ่นก็แนะนำกันเยอะก็ได้นะฮะก็คือให้ ลองนึกถึงตัวเองตอนเป็นเด็กว่าเราชอบอะไร เพราะตอนเราเป็นเด็กเนี่ยนะสิ่งที่เราทำ ส่วนใหญ่ๆเนี่ยก็มักจะเป็นสิ่งที่เราชอบ ล้วนๆไม่ค่อยได้รับอิทธิพลจากความคาดหวัง หรือแรงกดดันจากคนอื่นเช่นถ้าเกิดชอบวาด รูปตอนเด็กเนี่ยนะแล้วตอนนี้ถึงเราจะโต แล้วไม่ได้วาดรูปอีกแต่เราเนี่ยก็ยังรู้ สึกสนใจในเรื่องการออกแบบหรือสีสันต่างๆ ของสื่อที่เราดูยกตัวอย่างผมเองก็ได้ตอน ผมเป็นเด็กเนี่ยนะฮผมชอบเล่นเกมญี่ปุ่น มากแล้วก็ชอบอะไรที่เกี่ยวกับญี่ปุ่นเยอะ มากด้วยมาตอนแโตแล้วก็ดูช่องผมก็ชัดเจน น่ะอันนี้ไม่ใช่เกมญี่ปุ่นล้วนๆหรือถ้า เกิดใครคิดถึงตัวเองตอนเด็กไม่ออกเนี่ยนะ ก็ลองวิธีนี้ก็ได้ให้ลองจินตนาการตั้งคำ ถามกับตัวเองว่าถ้าเกิดตอนนี้เรารวยแล้ว ก็มีเวลาแบบไม่จำกัดเนี่ยเราอ่ะจะทำอะไร ซึ่งอันนี้มันก็หลักการเดียวกับนึกถึงตอน ตัวเองเป็นเด็กนั่นแหละแต่ก็ถือว่าเป็น หนึ่งในเครื่องมือที่ดีในการค้นหาสิ่งที่ ตัวเองชอบได้ดีอันนึงเลยนะเพราะคำถามเบาง คนอาจจะตอบได้ทันทีเลยบางคนอาจจะต้องนึก หลายวันแต่มันก็มีโอกาสที่จะทำให้เรานึก ถึงสิ่งที่เราชอบจริงๆออกมาได้เพราะพอเรา มีเงินเยอะๆมีเวลาว่างๆเนี่ยเราก็จะไม่ คิดถึงข้อจำกัดความรับผิดชอบหรือความคาด หวังจากคนอื่นอ่ะแล้วทีนี้จากหลายๆวิธี ที่พูดมานะฮะเราก็น่าจะพอรู้ได้ระดับนึง แล้วนะครับว่าตัวเราอ่ะชอบอะไรแล้วหลัง จากนี้ต้องทำยังไงต่อไปล่ะถ้าเอาแบบเบสิค เบสิคนะก็อาจจะเพิ่มสัดส่วนสิ่งที่เราชอบ ขึ้นมาในชีวิตเราให้มากขึ้นวันหยุดสุด สัปดาห์ที่แต่ก่อนเนี่ยอาจจะนั่งเปื่อยๆ ก็เอาสิ่งที่เราชอบนั่นแหละมาทำเพิ่มขึ้น แล้วก็ลองดูว่ามันเป็นไปได้มที่จะเอามา เชื่อมโยงกับการทำงานของเราหรือแม้แต่หา รายได้จากสิ่งนั้นเช่นถ้าเกิดคุณชอบาดรูป เนี่ยก็อาจจะใช้ YouTube หรือโซเชียลอะไร ต่างๆเพื่อหารายได้และทีนี้เนี่ยสิ่งที่ สำคัญอีกอย่างหลังจากจากเรารู้ว่าเราชอบ อะไรแล้วนะครับก็คือเราต้องสกัดหรือคั้น ความชอบของเราออกมาเพื่อให้เรารู้ด้วยว่า เราถนัดอะไรด้วยเพราะในความจริงเนี่ยนะ
บางทีสิ่งที่เราชอบอ่ะแต่เราก็อาจจะไม่ ถนัดก็ได้เพราะงั้นถ้าเกิดเราหาได้ว่าเรา ถนัดอะไรจากสิ่งที่ชอบเนี่ยก็จะเป็น เรื่องที่ดีมากเลยคุณมริโอกาโยชินะฮะนัก การตลาดที่ได้รับฉายาว่าเป็นนักการตลาด ชั้นนำของญี่ปุ่นเนี่ยเเล่าให้ฟังนะครับ ว่าเขาเชื่อว่าในโลกนี้นี่นะครับไม่มีใคร ที่ไม่มีความถนัดหรอกมีแต่คนที่ไม่รู้ว่า สิ่งที่ตัวเองถนัดคืออะไรเท่านั้นโดย สาเหตุที่คนเรามักจะไม่รู้ว่าสิ่งที่ตัว เองถนัดถนัดคืออะไรเนี่ยก็เพราะว่าชอบเอา ตัวเองอ่ะไปเทียบคนอื่นก็เลยเผลอทำตามคน อื่นแล้วสุดท้ายก็เลยไม่รู้ว่าตัวเองถนัด อะไรเพราะงั้นนะครับทริกที่คุณโมได้โอกาส แนะนำมาก็คือเวลาคิดถึงสิ่งที่ตัวเองชอบ เนี่ยนะครับให้คิดเป็นลักษณะคำกริยาแทน ไม่ใช่แค่คำนามอ่ะสมมุติว่าเราชอบกระเป๋า ก็ไม่ใช่แค่คิดว่าเราจะทำอาชีพที่เกี่ยว ข้องกับกระเป๋าอย่างเดียวแต่ให้คิดลึกลง ไปอีกว่าเราอ่ะชอบทำอะไรเกี่ยวกับกระเป๋า อ่ะสมมุติชอบดีไซน์กระเป๋าคำกริยาก็คือคำ ว่าดีไซน์มันก็อาจจะบอกใบ้เราว่าเราอ่ะ เป็นคนที่มีเซ้นด้านการดีไซน์ออกแบบหรือ ไม่ก็มีความคิดสร้างสรรค์เพราะงั้นเนี่ย นะฮะเราก็น่าจะถนัดในการทำงานที่เกี่ยว กับการที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์การออก แบบถึงแม้ว่างานนั้นน่ะมันอาจจะไม่เกี่ยว ข้องกับกระเป๋าก็ตามหรืออีกตัวอย่างก็ สมมุติว่าชอบฟุตบอลซึ่งฟุตบอลเนี่ยมันก็ เป็นแค่คำนามเฉยๆเราอาจจะรู้แค่ว่าเราชอบ ฟุตบอลแค่นั้นแต่ถ้าเกิดเราคิดลึกลงไปอีก ว่าเราชอบทำอะไรเกี่ยวกับฟุตบอลชอบเล่น ฟุตบอลหรือชอบคิดแผนแทคติกเกี่ยวกับ ฟุตบอลถ้าเกิดเราชอบคิดแทคติกเกี่ยวกับ ฟุตบอลเนี่ยก็มีแนวโน้มว่าเราอจะเป็นคน ถนัดการวางแผนคิดวิเคราะห์อนาลิสต่างๆ หรือแม้แต่มีความเป็นผู้นำที่หลับไหลอยู่ ในตัวคุณนั่นเองสุดท้ายนี้นะฮะการที่เรา รู้ว่าตัวเองชอบอะไรเนี่ยมันมีประโยชน์ กับตัวเราเองมากเลยนะครับเพราะมันจะช่วย ให้เราเนี่ยตัดสินใจสิ่งต่างๆในชีวิตทั้ง การทำงานและก็ชีวิตประจำวันได้ดีขึ้นพอสม ควรเลยนะอย่างสมมุติตอนนี้ถ้าเกิดกำลังหา งานอยู่เนี่ยถ้าเกิดเรารู้ว่าเราชอบอะไร หรือถนัดอะไรเนี่ยนะก็จะทำให้ตัดสินใจ เลือกงานได้ง่ายขึ้นในแง่ชีวิตประจำวัน ถ้าเกิดเรารู้ว่าตัวเองชอบแบบไหนเราก็จะ หาเพื่อนหรือสังคมที่ตัวเองชอบได้ง่าย ขึ้นแล้วมันก็จะยิ่งทำให้ทุกทวันของเรา เนี่ยรู้สึกสมหวังมีแรงบันดาลใจในการ กระตุ้นตัวเองได้ตามธรรมชาติมากขึ้นแล้ว ก็เครียดน้อยลงด้วยเพราะงั้นก็ลองตามหา สิ่งที่ตัวเองชอบกันนะครับใครใช้วิธีไหน แล้วรู้สึกเวิร์คก็ลองมาแบ่งปันกันได้นะ