คาถาธรรมนิยามนะหน้าฟ้าชาย น้ำมารุ นี่คือการสวดพระอภิธรรมศพแบบโบราณแห่งดิน แดนล้านนา ซิยาเป็นบทสวดด้วยทำนองโศกเศร้าในห้วง เวลาแห่งความสูญเสียพรรณนาให้เกิดธรรม สังเวชแก่ผู้ฟังถึงอนิจจังแห่งชีวิตที่มี เกิดแก่เจ็บตายและการทำดีละเว้นความชั่ว ปัจจุบันการสวดสี่ยามมีให้เห็นน้อยลงทุก ทีแล้วเนื่องจากกระแสวัฒนธรรมจากภาคกลาง ดีขึ้นมามีบทบาทต่อผู้คนในท้องถิ่นมาก ขึ้นเรื่อยๆแต่สำหรับค่ำคืนนี้การสวด 4 ยาถูกนำกลับมาอีกครั้งในพิธีศพของเจ้านาย ฝ่ายเหนือผู้ที่มีบทบาทต่อการ อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมล้านนาจนได้รับการยก ย่องตลอดระยะเวลาหลายทศวรรษที่ผ่านมา เจ้าดวงเดือนณเชียงใหม่เป็นที่ด่าคนที่ 3 ของอำมาตย์ เมืองชื่อณเชียงใหม่กับหม่อมจันทร์เทศและ เชียงใหม่ [เพลง] ชีวิตของเจ้าดวงเดือนเติบโตขึ้นภายในคุ้ม หลวงด้วยการอบรมสั่งสอนโดยเจ้าบัวทิพย์ ราชบุตรตรีของเจ้าแก้วนวรัตน์เจ้าหลวง องค์สุดท้ายของเมืองเชียงใหม่ นี่ทำให้ชีวิตของเจ้าดวงเดือนถูกห้อมล้อม ไปด้วยขนบธรรมเนียมประเพณีแบบล้านนามา ตั้งแต่เยาว์วัย [เพลง] [เพลง] [เพลง] จนกลายเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการทำโรง รักษาศิลปะวัฒนธรรมและประเพณีล้านนาให้คง อยู่ในสังคมชาวเหนือ วันที่ 2 มกราคมพุทธศักราช 2566 เจ้าดวง เดือนณเชียงใหม่ได้จากโลกนี้ไปอย่างสงบ ด้วยวัย 93 ปีคนในครอบครัวตัดสินใจจัดงาน ศพตามแบบประเพณีดั้งเดิมของชาวล้านนาที่ เรียกว่า ทรงการต่านหรือพิธีปลงศพเพื่อทรงสักการะ เจ้ายายดวงเดือนอันเป็นที่รักของชาว เชียงใหม่อย่างสมเกียรติอีกด้านคือการทำ ให้ลูกหลานชาวล้านนาได้เห็นถึงประเพณี ดั้งเดิมอันทรงคุณค่าเกี่ยวกับพิธีศพของ เจ้านายฝ่ายเหนือที่เคยมีมาในอดีต เราคิดว่านะเป็นคนที่รักเรื่องนี้นะคะ แล้วเราเราอยากจะให้เจ้ายาย คืออยากจะเห็นว่าเจ้าใหญ่มอบของขวัญชิ้น สุดท้ายนะคะให้เมืองเชียงใหม่ นะคะ เพราะว่าทั้งนี้มันเก่าเนี่ยมันมันยังไง ของเก่านี่มันหายไปจากเรา นะคะแล้วก็ไม่มีการบันทึกเอาไว้ อีก 10 20 ปี 50 ปี 100 ปี ลูกหลานอาจจะไม่รู้ว่าคนเชียงใหม่เขาเขา สัมพันธ์กันยังไง แม่ลูกเพื่อนบ้านความร่วมมือเข้ามากันแบบ ไหน คือคือเราแต่ละชุมชนก็มีความสัมพันธ์ไม่ เหมือนกันใช่ไหมคะเราก็รู้สึกว่าอยากจะ ให้ให้บันทึกให้ลูกหลานข้างหน้าของเรารู้ ว่าคนเชียงใหม่เขาอยู่เป็นยังไงเขาแต่ง ตัวกันยังไงเขาทำงานกันยังไงแล้วก็ วัฒนธรรมที่ก่อนๆนั้นมาจนถึงปัจจุบัน เนี่ย ทำยังไง [เพลง] ดินแดนล้านนาเต็มไปด้วยเรื่องราวทาง ประวัติศาสตร์ขนบธรรมเนียมจากรีดประเพณี และวัฒนธรรมที่สั่งสมกันมายาวนานหลาย ศตวรรษสิ่งเหล่านี้ที่กำหนดให้วิถีชีวิต ของชนชั้นปกครองรวมทั้งสามัญชนทั่วไป ดำเนินไปบนพื้นฐานของความเชื่อต่างๆมาก มายนับตั้งแต่แรกเกิดจวบจนกระทั่งสิ้นลม หายใจ ในยุครัฐจารีตพิธีส่งสการหรืองานศพของชน ชั้นปกครองนับเป็นพิธีกรรมสำคัญที่จะช่วย เน้นย้ำถึงความสูงศักดิ์ความศักดิ์สิทธิ์ ในฐานะผู้ถือกำเนิดมาจากสวรรค์การสร้าง วิมานปราสาทเป็นเครื่องประกอบการศพก็ เพื่อใช้แสดงสถานะอันสูงส่งเสมือนเมื่อ ครั้งที่ยังมีชีวิตอยู่อีกทั้งยังเป็นการ ส่งกลับสู่สถานะเทพบนสรวงสวรรค์อีกด้วยใจ ความสำคัญของการจัดพิธีศพของเจ้านายนะ ครับซึ่งก็คงเข้าใจว่าเป็นที่มาของคำว่า
ส่งสักการหรือว่าส่งสักการะนี่แหละนะครับ ก็คือว่าเป็นการ ส่งลวงวิญญาณส่งสลิและร่างของเจ้านายซึ่ง เป็นบุคคลชั้นสูงของ บ้านเมืองนะครับเป็นการส่งสักการะบูชา สรีระล่างไปด้วยแล้วก็อีกในหนึ่งก็คือ เป็นการทำบุญได้เครื่องสักการะต่างๆเพื่อ ให้ดวงวิญญาณไปสู่โลกหน้าหรืออยู่บน สวรรค์ชั้นฟ้านั้นพิธีกรรมโดยใจความสำคัญ แล้วก็คือเพื่อเป็นการนำพาดวงพระวิญญาณ ของเจ้านายได้กลับไปสู่ภพภูมิที่เคยจากมา เพื่อมาเกิดบนโลกมนุษย์นะครับแล้วก็เพิ่ม เมื่อสิ้นชีวิตแล้วก็กลับขึ้นไปอยู่บน วิมานชั้นฟ้าที่เดิมหรือว่าสูงกว่าเดิม อีกครั้งหนึ่งนะครับงั้นพิธีนี้ก็เลยต้อง มีการประกอบพิธีแบบละเมียละไมแบบประณีต แล้วมีความซับซ้อนโดยเฉพาะสัญลักษณ์ในรูป แบบของงานตั้งแต่หมดลมหายใจไปจนกระทั่ง ถึงการเผาไฟหรือว่าส่งสักการะก็จะมีความ ซับซ้อนละเอียดแล้วก็ยิ่งใหญ่ ที่เราเห็นก็จะชัดเจนเลยคือการสร้าง ปราสาทสดแล้วก็มีสัตว์หิมพานรูปแบบต่างๆ รองรับประสาทศพอันนี้คือชัดเจนเลยในการ ที่พยายามจำลองโลกสวรรค์เพื่อให้เห็นด้วย ตาในโลกมนุษย์ ตามความเชื่อของชาวล้านนากษัตริย์หรือ เจ้าหลวงถือเป็นสมมติเทพของพระยาอินทรา หรือพระอินทร์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งปราสาท เวชชัยยนต์บนยอดเขาพระสุเมรุดังปรากฏในคำ โอกาสศักดิ์ก้าวดำหัวเจ้าหลวงนคร เชียงใหม่อ้างอิงในเอกสารที่ระลึกในวัน พิธีสักการะปู่เจ้าหลวงนครเชียงใหม่ความ ว่า เหม็นพระบรมบพิตรพระเป็นเจ้าจากสถิตอยู่ ในสุวรรณภูมิ ดังนรินทร์ธา ในทางร้านนาเนี่ยเท่าที่ผมสำรวจเอกสารไม่ ว่าตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่หรือเอกสาร พื้นเมืองต่างๆเหล่านี้เราก็จะชี้ชัดว่า ตัวกษัตริย์หรือเจ้าหลวงเนี่ยมีสถานะเป็น สมมติเทพคือเป็นพระอินทร์ ก็จะมีถือว่าเป็นพระอินทร์ที่เป็นผู้จุติ ลงมาแล้วก็มาถึงกำเนิดเป็นเจ้าหลวงหรือ กษัตริย์ปกครองในล้านนาหรือของเมืองต่างๆ ครับ ตัวปราสาทเนี่ยก็เลยชี้ชัดไปเลยว่าเป็น ปราสาทวิชัยยนต์นั่นเอง [เพลง] จริงๆแล้วพิธีกรรมเกี่ยวกับความตายในพื้น ที่ภาคเหนือของไทยมีพัฒนาการสืบเนื่องกัน มายาวนานนับพันปีแล้วก่อนการรับพุทธศาสนา เข้ามาในดินแดนล้านนาหลักฐานทางโบราณคดี ปรากฏพิธีปลงศพมนุษย์สมัยก่อน ประวัติศาสตร์กระจายอยู่ตามแหล่งโบราณคดี ต่างๆหลายแห่งเช่นที่ถ้ำรอดอำเภอปางมะผ้า จังหวัดแม่ฮ่องสอนมีการใช้เพลิงผาเป็นที่ ฝังศพในท่างอตัวรวมทั้งยังพบการใช้ลมไม้ ในถ้ำผีแมนสำหรับพิธีกรรมในโลกหลังความ ตายของมนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ เมื่อดินแดนล้านนาเริ่มรับอิทธิพลจาก ศาสนาพุทธและพราหมณ์พิธีปลงศพจึงเปลี่ยน จากการฝังร่างของผู้ตายมาสู่การเผาศพซึ่ง เริ่มขึ้นในกลุ่มชนชั้นสูงโดยมีลักษณะแตก ต่างกันไป 2 กลุ่มชน กลุ่มแรกคือกลุ่มแคว้นโยนกบริเวณลุ่มน้ำ กกและแม่น้ำโขงพิธีปลงศพจะเผาศพที่ริม ฝั่งน้ำแล้วปล่อยให้อัฐิลอยไปตามกระแสน้ำ หลักฐานในยุคราชวงศ์มังรายมีธรรมเนียมการ ปลงศพชนชั้นสูงด้วยการสร้างประสาทศพเผา ที่ริมแม่น้ำโขงรวมทั้งการสร้างปราสาทศพ ตั้งบนเรือพ่วงหรือพ่วงแพแล้วนำไปเผาที่ กลางแม่น้ำพิธีกรรมนี้สันนิษฐานว่าอาจได้ รับอิทธิพลจากพม่าที่มีการปลงศพเจ้านาย ริมฝั่งไม่น้ำอีกเร้าวดีและยังคล้ายคลึง กับการปลงศพริมฝั่งแม่น้ำคงคาในประเทศ อินเดียที่ยังคงสืบทอดประเพณีนี้มายาวนาน หลายพันปีจนถึงปัจจุบัน บริเวณนี้ด้วยมีแม่น้ำสายใหญ่เราปรากฏภาพ ว่ามีการสร้างปราสาทศพ แล้วก็ มีการทำเป็นแพอยู่กลางแม่น้ำโขงบางทีก็ ประกอบพิธีสร้างแม่น้ำโขงแล้วก็มีการเผา เผาพระศพนะครับแต่ที่น่าสนใจคือยังไม่ เห็นคติของการเก็บพระอัฐิในยุคนั้นของ โยนกเชียงแสนนะครับก็คือพอมีการเผาเสร็จ กลางแม่น้ำโขงเข้าใจว่ามีการปล่อยให้สลาย ไปตามแม่น้ำแบบแม่น้ำคงคาหรือแม่น้ำ อิรวดีในพม่าอะไรอย่างนี้ครับก็คือให้ลอย ไปทั้งหมดเลย วิถีปรุงศพของกลุ่มชนทางเหนืออีกกลุ่มคือ กลุ่มแคว้นหริภุญชัยซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ ที่เมืองลำพูนในปัจจุบันจากหลักฐานที่ ตำนานมูลและศาสนามีการบันทึกถึงการนำศพ ใส่ในปราสาทเหมือนกับแคว้นอยู่นกแต่ต่าง กันตรงที่กลุ่มหริภุญชัยจะนิยมการเก็บ อัฐิใส่หม้อไว้ตามบริเวณวัดมีการก่อกู หรือเจดีย์ขึ้นเพื่อเป็นที่เก็บอัฐิเอา ไว้ประกอบพิธีศพครั้งที่
2 [เพลง] วัดจามเทวีหรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าวัด กู่กุดตั้งอยู่ในตัวเมืองจังหวัดลำพูนภาย ในวัดแห่งนี้มีพระเจดีย์สำคัญคือเจดีย์ กู่กุดไม่ทราบแน่ชัดว่าสร้างขึ้นในสมัยใด แต่จากเอกสารตำนานชั้นหลังหลายฉบับกล่าว ว่าสร้างขึ้นในสมัยพระนางจามเทวีอดีต กษัตรีของแคว้นหริภุญชัยขณะที่บางหลักฐาน ระบุว่าพระโอรสของพระนางได้สร้างพระ เจดีย์นี้ขึ้นเพื่อบรรจุพระอัฐิของพระ มารดาภายหลังกระทำพิธีถวายพระเพลิงพระศพ ที่วัดแห่งนี้ แต่พอมาในฝั่งของภาคพื้นที่เป็นพื้นดิน มากขึ้นอย่างเช่นในแคว้นหริภุญชัย บริเวณพื้นที่นี้เรากลับเห็นภาพว่ามีการ อย่างเช่นมูลนิธิศาสนาอย่างเงี้ยเป็นภาพ ให้เห็นว่าชนชั้นสูงหรือกษัตริย์ของ หริภุญชัยมีการเผาพระศพเหมือนกัน แต่ที่น่าสนใจก็คือว่ามีการเก็บพระอัฐิมา ก่อเป็นกูหรือว่าเจดีย์บรรจุครับหรือนำมา บรรจุใส่ภาชนะอย่างหม้ออะไรอย่างนี้แล้ว ก็เอาไปบรรจุไว้เป็นการเฉพาะไม่ปรากฏ เหมือนทางยึดของนกเชียงแสนที่เอาไปลอยน้ำ หรือว่าปล่อยให้ย่อยสลายไปตามน้ำครับมี การเก็บมีการก่อเป็นเจดีย์เป็นอะไรต่างๆ ขึ้นมาจะเห็นว่า 2 ฝั่งนี้มีการเผาเหมือน กันแต่ว่าการจัดการพระอัฐิหรืออังคารค่อน ข้างจะต่างกัน ทรงรับเอาอิทธิพลหลายอย่างจากแคว้น หริภุญชัยโดยเฉพาะความเชื่อทางด้านพระ พุทธศาสนาเห็นได้จากการสร้างภูคำหรือวัด เจดีย์เหลี่ยมที่เวียงกุมกามโดยจำลองรูป แบบมาจากผู้พูดที่เมืองลำพูน และเชื่อว่ากูแห่งนี้น่าจะเป็นปู่บรรจุ พระอัฐิของพระมเหสีของพระองค์ [เพลง] ใจกลางเมืองเชียงใหม่ ที่นี่คือหอหลวงพญามังราย เชื่อว่าในอดีตเป็นพื้นที่ของกาดกลาง เวียงหรือตลาดกลางเวียง ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ระบุว่าในปี พุทธศักราช 1860 พญามังรายเสด็จสวรรคตณ ที่แห่งนี้จากอสุนีบาทหรือฟ้าผ่าพญา ไชยสงครามราชโอรสทรงทำพิธีปลงพระศพพระ ราชบิดาและกอบกู้ขึ้นภายในกำแพง เวียงเชียงใหม่โดยปรากฏหลักฐานอยู่ใน ตำนานพื้นเมืองเชียงใหม่ที่ระบุว่า เจ้าพระยาไชยสงครามกันรู้ว่าพ่อตนจุติก็ สร้างแต่อย่างวิมานปราสาทใส่คราบคลอดตน แล้วกระทำบุญหื้อทานเลิกซากส่งสกายเผา เศียรในกราดเชียงใหม่และก็ก่อกูจุดุพ่อตน ไว้ที่กราดเชียงใหม่กลางเวียงที่นั้น คือพอถ้าพยายามมังรายท่านสิ้นนะครับ ปรากฏว่าลูกชายก็คือ พญาไชยสงครามที่เป็นกษัตริย์องค์ต่อมา องค์ที่ 2 ของล้านนานะครับก็เสด็จมาจาก เชียงรายแล้วก็ทำการถวายพระเพลิงพระศพที่ กลางเวียงเชียงใหม่ที่เป็นตลาดกลางเวียง โดยการสร้างปราสาทศพขึ้นมาณตำนานพื้น เมืองเชียงใหม่บอกไว้ชัดเจนว่ามีการสร้าง ปราสาทสดแต่ว่ายังไม่มีสัตว์หิมพานต์อะไร เข้ามาประกอบนะครับสร้างปราสาทสดพอถวาย พระเพลิงเสร็จตรงนั้นเนี่ยก็ทำการก่อ บรรจุกู่พระอัฐิเหมือนกับธรรมเนียมในฮะ ที่คุณใช้เสร็จเรียบร้อยก็ปลูกต้นโพธิ์ ไว้เป็นสัญลักษณ์อยู่ใกล้ๆพระอัฐินะครับ งั้นก็จะเห็นว่าคติความเชื่อในสมัยพญา มังรายเริ่มผสมผสานกันละระหว่างรูปน้ำโขง ลูกน้ำกกกับบริเวณลุ่มน้ำปิง [เพลง] ร้านงานนับตั้งแต่ยุคพระเจ้าติโลกราช เรื่อยมาพิธีปลงศพของบรรดาเจ้านายชั้นสูง เริ่มมีรูปแบบและกฎเกณฑ์ต่างๆเพิ่มมาก ขึ้นซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนของพิธีกรรมปลง ศพในเชียงใหม่เช่นการห้ามเผาศพภายในตัว เวียงเชียงใหม่และยังรวมถึงการห้ามก่อ กูเจดีย์ภายในตัวเมือง ต่อมายังปรากฏข้อห้ามปลงศพริมน้ำปิงใน สมัยพระแม่กู่โดยมีการอ้างอิงอยู่ในตำนาน พื้นเมืองลานนาเชียงใหม่ว่า ทรงสการเผาผีในเวียงในเมืองในวัดยังเกาะ ทรายและน้ำนั้นก็อย่าได้กระทำเถอะ [เพลง] การห้ามปลงศพริมน้ำสันนิษฐานว่าอาจเป็น เพราะแม่น้ำปิงเป็นเพียงแม่น้ำสายเล็กๆ แต่เป็นแหล่งน้ำสำคัญสำหรับการอุปโภค บริโภคจึงไม่เหมาะสมสำหรับการประกอบ พิธีกรรมปลงศพอย่างไรก็ตามประเพณีส่วน อื่นๆเช่นการสร้างปราสาทสดยังคงถือ ปฏิบัติสืบเนื่องเรื่อยมา เมื่อล้านนาตกอยู่ภายใต้การปกครองของพม่า พิธีปลงศพได้มีการพัฒนาการมากยิ่งขึ้นมี การสร้างประสาทศพต่างบนสัตว์หิมพานต์เช่น
นกหัสดีลิงค์ช้างเอราวัณนกการะเวกหงส์และ พญานาคด้วยปรากฏหลักฐานว่ามีการสร้าง ปราสาทสดต่างบนสัตว์หิมพานต์ขึ้นเป็น ครั้งแรกในปีพุทธศักราช 2121 ในงานพระ องค์พระศพของพระนางวิสุทธิเทวีตามที่ระบุ ไว้ในพงศาวดารโยนกความว่า ลูกศักราช 940 ปีขาลสัมฤทธิ์ที่ส่งเดือน อ้ายขึ้น 12 ค่ำนางพระยาวิสุทธิ์ที่ ราชเทวีผู้ครองนครพิงค์เชียงใหม่ถึงแก่ ภิราลัยพระยาแสนหลวงแต่งการศพทำเป็นพิมาน บุษบกตั้งบนหลังนกหัสดีลิงขนาดใหญ่ลอง เลื่อนด้วยแม่สะดึงเชิญพระศพขึ้นไว้ใน บุษบกฉุดชักไปด้วยแรงคชสารเจาะพังกำแพง เมืองไปถึงทุ่งวัดโลกก็กระทำฌาปนกิจถวาย เพลิงณที่นั้นเผาพร้อมทั้งรูปสัตว์และ วิมานที่ทรงศพนั้นด้วย [เพลง] อย่างไรก็ตามการสร้างปราสาทศพไม่ได้เป็น ธรรมเนียมดั้งเดิมของชาวล้านนาแต่ สันนิษฐานว่าน่าจะได้รับอิทธิพลจากการปลง ศพชนชั้นสูงของพม่าในช่วงต้นพุทธศตวรรษ ที่ 22 ถ้าหลักฐานตอนนี้ชี้ชัดไปตรงนั้นครับว่า ปรากฏการจัดงานศพลักษณะนี้ในล้านนาเป็น ครั้งแรกคือในยุคของพระนางวิสุทธิเทวี กษัตริย์ล้านนาองค์สุดท้ายในราชวงศ์ มังรายแล้วก็ปกครองในฐานะประเทศราชของ พม่าแล้วทีนี้เมื่อท่านถึงแก่กีฬาอะไร ก็มีการจัดพิธีศพซึ่งมีความวิจิตรพิสดาร ต่างๆจากตำนานหรือหลักฐานที่พูดถึงก่อน หน้านั้นก็คือเดิมเนี่ยก็ใส่แค่ปราสาท เป็นวิมานปราสาทแต่พอมาในยุคของพระนาง วิสุทธิ์ปรากฏว่ามีการทำเป็นรูปนก หัสดีลิงต่างบนวิมานประสาท มันเทิร์นไว้ไม่เฉพาะล้านนาแต่อิทธิพลการ สร้างประสาทส่วนต่างบริษัทหิมพานต์ในแบบ พม่านี้ยังส่งอิทธิพลไปยังบ้านเมืองอื่นๆ เช่นในรัฐฉานและรัฐฉาน ทุกวันนี้มีภาคอีสานของไทยรวมทั้งใน ประเทศลาวยังคงมีการสืบทอดประเพณีการ สร้างปราสาทสดหากแต่จะมีสักทีเมื่อผ่าน เพียงแค่นกสักกะไดลิงหรือนกหัสดีลิงเท่า นั้นซึ่งคาดว่าน่าจะได้รับอิทธิพลจาก ล้านนาผ่านความสัมพันธ์ในทาง ประวัติศาสตร์ [เพลง] พิธีปรุงศพของบรรดาเจ้านายเริ่มมีความ เปลี่ยนแปลงอีกครั้งเมื่อล้านนาตกเป็น ประเทศราชของสยามในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 24 หีบศพปิดทองของเจ้านายชั้นสูงจะวางไว้ใน ปราสาทต่างบนราชรถแล้วนำแห่ชักลากไปยัง พระเมรุจากนั้นนำศพลงไซโกตเพื่อถวายพระ เพลิงในพระเมรุดังปรากฏหลักฐานในงานพระ ราชพิธีถวายเพลิงพระศพเจ้าอินทะวิทยานนท์ เจ้าหลวงองค์ที่ 7 แห่งนครเชียงใหม่ใน ช่วงที่ประมาณช่วงรัชกาลที่ 4 ที่ 5 เจ้านายทางร้านนาที่ได้รับการพระราชทาน เพลิงพระศพจากกรุงเทพฯ ขึ้นมางั้นเราจะเห็นว่าในสมัยของพระเจ้า อินทัชนนท์ในปี 2440 ที่มีการสร้างพระ เมรุหลังใหญ่ๆตามแบบกรุงเทพฯนะครับแต่ว่า ถ้าไปดูรายละเอียดก็มีการสร้างปราสาทพระ ศพ อัญเชิญจากคุ้มแล้วก็แห่ล่าปราสาทมาแล้ว ก็อัญเชิญพระศพเข้าไปในพระเมรุอีกทีนึง คือจะเป็นการผสมผสานกันระหว่างจารีต ล้านนากับจารีตทางสยามอ่ะครับ อิทธิพลธรรมเนียมการปรุงศพตามธรรมเนียม สยามทวีความเข้มข้นมากขึ้นในช่วงปลาย พุทธศตวรรษที่ 25 การปลงศพเจ้านายฝ่าย เหนือชั้นสูงจะนำศพใส่ไว้ในโกศตั้งบน ราชรถแห่ชักลากไปยังพระเมรุโดยไม่มีการทำ ปราสาทสดเหมือนในอดีตเห็นได้จากพิธีถวาย พระเพลิงพระราชาเจ้าดารารัศมีที่มีการ อัญเชิญพระโกรธมาถวายพระเพลิงที่พระเมรุ วัดสวนดอกเช่นเดียวกับงานพระราชทานเพลิง ศพครูบาเจ้าศรีวิชัยที่มีการอัญเชิญศพใส่ เนโกะและแห่ชักลากรถไปยังเณรที่วัด จามเทวีนี่คือธรรมเนียมล้านนาที่เปลี่ยน แปลงไปภายหลังรับอิทธิพลวัฒนธรรมจากสยาม แต่ว่าการจัดแบบนี้นี่จะเป็นลักษณะของ เจ้าหลวงนะครับแต่ถ้าเป็นเจ้าระดับรองๆลง ไปเนี่ยก็ยังคงใช้วิมานปราสาทแบบปกติตาม
เดิมหรือไม่ก็มีการสร้างเป็นปราสาทของ หัสดีลิงเหมือนๆยุคโบราณอยู่นะครับแล้วก็ ยังใช้มาจนถึงยุคหลังๆเลยจนกระทั่งเจ้า นายเริ่มเสื่อมสถานภาพบทบาทก็เลยหมดไป ความเปลี่ยนแปลงในจากรีดที่ลดความเข้มข้น ลงทำให้การสร้างปราสาทสดไม่ได้จำกัดเฉพาะ ในกลุ่มเจ้านายชั้นสูงเท่านั้นแต่ในหมู่ ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ก็ปรากฏการสร้างปราสาท ศพด้วยเช่นกันความนิยมดังกล่าวสะท้อนถึง บทบาทขุนนางที่มีเพิ่มมากขึ้นจนทำให้ในปี พุทธศักราช 2400 มีการออกข้อบังคับเรื่อง พิธีพระปลงศพเพื่อจำแนกลำดับชนชั้นไม่ให้ ขุนนางเท่าเทียมกับเจ้านายโดยระบุไว้ใน หนังสือประเพณีชีวิตคนเมืองความว่า [เพลง] ไร่ผู้น้อยยังมีสมศักดิ์จากกระทำส่ง สักการแปลงมุงรินก็หื้อเป็นมุจลินแท้แปลง หลังกลายก็คือแปลงหลังกลายแท้จากแปลง ประสาทก็คือแปลงประสาทแท้อย่าได้แห่ใหม่ ใส่แถมอีกแอมป์แก้มใสเป็นอย่างใหม่หลาย ประการอย่าผิดโบราณจารีต ในขณะที่ชนชั้นปกครองมีรูปแบบพิธีกรรมการ ปรุงศพที่เคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แต่สำหรับชนชั้นใต้ปกครองแล้วส่วนใหญ่พวก เขายังคงเลือกใช้รูปแบบการปรุงศพแบบเดิม นั่นคือการฝังดังบันทึกของชาวตะวันตกใน หนังสือชาวลาวทางตอนเหนือของประเทศสยาม ตอนที่ 1 ว่า หากครอบครัวของผู้ตายมีฐานะยากจนมากและ ไม่สามารถจัดพิธีฌาปนกิจได้ก็จะทำการห่อ ศพด้วยผ้าอย่างหนาแน่นและถ้าไม่นำไปใส่ หีบก็มัดไว้แล้วห่อด้วยเสื้อต่อจากนั้นจะ ตรึงศพไว้กับไม้ยาวรอให้คนสองคนแบกไปยัง ป่าช้าขุดหลุมตื้นๆฝังศพและในไม่ช้าก็ลืม บริเวณที่ฝังไปเองพวกเขาไม่ยอมเผาศพของ ผู้ที่เสียชีวิตอย่างกระทันหันหรือเสีย ชีวิตจากโรคติดต่อหรือโรคลำไส้หรือผู้ หญิงที่เสียชีวิตจากการคลอดบุตรแต่จะใช้ วิธีฝังแทนในกรณีเช่นนี้ศพของเขาจะถูกหาม ทั้งป่าช้าและจัดการฝังโดยเร็วที่สุดด้วย คนเพียง 2 คนในระดับของชาวบ้านหรือชาว เมืองทั่วไปเนี่ยถ้าธรรมเนียมโบราณจริงๆ ในเขตล้านนาเนี่ยแทบไม่เผาศพนะครับจะนิยม ฝังเป็นหลักโดยเฉพาะถ้าตายผิดปกติอย่าง เช่นไตท้องกลม ตายโหงเป็นธรรมชาติอันนี้ยิ่งไม่มีการเผา เลยก็คือใช้ฝังอย่างเดียวแล้วตอนการฝัง เนี่ยก็จะใช้พวกไปในร้านนาเลยครับเขาจะ เรียกยุคนั้นว่าป่าช้าผีดิบก็คือเราไม่มี การเผาเราฝังอย่างเดียว ก็จะสร้างเป็นเรือนหลักเล็กๆไปครอบไว้บน หลุมศพบ้างหรือไม่ก็ไปสร้างเป็นเรือนหลัง เล็กๆแล้วก็ทำการอุทิศทำบุญให้ตอนหลังที่ เรียกว่าปล่อยเข้าหลังนะครับมีข้าวของ เครื่องใช้ครัวเรือนอย่างเงี้ยอุทิศไปนะ คือคือธรรมเนียมเดิมที่ใช้กัน ภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พุทธศักราช 2475 สยามเริ่มเดินเข้าสู่ ระบอบประชาธิปไตยที่คำนึงถึงสิทธิเสรีภาพ ที่เท่าเทียมกันของราษฎรความเคร่งครัดใน เรื่องของชนชั้นทางสังคมค่อยๆเจือจางลงไป รวมถึงพิธีการเกี่ยวกับศพด้วยเช่นกัน สามัญชนทั่วไปในล้านนาเริ่มมีความต้องการ ปลงศพบรรพชนด้วยการใส่ในปราสาทสดตามแบบ เดียวกับเจ้านายชั้นสูงเพราะเชื่อว่าจะนำ ดวงวิญญาณของผู้ตายไปสู่ภพภูมิที่ดีและจะ ได้สถิตอยู่บนสวรรค์ชั้นฟ้าในช่วงตั้งแต่ เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองคนมีความ เสมอภาคเศรษฐีหรืออะไรต่างๆเหล่านี้ก็จะ มีการทำศพแบบเจ้านายแบบ ชนชั้นที่สูง มาใช้กับญาติกับวงศ์ตระกูลตัวเอง ก็ค่อยๆเอาธรรมเนียมเนี่ยมาใช้กับชาวบ้าน มากขึ้นมากขึ้น หลังปีพุทธศักราช ศพเริ่มเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลายมีร้าน รับสร้างประสาทศพสำหรับจำหน่ายเกิดขึ้น มากมายซึ่งแม้ความเชื่อดั้งเดิมของชาว ล้านนาจะมองว่านี่เป็นสิ่งอัปมงคลที่ เรียกว่า แต่ดูเหมือนจารีตเหล่านั้นจะเสื่อมคลายลง ไปมากแล้ว อย่างไรก็ตามเมื่อวัฒนธรรมการปรุงศพด้วย การเผาที่เมนจากภาคกลางได้เข้ามามีบทบาท มากขึ้นทำให้ในที่สุดความนิยมในการสร้าง ปราสาทศพจึงลดน้อยลงไปอย่างมากในปัจจุบัน แล้วพอ 2500 ก็เริ่มมีโรงงานทำปราสาทเป็น ล่ำเป็นสันซื้อหาง่ายคล่องได้เอามาใส่นะ ครับแล้วพอมาช่วงยุคหลังนะครับยก 2,500
สามสิบสี่สิบมีการสร้าง Main ถาวรขึ้นแบบ กรุงเทพฯแบบภาคกลางประสาทส่วนก็ลดความ นิยมลงอาจจะเข้ากับปัญหาเรื่องควันหมอก ควันมลพิษอะไรก็อาจจะรับสอดรับกันพอดีตอน หลังก็เลยเผาในเมรุเป็นหลัก [เพลง] เมื่อชาวดวงเดือนนัดเชียงใหม่ผู้สืบเชื้อ สายเจ้านายล้านนาสิ้นลมหายใจพิธีกรรมศพ แบบล้านนาโบราณจึงเริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ วินาทีแรกที่ท่านจากไป การตายนี้เป็นพิธีที่เราถือว่าสำคัญเพื่อ ว่ามันเป็นพิธีกรรมที่จะส่งให้ผู้ตายนี้ มีความสบายในภพหน้าหลังหรือชีวิตหลังความ ตายจะดีขึ้นเราก็เชื่ออย่างนั้นเราก็ต้อง จัดพิธีให้ถูกต้องไม่ให้เกิดความเกิด เสื่อมอะไรขึ้นในครอบครัวเขาเรียกว่าคน อยู่ข้างหลัง ถ้าเราทำพิธีกรรมที่ทำพิธีไม่ถูกต้อง อาจจะกระทบไปถึงคนข้างหลังเช่นลูกหลานพี่ น้องอาจจะมีสิ่งที่ว่าไม่พึงประสงค์ ห้ามลอยเป็นปฐมพิธีกรรมของพิธีศพล้านนา โบราณด้วยคนในครอบครัวจะนำศพมาอาบน้ำชำระ ล้างร่างกายและตั้งนอนไว้ในกระโจมเพื่อ บังสายตาไม่ให้เห็นสภาพศพนี่ถือเป็น พิธีกรรมแรกที่ปฏิบัติต่อผู้วายชนที่นี่ พอเสียพบเกาะเขาก็จะทำทำพิธีเกี่ยวกับศพ แล้วจะมีการตั้งน้ำร้อน ยกลงให้มันเย็นให้มันอุ่น เอาอาบน้ำศพเขาจะอาบน้ำศพก่อน แล้วก็เปลี่ยนเสื้อผ้าให้ศพ หรือพระองค์อะไรแต่งตัวให้สุกหน่อยแล้ว เขาก็จะมีสื่ออันหนึ่งซึ่งสำคัญมากทุก บ้านเขาจะมีทุกบ้านสัตว์บางที่จะทำด้วย จากหญ้าชนิดหนึ่งเป็นหญ้าที่ผิวละเอียด เวลาเราเอามือลูบนะ [เพลง] ไปลงบนเสื่อนั้น อยากได้เขาจะมีฝ้ายพื้นเมืองฝ้ายทอเป็น เส้นฝ้ายแล้วก็มีเส้นใหญ่ๆแล้วก็ทำเขา เรียกป้ายต่อตัดแล้วก็เอาสอดบนใต้เสื่อ สอดไปใต้เสื่อ 3 จุดคือตรงลำคอตรงเอวแล้ว ก็ตรงเท้าเขาจะไม่ปล่อยศพให้นอนดูมันอะไร น่ากลัว ลูกหลานมาทีหลังไม่ทันพ่อเสียก็อย่ามา เปิดดูได้ [เพลง] ไฟที่จุดไว้ปลายเท้าของผู้ตายในพิธีห้าม ลอยเรียกว่าไฟยามแสงไฟนี้แสดงความหมายถึง การส่องทางให้แก่ผู้วายชนสามารถเดินทาง ต่อไปในโลกหน้าได้ สำหรับสามัญชนทั่วไปเมื่อมีผู้เสียชีวิต จึงมีการจัดทำร่องหรือโลงศพสำหรับบรรจุ ร่างในการประกอบพิธีกรรมแต่สำหรับเจ้านาย ล้านนาจะมีการสร้างปราสาทสดเพื่อเป็น สัญลักษณ์ของวิมานบนสรวงสวรรค์ ยอดของปราสาทสดคือเครื่องแสดงถึง ฐานันดรศักดิ์ของผู้วายชนแต่ละคน ปราสาทหนึ่งยอดสามยอดและห้ายอดจะเป็นของ ระดับเชื้อพระวงศ์และขุนน้ำขุนนางแต่ถ้า หากมีเจ็ดยอดหรือ 9 ยอดจะเป็นระดับเชื้อ พระวงศ์ชั้นสูงและเจ้าผู้ครองนคร ในกรณีของเจ้าดวงเดือนณเชียงใหม่ซึ่งเป็น ที่ด่าของเจ้านายสัญญาบัตรและยังเป็นผู้ ที่มีอาวุโสสูงสร้างคุณประโยชน์ต่อเมือง เชียงใหม่มากมายชาวเชียงใหม่จึงลงความ เห็นร่วมกันให้สร้างปราสาท 5 ยอดขึ้นใน งานนี้เพื่อให้สมเกียรติ วัดสวนดอกอำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่ สร้างขึ้นภายในเวียงสวนดอกเขตพระ ราชอุทยานสมัยราชวงศ์มังรายที่นี่ใช้เป็น ฌาปนสถานของเจ้านายล้านนาหลายพระองค์ใน อดีตซึ่งรวมถึงงานปลงศพส่งสัญญาณตามฆ่า ของเจ้าดวงเดือนณเชียงใหม่ในคราวนี้อีก ทั้งจะมีการบรรจุอัฐิไว้ที่สุสานวัด สวนดอกร่วมกับกูของเจ้านายฝ่ายเหนือองค์ อื่นๆ กูสันนิษฐานว่าน่าจะได้รับคติมาจาก พุทธศาสนาที่มีการสร้างสถูปไว้บรรจุอัฐิ ของผู้ที่ควรแก่การเคารพบูชาที่เรียกว่า ถูปารหะบุคคล กูยังสะท้อนภาพสังคมและเศรษฐกิจของดินแดน ล้านนาในอดีตได้เป็นอย่างดีเช่นปู่ของพญา คำฟูกษัตริย์แห่งราชวงศ์มังรายภายในวัด พระสิงห์วรมหาวิหารซึ่งมีขนาดเล็กสะท้อน ถึงยุคเริ่มต้นของดินแดนล้านนา ขณะที่เจดีย์ขนาดใหญ่แห่งวัดโลกโมฬีโดด เด่นไปด้วยสถาปัตยกรรมและประติมากรรมอัน งดงามถูกใช้เพื่อบรรจุพระอัฐิของพระเมือง เขต 9 สะท้อนให้เห็นถึงยุคทองอันมั่งคั่ง ของดินแดนล้านนา
[เพลง] ตลาดวโรรสหรือกาดหลวงตั้งอยู่บริเวณริม ฝั่งแม่น้ำปิงที่นี่เป็นศูนย์กลางการค้า ที่สำคัญของเชียงใหม่มาตั้งแต่ราว พุทธศักราช 2453 ในอดีตพื้นที่แห่งนี้เคยเป็นที่ ตั้งของควงเณรหรือลานสำหรับจัดงานปลงศพ เจ้านายล้านนาโดยมีการก่อกู่บรรจุอัฐิของ พระเจ้ากาวิละเจ้าหลวงองค์แรกรวมทั้งปู่ ของเจ้านายอีกหลายพระองค์ก่อนที่จะมีการ ย้ายไปยังวัดสวนดอกในเวลาต่อมา สุสานประตูหายยาตั้งอยู่บริเวณตอนใต้ของ เมืองเชียงใหม่ชาวบ้านเรียกว่าป่าแห้ว หรือที่ทางภาคกลางเรียกว่าป่าช้า ในยุคโบราณเมื่อมีคนเสียชีวิตภายในเมือง ศพจะต้องถูกนำออกทางประตูแสนโปร่งหรือสวน ปรุงซึ่งเป็นประตูผีของเมืองเชียงใหม่ ส่วนศพของเจ้านายเมืองเชียงใหม่จะนำมา ประกอบพิธีการปลงศพที่นี่ ใกล้กับสุสานประตูหายยาอันเป็นที่ตั้งของ ชุมชนศาลาแดงภายในชุมชนแห่งนี้ในอดีตเป็น ที่ตั้งของปู่อัฐิเจ้านายเชียงใหม่หลาย พระองค์ก่อนที่ในปีพุทธศักราช 2452 จะถูก นำไปรวมไว้ที่วัดสวนดอกโดยพระราชชายาเจ้า ดารารัศมีเมื่อครั้งที่เสด็จกลับมายัง เมืองเชียงใหม่ ปัจจุบันใจกลางชุมชนศาลาแดงอย่างปรากฏกู ของเชื้อสายเจ้านายเชียงใหม่บางส่วนหนึ่ง ในนั้นคือกูเก็บอัฐิของศิลปินชื่อดังยัง จะรันมโนเพ็ชรที่มีเชื้อสายสกุลณ เชียงใหม่ด้วย [เพลง] การนำกลุ่มของเจ้านายฝ่ายเหนือจำนวนมากมา รวมกันไว้ที่วัดสวนดอกสันนิษฐานว่าพระราช ชายาเจ้าดารารัศมีอาจจะซึมซับแนวคิดจาก ราชสำนักกรุงเทพฯที่มีการเก็บพระอัฐิของ เชื้อพระวงศ์ไว้ในสุสานหลวงวัดราชบพิธ สถิตมหาสีมารามก็เป็นได้จากดู ที่มาของความคิดของพระองค์ก็ไม่ได้เป็น จารีเดิมในล้านนานะครับแต่พระองค์เนี่ย ได้แนวความคิดมาจากทางกรุงเทพฯที่ในหลวง รัชกาลที่ 5 ได้มีการรวบรวมพระอัฐิของพระ ญาติพระองค์เนี่ยมาก่อเป็นสุสานหลวงที่ วัด ราชบพิธารามนะครับก็มาก่อรวมกันขึ้นอัน นี้พอพระราชชญาเนี่ยท่านเสด็จกลับ เชียงใหม่ครั้งแรกในปี 2452 ก็ได้เอาแนว คิดของในหลวงรัชกาลที่ 5 ที่ทำที่วัดพระ ราชบพิธอ่ะครับมาใช้กับเชียงใหม่ก็คือคือ มาอัญเชิญครูอัฐิที่เคยอยู่ริมน้ำปิงใน ข่วงเมนมาอัญเชิญครูอัฐิที่อยู่บริเวณ บ้านศาลาแดงบริเวณหายานะครับ 2 จุดเนี่ย ก็ทำพิธีอัญเชิญเฉพาะเจ้าหลวงและไชยาองค์ ใหญ่องค์สำคัญก็ไปก่อไว้ที่วัดสวนดอก เมื่อเจ้าดวงเดือนณเชียงใหม่เสียชีวิตลง ชาวเชียงใหม่หลายภาคส่วนต่างร่วมแรงร่วม ใจกันเสนอความคิดเห็นที่จะจัดงานปลงศพให้ ยิ่งใหญ่สมเกียรติกับที่ท่านที่เคยทำคุณ ประโยชน์เพื่อเมืองเชียงใหม่และดินแดน ล้านนาแห่งนี้ [เพลง] นี่คือแบบร่างของขบวนเชิญปราสาทส่งสกาย เจ้าดวงเดือนและเชียงใหม่รับผิดชอบโดย อาจารย์รำพัดโกรธแก้วผู้ที่สนใจในเรื่อง วัฒนธรรมท้องถิ่นล้านนาโดยนำเอาองค์ความ รู้จักวิธีปลงศพเจ้านายล้านนาในอดีตกลับ มาฟื้นฟูขึ้นอีกครั้ง คือเรื่องของการทำขบวนแห่เครื่องสักการะ ครั้งนี้นะเจ้า เป็นการแสดงความของฆราวาสอย่างสูงสุดแก่ ผู้วายชน ในคติความเชื่อของคนโบราณของคนเหนือก็จะ เชื่อกันว่าผู้สูงศักดิ์กรณีงานครั้งนี้ เป็นเจ้าเดิมๆณเชียงใหม่ซึ่งเป็นผู้สูง ศักดิ์เราถือว่าเป็นผู้มีบุญมาเกิดเมื่อ ผู้มีบุญมาเกิดเนี่ยก็คือท่านก็เหมือน เปรียบเสมือนดังเทวดามาเกิดแล้วก็เวลาที่ ท่านวายชนแล้วจะกลับถิ่นเดิมถิ่นเกิดของ ท่าน ก็มีการส่งสักการะแบบ เฉลิมฉลองโดยที่ไม่ใช่เรื่องของการแสดง ความเศร้าโศกในการจัดขบวนขบวนครั้งนี้นะ เจ้าเป็นการทำขบวนที่พยายามให้ใช้วัสดุ ธรรมชาติ เพื่อ อนุรักษ์ศิลปะว่าทำท้องถิ่นภูมิปัญญาของ เราของคนเหนือของเรา อีก 2
วันก็จะถึงงาน ณเชียงใหม่ เย็นวันนี้ทีมงานสร้างปราสาทกำลังเริ่ม งานของพวกเขาอย่างขะมักเขม้นบริเวณลาน กว้างด้านข้างพระวิหารของวัดสวนดอก งานแรกเริ่มจากการสร้างส่วนฐานล่างของ ปราสาท ลวดลายต่างๆกำลังถูกบรรจงประดับประดาโดย รอบฐานปราสาทอย่างวิจิตรงดงาม [ปรบมือ] โครงสร้างประสาทเหนือชั้นฐานขึ้นไปถูกคน ย้ายจากแหล่งผลิตมาที่นี่ตามเวลาที่นัด หมายไว้ [ปรบมือ] ส่วนประกอบทุกชิ้นถูกลำเลียงลงจากรถที่ละ ชิ้นอย่างระมัดระวังเพื่อรอเวลาที่จะ ประกอบกันเข้าให้กลายเป็นปราสาทหลังใหญ่ ครับ ผู้ที่ออกแบบและควบคุมการก่อสร้างปราสาท สดหลังนี้เขาเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญการ สร้างปราสาทศพที่มีผลงานมาแล้วมากมายจึง มีพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสานออกแบบแล้ว ก็สร้างเองทั้งหมดครับชาตินี้ ก็คือโจทย์มาว่าขอเป็นภาษาไทยยอดอ่า 5 ยอดนั้นก็บอกว่าต่อเจ้านายทางเหนือสัก สมัยโบราณจริงๆแล้วเปิ้ลเผ่าประชาห้ายอด ครับเปิ้นตั้งโจทย์มาเลยทีนี้ผมก็แล้วเอา 5 ยอดตรงเนี้ยเอาเป็นหลักคือมันมีอ่าครบ 5 ยอดทั้ง 5 แล้วก็อาจจะมีประชาอยู่ 2 หลังครับ 2 หลังหลังแรกเป็นหลังน้อยที่ทำ ก็คือเป็นหลังที่จืนเจิน หีบศพของเจ้ายายจากวัดพระสิงห์มายังวัด สวนดอกนะครับหลังที่ 2 จะเป็นลังหลังใหญ่ นะครับก็คืออ่าจากที่ขบวนแห่เสร็จเรียบ ร้อยก็อัญเชิญหีบจากหลังน้อย ขึ้นมาสู่หลังใหญ่แล้วก็ทำพิธีอันถวาย เพลิง ตามแผนงานที่กำหนดไว้การประกอบโครงสร้าง ต่างๆจะเริ่มในช่วงเช้าวันพรุ่งนี้โครง สร้างทั้งหมดที่ถูกกำหนดสัดส่วนเอาไว้ อย่างเป็นระบบเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความ คลาดเคลื่อนเมื่อนำชิ้นส่วนต่างๆมาประกอบ เข้าด้วยกันแล้วก็ส่วนประกอบของหลังใหญ่ นะครับก็จะมีส่วนหางส่วนหางใหญ่เนี่ยผมผม ก็เตาเผาไว้ข้างล่างนะครับเนาะแล้วก็ส่วน หนึ่งก็คือส่วนที่เป็นทหารภาษานะครับแล้ว ก็ส่วนเสาแล้วก็ส่วนเครื่องยอดทั้งหมดนะ ครับอันนี้ก็จะยกประกอบเป็นชั้นๆไปนะครับ ถ่านนี่ส่วนใหญ่เราจะเอาเอาตัวตัวหีบศพ เนี่ยเป็นตัวกำหนดของตัวประชาชนทั้งหมดนะ ครับดังนั้นนอกจากขยายใหญ่แค่ไหนก็หื้อ มันได้ได้ทรัพย์ได้ส่วนในตัวบริษัทนั้นๆ ครับของเราตอนนี้อยู่ที่ 6 เมตรฐานล่าง สุดนะครับแล้วก็สูงอยู่ประมาณ 16 เมตร ครับ การสร้างประสาทโศกที่มีขนาดใหญ่สำหรับ พิธีการสำคัญเช่นนี้ไม่เพียงต้องเป็นไป ตามแบบแผนที่ยึดถือกันมาแต่ครั้งโบราณแต่ ยังเป็นงานหัตถศิลป์ชั้นสูงที่สะท้อนภูมิ ปัญญาและองค์ความรู้ดั้งเดิมของชาวล้านนา ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่มีโอกาสเห็นได้บ่อย นักปัจจุบันด้วยปัญหาสภาพแวดล้อมที่ เปลี่ยนแปลงไปรวมถึงค่านิยมที่หมุน เปลี่ยนไปตามยุคสมัยทำให้เราเห็นการปลงศพ ในลักษณะนี้น้อยลงไปทุกที คิดว่าคนบ่ค่อยนิยมแล้วนะครับจะเห็นว่า 1 คนคิดว่าเป็นมลภาวะอันที่ 2 ก็คือการสิ้น เปลืองนะครับและก่อนที่ 3 คือเด็กรุ่น ใหม่บ่าวแล้ว แต่คือจะเป็นคนรุ่นเก่าๆที่นิยมเป็นส่วน ใหญ่ก็คือ 33 สาเหตุที่สาเหตุที่ 3 นี่ คือคนรุ่นใหม่ใหม่นิยมแล้วนะครับอันนี้ๆๆ อันนี้น่าน่าจะหายครับ เช้าวันนี้ที่วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ปราสาทเล็กอีกหลังที่สร้างโดยศาลาบอยถูก ตั้งไว้บริเวณด้านหน้าศาลาสวดอภิธรรม พิธีกรรมสำคัญที่กำลังจะเริ่มขึ้นในวัน
นี้คือการตานประสาทหรือการถวายปราสาทศพ แด่พระสงฆ์ก่อนที่พระสงฆ์จะส่งปราสาทให้ กับผู้วายชนม์พระสงฆ์ถูกนิมนต์มายังด้าน ข้างปราสาททั้ง 4 มุมเพื่อเริ่มพิธีการ ปราสาท ผู้ทำพิธีนำน้ำพระพุทธมนต์พระพรหมลงไปรอบ ตัวปราสาทเพื่อปัดเป่าสิ่งไม่ดีให้หมดไป จากนั้นครอบครัวและญาติมิตรจึงร่วมกัน ถวายปราสาทหลังนี้แด่พระสงฆ์ พระสงฆ์ เพื่อส่งปราสาทนี้ให้แก่ดวงวิญญาณของผู้ วายชนเป็นอันเสร็จพิธี แต่ป้าวัดพิธีการปราสาทมาจากความเชื่อของ ชาวล้านนาที่ว่าคนธรรมดาไม่สามารถที่จะ ส่งปราสาทไปถึงผู้ตายได้โดยตรงจึงมอบถวาย แด่พระสงฆ์เป็นผู้ทรงให้แทนคือเขาเชื่อ กันว่าคนเราทั่วไปเนี่ยไม่สามารถจะถวาย โดยตรงหรือมอบโดยตรงให้กับเจ้าโรงเรือน ใช่ไหม ไม่มีบารมีพอ ที่จะนั่งหลับตานี้ให้เจ้าแม่นะรับไปแล้ว ไม่ใช่เราต้องผ่านพระสงฆ์ผู้มีศีล เมื่อพระสงฆ์รับแล้วถึงจะให้พระสงฆ์กลัว น้ำให้อีกทีนึง คือถวายพันธุ์พระ ผ่านพระภิกษุ เขาถือท่านนี้มีบุญบารมีมีศีลมากข้ารับ แล้วถ้าอุทิศไปถึงเลย หลังการตามประสาทเสร็จสิ้นลงยังมีอีกวิธี การสำคัญนั่นคือพิธีนอนขอนหรือการเชิญศพ ขึ้นไปตั้งไว้บนปราสาทนี่เป็นอีกวิธีการ หนึ่งที่พบเห็นได้ยากแล้วในปัจจุบัน อาจจะสับสนเทศหน่อย เพราะว่าบางท้องถิ่นจะเรียกว่านอนหอน บางท้องถิ่นก็จะว่าเอาศพ ลงนอนไม้ ประสาทวันนี้เป็นวันเอาศพลงนอนปราสาท แต่บางแห่งใช้วิธีนอนขอน เขาก็ขอตัวนี้หมายความว่าศพนี่เอง เอาศพ เอาขอนคือศพไปนอนแต่นอนจะย้ายจากเรือนไป นอนปราสาทเขาเรียกว่านอนก่อนนอนขอนอนเป็น ภาษาที่ที่ฟังยากสำหรับคนปัจจุบัน เมื่อพิธีนอนขอนเสร็จสิ้นลงเครื่องส่ง สัญญาณต่างๆจะถูกนำมาตั้งไว้บริเวณด้าน หน้าปราสาทเพื่อเป็นเครื่องสักการะแด่ผู้ วายชน ไฟอย่างจะถูกจุดไว้ตลอดเวลาเพื่อเป็นไฟ ส่องทางให้แก่ผู้เสียชีวิต นี่คือส่วนตัวหรือที่บรรจุเครื่องเส้น สังเวยมักใช้ในการประกอบพิธีกรรมต่างๆ ทั้งการสืบชะตาการแก้บนรวมไปถึงการถอน วิญญาณของผู้ตาย เป็นเป็นภาชนะเราก็จะใส่โดยเครื่อง อาหารคาวหวานผลไม้เป็นเครื่องบูชาอำนาจ เหนือโลก เพื่อขอให้ท่านซึ่งมีอำนาจมากถอนสิ่งต่าง ๆที่เราไม่อยากจะถอนอยากจะเคลื่อนย้าย เช่นศพจะเคลื่อนย้ายจากที่หนึ่งไปสู่ที่ หนึ่งเราก็ต้องถอน ข้อสอบนี้ถ้าไม่ถอนมันก็จะอยู่ที่เดิม ถึงย้ายไปไม่ถอนมันก็เหมือนกับอยู่ที่ เดิมแล้วก็ย้ายทำตัวศพทั้งจิตทั้งวิญญาณ เคลื่อนย้ายไปเหมือนกับเจ้าเรือนแล้วก็มา อยู่ที่นี่แล้ว ในพิธีการโบราณเกี่ยวกับการศพของร้านนาทำ ให้เราเห็นถึงมิติต่างๆทางความเชื่อที่ ผสมผสานกันระหว่างพุทธและผีอย่างแนบแน่น กระทั่งกลายเป็นจารีตและธรรมเนียมปฏิบัติ ที่เป็นเอกลักษณ์น่าเสียดายที่สิ่งเหล่า นี้นับวันจะค่อยๆเลือนหายไปเพราะคนรุ่น ใหม่ไม่มีใครเข้าใจถึงความหมายของ พิธีกรรมเรานี้อีกต่อไปแล้วแล้วเราคิดว่า นะคะ ประสาทวิธีเกี่ยวกับประสาทคงไม่มีอีกละ เจ้าแม่จะเป็นท่านสุดท้ายก็ขอครอบครัวก็ ขอมอบ ความรักอยากให้กับทุกๆคน กลับมาที่วัดสวนดอกการก่อสร้างปราสาทหลัง ใหญ่กำลังเป็นไปอย่างเร่งรีบเพื่อให้ทัน พิธีตานปราสาทในเวลา 14:00 นวันนี้ รถเครนขนาดใหญ่พร้อมแล้วสำหรับการประกอบ โครงสร้างปราสาทเข้าด้วยกัน [เพลง] หลังคาปราสาทที่ตกแต่งลวดลายเสร็จแล้วจะ ถูกยกเข้าประกบกับส่วนฐานล่างที่มีเสา 12 ต้นคอยค้ำยันไว้ เมื่อประกอบ 2 ส่วนนี้เข้าด้วยกันแล้วก็ จะได้เป็นตัวเรือนประสาท เครนจะยกตัวเรือนปราสาทขึ้นไปวางบนฐาน ขนาดใหญ่ที่สร้างเตรียมเอาไว้ ยอดหลังคาอีกชั้นกำลังค่อยๆถูกยกขึ้นไป อย่างระมัดระวังเพราะหากแตกหักเสียหายอาจ
จะต้องใช้เวลาทำใหม่อีกหลายสัปดาห์ เมื่อติดตั้งส่วนยอดเสร็จก็เหลือเพียงการ ตกแต่งเก็บรายละเอียดอีกเพียงเล็กน้อย ประสาทส่งสกัดก็จะเสร็จสมบูรณ์ [เพลง] ลูกหลานครอบครัวของเจ้าดวงเดือนณ เชียงใหม่เดินทางมาถึงลานพิธีวัดสวนดอก เพื่อเตรียมตัวสำหรับพิธีกรรมตามปราสาท เหล่านี้ พระสงฆ์ถูกนิมนต์นั่งประจำมุมทั้งสี่ทิศ ของปราสาท บดตานปราสาทหรือถวายปราสาทดังกลางวันขึ้น อีกครั้ง คนในครอบครัวและเชียงใหม่และผู้ที่เกี่ยว ข้องตั้งจิตอธิษฐานเพื่อส่งมอบปราสาทหลัง นี้แด่ผู้มีพระคุณที่พวกเขารักเป็นครั้ง สุดท้าย [เพลง] [เพลง] ที่วัดพระสิงห์วรมหาวิหารนี่คือค่ำคืนสุด ท้ายในพิธีสวดพระอภิธรรมศพเจ้าดวงเดือนณ เชียงใหม่ มหรสพี่พลาดพื้นเมืองล้านนาถูกบรรเลงขึ้น ท่ามกลางผู้คนจากทั่วสารทิศที่มารวมตัว กันเพื่อระลึกถึงเจ้านายล้านนาอันเป็นที่ รัก [เพลง] เทศนาธรรมคืนนี้เรียกว่าธรรมทานหาผีตาย เป็นการเทศนาด้วยทำนองเสียงแบบล้านนาใน การมัทรีเพื่อแสดงถึงความรักอันยิ่งใหญ่ ที่แม่มีต่อลูก [เพลง] [เพลง] ก๋วยเตี๋ยว สารที่ทำจากไม้ไผ่ใช้ใส่เครื่องไทยธรรม เพื่อถวายแด่พระสงฆ์หลังเทศนาธรรมเสร็จ สิ้นลง เป็นการนำพิธีเก่าแก่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง เพื่อให้งานส่งสัญญาณเจ้าดวงเดือนเต็มไป ด้วยกลิ่นอายของความเป็นล้านนาตรงตาม ปณิธานที่เจ้ายายได้อุทิศตนเพื่อ ดำรงรักษาสิ่งนี้มาตลอดชั่วชีวิต [เพลง] วันนี้คือวันสำคัญที่สุดของพิธี ทรงการต่านคาบเจ้าดวงเดือนณเชียงใหม่ ผู้คนจำนวนมากมารวมตัวกันที่วัดพระสิงห์ แต่เช้าตรู่เพื่อร่วมขบวนชักลากปราสาทสด ซึ่งอาจจะเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตของหลาย คนที่จะได้ชื่นชมความงดงามของประเพณีดั้ง เดิมแห่งดินแดนล้านนา [ปรบมือ] ตามกำหนดการขบวนเชิญปราสาทจะเคลื่อนตัว ออกจากวัดพระสิงห์สู่ปราสาทที่วัดสวนดอก พระอารามหลวง เส้นทางจะเริ่มจากวัดพระสิงห์มุ่งสู่ถนน เลียบคูเมืองผ่านสวนบวกหาดก่อนจะเลี้ยว ออกนอกเมืองทางประตูสวนปู่จากนั้นขบวนจะ เคลื่อนเรียบคูเมืองด้านนอกจนถึงแยกประตู สวนดอกเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนสุเทพมุ่งตรง สู่วัดสวนดอกต่อไป [เพลง] [ปรบมือ] [เพลง] [ปรบมือ] [เพลง] [ปรบมือ] [เพลง] [ปรบมือ] [เพลง] 14:30 นได้เวลาแล้วที่ขบวนจะเคลื่อนออก จากวัดพระสิงห์ การฟ้อนรำแบบล้านนาได้เริ่มขึ้นอย่างยิ่ง ใหญ่เพื่อส่งขบวนสรีระของเจ้าดวงเดือนไป ยังวัดสวนดอกขณะที่ระหว่างทางยังมีช่าง ฟ้อนรำรอรับขบวนอีกหลายจุดรวมแล้วกว่า 500 ชีวิตก่อนจะออกวัดพระสิงห์ เวลาเครื่องก็จะมีฟ้อง ส่งขบวนศพเจ้าใหญ่ ออกจากวัดภาษีไป [เพลง] [เพลง] หัวขบวนเริ่มออกจากวัดพระสิงห์เลี้ยวซ้าย ที่หน้าวัดไปยังบริเวณแยกวัดผาบ่องจาก นั้นเลี้ยวซ้ายอีกครั้งเพื่อมุ่งสู่คู เมืองเชียงใหม่ [เพลง] [เพลง] เสียงกังสดาลดังอยู่ตลอดเวลาที่ขบวนศพได้ เคลื่อนไปนี่คือความเชื่อของชาวล้านนาที่ ว่าจะช่วยนำทางให้กับดวงวิญญาณของผู้วาย ชนม์แต่ส่วนการสันดานจะเป็นการบอกกล่าว ว่าจะมีขบวนกำลังจะมาอย่างเช่นขบวนการค้า ในสมัยโบราณก็จะเป็นขบวนใช้ผังรางนำทั้ง รางก็เป็นคล้ายๆการสันดานแต่ว่าบรรทุกบน หลัง บนหลัง ม้าบนหลังวัวเพื่อที่จะส่งสัญญาณว่าขบวน มาแล้วให้คนที่อยู่ข้างหน้าเพราะว่า
วัสดุที่ทำจะเป็นโลหะที่มีเสียงอันเพราะ และกังวาล [เพลง] ตุงหรือธงคือเครื่องใช้ในการประดับหรือ ประกอบพิธีกรรมของชาวล้านนาแต่ในพิธี อวมงคลตุ่งสามหางจะถูกใช้เป็นสัญลักษณ์ใน การนำขบวนศพเพื่อนำดวงวิญญาณไปสู่ภพภูมิ ที่ดี ในคติความเชื่อของล้านนานะคะในงานศพทุก ครั้งก็จะมีตรงสามหางที่เป็นสัญลักษณ์ของ ผู้ตายผู้วายชนม์ นำขบวนแล้วก็ตามไปด้วยหม้อไฟเลยค่ะ หม้อไฟก็เป็นการลงทุนเหนือเรียกว่าการ กรองก็คือลักษณะของการแบกและหม้อไฟอยู่ ข้างหลังจะตามตรงตามหางไป ถัดจากทุ่งสามหางนี่คือหม้อไฟภายในบรรจุ เชื้อเพลิงจุดให้เกิดควันคุกรุ่นตลอดเวลา เพื่อนำไปใช้ในการฌาปนกิจศพ [เพลง] ขบวนต่อมาคือขบวนพระสงฆ์นั่งเสลี่ยงอ่าน คัมภีร์อภิธรรมเพื่อใช้พระธรรมเป็น เครื่องนำทางให้ดูวิญญาณไปสู่สุคติในโลก หน้า ถัดจากขบวนพระสงฆ์ตามบริภาพของเจ้าดวง เดือนณเชียงใหม่และปราสาทรูปตั๋วเปิ้ง หรือสัตว์ประจำนักษัตรสำหรับเจ้าดวงเดือน ซึ่งเกิดในปีมะเส็งจึงใช้ตั๋วเปิงเป็นรูป งู ยังมีขบวนต่อมาอีกหลายขบวนเช่นขบวนผ้าไตร สำหรับบังสุกุล ปี่พาทย์ล้านนาที่ใช้ประโคมไปตลอดทางขบวน บุตรธิดาของเจ้าดวงเดือนถือเครื่อง สักการะบูชาดวงวิญญาณที่ประกอบพื้นที่ ผ่านพุ่มดอกไม้ต่างๆ ขบวนเสลี่ยงเครื่องสักการะอันประกอบด้วย หมากสุ่มหมากแดงต้นดอกต้นครึ่งและต้น เทียนอันเป็นงานประณีตศิลป์ของช่างร้านนา ที่นิยมใช้ในงานพระศาสนาและงานที่สำคัญ ต่างๆ [เพลง] ส่วนนี่เป็นขบวนเสลี่ยงเครื่องใช้ของเจ้า ดวงเดือนประกอบด้วยเครื่องใช้สอยส่วนตัว สมัยโบราณอันวิจิตรงดงามบางอย่างยังถือ เป็นเครื่องประดับยศอีกด้วยจะเป็นประสาท เล็กที่ปกติก็จะไม่ค่อยมีคือจริงๆแล้ว เป็นการจำลองประสาทที่จะใส่ข้าวของ เครื่องใช้ของท่านที่ท่านรักในอดีตก็จะมี เหมือนกับเครื่องยศ ก็จะเป็นหมอนแสดงฐานะของท่านหมอนคำมี เชี่ยนหมากมีคนโทรแล้วก็มีหีบผ้าที่ สำหรับเจ้านายก็จะเป็นลักษณะพิเศษงานนี้ เราก็จัด ประสาทบริวารนี้บรรจุเครื่องแบกหามไปส่ง ให้ท่านด้วย [เพลง] ความงดงามของพิธีส่งสกายช้างพรายขนาดใหญ่ ได้ถูกนำมาร่วมขบวนเพื่อเชิญต้นไม้ทอง ตามมาด้วยขบวนเข้าตอกดอกไม้และกลุ่มสาขา หลายโบราณที่ถือเป็นอัตลักษณ์อย่างหนึ่ง ของกลุ่มชนล้านนา [เพลง] ขบวนปราสาทเป็นขบวนสำคัญที่สุดโดยสามเณร จำนวน 94 รูปเท่ากับอายุของเจ้าดวงเดือน จะเดินถือฝ้ายต่องหรือบ่วงฝ้ายรายด้าน หนึ่งผูกโยงเข้ากับโลงศพที่ตั้งบนปราสาท สด 5 ยอด คือตรงขบวนก็จะมีปราสาทใช่ไหม ปราสาทซะก่อนหีบศพ ที่หีบศพด้านปลายเท้า มันจะมีฝ้ายเขาเรียกฝ้ายจูงศพเส้นใหญ่ๆก็ สูงสุด หรือจะมี 7 ปม ผู้หญิงเขาใช้ 7 ปมผู้ชาย 9 ปม แล้วก็ถ้าจบตรงนั้นก็จะมีสายศิลป์ธรรมดา ต่อไปอีก จะผูกจากด้านปลายเท้าของหลงลงมาตรงกลาง อันนี้เณร 94 ลูกพร้อมด้วยพระสงฆ์ [เพลง] ตลอดเส้นทางจากวัดพระสิงห์ไปยังวัดสวนดอก ผู้คนจำนวนมากต่างมารอชมการเคลื่อนของ ขบวนแห่เพื่อร่วมกันส่งเจ้ายายดวงเดือน ของพวกเขาเป็นครั้งสุดท้ายอีกด้านหนึ่ง พวกเขายังจะได้เห็นถึงรากเหง้าวัฒนธรรม ของร้านนาที่นับวันจะพบเห็นได้ยากแล้วมา ดูขบวนเจ้ายายค่ะ เพราะว่าเกิดมายังไม่เคยเห็นเลย นะคะ ประตูสวนโป่งเป็นประตูเมืองที่ขบวนส่ง
สักการจะต้องเคลื่อนผ่านที่นี่เพราะใน อดีตเป็นประตูผีของเมืองเชียงใหม่หากมีคน เสียชีวิตในเมืองจะต้องเคลื่อนศพมาออกทาง ประตูนี้เท่านั้น [เพลง] ขบวนคลื่นผ่านประตูสวนปรุงเป็นที่เรียบ ร้อยแม้ว่าจะมีสายไฟโยงใยอยู่เหนือเส้น ทางเป็นระยะ แต่ด้วยการออกแบบให้ปราสาทส่วนยอดพับล่วง หน้าทำให้ขบวนโซนสามารถผ่านเส้นทางต่างๆ มาได้ไม่ยากนัก [เพลง] ที่ประตูสวนดอก เป็นจุดที่มีการจัดขบวนฟ้อนรำรับขบวนส่ง สักการเพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อผู้ วายชนม์ [เพลง] จากนั้นกระบวนการจึงค่อยๆเคลื่อนไปตามถนน สุเทพมุ่งสู่วัดสวนดอกพระอารามหลวง [เพลง] ที่วัดสวนดอกวันนี้มีผู้คนจำนวนมากมารอ รับขบวนเชิญสรีระของเจ้าดวงเดือน [เพลง] ขบวนต่างๆค่อยๆเคลื่อนเข้าสู่ลานพิธีรวม ถึงปราสาทสดด้วย [เพลง] โลงศพถูกเชิญออกจากปราสาทหลังเล็กเคลื่อน ย้ายไปยังรางไม้เพื่อนำขึ้นสู่ปราสาทหลัง ใหญ่ [เพลง] เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยวิธีการต่างๆจึง เริ่มต้นขึ้น เริ่มจากการฟ้อนรำทรงเจ้าดวงเดือนณ เชียงใหม่โดยช่างฟ้อนนับร้อยซึ่งเป็นภาพ ตราตรึงใจผู้ที่มาร่วมพิธีหลายๆคน [เพลง] [ปรบมือ] [เพลง] พิธีการทอดภาพบังสุกุลเริ่มขึ้นในเวลา 18:00 นบางส่วนของพิธีกรรมนี้ได้ฟื้น วิถีของชาวล้านนาให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่ง ด้วยแต่ระหว่างพระสงฆ์บังสกุลที่เราฟื้น ขึ้นมาคือไม้เท้า พระสงฆ์ทุกรูปท่านจะถือไม้เท้าที่ปลายไม้ เท้านี้จะมีกระบอกไม้ไผ่ถ้าเราใส่น้ำซึ่ง จะพาบางๆมันบางนะภาพเป็นกระบอกใส่น้ำกรด แล้วกระทั่งกระชับบังตะกูลพอชักว่าว บริบูรณ์เสร็จท่านก็จะเอาน้ำในเนื้อกรวด เพื่ออุทิศฐาเทวัญ เสร็จแล้วเขาก็จะบีบท่านก็จะดีไปกระบอก ไม้ไผ่ เป็นปริศนาว่า ร่างกายของคนเราเนี่ยเกิดขึ้นมาแล้วก็แตก สลายในที่สุด จากนั้นคนหนึ่งครอบครัวจึงมีการกล่าว ประวัติของเจ้าดวงเดือนณเชียงใหม่และมี การอื่อกะโหลกหรือการขับขานคลองเพื่อส่ง ดวงวิญญาณผู้วายชนเป็นครั้งสุดท้าย [เพลง] [เพลง] ผู้คนจำนวนมากต่างทยอยร่วมวางดอกไม้ จันทน์บริเวณด้านหน้าลานพิธีปลงศพโดยดอก ไม้จันทน์จะถูกนำมาวางไว้โดยรอบประสาทศพ เพื่อเตรียมเข้าสู่ช่วงการส่งสกัด ประเทศในครั้งนี้ตัวทุกคนทุกท่านพร้อม เวลาสำคัญของพิธีในค่ำคืนนี้ก็มาถึงเมื่อ พระเทพวรสิทธิ์คาจารย์เจ้าอาวาสวัดพระ ธาตุดอยสุเทพและครูบาเถื่อนนาฏสีโลเจ้า อาวาสวัดเด่นสะหลีศรีเมืองแกนเมตตาเป็น ประธานจุดไฟประชุมเพลิงปราสาทศพส่งสการ คาบเจ้าดวงเดือนณเชียงใหม่ [เพลง] [ปรบมือ] [เพลง] [เพลง] [เพลง] [ปรบมือ] [เพลง] [ปรบมือ] [เพลง] เพลงลาวดวงเดือนถูกเลือกใช้เพื่อส่ง สัญญาณตามคาบเจ้ายายดวงเดือนขึ้นสู่สรวง สวรรค์ [เพลง] [เพลง] ปราสาทหลังใหญ่ที่ถูกสร้างมาด้วยความ วิจิตรงดงามบัดนี้กำลังมอดไหม้ไปพร้อมกับ สรีระของเจ้าดวงเดือนณเชียงใหม่เจ้านาย ฝ่ายเหนือผู้ที่มีบทบาทสำคัญในการฟื้นฟู ศิลปวัฒนธรรมของดินแดนล้านนามาตลอดชั่ว ชีวิต [เพลง] แสงเพลิงที่กำลังลุกโชนขึ้นทุกขณะสะท้อน สัจธรรมของชีวิตมนุษย์ที่ว่าโลกนี้ไม่มี ใครอยู่ค้ำฟ้าสุดท้ายจะเหลือเพียงเท่า กระดูกและความดีงามให้คนได้จดจำตลอดไป คือเจ้าแม่ดวงเดือนนะท่านเป็นผู้หญิงที่ มีตำแหน่งเจ้านะครับนี่เป็นลักษณะเด่นของ ท่าน
2 หน้าตาบุคลิกความสามารถในการพูดจา ปฏิสัมพันธ์กับผู้คนเนี่ยเยี่ยมมากเป็น เลิศมาก เรื่องที่ 3 ก็คือท่านมีความสนใจรอบด้าน เพราะฉะนั้นเรื่องอะไรท่านก็สนใจหมดเลย ท่านเด่นอยู่เรื่องหนึ่งก็คือว่าไม่ว่า ใครจะมาสัมภาษณ์ท่านเพราะท่านมีชื่อเสียง คนเดียวตอนนั้นท่านก็พูดภาษาพื้นเมือง ภาษาเหนือตลอดเป็นสาวเหนือที่มีทั้งความ เป็นเจ้าและเชียงใหม่แล้วก็พูดภาษาเหนือ ความโดดเด่นของท่านก็เลยสูงมากถ้าทำทุก เรื่องเป็นที่รู้จักเป็นที่รักไปทั่วหมด เลยดังนั้นพอท่านตายเนี่ยมันก็เลยเกิด บรรยากาศของการสุ่มรุมความตื่นตัวทาง ล้านนารอบด้านที่ตื่นตัวมากับตั้งแต่คุณ จรัลแล้วก็ตั้งแต่พวกเรารณรงค์กันพวกนี้ เนี่ยนะครับแล้วท่านก็เป็นคนที่ไปทั่วคน ก็รักท่านคิดถึงท่านน่ะแล้วพอท่านเสียนะ ครับทุกจุดก็ไหลมารวมกันหมดเลยจึงเป็นงาน อันผมคิดว่าในประวัติศาสตร์ยึด รัตนโกสินทร์ 200 กว่าปีนี้นะครับแล้วก็ ล้านนาก็ไล่ๆกันเลยนะครับตั้งแต่พญาเป็น ต้นมาเนี่ยผมก็คิดว่าไม่มีงานศิลปะ วัฒนธรรมร้านนางานแสดงความเป็นตัวตนคน เมืองไหนที่ยิ่งใหญ่เท่านี้อีกแล้วเพราะ ฉะนั้นถ้าใครไม่ได้ดูก็ต้องมาดูรายการนี้ [เพลง] ที่มากกว่านั้นคงจะดีหากแสงเพลิงนี้จะ กลายเป็นแสงไฟส่องสว่างจิตใจลูกหลานชาว เชียงใหม่ทุกคนให้มองถึงความงดงามของ ศิลปะวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามที่ บรรพชนของพวกเขาได้สั่งสมมาอย่างยาวนาน รวมทั้งตระหนักถึงการรักษาและธำรงไว้ซึ่ง ตัวตนของคนล้านนาให้ยังคงอยู่ในสายเลือด และจิตวิญญาณซึ่งนั่นจะยิ่งทำให้พิธีส่ง สการต่านคาบเจ้าดวงเดือนณเชียงใหม่ในค่ำ คืนนี้ดูมีความหมายและทรงคุณค่ามากยิ่ง ขึ้น [เพลง]