เวลาที่เราถามกันว่าเศรษฐกิจไทยเป็นอย่าง ไรเติบโตแค่ไหนตัวเลขที่นำมาอ้างอิงได้ก็ คือตัวเลขจากสภาพัฒนี่แหละนะครับสำนักงาน สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติซึ่ง สิ่งที่สำคัญที่สภาพัฒเขาหยิบยกมาน่าสนใจ ทีเดียวสำหรับตัวเลขเศรษฐกิจในปี 2567 มองว่าปีนี้จากเดิมจะขยายตัวได้น่า จะไปได้ถึง 3% แต่ตอนนี้อยู่ที่ 2. 8% ส่วนปี 2567 เติบโตอยู่ที่ 2. 5% มันมีรายละเอียดของเนื้อในตรงที่ ว่าตัวเลขไตรมาสสุดท้ายปี 2567 ไม่ได้โต ไปตามคาดดูจากกราฟฟิกแรกกันก่อนครับคุณ ผู้ชมครับถ้าไปดูตัวเลขเศรษฐกิจไทยใน ไตรมาสที่ 4 ปี 2567 ตัวเลขไตรมาส 4 นี้ สำคัญเพราะว่าเราจะเห็นแรงหนุนจากภาคการ ส่งออกเยอะพอสมควรโดยเฉพาะปัจจัยเรื่อง ของสงครามการค้าที่ทำให้สหรัฐอเมริกาและ ก็ประเทศคู่ค้านำเข้าสินค้าจากจากประเทศ ไทยในระดับที่ค่อนข้างสูงเราจะได้ยินคำ ว่า Front load นะครับเอาไปกักตุนเอาไว้ ก่อนเพราะไม่แน่ใจว่าพอโดนัลด์ทรัมป์เข้า มาเป็นประธานาธิบดีแล้วจะเกิดอะไรขึ้น บ้างกับราคาสินค้ามันก็เลยเห็นตัวเลขการ ส่งออกดีดค่อนข้างดีแต่ทั้งหมดทั้งมวลการ ส่งออกเป็นแค่ขาเดียวนะครับจะมีเรื่องการ ท่องเที่ยวการบริโภคภายในประเทศการใช้ จ่ายภาครัฐท้ายที่สุดพอตัวเลขออกมาใน ไตรมาสที่ 4 2567 อยู่ที่ 3.
2% น้อยกว่าที่หลายฝ่ายคาดเพราะว่า เดิมสำนักเศรษฐกิจต่างๆคาดว่าไตรมาสสุด ท้ายควรจะต้องโตร้อนแรงหน่อยอยู่ที่ 3. 7 -4 per พอน้อยกว่าคาดแบบนี้เฉลี่ยมา ทั้งปีของปี 2567 อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยนะ ครับเลยอยู่ที่ 2. 5% ทีนี้คงต้องมองต่อมาถึงในปีนี้ปี 2568 ที่มีความท้าทายทั้งเรื่องสงคราม การค้าที่ยังมีมาอย่างต่อเนื่องเรื่อง กำลังซื้อของคู่ค้าหลักของเราและที่สำคัญ สิ่งหนึ่งที่เป็นตัวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ของประเทศไทยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาก็ คือภาคการท่องเที่ยวมาวันนี้ศักยภาพในการ รับนักท่องเที่ยวของไทยก็ใกล้เคียงกับ ช่วงก่อนเกิดโควิด- 199 แล้วนั่นก็หมาย ถึงตัวเลขนักท่องเที่ยวรายได้ที่เพิ่ม เข้ามาก็คงจะไม่ได้ผลักดันให้เศรษฐกิจ เติบโตขึ้นได้อย่างมีนยะสำคัญมากนัก เหมือนช่วง 2 ปีที่ผ่านมาดังนั้นเราก็อาจ จะต้องมีเครื่องยนต์ทางเศรษฐกิจใหม่ๆใน การที่จะผลักเศรษฐกิจไทยไปข้างหน้านะครับ ดูจากกราฟฟิกถัดไปกันต่อครับคุณผู้ชมครับ ไล่เรียงให้เห็นเมื่อสักครู่แล้วว่า เศรษฐกิจเป็นอย่างไรไตรมาสที่ไตรมาสที่ 4 ของปี 2567 ทีนี้ถ้าไปเจาะดูในรายละเอียด เราก็จะเห็นการบริโภคภาคเอกชนเพิ่มขึ้น 3.
4 เพฝั่งนี้จะได้อานิสงส์จากการท่อง เที่ยวที่ทำให้การค้าปลีกรวมถึงภาคบริการ ต่างๆก็ดูดีขึ้นนะครับการอุปกโภคภาครัฐ เติบโต 5. 4 per หลังจากที่งบประมาณในการ เบิกจ่ายของภาครัฐก็ลงไปถึงระดับฐานราก มากยิ่งขึ้นส่วนการลงทุนครับแบ่งเป็นการ ลงทุนภาครัฐกับเอกชน 5. 1 ปภาครัฐเนี่ยบวก ขึ้นไปเยอะเกือบ 40% เพราะว่าเมื่อเทียบ กับช่วงปีที่ผ่านมาที่เราจะเห็นความไม่ แน่นอนทางการเมืองในช่วงหลังเลือกตั้ง ใหม่ๆตอนนั้นงบประมาณก็ยังไม่ได้ลงไปมาก นักแต่พอช่วงเวลาเดียวการงบประมาณภาครัฐ เทียบปลายปีต่อปลายปีมันก็เห็นแตกต่างกัน ชัดแต่ภาคเอกชนตรงนี้น่าสนใจครับการลงทุน ภาคเอกชนติดลบไป 2.
1 per ซึ่งจริงๆส่วน นี้ส่วนที่สำคัญเลยครับสำหรับการผลักดัน เศรษฐกิจทั้งเศรษฐกิจใหม่เศรษฐกิจฐานราก ทุกอย่างถ้าภาคเอกชนมีความมั่นใจผลประกอบ การดีเขาก็จะลงทุนเพิ่มขยายกิจการแต่มา วันนี้ค่อนข้างชัดเจนทีเดียวว่าภาคเอกชน เราตอนนี้ก็ได้รับผลกระทบไม่น้อยนะครับ ขณะที่การส่งออกสินค้าเติบโต 8. 9 per ส่งออกบริการ 23% ส่งออกบริการก็นับภาค การท่องเที่ยวครับต่างชาติมาท่องเที่ยวมา ใช้จ่ายในประเทศไทยนับเช่นเดียวกันภาคการ เกษตรโตไม่เยอะเท่าไหร่ครับ 1. 2% อุตสาหกรรม 0.
2% น่าคิดครับคุณผู้ชมภาคอุตสาหกรรม ที่เป็นภาคใหญ่ของประเทศไทยแล้วสินค้าส่ง ออกของประเทศไทยสินค้าหลักๆก็คือ อุตสาหกรรมทั้งหลายมาวันนี้เติบโตน้อยนะ ครับพร้อมกับข่าวคราวต่างๆที่เรามองว่า โรงงานรวมถึงโครงสร้างของสายพานการผลิต ต่างๆวันนี้ก็เจอกับปัจจัยที่ท้าทายส่วน การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ก็สอดคล้องไปนะ ครับกับตัวเลขของเศรษฐกิจกับภาคการเงิน ส่วนที่พักแรมที่พักและการให้บริการเติบ โต 10. 2 per ขนส่ง 99% ครับก่อสร้าง 18. 3 per สังเกตดูนะครับว่าก่อสร้างตรงนี้คง จะต้องไปดูในรายละเอียดอีกทีนึงว่ามัน เกิดที่จุดไหนเกิดจากโครงการของภาครัฐ เกิดจากภาคเอกชนหรือไม่ขณะที่ฝั่งการเงิน เติบโต 1.
5% ไม่ได้เยอะสักเท่าไหร่ครับดู กราฟฟิกถัดไปกันต่อครับมองจากสัดส่วน เมื่อสักครู่จะเห็นแล้วนะครับว่าการเติบ โตทางเศรษฐกิจกระจุกตัวอยู่ทางไหนอยู่ภาค การท่องเที่ยวเยอะการบริโภคภาคเอกชนเยอะ รวมถึงสิ่งที่สำคัญคือการใช้จ่ายภาครัฐ แต่ภาคเอกชนยังต้องการความช่วยเหลือยัง ต้องการยาแรงอยู่นะครับส่วน GDP ของ ประเทศไทยเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านเป็น อย่างไรปี 2567 แล้วเทียบง่ายๆแบบนี้ดีกว่าครับคุณ ผู้ชมมองทั้งปีสิงคโปร์ปี 67 โต 4. 4 per อินโดนีเซีย 5% มาเลเซีย 5. 1 per ฟิลิปปินส์ 5.
6 per มองแค่ประเทศใกล้ บ้านเราก่อนนะครับประเทศที่ถือว่าต่าง ชาติเขาให้ความสำคัญแล้วให้น้ำหนักก็คือ ประเทศที่มีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจ ค่อนข้างดีในเอเชียตวันออกเฉียงใต้หรือ ว่าอาเซียนฝั่งอินโดนีเซียมาเลเซีย ฟิลิปปินส์ไปได้ดีครับเกิน 5% สิงคโปร์ 4. 4 ก็ถือว่าทำได้ดีเลยนะครับสำหรับ ประเทศที่เศรษฐกิจเขาก้าวหน้าแล้วแต่พอมา ถึงเวียดนามเวียดนามยังคงตัวเลข 7 ไว้ได้ คือ 7. 1 per ตัวเลข 7% นี้ถือว่าสูงที่ สุดในภูมิภาคในเอเชียนี้เราก็จะเห็นเติบ โตแรงๆมีเวียดนามขยับไปดูอีกทีนึงก็คือ อินเดียที่เติบโตใกล้เคียง 10% เวียดนาม ยังดูร้อนแรงอยู่เช่นเดียวกันกับความ เชื่อมั่นของการเติบโตทางเศรษฐกิจและคน หนุ่มสาวชนชั้นกลางที่ขยายตัวแต่เศรษฐกิจ ของประเทศไทยเติบโตปีที่แล้ว 2.
5% ท้ายกว่าชาวบ้านเขาเลยเมื่อเทียบ กับกลุ่มประเทศเศรษฐกิจชั้นนำของอาเซียน นะครับที่เรามองว่าอยู่ในเทียหรือว่าอยู่ ในระดับที่เราจะต้องเปรียบเทียบกันกลาย เป็นว่า 2. 5% ตามหลังชาวบ้านเาเยอะเมื่อ เทียบกับเวียดนามและเราก็จะเห็นสิ่งนึง ที่ทางการก็นำเสนอข้อมูลก่อนหน้านี้ว่า เด็กไทยเติบโตขออภัยครับอัตราการเกิดของ เด็กไทยต่ำที่สุดเป็นประวัติกาอีกแล้วนะ ครับมันก็แสดงความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ของคนหนุ่มสาวในวันข้างหน้าเหมือนกันที่ มีต่อสภาพเศรษฐกิจเรื่องนี้คงจะต้องมาดู เพราะว่าเป็นปัญหาเชิงโครงสร้างโดยแท้ ครับขยับมาดูในกราฟฟิกถัดไปกันต่อหลังจาก ทำให้เห็นแล้วว่าประเทศไทยเติบโตรั้งท้าย อาเซียนในกลุ่มเขตเศรษฐกิจชั้นนำทีนี้ใน ปี 2000 2567 มูลค่าทางเศรษฐกิจอยู่ที่เท่าไหร่ อยู่ที่ประมาณซัก 18. 6 ล้านล้านบาทประมาณ 500,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐตัวเลขนี้ไม่ ได้ขยับเพิ่มขึ้นไปกว่าเดิมนะครับเราเคย ลุ้นว่าจะไปถึง 20 ล้านล้านบาทเมื่อไหร่ แต่ตอนนี้ก็ยังไปไม่ถึงส่วนรายได้เฉลี่ย ต่อหัวของคนไทยปรับดูดีขึ้นในช่วงที่ผ่าน มาครับประมาณสัก 7,500 ดอลลาร์สหรัฐต่อคน ต่อปีหรือคนๆนึงหารายได้ต่อปีได้ 200,000 กว่าบาทเฉลี่ยมานะครับมองง่ายๆเอา 20,000 คูณไป 20,000 นิดๆนั่นคือรายได้ต่อหัวของ คนไทยโดยเฉลี่ยแต่ก็ยังมีคนที่มีรายได้ จริงต่ำกว่าตัวเลขนี้อยู่ไม่น้อยเรื่อง ความเหลื่อมล้ำและการกระจายรายได้ก็ยัง เป็นโจทย์นึงที่นักเศรษฐศาสตร์ทั้งภาครัฐ ผู้กำหนดนโยบายคงจะต้องไปดูในรายละเอียด นะครับอีกฝั่งนึงคืออัตราการว่างงานเป็น สิ่งหนึ่งที่เป็นข้อดีและจุดแข็งของ ประเทศไทยเราคืออัตราการว่างงานอยู่ใน ระดับที่ค่อนข้างต่ำเพียง 1% เราก็จะเห็น ช่วงที่ผ่านมานะครับอัตราการว่างงานใน ต่างประเทศทั้งในสหรัฐอเมริกาเ้าพูดตัว เลขถึง 4% หรือตัวเลขอื่นๆอาจจะเยอะกว่า นี้แต่อัตราการว่างงานของไทยต่ำอยู่แล้ว งานมีให้ทำครับเพียงแต่ว่าช่วงที่ผ่านมา การขยายตัวและการรองรับแรงงานมีแค่ไหนใน ภาคธุรกิจเงินเฟ้อนี่ยิ่งต่ำเลยครับ 0.
4% เงินเฟ้อต่ำใช่ว่าดีนะครับเงินเฟ้อ ต่ำนั่นหมายถึงว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงของระดับสินค้าและบริการ มันไม่มากหรือแทบจะไม่เปลี่ยนนั่นก็ สะท้อนเรื่อง grose หรือว่าการเติบโตทาง เศรษฐกิจที่ไม่ค่อยโตครับดุลบัญชีเดิน สพัดเกินดุล 2. 3% ของ GDP มันก็สะท้อนให้ เห็นชัดเจนผ่านทางค่าเงินบาทในช่วงนี้นะ ครับ 30 กว่าบาทแต่คงจะต้องรอดูความผัน ผวนจากนโยบายของสงครามการค้าของทรัมป์มาก ขึ้นดูกราฟฟิกถัดไปกันต่อครับคุณผู้ชม ครับทีนี้ประมาณการเศรษฐกิจไทยตัวเลขนี้ สำคัญเพราะว่าเวลาสภาพัเค้าแถลงเราก็จะ สามารถนำข้อมูลจากสภาพัฒไปอ้างอิงไปดูได้ ปี 2567 เติบโต 2. 5% ส่วนปี 2568 กรอบเดิมกรอบเดิมมอง ค่อนข้างกว้างนะครับเคยมองว่าประเทศไทย ศักยภาพจะไปได้ถึง 3% แต่ตอนนี้ประมาณการ แล้วจะอยู่ที่ 2.
8% แล้วคุณผู้ชมดูช่วงสิ ครับช่วง 2. 3 - 3. 3% กว้างพอสมควรท เดียวโอกาสยังมีอยู่สำหรับเศรษฐกิจไทยที่ จะดันไปให้ถึง 3% แต่ว่าน่าจะต้องเห็นจุด เปลี่ยนน่าจะต้องเห็นปัจจัยบวกแรงๆพอสม ควรเข้ามาในระบบเศรษฐกิจเพราะว่าช่วงที่ ผ่านมาคุณผู้ชมถ้าไปไล่เรียงกันดูนะครับ โควิด- 199 เราเจ็บตัวหนักกว่าชาวบ้านเ้า ในอาเซียนด้วยซ้ำไปติดลบไป 6.
1 แล้วเติบ โตฟื้นขึ้นมาจากตัวเลขนี้ที่เราเคยพูดกัน ถึงการเติบโตที่ไม่เท่ากันของทั้งภาค ธุรกิจทั้งคนสายป่านสั้นสายป่านยาวคนที่ มีเงินกับคนที่ไม่มีเงินไปในลักษณะของ kjf ที่โตไม่เท่ากันมันก็สะท้อนผ่านตรงนี้ พร้อมกับตัวเลขหนี้ครัวเรือนที่สูงการ บริโภคก็น้อยรวมถึงกำลังการผลิตและสิ่ง ที่เกิดขึ้นก็คือความมั่นใจของภาคเอกชน เรื่องนี้เบอร์ 1 เลยครับความมั่นใจของ เอกชนว่านโยบายต่างๆจะต่อเนื่องมั่นใจว่า จะสามารถลงทุนแล้วก็ทำให้ผ่านสถานการณ์ ที่ท้าทายไปได้พร้อมกับกฎเกณฑ์ทางธุรกิจ ที่ควรจะเอื้อให้ภาคเอกชนนำทับเศรษฐกิจ ตอนนี้ได้ง่ายขึ้นมันก็สะท้อนผ่านตัวเลข นี้หมดเลยว่าโทหรือการเติบโตเราอยู่ 2% กว่าๆเท่านั้นดูกราฟิกถัดไปนะครับทีนี้ แนวทางในการจัดการเศรษฐกิจมหภาคหรือว่า Macro Economic ในมุมของสภาพัฒทำอย่าง ไรในปี 68 ที่เป็นข้อเสนอนะครับผลกระทบ จากการเปลี่ยนแปลงของนโยบายการค้าอันนี้ น่าสนใจพอพูดปัจจัยนี้นั่นหมายถึงว่า ประมาณการเศรษฐกิจ 2. 8 แล้วนะครับแต่อาจ จะเกิดเหตุการที่กระทบกับตัวเลขเศรษฐกิจ ไทยแล้วต่ำลงมาได้ขณะเดียวกันสิ่งที่ สำคัญคือการเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐเข้า สู่ระบบเศรษฐกิจโครงการต่างๆตอนนี้ก็จะ ต้องเร่งรัดเพื่อที่จะทำให้เกิดผลสำฤทธิ์ ที่ชัดเจนการลงทุนภาคเอกชนเรื่องนี้ เรื่องใหญ่เลยครับเอกชนไทยลงทุนในประเทศ ไทยต่ำมาสักพักใหญ่แล้วทำอย่างไรที่ กระตุ้นให้เขาลงทุนมากขึ้นและที่สำคัญ เรื่องหนี้ครัวเรือนเรื่องนี้ก็เป็น เรื่องที่สำคัญเช่นเดียวกันที่เราจะต้อง ช่วยผู้ที่เป็นหนี้และเป็นรายย่อยขับ เคลื่อนการท่องเที่ยวให้ขยายตัวอย่างต่อ เนื่องตรงนี้มีศักยภาพค่อนข้างชัดเจนแต่ จะทำอย่างไรได้เราจะรองรับนักท่องเที่ยว เกิน 40 ล้านคนขึ้นไปได้อีกสักเท่าไหร่ รายได้ต่อหัวอีกสักเท่าไหร่ตรงนี้ขับ เคลื่อนได้ดีแต่จะเป็นตัวที่เติมเข้าไปใน ระบบเศรษฐกิจไม่ง่ายหนีไม่พ้นเรื่องของ ภาคเอกชนรวมถึงภาครัฐนี่แหละครับที่จะ เป็นส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนดูกราฟฟิก ถัดไปกันต่อครับ ทีนี้ประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 68 เทียบกับ ชาวบ้านแล้วเป็นอย่างไรกันบ้างตามสำนัก เศรษฐกิจต่างๆนะครับกระทรวงการคลังมองว่า 3% สภาพัฒ 2. 8 กระทรวงการคลังนี่มองสูง สุดเลยนะครับมองว่ายังไปได้ขณะที่แบงค์ ชาต 2.
9 ใกล้เคียงกับสภาพัฒครับวิจัย กรุงศรี 2. 9 ธนาคารกรุงไทยหรือกรุงไทยคั 2. 7 ttb analytics นะครับ 2.
6 เท่ากับ kkp รีเสิร์ชหรือว่ากลุ่มธุรกิจการเงิน เกียรตนาคินพัทรทางธนาคารไทยพาณิชย์มอง 2. 4 ทางกสิกรไทยมอง 2. 4 สังเกตดูนะครับ ฝั่งที่เป็นธนาคารพาณิชย์อย่างธนาคาร กสิกรไทยกับไทยพาณิชย์เขาค่อนข้างมองใน ลักษณะที่กังวลกว่าชาวบ้านทั้งเรื่องของ ปัจจัยเศรษฐกิจที่มากระทบและจะหลุดลงลึก กว่านี้หรือไม่คงจะต้องติดตามนี่ก็เลย เป็นตัวเลขที่เรานำมาฝากกันแล้วทีนี้ไป ฟังในมุมของสภาพัฒกันบ้างนะครับสำหรับ เศรษฐกิจของไทยครับ 3.