[เพลง] ห้องสมุดหลังไมคโดยรัศมีมณีนินและจิตริน เมฆ [เพลง] เหลืองสวัสดี ค่ะสวัสดีครับกลับมากับห้องสมุดหลังใหม่ แล้วนะครับวันนี้เราจะเริ่มเรื่องใหม่ เล่มใหม่ของเราครับจากความพยาบาทมามาเป็น แผ่นดินของเราค่ะครับผมจากแม่วันก็มาเป็น แม่อนงแม่อนงค่ะใช่แล้วจาก 2 แม่นี้นะคะ ครับจากแม่วันและแม่อนงก็ทั้ง 2 แม่นี้ เป็นผู้ชายทั้งคู่ ค่ะคิดว่าขึ้นว่าแม่เนี่ยจะเป็นผู้หญิงนะ ครับไม่ใช่นะครับอย่าเพิ่งไว้ใจนะคะใช่ใน โลกของเอ่อจินตนาการแล้วก็วงการวรรณกรรม เนาะก็ก็น่าแปลกอยู่เหมือนกันเนาะอันนั้น เอ่อพระยาสุรินทราชานะคะใช้คำว่าแม่วัน ครับส่วนท่านนี้ค่ะแม่อนงค์เป็นนามปากกา ของมาลัยชูพินิจค่ะก็น่าจะคุ้นหูผู้อ่าน ผู้ฟังหลายๆท่านนะครับสำหรับมาลัยชูพินิจ ใช่แล้วค่ะคุณผู้ฟังคะเพราะฉะนั้นวันนี้ ก็จะเป็นตอนแรกของแผ่นดินของเราซึ่งต้อง ขอบอกก่อนเลยนะคะว่ามีคุณผู้ฟังแนะนำ เรื่องนี้มามากกว่า 1 ท่านค่ะใช่เป็น หนึ่งในเอ่อเรื่องที่คนร้องขอเรียกร้องมา มากที่สุดนะครับและส่งหนังสือมาให้เรา ด้วยค่ะอ่าอันนี้แหละครับทำให้เป็น ปฏิกิริยาเร่งของเราเลยโหขอบคุณมากๆเลยนะ คะแต่ว่าดิฉันไม่สามารถจะ เอ่อเจอหมายถึงว่าต้องขอให้คุณผู้ฟังที่ ส่งหนังสือให้กับเรามาด้วยเนี่ยติดต่อ กลับมาหน่อยครับใช่แล้วค่ะว่าเป็นดิฉัน เองเป็นผมเองรู้สึกว่าเป็นคุณ เป็นไม่ใช่เป็นดิฉันน่ะค่ะอ๋อเป็นเป็น ท่านสุภาพบุรุษใช่มั้ยครับใช่แล้วค่ะ ขอบคุณมากๆเลยนะคะครับขอบคุณมากๆเลยนะ ครับติดต่อมาได้ทางแฟนเพจของไย PBS podcast หรือว่าแฟนเพจของรัศมีมณีนิลได้ เลยนะครับและเพราะหนังสือเล่มนี้แล้วก็ เพราะคำแนะนำนะคะของคุณผู้ฟังค่ะก็เลยมา สู่แผ่นดินของเราที่เราจะอ่านให้คุณผู้ ฟังได้ฟังกันใช่แล้วค่ะก็ต้องมารู้จักผู้ เขียนก่อนดีมั้ยคะดีเลยครับมาลัยชูพินิจ ครับผมค่ะเป็นนักเขียนและนักหนังสือพิมพ์ คนสำคัญของไทยค่ะก็ในสมัยก่อนโน้นนะคะ นิยมยมเรียกกันทั่วไปว่าครูมาลัยคือสมัย ก่อนเนาะความเป็นผู้ชายแล้วก็ความเป็นผู้ หญิงคือก่อนหน้าสมัยจอมพลปพิบูลยสงคราม ซึ่งสมัยจอมพลปพิบูลยสงครามเนี่ยต้องให้ ตั้งชื่อแบบผู้หญิงก็ต้องเป็นผู้หญิงอ่า ใช่ๆที่เราเคยผู้ชายก็ต้องเป็นผู้ชายเรา เคยคุยกันเรื่องนี้ตอนแม่วันเหมือนกันอ่า ว่าอ้าไม่ใช่แม่วันสิน่าจะเป็นเรื่องก่อน ๆหน้านี้ที่ว่าต้องตั้งชื่อให้ชัดเจนให้ รู้เรื่องสมชายก็คือผู้ชายอือฮึค่ะสมศรี ก็ต้องเป็นสมศรีอะไรแบบนี้นะคะแต่ว่าใน สมัยก่อนโน้นเนี่ยความเป็นผู้ชายความเป็น ผู้หญิงอ่ะมันไม่ได้ดูจากชื่ออย่างเดียว นะคะครับมาลัยได้หมดค่ะทั้งผู้ชายแล้วก็ ผู้หญิงนะคะอหรือว่าคำว่าอะไรอ่ะเอ่อนก ยูงอะไรอย่างเงี้ยก็ได้หมดอ่ะมันก็ก้ำ กึ่งระหว่างจะเป็นชายหรือเป็นหญิงก็ได้จะ เป็นแม่นกยูงก็ได้จะเป็นนายนกเป็นพ่อนกยง อนะคะเหมือนอย่างท่านนี้นะคะก็เป็นครู มาลัยนะคะครับครูมาลัยเนี่ยท่านใช้นาม ปากกาว่าแม่อนงครับแล้วก็น้อยอินทนนท์อ่า แล้วก็นายฉันทนาค่ะนายฉันทนานี่อาจจะคุ้น ไปอีกสเต็ปหนึเพราะว่าใช้บ่อยค่ะแล้วก็ มลัยชูพินิจก็ได้รับการยอมรับนับถือจาก ทุกวงการทั้งจากวงการนักเขียนแล้วก็วงการ หนังสือพิมพ์นะนะคะใช่แล้วครับท่านได้รับ พระราชทานปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวารสารศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เมื่อปี 2505 ค่ะเรียกว่าเป็นรุ่นพี่ของ ผมก็ว่าได้นะครับแต่ว่าห่างกันเหลือเกิน คณะวารสารศาสตร์นะคะครับแล้วก็เอ่อในโลก วรรณกรรมมาลัยชูพินิจวาระครบรอบ 100 ปี อันนี้เป็นหนังสือเลยนะคะอ่าโลกวรรณกรรม ของมาลัยชูพินิจครบรอบ 100 ปีเมื่อปี 2560 เนี่ยค่ะก็ได้เขียนถึงมาลัยชูพินิจอย่าง ละเอียดรวบรัดว่า 1 ศตวรรษของการเป็นนัก เขียนและนักหนังสือพิมพ์ไม่ได้แตกต่างกัน มากนักเพราะต่างต้องเขียนหนังสือเหมือน
กันครับนักหนังสือพิมพ์ต่างกับนักเขียน โดยเขียนบทความและวิเคราะห์ด้วยข้อเท็จ จริงขณะที่นักเขียนใช้จินตนาการ มากกว่า ค่ะแต่อย่างไรก็ตามนะคะมาลัยชูพินิจ ก็เลิศต้องบอกว่าทั้งคำว่าเลิศแล้วก็เลิศ นะคะครับทั้งวงการหนังสือพิมพ์และวงการ นักเขียนด้วยใช้ภาษาอย่างสละสลวยแบบนัก เขียนแต่เนื้อเรื่องและเค้าโคลงได้มาจาก ข้อเท็จจริงค่ะอือคือใช้เอ่อใช้แบบ based on true story ใช่ทักษะเนาะครับมี ทักษะของความเป็นนักหนังสือพิมพ์ซึ่งต้อง based on true story ต้องแบบข้อเท็จ จริงแล้วเรื่องแบบเนี้ยไม่ใช่นักเขียนทุก คนจะแต่งได้นะครับเพราะว่าบางท่านนี่ก็จะ ต้องเป็นจินตนาการล้วนๆบางท่านก็ต้องเป็น on to Story ล้วนๆเหมือนกันท่านอมิใช่ นะคะแต่ว่าท่านก็จะมีจินตนาการเพื่อที่จะ ทำให้ ข้อเท็จจริงหรือว่าความจริงที่มันมีอยู่ เนี่ยมันมันแบบเปล่งประกายครับชัดเจนแล้ว ก็มีชีวิตชีวามาก ขึ้นก็ไม่น่าแปลกใจนะคะว่าเอ่อแม่อนงค์ หรือว่ามาลัยชูพินิจ สามารถเขียนเรื่องราวหลากหลายแล้วก็มี ความเป็นเอกลักษณ์ไม่มีใครเหมือนค่ะ เอ่อสดกูรมะโลหิตนะคะซึ่งก็เป็นนักเขียน ชื่อดังในยุคนั้นบอกว่ามาลัยชูพินิจ สามารถจะเขียนหนังสือได้ทั้งฉบับโดยไม่ ต้องอาศัยผู้อื่นนับว่ามีอัจฉริยภาพที่ น้อยคนจะทำได้ดีเสมือนค่ะแล้วก็ยกตัว อย่างนะคะตัวอย่างของผลงานของมาลัย ชูพินิจที่หลายคนจริงๆมีหลายคนที่อยากจะ ฟังอยู่เหมือนกันล่องไพรโอ้โหเรื่อง เรื่องเนะครับเป็นอีกหนึ่งเรื่องเลยรอง จากเรื่องอะไรนะครับพเพชรพระอุมาเรื่อง เนี้ยรองจากเพชรพระอุมาเลยใช่อันนี้นาม ปากกาว่าน้อยอินทนนท์อ่าครับอันนี้เราก็ เนแอบเล็งเอาไว้อยู่เหมือนกันครับผมค่ะก็ เป็นผลงานของมาลัยชูพินิจอีกชุดนึงนะคะ มากกว่า 1 เล่มค่ะเพราะเป็นชุดเลยใช่และ ก็ชั่วฟ้าดินสลายหลายคนคงรู้จักดีโอหแล้ว ก็หลายคนอาจจะเคยดูในฉบับภาพยนตร์ค่ะมา ก่อนทั้งภาพยนตร์ทั้งละครนะคะครับนี่ล่ะ ค่ะชั่วฟ้าดินสลายนะค่ะขึ้นหิ้งทั้งนั้น แต่ละเรื่องค่ะเตรียมเองค่ะ อืแล้วก็นี่ ค่ะแผ่นดินของเรานะคะเรื่องนี้นี่เองนะ ครับค่ะแผ่นดินของเราก็นี่ล่ะก็เป็น หนังสือที่เราจะอ่านให้คุณผู้ฟังได้ ฟังทีนี้มันมีคนตั้งคำถามเหมือนกันนะคะ ว่าแผ่นดินของเราเนี่ยมันเหมือนกับเป็น เรื่องความสัมพันธ์ความรัก เอ่อรักสามเศร้าหรือว่ามีการชิงรักหัก สวาทการนอกใจแค่เป็นเรื่องของความ สัมพันธ์เท่านั้นเองครับแต่ขณะเดียวกัน ค่ะบางคนก็บอกไม่ใช่มาลัยชูพินิจ ต้องมีอะไรมากกว่านั้นแน่นอนมีเหมือนกับ ว่ามีอะไรบางอย่างนะคะที่สอดแทรกมี hiden agenda อันเนี้ยเราต้องอ่านค่ะครับและ เราก็ต้องฟังเองด้วยว่าอะไรคือสิ่งที่มัน อยู่ในแผ่นดินของเราใช่คือถ้าดูจากผลงาน หลายๆชิ้นของท่านเนี่ยโอ้โหทุกๆเรื่องมี ประเด็นสอดแทรกทั้งนั้นนะครับชั่วฟ้าดิน สลายก็ดีล่องไภก็ดีแต่ร่องภอาจจะโอเคมี ความผจญภัยเคลือบอยู่เยอะหน่อยนะครับก็ เข้าใจได้ค่ะแล้วก็ในส่วนของมาลัยชูพินิจ นะคะในด้านของการเป็นนักหนังสือพิมพ์ เนี่ยโหก็ไม่น้อยเลยทีเดียวนะคะครับเป็น นักหนังสือพิมพ์ที่มีแนวคิดด้านการเมือง ในการส่งเสริมการปกครองระบอบประชาธิปไตย อืและเน้นเสรีภาพของคนในสังคมที่ไม่ขัด ต่อเสรีภาพของผู้ผู้อื่นในยุคเปลี่ยนแปลง การปกครองพ.ศ 2475 และยุคเผด็จการทหารจอม พลปพิบูลยสงครามและจอมพลสฤตธนรัตน์ค่ะ ครับเพราะฉะนั้นกับการที่นักหนังสือพิมพ์ คนนึงนะที่แบบ เอ่อมีมีแนวคิดมีอุดมการณ์น่ะแล้วท่านจะ มาเขียนแผ่นดินของเราในเรื่องรักๆอ่ะหลาย คนบอกว่ามันมันไม่ธรรม คือถ้าเราจะอ่านแบบธรรมดาๆดเนี่ยก็อาจจะ เห็นเหมือนแค่ความสัมพันธ์ของแบบครอบครัว หนึ่งครับแต่ถ้าอ่านดีๆเราก็จะเห็นค่ะดัง
นั้นนะคะก็อยากให้ได้อ่านกันแล้วก็อยาก ให้ได้ฟังกันค่ะใช่คือเหมือนอย่างที่เรา คุยกันบ่อยๆนะครับว่านักเขียนที่เก่ง เนี่ยเขาจะสามารถเขียนเรื่องเรื่นึงให้ สามารถอ่านได้ใน 2 ลักษณะคือด้วยถ้าเพลิด เพลินก็เป็นความเพลิดเพลินได้แต่ว่าถ้า อยากจะหาแก่นสารอะไรบางอย่างจากเรื่องนี้ เนี่ยก็มีเช่นเดียวกันสอดแทรกแบบเนียนๆ ใช่ได้ 2 มิตินะค่ะครับในแง่ความนิยมของ แผ่นดินของเราครับแม่อนงเนี่ยค่ะมีทั้งนำ ไปเป็นเอ่อสร้างเป็นภาพยนตร์แล้วก็เป็น ละครอ่าแล้วก็เป็นละครเพลงด้วยค่ะแทบจะ ครบทุกมีเดียแล้วนะครับอย่างอย่างถ้าเป็น ภาพยนตร์เนี่ยตอนสมัยเรียนเรียนอยู่สมัย มหาลัยอ่ะนะครับก็มันจะมีชื่อเรื่องนี้ แหละโผล่ขึ้นมาในประวัติศาสตร์หนังไทยค่ะ ก็สอาสนจินดากำกับครับค่ะออกฉายเมื่อปี พุทธศักราช 2519 นะครับค่ะแล้วนำแสดงนี่โอ้โหเบอร์ ใหญ่ๆทั้งนั้นพี่อืนิรุธสิริจรรยาโอ้โห เบอร์บิ๊กเลยสมบัติเมทนีค่ะโอโอหเวอร์ ใหญ่่ๆทั้งนั้นมาสีนะบางช้างโอ้โหแต่ละคน นี่อค่ะสมัยนั้นเป็นดาวค้างฟ้าของประเทศ ไทยเลยนะครับใหญ่ทั้งนักแสดงก็ใหญ่ทั้ง ผู้กำกับด้วยนะคะ 2519 คุณจิตรินยังไม่เกิดแน่นอนเลยโหห อีกอีกประมาณ 20 ปีครับหลังจากนั้นค่ะปี 2539 นะคะก็เป็นละครโทรทัศน์ช่อง 5 กำกับโดยหม่อมหลวงพันเทวนพเทวกุลค่ะอ๋อ อันนี้แน่นอนครับทุกท่านรู้จักแน่ๆครับ หม่อมน้อยค่ะแล้วก็แสดงโดยใหม่เจริญปุระ อื้อหือยุรนันท์พมรมนตรีและจอนนี่แอนโฟน นะคะอื้อหืออันนั้นคือรุ่นใหญ่อันนี้ตอน นี้กลายเป็นรุ่นพ่อรุ่นแม่ไปแล้วนะคะแต่ ว่ายังหล่อกันอยู่นะยังหล่อยังสวยไม่ว่า จะเป็นคุณใหม่เจริญปุระคุณยุรนันท์คุณ จอนนี่นะนะคะครับปี 2539 ค่ะแล้วก็หลังจากนั้นอีก 2558 ค่ะโอ้โหล่าสุดเลยนะครับค่ะคือโอก็ จะว่าล่าสุดก็ไม่ล่าแล้วครับล่าสุดก็ เกือบๆเกือบ 10 ปีได้เป็นละครเวที The Musical นะคะครับกำกับโดยมารุสาโรวาทค่ะ ครับแล้วก็นำแสดงโดยใหม่เจริญปุระค่ะโห เ็ดมากเลยอกลับมาแสดงเรื่องเดิมใช่เก่ง มากอืครับแล้วก็คุณ สรัญญ่าอ่านะคะแล้วก็ดอมเหตระกูลค่ะครับ กบเบอร์ใหญ่ๆทั้งนั้นสมกับคำว่าแผ่นดิน ของเราจริงๆอืค่ะแล้วก็อีกเรื่องหนึ่งนะ คะครับเอ่อตอนที่เป็นภาพยนตร์กำกับโดยส อาสนจินดาค่ะครับในหลวงรัชกาลที่ 9 นะคะ ได้ทรงโปรดเกล้าพระราชทานอนุญาตให้นำเพลง พระราชนิพนธ์แผ่นดินของเรามาใช้ประกอบ ภาพยนตร์ค่ะอ่าใช่เพราะว่าอย่างที่เราเคย คุยกันไปเมื่อนานมาแล้วเหมือนกันนะครับ คือแผ่นดินของเราเนี่ยเคยเป็นเพลงพระ ราชนิพนธ์มาด้วยแล้วก็เพลงนี้นะคะเป็น เพลงพระราชนิพนธ์ลำดับที่ 34 ค่ะทรงพระ ราชนิพนธ์ไว้ในวโรกาสที่เจ้าหญิง อเล็กซานดร้าแห่งเนชสหราชอาณาจักรเสด็จ เยือนไทยเมื่อปี 2500 2 นะคะ อืแล้วก็สำหรับเพลงจันทร์กะพ้อร่วงซึ่ง เป็นบทเพลงที่มีอยู่ในนวนิยายต้นฉบับแต่ง คำร้องโดยแก้วอัจฉริยกุลทำนองโดยเอื้อ สุนธรสนานค่ะขับร้องฉบับแรกโดยสวดี ผกาพันธ์นะคะโอโหทุกอย่างนี่มันทุกอย่าง มันแบบบิ๊กมอลังการสุดๆสมกับชื่อแล้วก็สม กับโอ้ความยิ่งใหญ่ของเรื่องนี้สุดๆคือ เรื่องนี้พอพูพูดถึงแผ่นดินของเราเนี่ยก็ จะนึกถึงคำว่าจันรกพอร่วงครับซึ่งเป็น ประโยคแรกของนวนิยายเรื่องนี้นะคะแล้วก็ โอ้คือมันมีอะไรต่อมีิอะไรหลายอย่างมาก ที่เกี่ยวข้องกับแผ่นดินของเราค่ะและนอก เหนือจากเอ่อเพลงพระราชนิพนธ์ของในหลวง รัชกาลที่ 9 นะคะพระองค์ท่านและสมเด็จพระ นางเจ้าพระบรมรชินีนาถคือพระพันปีหลวงใน
ขณะนั้นนะคะเสด็จพร้อมกับสมเด็จพระเทพและ สมเด็จเจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ในขณะนั้นค่ะ พระองค์เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตร ภาพยนตร์รอบปฐมทัศน์เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2519 ที่โรงภาพยนตร์ศาลาเฉลิมไทยด้วยค่ะ ครับผมคือต้องบอกว่าเรื่องที่เกี่ยวข้อง กับแผ่นดินของเรานี่เนาะจริงๆถ้าให้เล่า อีกก็มีอีกนะครับเยอะค่ะอีกเยอะเลยใช่ แล้วหลายท่านที่อาจจะรู้สึกว่าเอ๊แล้ว ทำไมเหรอแผ่นดินของเราแล้วทำไมมันแค่น วนิยายเรื่องรักเรื่องหนึ่งเท่านั้นเองก็ แล้วยังไงก็แล้วยังไงอ่าเรื่องนี้เป็น นวนิยายไทยที่แฝงข้อคิดลึกซึ้งแต่ว่าจะ เป็นเรื่องอะไรลึกซึ้งขนาดไหนนะคะอยากให้ เมีมีโอกาสได้ฟังคำนำจากลูกสาวของท่านค่ะ อ่าครับน่าจะทำให้เราเข้าใจได้มากขึ้นลูก สาวของท่านธิดาของท่านนะคะคุณขนิษฐาณ บางช้างซึ่งเขียนเอาไว้เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2539 ค่ะลมหนาวเริ่มโฉยมาจันรกระพ้อที่ บ้านก็เริ่มผลิตุ้มเล็กตุ้มน้อยสีแดง เรื่อๆปลายกิ่งก้านเป็นสัญญาณว่าปีนี้จะ ได้เห็นดอกกันละมันไม่ได้บานทุกปีแต่ อากาศหนาวจัดเช่นนี้จันทรกะพ้อชอบนักจั กะพ้อต้นนี้ปลูกเมื่อ 20 กว่าปีมา แล้วแต่ทั้งพ่อและแม่ก็ไม่เคยได้เห็นดอก มันบานเต็มต้นเป็นครั้งแรกเมื่อ กุมภาพันธ์ 2519 หลังพ่อตายถึง 13 ปีช่อดอกขาวนวล ของมันปรากฏอยู่เกือบจะทุกปลายกิ่งหอมตลบ อบอวนไปทั่วบ้านกลิ่นหอมหวานนั้นกำจาย ซ่านไปทุกอนูของ บรรยากาศทำให้อดคิดถึงทุกคนในจิรเวชไม่ ได้ คิดถึงอา ธำรงคิดถึง ภัคคินีนเรศ อัจฉราและตัวละครหลากหลายจากแผ่นดินของ เราที่สำคัญก็คือคิดถึงพ่อจับ ใจท่ามกลางลมหนาวที่โชยมาอ่อนๆทำให้เห็น ภาพพ่อสวมแว่นนุ่งกางเกงแพสวมสเวตเตอร์คอ วีแขนยาว ก้มหน้าก้มตาอยู่กับต้นฉบับบน โต๊ะเบื้องหน้ามีแก้วกาแฟดำร้อนควันกรุ่น และก็กระป๋อง บุหรี่ 33 ปีเต็มที่พ่อจาก ไปลูกทุกคนคิดถึงพ่ออยู่เสมอและความสุขใน ครอบครัวเราครั้งพ่อยังมีชีวิตอยู่ก็ช่วย หล่อล้อมหัวใจพวกเราิให้แห้งผากจนเกินไป นักแผ่นดินของเราเป็นนวนิยายเรื่องหนึ่ง ที่พ่อรักมากใช้เวลาเขียนนานถึง 8 ปีเต็ม คือเริ่มลงในปิยมิตรรายสัปดาห์แล้วต่อ ด้วยนิตยสารอื่นๆหลายฉบับจนกระทั่งจบลงใน สยาม สมัยเหตุที่ใช้เวลาในการเขียนนานถึงเพียง นั้น สืบเนื่องมาจากการตั้งกฎเกณฑ์ใหม่ทางภาษา ของผู้นำในยุคนั้นมีการให้ยกเลิกอักษรบาง ตัวรวมทั้งการเปลี่ยนสรรพนามบุรุษที่ 1 และ 2 ให้ใช้เพียงฉันเราท่านเธอส่วนคำตอบ รับก็คงใช้เพียงจ้ะทำให้การเขียนจืดชืด อ่านยากทั้งเป็นการบั่นทอนรสชาติของศิลปะ การประพันธ์โดยสิ้นเชิงพ่อจึงหยุดเขียน และพูดไว้ว่าถ้าจะเป็นการตัดเรื่องตอนใด ตอนหนึ่งจะไม่ขัดข้องเลยแต่การที่จะ เปลี่ยนอุปนิสัยใจคอตัวละครในเรื่องด้วย เครื่องแต่งกายที่เขาแต่งบ้านที่เขาอยู่ และวาจาที่เขาพูดตามยุคสมัยนั้นเท่ากับ เป็นการฆ่าเรื่องทั้งเรื่อง เพราะเรื่องอ่านเล่นหรืออ่านจริงก็ตาม เป็นประวัติของวัฒนธรรมขนบธรรมเนียม ประเพณีและเหตุการณ์ซึ่งเป็นอยู่ประจำยุค ถ้ายอมเปลี่ยนไปเป็นอื่นก็เท่ากับหลอกตัว [เพลง] เองแผ่นดินของเราเป็นเรื่องเกี่ยวกับความ รักของชายต่างวัย 2 คนซึ่งมีต่อหญิงคน เดียว กันเหตุการณ์เกิดขึ้นในปลายสมัยการปกครอง ระบอบสมบูรณาญา สิทธิราชพ่อเริ่มบทแรกของนวนิยายเรื่อง นี้เมื่อครั้งลงไปทำศูนน์มะพร้าวที่อ่าว
พนังตักจังหวัด ชุมพรท่ามกลางแสงริบหรี่ของตะเกียงน้ำมัน มะพร้าวอากาศร่มเย็นและความเงียบสงบทำให้ สามารถเขียนเรื่องนี้ด้วยใจของคนที่อยาก เขียน หนังสือซึ่งพ่อได้เขียนไว้ในบทนำจากการ พิมพ์รวมเล่มครั้งแรกว่าบทแรกของเรื่อง นี้เขียนขึ้นเมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2486 ณบ้านพักที่สวนมะพร้าวอ่าวพนังตักจังหวัด ชุมพรและบทท้ายจบลงในวันที่และเดือนเดียว กันพุธศักราช 24 93 ณที่ทำงานบริษัทไทยพาณิชยการจำกัดถนน ศรีลมจังหวัด พระนครแผ่นดินของเราเป็นนวนิยายเรื่อง หนึ่งที่พ่อรักมากเพราะฉากสำคัญหลายฉาก เป็นเรื่องจริงในชีวิตของพ่อและก็มีผู้ อ่านจำนวนไม่น้อยที่ยังได้กลิ่นหอมรวยริน ของจันทร์กระพ้อจากบ้านจิรเวชอยู่เต็มหัว ใจแผ่นดินของเราได้รับการพิมพ์รวมเล่มไม่ น้อยกว่า 7-8 ครั้ง ซึ่งก็ยังได้รับความสนใจจากผู้อ่านเสมอ มาสำนักพิมพ์กระท่อม ปลได้นำแผ่นดินของเรามาจัดพิมพ์ขึ้นใหม่ อีกครั้งหนึ่งเป็นหนึ่งในวรรณกรรมเรื่อง เอกของครูมาลัยชูพินิจซึ่งทางสำนักพิมพ์ มีโครงการทยอยจัดพิมพ์เผยแพร่ตามโอกาสอัน ควรต่อต่อ [เพลง] ไปจากคำนำของการพิมพ์ล่าสุดนะคะของคุณ ขนิษฐาบางช้างซึ่งเป็นทายาทของครูมาลัย ชูพินิจนะคะเราค่อยๆเขยิบเข้ามามาสู่คำนำ พิมพ์ครั้งแรกค่ะซึ่งบทความบทแรกซึ่งบท แรกของเรื่องนะคะเขียนขึ้นเมื่อวันที่ 28 ธันวาคมพ.ศ 2486 ค่ะณบ้านพักที่สวนมะพร้าวอ่าวพนัง ตักจังหวัดชุมพรแล้วก็บทท้ายจบลงในวันที่ และเดือนเดียวกันเมื่อปีพ.ศ 2493 ค่ะที่ทำงานบริษัทไทยพนิชยการจำกัด ถนนศรีลมจังหวัดพระนครค่ะท่ามกลางเวลา ระหว่างนั้นคือประวัติและเบื้องหลังของ แผ่นดินของเราค่ะซึ่งในคำนำพิมพ์ครั้งแรก นะคะเอ่อครูมาลัยชูพินิจก็บอกว่า 8 ปี เป็นเวลานานมิใช่น้อย สำหรับการสร้าง นวนิยายขนาดแผ่นดินของเราแต่ถึงกระนั้น ท่านก็บอกว่าท่านไม่เคยได้รับเวลา กระเบียดเกษียณอะไรเช่นนั้นในการเขียน นวนิยายซึ่งตั้งใจจะให้เป็นชิ้นเป็นอัน สักเรื่องในชีวิตการประพันธ์เพราะตลอด 8 ปีนั้นหมายถึงท่านบอกว่าการเร่ร่อนทั้ง ผู้เขียนและเรื่องและ 8 ปีนั้นหมายถึงการ การไม่อยู่เป็นที่เป็นทางการอพยพหลบภัย การย้ายจากที่นึไปสู่อีกที่หนึ่งเป็น 8 ปีที่ผ่านยุคและเหตุการณ์ซึ่งในชีวิตอาจ จะไม่ได้ผ่านอีกครั้งโดยสรุปก็คือ 8 ปี ค่ะของการเขียนณวนิยายแผ่นดินของเราเพราะ ฉะนั้นเดี๋ยวจะให้คุณจิตรินนะคะได้อ่าน ให้ฟังนะคะที่คำนำพิมพ์ครั้งแรกครู มาลัยท่านได้บอกอะไรบ้างนะคะแล้วก็เรื่อง ราวที่ท่านอยากจะบอกในคำนำพิมพ์ครั้งแรก ค่ะข้าพเจ้ายังจำได้ว่าภายหลังที่แผ่นดิน ของเราเริ่มลงไปในประชามิตรสุภาพบุรุษได้ ไม่ทันจะจบภาคต้นดีก็ปรากฏว่าได้มีการ ปฏิวัติภาษาไทยกันขนานใหญ่บรรดาบท ประพันธ์ซึ่งแต่ก่อนมาไม่เคยได้รับการ เซ็นเซอร์ถูก เซ็นเซอร์ตัวละครที่มีบรรดาศักดิ์ของ ข้าพเจ้าถูกถอดสรรพนามและคำตอบรับหรือ ปฏิเสธถูกแก้ไขตัวปรากฏการันไม่อยู่ในที่ ทางของมันข้าพเจ้าไม่ขัดข้องในการปฏิบัติ หน้าที่ตามนโยบายและคำสั่งของรัฐบาลสมัย นั้นแต่ในขณะเดียวกันข้าพเจ้าอ่านเรื่อง ของตัวเองแล้วตะขิดตะขขวงอย่างไรอยู่ เมื่อมีโอกาสขึ้นมาจากสวนมะพร้าวอ่าวพนัง ตักจึงได้ขอร้องคุณกุหลาบสายประดิษฐ์ผู้ อำนวยการและ บรรณาธิการหลังจากข้าพเจ้าขอลาพ้นจาก ตำแหน่งไปว่าขอยุติแผ่นดินของเราไว้เพียง แต่ภาคต้นก่อนชั่วคราวจนกว่าภาษาไทยจะ ค่อยสบายหาย อลเวงและข้าพเจ้าหายเวียนหัว แล้วระหว่างนั้นงานที่สวนพนังตักต้อง
ชะงักลงด้วยอุปสรรคอันเหลือ วิสัยในขณะที่ภัยทางอากาศกำลังคุกคามหนัก จึงอพยพครอบครัวเข้าไปในแสนแสบและที่แสน แสบนี้เองหลังจากจบบ้านสร้างมีเวลาว่าง อยู่แผ่นดินของเราภาคกลางจึงได้เริ่มขึ้น และนำลงในประชามิตรรายสัปดาห์ยุคหลัง สงครามต่อมา จนกระทั่งหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นอาวสารไป ก่อนที่แผ่นดินของเราจะ อาวสารและมันคงจะยุติอยู่แค่นั้นถ้าคุณ อารีลีวีระพันธุ์ [เพลง] เริงรมราย สัปดาห์ซึ่งประสบอวสานไปก่อนอวสานแผ่นดิน ของเราเช่นเดียว กันเหตุการณ์เหล่านี้บางทีจะสะดุดใจท่าน ผู้อ่านที่อุตส่าห์มีอุปการะคุณติดตาม แผ่นดินของเรามาอย่างไม่ย่อท้อขึ้นก็ได้ ฉะนั้นเองในทันทีที่บรรณาธิการสยามสมัยขอ นำไปลงต่อในหนังสือฉบับนั้นจดหมายจากผู้ อ่านจึงประดังมาเล่นบ้างจริงบ้างว่า หนังสือหลายฉบับประสบวสารไปแล้วเพราะลง เรื่อง นี้ ฉะนั้นถึงจะรักแผ่นดินของเราเพียงใดความ รักที่ที่มีอยู่ต่อสยามสมัยก็มาก กว่าขอให้พิจารณางดเสีย เถิดแต่ต่อหน้าอุปทานอุปสรรคและความ ปรารถนาดีเหล่านั้นในที่สุดแผ่นดินของเรา ก็อวสานลงจนได้ภายหลังที่คณะละครศิวารมย์ ขออนุญาตนำไปแสดงที่ศาลาเฉลิมไทย จบโปรแกรมไปก่อนแล้วสัปดาห์เต็ม ๆอย่างผู้ที่เป็นปุถุชนทั่วไปแผ่นดินของ เราอาจจะให้ความพอใจแก่ข้าพเจ้าเพราะเหตุ ที่มันเป็นงานซึ่งสำเร็จขึ้นด้วยน้ำพัก น้ำแรงของตนเองต่อหน้าอุปสรรคต่างๆความ เจ็บไข้ได้่ป่วยการต่อสู้ดิ้นรนเพื่อผจญ กับปัญหาประจำวันแต่ในขณะเดียวกันในฐานะ ที่ยังเป็นนักศึกษาโลกและ ชีวิตข้าพเจ้าก็ย่อมจะอดคิดไม่ได้ว่ามัน ควรจะดีกว่า นั้นขณะใดที่นักประพันธ์อยู่ในอารมณ์นั้น ท่านก็แน่ใจได้ว่าเขาจะต้องพยายามใหม่ เพื่อให้ได้มาซึ่งงานอันหมดจดงดงามโดย สมบูรณ์ตามความฝันและความหวังชั่วชีวิต ของเขาและนั่นเป็นความปรารถนาอันแรงกล้า ของข้าพเจ้าในทันทีที่อ่านแผ่นดินของเรา จบ ลงอย่างไรก็ดีค่ะครูมาลัยชูพินิจนะคะ ท่านก็บอกว่าท่านสารภาพด้วยความภาคภูมิใจ อย่างเต็มที่ก็คือครั้งหนึ่งเมื่อตัวละคร เหล่านั้นผุดขึ้นในจินตนาการแล้วไม่เคย หายไป ไหนคือท่านอาจจะขึ้นเหนือล่องใต้ท่านอาจ จะอยู่ใต้ฝนเหล็กและเพลิงของลูกระเบิด หรือบางทีก็อยู่ในป่าที่เงียบสงัดแต่ภาพ ของตัวละครเหล่านั้นนยังเด่นชัดอยู่ใน ความทรงจำไม่ว่าจะเป็นภัคคินีธำรงนเรนและ อัจฉราคืออาจจะตายไปตามบทที่ตนจะต้องตาย แต่คนเหล่านั้นยังมีชีวิตอยู่ในสายตาและ ความรู้สึกของผู้ เขียนเหมือนกับนพดลแห่งสวนหหงเปรมแห่ง บ้านสร้างชาติเศรษฐนันท์และตัวละครต่างๆ แห่งดง เศรษฐีท่านก็บอกว่าบางทีมันอาจจะเป็นด้วย ความอ่อนแอของผู้เขียนเองและบางทีก็อาจจะ เป็นเพราะตัวละครเหล่านั้นเกิดจากมโนคติ ของท่านฉะนั้นมันก็จะได้รับการหล่อเลี้ยง อยู่ใน มโนคติของท่านต่อไปในฐานคนที่ชอบคนที่รัก และคนที่อยากจะให้ใครใครเป็นแต่หลายครั้ง ครูมาลัยก็บอกว่าท่านได้รับคำถามเกี่ยว กับที่มาของบรรดาตัวละครเหล่านั้นค่ะทั้ง สถานที่เกิดเหตุแล้วก็พฤติการต่างๆที่ ปรากฏในเรื่องและทุกครั้งที่ได้รับคำถาม ท่านก็ได้แต่จะตอบว่าตัวละครต่างๆเหล่า นี้เนี่ยอาจจะเป็นภาพนิมิตตามแต่สิ่งจูง ใจในขณะนั้นจะก่อรูปขึ้นในความนึกคิดของ นักฝันแต่ถึงกระนั้นสถานที่ก็มีอยู่จริง เหตุการณ์หลายกรณีก็เกิดขึ้นจริงเพียงแต่ ได้รับการตกแต่งดัดแปลงให้เหมาะสมกับลวด ลายในแผนผังของเรื่องและบรรยากาศที่ ต้องการ [เพลง] ค่ะตลอดระยะ 8 ปีในชีวิตหยุดๆหย่อนๆ กระท่อนกระแท่นของแผ่นดินของเราไม่มีระยะ ใดเลยที่ข้าพเจ้าจะได้รับความพอใจเพราะมี เวลาทุ่มเทให้แก่เรื่องนี้ได้เต็ม ที่อย่างการเขียนภาคต้นซึ่งกระทำขณะที่ อยู่สวนพนังตักและถ้าหากทุกสิ่งทุกอย่าง เป็นไปโดยเรียบร้อยข้าพเจ้าก็คงจะได้จบ แผ่นดินของเราเสียแต่สมัยนั้นแต่ถ้ามันจบ ในสมัยนั้นบางทีท่านก็อาจจะได้แผ่นดินของ เราที่ไม่เหมือนกับฉบับ ปัจจุบันมันอาจจะยาวกว่านี้และบางทีก็อาจ จะสั้นกว่าเพราะว่าอย่างนวนิยายอื่นๆของ ข้าพเจ้าทั่วไปตัวละครมาก่อนอื่นและ เรื่องมาสุดท้าย
ฉะนั้นมันก็อาจจะผันแปรไปตามแต่เหตุการณ์ ตามแต่สิ่งแวดล้อมและความจัดเจนจากชีวิต ประจำวันจะบังคับลำดับเหตุการณ์อันเป็น เบื้องหลังแผ่นดินของเราดังกล่าวมาแล้วก็ จะเห็นได้ว่าหาใช่ผู้ประพันธ์โดยเฉพาะไม่ ที่ทำให้เรื่องนี้สำเร็จขึ้นได้หากด้วย ความปรารถนาดีของท่านผู้อ่านซึ่งมี อุปการะคุณทั้ง หลายแม้ไม่โดยตรงก็โดย ปริยายทั้งในการติดตามเรื่องนี้มาตลอด เวลาเหล่านั้นโดยไม่ท้อถอยและทั้งในการ ให้ความกระตือรือร้นแก่่ผู้ประพันธ์จาก ความสนใจวิพากษ์วิจารณ์ของท่าน ฉะนั้นจึงขอขอบคุณไว้ในที่ นี้แม่อนงราชวิถีพระนคร 4 มกราคม 2494 ค่ะคุณผู้ฟังก็อย่าเพิ่งว่าเราเลยนะคะที่ อาจจะยังไม่ได้อ่านเนื้อหาเราก็อาจจะ เริ่มโมโหพุอ่านและผู้เล่าอยู่ในใจทำไม เกริ่นนานขนาดนี้แต่จริงๆก็มีความจำเป็น ที่จะต้องเกริ่นค่ะเพราะถ้าเกิดว่าเราไม่ เกริ่นเราก็จะไม่ได้รู้อะไรเกี่ยวกับ นวนิยายเรื่องนี้นะคะใช่แล้วครับมันก็จะ กลายเป็นเพียงแค่การฟังเรื่องอื่นๆที่ เป็นเรื่องของความรักระหว่างคนหลายคนที่ ตกอยู่ในโศกนาฏกรรม โศกนาฏกรรมเรื่องนี้ก็จริงๆแล้วการฟัง เกล็ดเล็กเกล็ดน้อยก่อนจะนำเข้าไปสู่ เนื้อหาจริงๆเนี่ยก็จะทำให้พวกเราอินไป กับมันมากขึ้นก็ค่อยๆเริ่มอินนะคะจากคำนำ ของทายาทซึ่งคิดถึงพ่อมากเลยเพราะพ่อตอน นี้แน่นอนท่านไม่ได้อยู่กับเราแล้วนะคะ จากลูกสาวและค่อยเขยิบมาที่พ่อซึ่งก็คือ คือผู้เขียนเรื่องนี้นั่นเองแม่อนงค์หรือ ครูมาลัยมาลัยชูพินิจซึ่งท่านเขียนเรื่อง นี้ 8 ปีด้วยกันต้องบอกว่าไม่น้อยเลยที เดียวนะคะท่านก็บอก ว่าแม้ว่าชีวิตของท่านต้องผ่านอะไรต่อมิต อะไรมามากมายทั้งสุขทั้งทุกข์แต่ตัวละคร ไม่เคยไปไหนเลยยังอยู่กับท่านตลอดเวลา แล้วก็ที่สำคัญนะคะที่บอกว่ามีคำถาม เกี่ยวกับที่มาของตัว ละครสถานที่เกิดเหตุและ พฤติกรรมที่ปรากฏในเรื่องท่านก็ตอบคำถาม มาหลายต่อหลายครั้งเช่นเดียวกันค่ะซึ่ง นั่นก็หมายถึงว่าแผ่นดินของเรามีอิทธิพล ไม่น้อยนะคะในสายตาของนักอ่าน แล้วก็ไม่ใช่เฉพาะนักอ่านค่ะแฟนหนังแฟน ละครนะคะเอ่อแฟนละครนี้อาจจะยังเนาะครับ แต่แฟนหนังเนี่ยก็เป็นอีกอีกหนึ่งอีกหน สื่อเหมือนกันนอกเหนือจากผู้อ่านซึ่งเป็น แฟนหลักนะคะที่ได้รับอิทธิพลแล้วก็มีคำ ถามอะไรต่อมิอะไรมากมายนะคะเอาเป็น ว่าตอนต่อไปค่ะเราจะไม่ให้ให้คุณบ่นอีก แล้วนะคะเข้าเรื่องแน่นอนใช่ๆไม่งั้นนี่ ถ้าอยู่ใกล้ๆเเราอาจจะโดนหยุมหัวไปแล้วก็ ได้ทำไมไม่อ่านสักทีขออภัยด้วยนะคะคือ จริงๆอ่ะตั้งใจจะอ่านอยู่นะแต่เนื่องจาก ว่าเอ๊ะแหมถ้าไม่อ่านของลูกสาวไม่อ่านของ นักเขียนไม่อย่าเลยอ่านด้วยก็แล้วกันนะคะ คุณผู้ฟังคะครับก็เอาเป็นว่าตอนต่อไปค่ะ เราจะมารู้จักกับจีรเวช ธำรงภัคคินี และนเรนค่ะเนี่ย 3 ตัวหลักอื้อหือ ธรงก็เป็นสามีของภัคคินีภัคคินีก็เป็น ภรรยาของ ธำรงค์แล้วก็มีนเรน นเรนคู่มั่นของอัจฉราอัจฉราเป็นใครอัจฉรา เป็นพี่สาวของพระคินีอ้าวแล้วนเรนกับ ภคินีล่ะนเรนก็มาเป็นสามีของภาคินีเอ้าก็ ทำไมมันซับซ้อนซ่อนเงื่อนเพื่อนทรยศขนาด นี้ไม่ใช่เพื่อนทรยศนะคะคือนเรนเนี่ยไม่ ได้เป็นเพื่อนของธำรงนะเพราะว่านเรนมี อายุน้อยกว่าธำรงค่ะคือพูดง่ายๆว่าธำรง เป็นผู้ชายที่มีอายุมากกว่า ภาคินีอายุมากขนาดแบบเป็นพ่อได้ก็แล้วกัน ครับสามีแก่อ่ะพูดง่ายๆอย่างนี้ก็แล้วกัน อ่าแล้วปรากฏว่ามาจะเจอกับนเรนนเรนซึ่ง เป็นคู่มั่นของพี่สาวอ่ะไม่พูดดีกว่าเอา เป็นว่าเอาเป็นว่าใครที่ไม่เคยอ่านหรือ ไม่เคยดูหนังนะครับไปพร้อมผมผมยังไม่เคย เหมือนกันเอาเป็นว่าคุณผู้ฟังค่ะถ้าคุณ ผู้ฟังเริ่มรู้สึกงงแล้วดิฉันก็จะปล่อย ให้คุณงงแบบนี้ล่ะค่ะค่อยๆเป็นค่อยๆไปนะ ครับจะได้รอติดตามไปพร้อมกับเรานะคะครับ เอาเป็นว่ามีธำรงมีนเรนนะคะ 2 หนุ่มหนุ่ม แก่กับหนุ่มน้อยนะคะแล้วก็มีภัคคินีมี อัจฉราซึ่งเป็นพี่สาวครอบครัวนี้มีลูกสาว 3 คนค่ะอัจราสายสวรรค์และภัคคินีนะคะอือ ค่ะทั้งหมดนี้เป็นลูกสาวของพระวรนาถ ประณุทค่ะก็เป็นข้าราชการในสมัยสมบูรณายา
สิทธิราชนะคะครับพระวรนาถประนตค่ะทั้งหมด นี้ความรักความสัมพันธ์ของทำรงภัคคินี นเรนอัจฉราที่อยู่ในสกับนาฏกรรมความรัก เหล่านี้เนี่ยมันมีผลต่อต่อครอบครัวนี้ มากๆเลยค่ะอะไรคือสิ่งที่สอดแทรกเอาไว้ อะไรคือสิ่งที่ผู้อ่านจะได้รับนอกเหนือไป จากไปจากความสนุกสนานเหมือนเวลาที่เรา อ่านนไว้ในใหญ่เล่มนึงมาลัยชูพินิจเป็น นักหนังสือพิมพ์ผู้ที่ได้รับการยอมรับนะ คะไม่ใช่เฉพาะแค่นักเขียนอย่างเดียวนัก หนังสือพิมพ์ผู้มีสาระแล้วก็เป็นคนที่มี อุดมการณ์โอ้ต้องบอกว่าท่านมีอะไรต่ออะไร มากมายการที่ท่านจะเขียนณวนิยายเรื่อง หนึ่งที่เกี่ยวกับความรักไม่ธรรมดาอย่าง แน่นอนค่ะก็ชวนมาร่วมค้นหาไปกับเราแผ่น ดินของเราแม่อนงค์ค่ะเอาล่ะค่ะคุณจิตริน คะครับผมค่ะยังไงติดตามแผ่นดินของเราตอน ต่อไปได้นะครับทางเว็บไซต์แล้วก็ แอปพลิเคชันของ Thai PBS podcast นะ ครับรวมถึงทาง YouTube Channel Thai PBS podcast ด้วยนะครับแล้วก็ถ้าอยากจะ ติดต่อสื่อสารกับพวกเรา 2 คนก็ 2 ช่องทาง เช่นเคยครับทางแฟนเพจ Facebook Thai PBS podcast แล้วก็แฟนเพจของพี่หมีรัศมี มณีนิลนะครับอย่าเพิ่งโกรธเราเลยนะคะให้ โกรธตอนนี้ก่อนแล้วก็มาฟังตอนต่อไปแล้วก็ ค่อยมาคืนยินดีกันนะคะสำหรับวันนี้ลาไป ก่อนนะคะสวัสดีค่ะสวัสดี [เพลง] ครับห้องสมุดหลังไมคโดยรัศมีมณีนินและ จิตรินเมฆเหลือง [เพลง]