คลิปนี้ครับผมจะบอกเทคนิคการคุยูคอกับลูก ค้าแบบขั้นเทพนะครับการคุยูคอครับคือการ คุยกับคนแปลกหน้านะฮะไม่ว่าคุณจะโทรไปหา คนแปลกหน้าคนที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนนะฮะ มันเป็นวิธีการในแง่ของการหาหลิใหม่ๆซึ่ง ได้ผลมากวิธีนึงนะฮะผมแนะนำมากโดยเฉพาะ เวลาผมไปเทรนลูกค้าเนี่ยโดยเฉพาะเป็นลูก ค้าองค์กรนะแล้วเคขายแล้วเป็นธุรกิจที่ เป็น B2B ก็คือธุรกิจที่ขายงานองค์กรด้วย กันเนี่ยนะครับแทนที่ว่าเราจะเสียเวลาไป ยิงแอดไปออกงานอีเวนต่างๆเนี่ยซึ่งมัน ค่อนข้างกระจัดกระจายสะเปะสะปะมากเราไม่ รู้ว่าคนสนใจจะเป็นใครนะครับคนที่เราอยาก จะให้เค้ามาสนใจเราจริงๆเราอยากจะเข้าหา เค้าจริงๆเนี่ยอาจจะไม่ได้มาเห็นแอดเราก็ ได้หรือเห็นอาจจะไม่ได้สนใจเวลาเราไปออก งานอวนเทรดโชว์ต่างๆเนี่ยนะครับคนที่มาสน ใจที่บูธเราตรงเนี้ยอาจจะไม่ใช่คนที่เรา สนใจจริงๆแต่ทานคำคูคอเนี่ยมันเป็นการที่ เราตั้งใจเลยว่าวันเนี้ยเราต้องการที่จะ ไปนำเสนอสินค้าที่บริษัทนี้แผนกนี้ ตำแหน่งนี้นะฮะเราสามารถไปหาข้อมูลเกับ บริษัทนั้นได้หาเบอร์โทรศัพท์หาคนติดต่อ โทรเข้าไปพูดคุยได้เลยกลุ่มอุตสาหกรรมที่ เราต้องการ target ต้องการคุยเป็นใคร เนี่ยเราสามารถโทรเข้าไปในกลุ่มนั้นมี พนักงานขายหรือไม่ว่าจะเป็นจ้าง outsource เนี่ยโทรเข้าไปนำเสนอในคอแรกได้นะครับ ซึ่งผมมองว่ามันเป็นวิธีนึงที่มี ประสิทธิภาพมากๆเลยนะครับซึ่งในคลิปนี้นะ ฮะผมจะไม่ได้ลงลึกถึงขนาดที่ว่าจะไปหา Contact Point จากไหนหรืออะไรอย่างเงี้ นะฮะมันไม่ได้อยู่ในคลิปนี้อันนั้นมันจะ อยู่ในในอีกอีกส่วนหนึงซึ่งคุณจะสามารถหา จากในช่องผมได้หรือดูในแง่ของหลักสูตร คอร์สออนไลน์ได้นี้ผมจะสอนละเอียดแต่คลิป เยผมจะสอนเทคนิคว่าสมมุติว่าคุณมีโอกาส ได้คุยกับทางลูกค้าละนะฮะคุณจะคุยยังไง ให้เค้าอยากขนนนากับคุณต่อโดยพะปัจจุบัน เนี่ยเป็นยุคที่ลูกค้าหรือแม้แต่คนทั่วๆ ไปแต่ละคนเนี่ยมีโอกาสรับสายคนแตกหน้า บ่อยนะนะฮะผมว่าเป็นยุคที่ไม่ว่าจะเป็น เบอร์ออฟฟิศเบอร์โรงงานของลูกค้าหรือ เบอร์มือถือลูกค้าเนี่ยหรือแม้แต่เบอร์ คุณเองก็ตามอะนะมันมีโอกาสที่จะโดนแชร์ไป ได้เยอะบางทีคนโทรมาเยอะไปหมดทีนี้ถ้า เกิดสมมุติในสถานการณ์ที่คุณเองต้องเป็น เซลล์เนี่ยแล้วโทรไปหาคนเหล่านั้นเนี่ย เพื่อที่จะนำเสนอตรงเนี้ยอันเนี้ยเป็น สิ่งสำคัญว่าเราต้องคุยยังไงให้คุณมีความ แตกต่างจากคนที่ไม่ใช่เป็นมืออาชีพนะหรือ บางยิ่งร้ายกว่านั้นเนี่ยบางทีสมัยนี้ก็ มีมิจฉาชีพเยอะมีพวกแก๊ง Call Center เยอะคุณจะทำไงให้คุณคุยแล้วเนี่ยรู้สึก แตกต่างจากคนพวกนั้นนะครับนะซึ่งเทคนิคคู คอตรงเนี้ยผมใช้มานานหลายปีนะฮะผมใช้มา ตั้งแต่สมัยผมทำเงินงานประจำอยู่ผมทำงาน ประจำเป็นพนักงานขายสายเทคขายไอทีเนี่ย อยู่นานมากหลายปีผมใช้เทคนิคนี้มาเยอะมาก แล้วก็ได้ผลตอบรับดีมากรวมถึงในช่วงท้ายๆ เนี่ยก่อนที่ผมจะออกมาเป็นเจ้าของธุรกิจ กับวิทยากรเนี่ยผมก็เป็นผู้จัดการในการ บริหารทีมงานเนี่ยผมก็าเทคนิกเนี่ยสอนลูก น้องในแง่ของการทำคูคอซึ่งก็ได้ผลดีมากๆ ลูกน้องก็ได้ีดเพิ่มขึ้นนะครับมีโอกาสที่ จะทำนัดประชุมอะไรอย่างนี้ได้เยอะมากขึ้น นะครับนะเพราะฉะนั้นในคลิปเผมจะแสดงให้ คุณดูในแต่ละขั้นตอนนะว่าการทำคูคอที่ดี อย่างถูกต้องเนี่ยมันต้องทำยังไงได้บ้าง นะ ครับอันเนี้ยเป็นประสบการณ์ตรงเลยนะครับ นะฮะผมว่าคุณเองก็เหมือนกันนะฮะว่าสมัยเ มันมีการโทรเข้ามาเยอะไม่ว่าจะเสนอขายข้อ มูลหรืออะไรก็แล้วแต่นะครับประสบการณ์ตรง ของพวกเราเนี่ยใน 5 วินาทีแรกเนี่ยหลัง จากที่เรารับสายคนๆนั้นนะแล้วคนๆนั้นพูด ออกมาเนี่ยเราสามารถตัดสินได้เลยนะครับ ว่าเราอยากจะฟังเ้าต่อหรือเปล่าหรือเรา อยากจะแค่ตัดสายแค่นั้นคือไอการตัดสาย เนี่ยนะฮะผมคิดว่าคุณก็คงมีประสบการณ์ไม่ ต่างกับผมแล้วว่า ถ้าเกิดเราเจอสายที่ไม่สนใจจนะต่อให้ตอน นั้นเราว่างอยู่อ่ะไม่ได้ทำอะไรอยู่ก็ตาม เนี่ยแต่ถ้าเกิดเราไม่ได้อยากคุยด้วยมัน ดูแปลกๆอ่ะฮะบางทีเราก็ต้องโกหกไปบ้างว่า เราไม่ว่างเราไม่อยากคุยไม่สะดวกเพราะว่า เราอยากจะตัดบทสนทนาเพราะว่าคนไทยเราเรา มันเป็นเป็นโอเคแหละเราเป็นชาติที่ไม่ได้ สอนให้ปฏิเสธตรงๆเท่าไหร่นะฮะเราคนส่วน
ใหญ่ไม่ไม่กล้าบอกตรงๆหรอกถึงไม่เป็นคน ต่อหน้าว่าไม่อยากคุยไม่สะดวกคุยอะไรอย่า เงี้ยเราก็จะมีวิธีไปเสษอ้อมอ้ออย่างเช่น ไม่ว่างไม่อะไรบ้าง้านี้จริงๆเราว่างอยู่ ตอนนั้นน่ะไม่ได้ทำอะไรเลยแต่สายที่โทรมา ไม่อยากคุยด้วยนะ 5 วินาทีแล้วก็ตัดสิน ได้เลยในขณะเดียวกันนะฮะถ้าเกิดอีกมุมนึง เนี่ยถ้าเกิดมีสายที่โทรมาแล้วน่าสนใจน้ำ เสียงดูน่าสนใจนะฮะพูดดูแล้วแล้วอยากจะ ฟังต่ออยากจะคุยเ้าต่อถึงแม้ว่าตอนนั้น อาจจะยุ่งเล็กน้อยหรืออะไรอย่างเงี้ยเรา อาจจะมีวิธีจัดการให้เราคุยกับสายนั้นได้ อีกสักประมาณนาทีนึงก็ได้นะครับเพราะ ฉะนั้นอันเนี้ยจากประสบการณ์ตรงนะไม่ว่า จะเป็นของผมเองนะหรือว่าท่านผู้ฟังที่ฟัง อยู่ตอนเนี้ยเราจะพบว่าการคุยโทรศัพท์ เนี่ยนะฮะการโทรไปเนี่ยบทสนทนาแรกๆภายใน 5-10 วินาทีแรกสำคัญมากเลยนะถึงขนาดที่ ว่าถ้าเกิดคนไหนที่มีธุระยุ่งๆอยู่แต่เขา อยากฟังคุณต่อเนี่ยเจะหาเวลามาฟังคุณต่อ ได้เลยนะเพราะฉะนั้นอันเนี้ยช่วงแรกๆอ่ะ สำคัญมากนะครับทีนี้อ่ะทำไมถึงเป็นอย่าง นั้นครับเพราะว่าการคุยูคอเนี่ยนะครับ เป็นการคุยแบบไม่เห็นสีหน้าน้ำเสียงกัน เหมือนอัดคลิปวีีดีโอนะฮะการขายมันมีหลาย แบบนะมันมีขายแบบไปเจอตัวอ่าสมัยนี้เพื่อ ผ่านมาไม่กี่ไม่นานมันก็จะมีเรื่องวดีโอ Call นะครับ Video Conference เนี่ยคน ขายเนี่ยสามารถเปิดกล้องได้นะฮะให้คนฟัง คนฟังจะเปิดกล้องไม่เปิดกล้องไม่เป็นไร แต่คนฟังจะได้เห็นสีหน้าแววตาท่าทางของคน ขายด้วยอันนี้คือการขายผ่าน Video Conference หรือแต่เจอตัวแน่นอนต้องไป เจอกันอยู่แล้วนะครับนะฮะแต่การขายทาง โทรศัพท์เนี่ยมันเป็นรูปแบบที่ว่าอีกฝ่าย นึงเนี่ยเค้าไม่เห็นเรานะต่อให้เราแบบคือ การไปเจอตัววดีโอคอนะการแต่งตัวมีผลนะฮะ การแต่งตัวมีผลสีหน้าท่าทางมีผลแต่การ ถ่ายโทรศัพท์เนี่ยเหมือนกับทุกอย่างมัน ปิดหมดเราแต่งตัวดียังไงเไม่รู้นะครับ เบื้องหลัง background เราเป็นยังไงเราทำ ผมสทรงผมดีอะไรยังไงอย่างเงี้ยเไม่รู้เลย แต่สิ่งที่เขาจะได้ยินจากเราเี่ก็คือน้ำ เสียงนะครับเพราะฉะนั้นการขายทางโทรศัพท์ เนี่ยนะฮะน้ำเสียงเนี่ยสำคัญมากๆซึ่งเป็น สิ่งที่ผมจะให้เทคนิคในคลิปนี้นะว่าเราจะ ทำน้ำเสียงยังไงเราต้องมีวิธีการคุมน้ำ เสียงนะครับถึงแม้ว่าช่วงแรกมันอาจจะออก ไปในเชิงไม่ค่อยเป็นธรรมชาตินะอันเนี้ย คุณต้องสังเกตตัวเองให้คนสสังเกตถ้าเกิด น้ำเสียงธรรมชาติของคุณน่ะอีกฝ่ายนึงฟัง รู้สึกเหมือนไม่ค่อยอยากคุยด้วยอันนี้ก็ ต้องยอมรับนะแต่ละคนน้ำเสียงเนี่ยรพ่อพัน แม่น้ำเสียงไม่เหมือนกันเลยนะฮะเพราะ ฉะนั้นถ้าเกิดน้ำเสียงคุณเนี่ยนะฮะคุณคุณ รู้สึกว่าอีกฝ่ายนึงไม่ค่อยอยากฟังด้วย เนี่ยช่วงแรกคุณจำเป็นต้องฝืนธรรมชาติ หน่อยคุณจำเป็นต้องควบคุมน้ำเสียงคุณ หน่อยให้มันดูน่าฟังมากขึ้นนะครับซึ่ง องค์ประกอบ 3 อย่างนะครับในการควบคุมน้ำ เสียงเนี่ยอย่างแรกคือโทนเสียงนะฮะโทน เสียงอันที่ 2 คือระดับเสียงแล้วก็อันที่ 3 ก็คือคือในแง่ของความเร็วของเสียงใน การพูดนะครับอันเนี้ยเป็น 3 องค์ประกอบ สำคัญนะครับที่จะทำให้คนเนี่ยอยากจะคุย กับคุณนะฮะแล้วก็รู้สึกแค่ในใน 5-10 วินาทีแรกเอยากจะคุยกับคุณเลยซึ่งเดี๋ยว เราผมจะมาลงรายละเอียดว่าแต่ละส่วนเนี่ย มันมีอะไรบ้างจะมีเทคนิคยังไงบ้างแล้วก็ เดี๋ยวจะมีตัวอย่างด้วยนะว่าจะมีตัวอย่าง ยังไงบ้างนะครับอันแรกครับโทนเสียงเนี่ย มันเป็นโทนเสียงแบบสูงแบบกลางแล้วก็แบบ ต่ำนะคุณอาจจะเคยได้ยินคนเสียงแบบสูงเลย นะครับอย่างเช่นสวัสดีครับวันนี้เรามี สินค้าที่น่าสนใจต่างๆมากมายเลยนะหรือไม่ ว่าจะเป็น MC โฟนบูต่างๆที่เา้าใช้เสียง แหลมๆสวัสดีค่ะหรืออะไรอย่างเงี้ยนะฮะ อันเนี้ยเป็นเสียงที่ดึงดูดความสนใจ อันเนี้ยเรียกว่า
pach High โทน High pach ก็คือใช้เสียงโทนสูงๆนะครับหรือถ้า เกิดอย่างเช่นในนักร้องเนี่ยคุณจะเจอนัก ร้อง Opera เสียงสูงๆนักร้องที่ใช้เสียง สูงๆนะฮะซึ่งผู้หญิงตรงเนี้ยโทรธรรมชาติ ผู้หญิงใช้เสียงสูงได้ดีกว่าผู้ชายอยู่ แล้วนะครับแต่ผู้ชายก็จะใช้เสียงต่ำที่ดี กว่าผู้หญิงมันก็กลับกันแต่ถามว่าผู้ชาย จะจะใช้เสียงสูงก็ได้นะผู้หญิงจะใช้เสียง ต่ำก็ได้มันต้องอาศัยการฝึกฝนนะครับส่วน เสียงกลางเนี่ยมันเป็นเสียงที่เราใช้พูด คุยกันปกติครับอย่างเช่นหลากจะคุยกับ เพื่อนเร่มงานว่าเอ้ยเนี่ยจะเที่ยงแล้ว เนี่ยเดี๋ยวเราไปทานข้าวเที่ยงอะไรกันดี อันเนี้ยใช้เสียงกลางปกติไม่มีใครพูดว่า เฮ้ยนี่จะเที่ยงแล้วนะเดี๋ยวเข้าไปทาง ข้าวเที่ยงอะไรกันดีไม่มีใครใช้เสียงสูง ในการพูดคุยสนทนาเพราะว่าการใช้เสียงสูง เนี่ยมันไม่ใช่ธรรมชาติของมนุษย์ธรรมชาติ ของมนุษย์จะเป็นเสียงกลางไปเรื่อยๆเสียง สูงใช้ดึงเดือความสนใจในบางครั้งแต่บางที มันเป็นหน้าที่การงานของ MC หรือคนที่ ต้องโฟนบูที่ต้องใช้เสียงสูงบ่อยๆเนี่ย เค้าก็ต้องฝืนธรรมชาติในช่วงนั้นแต่ถาม ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันคือก็เหนื่อยนะมัน ก็จะเหนื่อยกว่านะฮะแต่เค้าก็จะได้ในแง่ ของหน้าที่การงานแล้วก็ดึงดูความสนใจแต่ โดยปกติแล้วเนี่ยคนเราจะใช้เสียงกลางใน การสนทนานะครับซึ่งข้อดีคือใช้เสียงกลาง มันไม่เหนื่อยนะเป็นธรรมชาติแต่ข้อเสียก็ คือคนจะไม่ค่อยให้ความสนใจเพราะว่ามันคือ เสียงกลางอ่ะมันเป็นธรรมชาติ่ะฮะมันมัน ไม่ได้มีอะไรแตกต่างนะครับเพราะฉะนั้น เนี่ยนะที่ผมไปเทรนนักขายเยอะเลยเนี่ย หลายๆคนเนี่ยถนัดจะใช้เสียงกลางหรหรืออีก ภาษานึงประโยคนึงที่เขาใช้ก็คือน้ำเสียง แบบโมโนโทนก็คือโทนเดียวไปตลอดโมโนโทนคือ โทนเดียวนะโมโนแปลว่าโทนเดียวนะแต่ถ้า เกิดเราเปลี่ยนเป็นเสียงสูงบ้างเสียงกลาง บ้างเสียงต่ำบ้างอันเนี้ยเรไม่ไม่ได้ โมโนโทนละนะครับซึ่งนักพูดเก่งๆระดับ ประเทศระดับโลกเนี่ยนะฮะทุกคนต้องฝึกการ ใช้เสียงหลายๆโทนหรือแม้แต่นักร้องเนี่ย นะครับนักร้องก็ต้องฝึกการใช้เสียงหลายๆ โทนครับต่อให้เสียงดีแค่ไหนแต่ถ้าเกิดดี แค่โทนกลางอย่างเดียวฮะคุณร้องเพลงหรือ ว่าพูดโใช้โทนกลางอย่างเดียวไม่มีใครอยาก ฟังไปตลอดครับมันก็จะดูน่าเบื่อมากเพราะ ฉะนั้นวนสต้องฝึกหรือแม้กระทั่งเสียงโทน ต่ำๆเสียงโทนต่ำเนี่ยเราใช้เน้นในแง่ของ ดึงดืความสนใจอีกแบบหนึ่งแต่มันในแง่ของ การเน้นความสำคัญเน้นดูความน่าเชื่อถือ เสียงสูงเนี่ยใช้ไปบ่อยๆนะครับไม่ค่อยได้ รับความเชื่อถือฮะได้ได้ความสนใจอย่าง เดียวเหมือนตอนนี้นะฮะแต่เสียงต่ำๆเนี่ย นะครับจะดึงดูดความน่าเชื่อถือแล้วก็ความ น่าสนใจมากนะครับอย่างคุณลูกค้าครับนะฮะ บริษัทของเราเปิดมา 20 ปีครับแล้วมีผู้ เชี่ยวชาญมากกว่า 100 คนพร้อมให้บริการ ตรงเนี้ยเป็นคีย์เวิร์ดที่คุณอยากจะเน้น ความสำคัญเกับบริษัทคุณกับทีมงานถ้าเกิด คุณใช้เสียงต่ำเนี่ยมันจะยิ่งเสริมกันให้ เห็นความสำคัญมากขึ้นนะครับแต่เสียงต่ำ มันก็มีข้อจำกัดถ้าเกิดใช้บ่อยๆนะบางคน บอกโอ้จานก็ดีนะดูน่าเชื่อถือผมใช้เสียง ต่ำไปตลอดได้มั้ยข้อจำกัดคือมันดูน่า เบื่อดูง่วงนอนฮะเพราะเสียงต่ำมันดูนุ่ม มันดูทุ้มลึกก็จริงดู้าถือก็จริงแต่ถ้า เกิดใช้บ่อยๆเนี่ยคุณลองฟังคนใช้เสียงต่ำ ไปบ่อยๆฮะง่วงแน่นอนเลยนะฮะเพราะฉะนั้น เนี่ยเป็นสาเหตุที่ว่าใช้เสียงต่ำเฉพาะ บางโอกาสที่เน้นความน่าเชื่อถือหลังจาก นั้นเรากลับมาที่เสียงกลางอันนี้มัน เหมือนจะเป็นกราฟที่มันขึ้นๆลงๆคือถ้า เกิดขึ้นเนี่ยคือเสียงสูงช่วงเปิดสนทนา หลังจากนั้นเรามาพักที่เสียงกลางมันเป็น เสียงธรรมชาติให้เราไปได้เสียงต่ำในแง่ ของการเน้นความสนใจนะครับนะเพราะฉะนั้น อันนี้มันก็ต้องใช้ให้เหมาะสมโดยปกติการ เปิดบสนนาเนี่ยเขาคจะใช้เสียงกลางกันหรือ เสียงต่ำเล็กน้อยการทำคูคอที่ดีอไม่มีใคร มาเปิดด้วสวัสดีครับคุณสมชายเป็นไงบ้าง ครับวันนี้โอเปิดด้วยเสียงสูงแบบเคนรำคาญ แน่เลยนะฮะอันเนี้ยมันอาจจะใช้ในกรณีที่ ว่าในแง่ของการที่เราออกบูทงาน exhibition ที่เราจำเป็นว่าอาจจะต้องจ้าง MC
หรือว่า จ้างพิธีกรมาตามงานเนี่ยที่ช่วงแรกเต้อง ใช้เสียงศูนยในการดึงดูดความสนใจนะครับ หรือไม่ว่าจะเป็นการ Meeting ที่คุ้นเคย กันอยู่แล้วเจอหน้าอยู่แล้วแล้วใช้เสียง สูงบงช่วงแรกแต่การโทรหาคนแปลกหน้าเนี่ย ไม่ค่อยมีใครใช้เสียงสูงกันนะครับเพราะ ว่ามันไม่ได้ผลไงเจะใช้เสียงกลางต่ำๆถ้า คุณไปใช้เสียงสูงบดบทสนทนานะลูกค้าจะฟัง คุณดูแปลกๆแล้วก็ไม่อยากคุยกับคุณแล้วก็ รู้สึกอาการแสบแก้วหูด้วยนะครับควรจะลด เสียงต่ำลงเล็กน้อยมันดูสบายๆผ่อนคลาย เข้าถึงมากกว่าสวัสดีครับผมสคุณสมชายครับ ผมโทนี่นะครับจากบริษัท XYZ นะครับวันนี้ ผมโทรมาเพราะว่าอันเนี้ยเป็นเสียงต่ำแล้ว ก็ดึงลงนิดหน่อยให้รู้สึกสบายใจสดใสใช่ มั้ยคนฟังแล้วรู้สึกดีนะครับแต่ก็อย่ายืด เกินไปนะครับสวัสดีครับคุณสมชายครับผม สมศักดิ์นะครับจากบริษัทนะฮะอันนี้ก็ดู ยืดไปนะฮโดยเฉพาะถ้าเกิดลูกค้าไปรับสาย ช่วงหลังเที่ยงอะไรเงี้ยจะดูน่าเบื่อได้ รำคาญได้นะฮบางทีคุณมีเนื้อหามีอะไรที่ น่าสนใจแต่ลูกค้าไม่อยากคุยต่อเลยอย่าที่ บอกว่าบางทีเคตัดสินแค่ 5 วินาทีแรกถึง เขาจะว่างอยู่ไม่อยากทำอะไรแต่พอเจอเสียง กนี้ไม่อยากคุยต่อเลยนะฮะแต่ถึงเขาจะยุ่ง เล็กน้อยคุณทำเสียงสบสัสายโคคุยกับเค้า อะไรอย่างเงี้ยเอ้เคอยากคุยต่อนะเพราะ ฉะนั้นนะอันจากการแรกเลยนะการเลือกโทน เสียงนะครับนะเปิดบลสนทนาให้ใช้เสียงกลาง ไปทางเสียงต่ำเล็กน้อยดูสดใสดูจริงใจหลัง จากนั้นคุยไปสักพักนึงเนี่ยนะครับอาจจะ ใช้เสียงสูงบ้างในการดึงดูความสนใจก็กลับ มาพักเสียงกลางแล้วก็ใช้เสียงต่ำบ้างนะ ครับในการให้ลูกค้าเห็นถึงความสำคัญของ บางประโยคนะครับนะอันนี้ก็คือการใช้ เรื่องทวนเสียงนะครับถัดไปเรื่องระดับ เสียงนะครับทนเสียงก็สำคัญแล้วระดับเสียง ก็สำคัญไม่ต่างกันระดับเสียงคือระดับ เสียงที่พูดดังๆอย่าเงี้ยตอนนี้ผมกยังพูด ดังๆอยู่นะฮะทุกคนก็จะได้ยินเสียงผมดัง มากขึ้นถ่านไมโครโฟนพูดดังเนี่ยไม่ต่าง จากเสียงสูงเท่าไหร่จุดประสงค์คือเพื่อ เรียกร้องความสนใจนะครับสังเกตด้วยว่าไม่ ว่าจะเป็นเด็กๆหรือตอนที่พวกเราเป็นเด็กๆ อ่ะนะเด็กๆเวลาร้องไห้งไงก็ร้องเเบางี้ มั้ยฮะไม่เก็ล้องว้าวอย่างเงี้ยเล้อง เสียงดังๆเพราะว่าต้องการเรียกร้องความสน ใจการใช้เสียงดังก็เหมือนกันนะฮะมันเป็น การกระตุ้นคนฮะมันเป็นการเรียกร้องความสน ใจนะฮะแต่ถามว่าก็เหมือนกันนะว่าไม่ควร ใช้เสียงดังตลอดรำคาญหรือไม่ควรเปิดาด้วย สวัสดีครับคุณสนชัยครับผมอย่างเงี้ยอัน นี้ก็โอก็ดูดุดันเกินไปนะอันนี้เหมาะ เหมาะสำหรับเป็น Meeting ที่มันต้องแบบมี Energy มีอะไรแล้วแต่สถานการณ์แต่ถ้า เกิดการโทรของคุณเป็นการโทรปกติไม่ได้ อะไรมากหรืออะไรอย่างเงี้ยนะครับคุณควรจะ ไม่ใช้เสียงดังเกินไปใช้เสียงกลางๆนะครับ เสียงเบาเกินไปก็ไม่ดีนะบางคนก็แบบคือ ยิ่งเป็นโทรศัพท์เนี่ยนะฮะยิ่งบางคนน่ะ เนาะส่วนใหญ่เราโทรออกจากมือถือกันแล้วนะ ช่วงนี้ออฟฟิศไม่ค่อยเห็นกันแล้วมั้งเบาง คนน่ะไม่ได้ใช้พวกหูฟังหรือสมทแบบมีสาย หรืออะไรอย่างเงี้ยแล้วแบบเอาไปแนบหูอ่ะ เนาแล้วก็บางทีพูดเบาๆอ่ะอาจจะปากอาจจะ ห่างจากมือถืออะไรอย่างเงี้ยแต่ตัวเองคิด ว่าอีกฝ่ายนึงได้ยินชัดนะทั้งที่อีกฝ่าย นึงได้ยินไม่ชัดอันนี้ต้องระวังเพราะผม เคยเจอเหมือนคบางคนไม่ชอบคุยผ่านโทรผ่าน หูฟังผ่านสมอทอไม่อยากเสียบสายนู่นนี่ รำคาญก็จะถือหูคุยไปก็ได้ไม่ผิดอะไรแต่ ถามว่าเราก็ต้องมีการทดสอบกับเพื่อนกับ เพื่อนร่วมงานอะไรให้เรียบร้อยก่อนว่า ระดับความห่างของโทรศัพท์กับปากเนี่ยห่าง กันในระดับที่เหมาะสมนะฮะคุยกันแล้วเสียง ไม่เบาเกินไปหรือไม่ดังเกินไปนะครับแต่ผม ว่าถ้าเกิดเลือกได้นะใช้พวกหูฟังเนี่ย เดี๋ยวนี้เป็นพวกหูฟังไร้สายโมีตั้งแต่ หลักร้อยหลักพันเลือกได้หรือบางทีจะเอา แบบมีสายก็ได้นะฮะมีสายก็ไม่ต้องกังวล เรื่องแบตหมดหรือสัญญาณบูทูธต่ออะไรอย่า เงี้ยก็อันเนี้ยมันจะชัวร์กว่ามันจะ เมคชัวร์ว่าปากเรามันจะอยู่ใกล้กับไมค์ อะไรตงนี้มากกว่านะครับแต่ถามว่าเสียงเบา ก็ใช้ในบางสถานการณ์นะใช้ในแง่ของการปลอบ ใจนะบางครั้งเนี่ยเราไปจะโทรหาลูกค้าหรือ อะไรเงี้ยแล้วเเจอเรื่องแย่ๆเรื่องอะไร ไม่ดีมานะฮะการปลอบใจเนี่ยเราก็ใช้เสียง เบาๆปลอบใจบ้างอ๋อเหรอครับเรื่องแบบนี้ แรอครับผมเห็นใจจริงๆนะครับคุณสมชายครับ
นะไม่มีใครใช้เสียงดังคุณสมชายครับเรื่อง แบบนี้ครับน่าเห็นใจมากครับนะไม่มีใครใช้ ไม่ไม่เป็นธรรมชาติขณะเดียวกันเหมือนกันฮ เวลาพ่อแม่ปอบลูกนะครับสามีภรรยาปอบกัน แล้วการหัวหน้าปอบลูกน้องหรืออะไรเงี้ย เขาจะใช้เสียงเบากันนะเสียงเบาใช้ในการ ปลอบโยนแต่ในการคุยโทรศัพท์เนี่ยต้อง ระวังว่าไอ้เสียงเบาตรงเมันเบาเกินไปหรือ เปล่านะเพราะฉะนั้นอันนี้ยต้องต้องมีการ เลือกใช้ให้เหมาะสมนะฮะแต่ไม่ใช่ว่าเลือง ระดับเสียงมันก็เหมือนทนเสียงนะคือไม่ใช่ ว่าเอาระดับเสียงเดียวไปตลอดก็ไม่ได้มัน ก็ต้องมีสูงว่างความสนใจบ้างนะครับมีเบาๆ มีอะไรบ้างนะซึ่งอันนี้มันต้องอาศัยการ ฝึกแต่ถ้าเกิดคุณไม่รู้ตัวเนี่ยส่วนใหญ่ ถ้าเกิดเราฝึกอยู่คนเดียวจะไม่รู้ตัวว่า ตอนนี้ทนเสียงเป็นยังไงกับเสียงเป็นยังไง ก็แนะนำให้อัดเสียงแล้วก็ไปเปิดให้เพื่อน ร่วมงานให้หัวหน้าฟังหรือเปิดให้ทั้ง อาจารย์ทั้งโค้ชเช่วยรีวิวช่วยคอมเมนก็ ได้นะ ครับถัดไปนะฮะก็จะเป็นในง้าของความเร็วใน การพูดหรือสปีดน้ำเสียงนั่นเองนะครับ อันเนี้ยนะครับอย่างที่บอกเนาะว่าแต่ละคน จะมีทธรรมชาติไม่เหมือนกันบางคนเป็นคนที่ ค่อนข้างพูดเร็วนะฮะซึ่งการพูดเร็วเนี่ย ไม่ได้ผิดเลยนะไม่ว่าจะพูดเร็วพูดช้าแต่ ว่ามันมันก็ควรจะปรับสปีดของตัวเองให้ให้ เหมาะสมกับการสนทนาหรือกับลูกค้าด้วยการ พูดเร็วมันจะเป็นเรื่องปกติมากถ้าเกิดเรา คุยกับเพื่อนคุยกับครอบครัวกับคนใกล้ชิด อ่ะเราก็เข้าใจแล้วคนพูดเร็วแล้วก็ไม่ไม่ คิดอะไรมากแต่ถ้าเกิดเรามาคุยเรื่อง ธุรกิจโดยเฉพะการทำคูคอการโทรครั้งแรก เนี่ยคุณเปิดสนาได้ดพูดอย่างรวดเร็วเลย ลูกค้าฟังไม่ทันเนี่ยนะฮะลูกค้าเบื่อครับ ดีไม่ดีไม่อยากคุยต่อด้วยซ้ำไปขอขอวางหู ขออะไรบอกก็ติดธุระเลยเพราะฉะนั้นคุณต้อง มีวิธีปรับสปีดของตัวเองให้ให้ช้าลงนะ ครับรวมถึงบางคนเนี่ยเป็นคนพูดช้าพูดช้า เกินไปก็ไม่ไหวจริถ้าเกิดไปเจอลูกค้าบาง คนที่ใจร้อนเนี่ยเป็นคน aggressive หน่อย แบบว่ารีบๆพูดหน่อยหรือแบบค่อนข้างมีเวลา น้อยอย่างเงี้ยางมัวพูดช้ายืดญาตอย่าง เงี้ก็ก็ไม่ทันการนะครับอย่างที่บอกตรง นี้มันไม่ใช่ความผิดคุณเพราะว่าการพูด เร็วพูดช้ามันใช้ในเรื่องของส่วนตัว เรื่องชีวิตประจำวันได้แต่พอในเรื่อง ธุรกิจเนี่ยคุณต้องมีการปรับตัวเองช่วง แรกอาจจะต้องมีการฝืนธรรมชาติหน่อยนะครับ นะแต่ว่าจำเป็นต้องทำเพื่อให้อีกฝ่ายนึง เนี่ยอยากจะจะฟังเรามากขึ้นนะครับอันนี้ ก็เช่นกันฮะที่ผมไปเทรนกับนักเรียนมาส่วน ใหญ่ไม่รู้ตัวฮะตอนออกมาทำโ pay ให้ฝึก ซ้อมเป็นทนขายให้เพื่อนร่วมงานมานั่งฟัง เป็นลูกค้ามาพูดกันเนี่ยส่วนใหญ่ไม่รู้ ตัวว่าพูดเร็วฮะรุตัวอีกทีก็อ้าอจริงเหรอ ครับอาจารย์ผมพูดเร็วเหรอฮะเหมือนกันฮะคน พูดช้าก็เหมือนกันคือคนพูดโมโนโทนเนี่ย เนี่ยส่วนใหญ่ไม่รู้ตัวฮะก็ต้องให้คนทัก เพราะฉนั้นอันนี้ก็เหมือนกันต้องมีคนทัก ต้องมีคนเตือนแล้วถึงจะปรับตัวเองนะครับ ให้ให้มันเหมาะสมมากขึ้นนะครับนะเพราะ ฉะนั้นอันนี้ต้องต้องมีการฝึกดีๆนะครับ ทั้ง 3 ส่วนนะฮะถ้าเกิดคุณอยากจะให้ลูก ค้าอยากจะฟังคุณต่อใน 5 วินาทีแรกนะครับ อ่าเทคนิคถัดไปจะเป็นเทคนิคที่แวานมาก ขึ้นนะครับที่ผมบอกไปก่อนนะเนี้ยมันเป็น เทคนิคเบสิคทั่วๆไปนะฮะถามว่าส่วนใหญ่ก็ จะรู้อยู่แล้วล่ะนะครับไม่ไม่ได้อะไรมาก เพียงแต่ว่าทำกันไม่ค่อยได้เ่านั้นเอง หรืออาจจะลืมทำแต่อีกเทคนิคนึงเนี่ยมีมี คนไม่เยอะที่รู้เทคนิคนี้เทคนิคเนี้ยเป็น จิตวิทยาขั้นสูงในแง่ของที่เรียกว่าวิธี การเลียนแบบน้ำเสี่ยงลูกค้าเพื่อทำให้ลูก ค้ารู้สึกว่าเราอ่ะเป็นพวกเกี่ยวกับเค้า ลูกค้าจะรู้สึกอุ่นใจสบายใจอยากเปิดใจกับ อีกสายนึงสนทนานะครับเมื่อเค้ารู้สึกว่า เราเป็นพวกเดียวกับเค้านะครับซึ่งวิธีที่ จะทำให้เราเป็นพวกเดียวเค้ามันทำได้หลาย แบบแบบนึงก็อาจจะใช้วิธีการหาเรื่องที่ มันเป็นคออมาร่วมกันก็ได้อย่างเช่นจบ มหาวิยาลัยเดียวกันจบโรงเรียนเดียวกัน อยู่จังหวัดเดียวกันอย่างเงี้ยเป็นคน เหนือเป็นคนใต้เหมือนกันก็ได้แต่ในการูคอ ครั้งแรกอาจจะยากหน่อยนะถ้าเกิดไม่ได้ทำ การบ้านมาก่อนเพราะฉะนั้นวิธีนึงที่ง่าย เลยก็คือเลียนแบบน้ำเสียงสไตล์การพูดของ ลูกค้านะครับนะพูดให้คล้ายกับคู่สนทนาไม่ จำเป็นต้องเสแสร้งนะแต่ว่าให้แค่พยายามทำ คล้ายๆกับเา้าไม่ไม่ได้เป็นการเลียนแบบ อะไรนะครับนะปรับตัวให้เข้ากับวิธีที่พวก
เขาพูดนะครับซึ่งอันเนี้ยต้องผ่านจุดแรก ไปก่อนจุดแรกก็สำคัญนะนะที่บอกว่าเรื่อง ทนเสียงระดับเสียงเนี่ยเรื่องน้ำเสียง เนี่ยนะครับเรื่องความเร็วของน้ำเสียง เนี่ยเพื่อให้คุณผ่าน 5-10 วินาทีแรกไป ได้ก่อนนะเพราะถ้าเกิดคุณไม่ผ่านตรงเนะ ครับลูกค้าไม่ฟังคุณตอบมาในนาทีนาทีถัดไป อ่ะตรงนี้มันไม่มีประโยชน์เลยคุณจะไม่ สามารถเรียนน้ำเสียงเขาได้เรียนแบบสไตล์ การพูดเได้นะฮะทีนี้พอคุณผ่านไปสักนาที 2 นาทีเนี่ยคุณจะพอเริ่มจับได้แล้วว่าลูก ค้าเป็นสไตล์แบบไหนเป็นสไตล์พูดเร็วมยคือ ถ้าเกิดคุณเป็นคนพูดปานกลางนะแต่ถ้าเกิด ลูกค้าเป็นสไตล์พูดเร็วเนี่ยคุณก็ต้อง ปรับตัวเองนะให้ทนเสียงให้สปีดความเร็ว เนี่ยพูดเร็วมากขึ้นแต่ถ้าเกิดสมมุติว่า คุณเป็นคนพูดเร็วแล้วลูกค้าเป็นคนพูดสปีด ปานกลางหรือค่อนข้างช้าเนี่ยคุณต้องรู้ จักสังเกตแล้วก็ปรับสปีดน้ำเสียงของตัว เองให้ช้าลงตามลูกค้านะซึ่งเรื่องนี้มัน ต้องอาศัยการฝึกฝนเพราะว่าโดยธรรมชาติคน เราเนี่ยบางทีถ้าเกิดไม่สังเกตเนี่ยก็จะ พูดแค่สไตล์ของตัวเองไปเรื่อยๆไม่สนใจคน อื่นนะวนั้นเรื่องนี้ต้องต้องอาศัยการฝุก ขนดีๆนอกจากในเรื่องของความเร็วความช้า เนี่ยเรื่องทนเสี่ยงด้วยนะคือมันต้องมา หมดเลยความโซนเสียงความดังความเบาไอ้ 3 ข้อเมื่อสักครู่อ่ะฮะมันต้องมาหมดเลยถ้า เกิดลูกค้าเนี่ยเป็นผู้หญิงนะส่วนใหญ่ เป็นผู้หญิงก็ใช้เสียงสูงบ้างบางทีเราก็ ต้องใช้เสียงสูงบ้างเป็นผู้ชายอ่าส่วน ใหญ่จะใช้เสียงต่ำผู้ชายมันคงเสียงต่ำไป เลยนะฮะเราต้องพยายามค่อยๆปรับเสียงต่ำ ตามเค้าเทคนิคคืออย่าไปใช้ทันทีเพราะว่า ใช้ทันทีเนี่ยมันจะดูเหมือนเลียนแบบลูก ค้ามันดูเหมือนเป็นล้อเรียนลูกค้าอันนั้น มันจะเป็นผลเสียมากกว่าผลได้นะครับเพราะ ฉะนั้นเนี่ยเทคนิคคืออย่าเพิ่งทำทันทีแต่ ว่าสักพักนึงก่อนผ่านไปสักนาที 2 นาที ก่อนพอคนเริ่มจับแนลได้เนี่ยคุณค่อยๆปรับ ตามลูกค้านะครับปรับตามเหนียนๆนะครับลูก โสนาพูดช้าๆใจเย็นๆมีพลังงานต่ำคุณก็ควร พูดักขณะนั้นแต่ถ้าเกิดเขาพูดเร็วแอคที มากโหน้ำเสียงมีพลังงานสูงเลยเนี่ยคุณ ต้องปรับน้ำเสียงให้คล้ายๆเขานะเพราะ ฉะนั้นอันนี้ต้องอาศัยการฝึกฝนมันเป็น เทคนิคแวานเลยแล้วคุณจะสังเกตว่าบทสนทนา นั้นเนี่ยลูกค้าจะเปิดใจให้คุณมากขึ้นถ้า เกิดคุณอยากจะสานต่อไปไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ของการนัดประชุมการส่งไปเสนอราคาหรือขอ ข้อมูลลูกค้าเนี่ยลูกค้าคู่สนนาจะเปิดใจ ให้คุณมากขึ้นนะครับนะฮะอันนี้ก็ต้อง พยายามปรับตัวแต่อย่างที่บอกอย่าอย่า เลียนแบบเป๊ะๆนะฮะคืออันเนี้ยผมไม่ได้ หมายความว่าให้คุณสูนเสียสไตล์ของตัวเอง เพื่อเลียนแบบเไปนะคือคุณก็ยังมีสไตล์ของ ตัวเองอยู่แต่ว่าคุณเลียนแบบเขาในบางช่วง บางเวลาทำให้ Energy มัน Match กันทำให้ บรรยากาศมันแค่สอดคล้องกันเท่านั้นเองนะ ฮะอย่างผมเองเนี่ยผมไม่ได้เรียนแบบทุก อย่างเป๊ะ 100% เลยมันเดนนั้นไม่ได้ยิ่ง ถ้าเกิดคุณทำเหมือนกับเกินไปมันดูไม่ เนียนดูให้เป็นธรรมชาติมันจะยิ่งแย่ไป ใหญ่ซัก 60 70% ขึ้นไปก็โอเคะแต่อย่าง น้อยคือไม่ใช่สไตล์คุณอย่างเดียวเลยคุณ ต้องไปสไตล์เค้ามากกว่า 60 70% เนี่ยให้ มันพอใกล้เคียงกันเอันเนี้ยถือได้ะไม่ ต้องเอา Perfect มากแต่ว่าเทคนิคต้อง พยายามค่อยๆฝึกฝนไปนะครับนะฮะอ่าอันนี้ เป็นตัวอย่างนะครับสวัสดีครับผมคุณสมชาย ครับผมโทนี่นะครับจากบริษัท XYZ นะครับ วันนี้ผมโทรมาเพราะว่าเรื่องนี้ครับจุดๆๆ นะอย่างเห็นว่าโทนเสียงเนี่ยดูสบาย ๆเริ่มต้นดีแล้วก็เข้าถึงได้ง่ายเพราะว่า ผมใช้โทนเสียงที่ค่อนข้างสดใสไม่ได้มือดี เคียกีเรียดนะครับแล้วก็เป็นเสียงแบบ เสียงกลางค่อนข้างไปวทางต่ำนิดนึงอ่ามี อีกเทคนิคนึงนะที่ไม่ได้อยู่ในสไลด์นี้นะ
ครับเวลาผมสอนลูกศิษย์เนี่ยก็คือให้ พยายามคุณพูดไปยิ้มไปเพราะว่าถ้าเกิดคุณ พูดไปยิ้มไปเนี่ยนะฮะน้ำเสียงคุณจะดูสดใส ร่าเริงขึ้นโดยอัตโนมัติโอเคหล่ะว่าอีก ฝ่ายนึงเค้าไม่เห็นคุณหร่ะว่าคุณพูดไป ยิ้มไปแต่เขาจะจับได้จากน้ำเสียงคุณนะฮะ บริษัทที่มีทีมงานเเซล call center เนี่ยเถึงพยายามให้มีกระจกอยู่ที่โต๊ะของ พนักงานคือไม่ได้เอาไว้ส่องหน้าแต่งหน้า อย่างเดียวนะครับแต่เอาไว้ดูด้วยว่าตอน ที่เราคุยกับลูกค้าเนี่ยยิ้มอยู่หรือ เปล่าเวลาคุยหรือบางทีเผลอคุยหน้าบึ้ง อารมณ์เสียเจอลูกค้ายากๆขึ้นมาเนี่ยแต่ ถ้าเกิดแค่ยิ้มเนี่ยแค่ยิ้มเเอาปากขึ้นมา เนี่ยยกขึ้นมาละร่างกายมันก็จะเข้าใจตนม ว่าเราผ่อนคลายเราอารมณ์ดีน้ำเสียงมันก็ จะเปลี่ยนเนี่ยความเป็นจริงถ้าเกิดไป ประชุมกับลูกค้าไปิ้เนี่ยแค่ยิ้มเนี่ยมัน ไปทั้งหน้ามันไปทั้งท่าทางเลยนะแต่ อันเนี้ยพอเป็นโทรศัพท์อีกฝ่ายนึงไม่เห็น หน้าเป็นหน้าทางเรานะครับแค่ยิ้มอย่าง เดียวน้ำเสียงเปลี่ยนอีกฝ่ายจับได้ะนะ เพราะฉะนั้นมีเทคนิคอีกอย่างนึงคือถ้า เกิดคุณคิดว่าไม่รู้จะทำน้ำเสียงยังไง หรืออะไรอย่างเงี้ยตโทรหาลูกค้านะอันนี้ ผมผมใช้อยู่เยอะนะฮะหลายๆครั้งเนี่ยก่อน ที่ผมจะโทรหาลูกค้าโดยเพอาจจะเป็นสายยากๆ หรือสายคูคอเนี่ยผมไม่มั่นใจเนี่ยหรือการ โทรพก็ตามเนี่ยผมจะยิ้มก่อนยิ้มให้ตัวเอง ก่อนก่อนที่จะโไปผมก็จะมั่นใจว่าเจะรับ สายได้อย่างดีไม่รับสายก็อาจจะยุ่งอยู่ ไม่เป็นไรแต่ยิ้มไว้ก่อนฮะยิ้มนำไว้ก่อน ระหว่างรอสายตื๊ดตื๊ดืดๆพอลูกค้ารับใายเ คุณยิ้มอยู่เนี่ยเวลาคุณพูดออกไปก็จะเป็น ธรรมชาตินะเพราะฉะนั้นอันนี้ยเป็นเป็น เทคนิคนึงอันนี้เป็นเทคนิคส่วนตัวที่ผมมา แชร์นะก็สามารถเอาไปใช้ได้นะครับต่อไป หลังจากนั้นเนี่ยพอคุณคุยกับเสักพักนึง เนี่ยขึ้นอยู่กับการตอบสนองของคู่สนทนานะ ครับผมก็จะปรับทนเสียงระดับเสียงจังหวะ พูดให้ปรับเค้ากับเขาเพราะว่าหัวใจสำคัญ อยู่ที่เค้าต้องมองว่าคุณเป็นคนที่เหมือน กับเค้าซึ่งถ้าเกิดไปเจอตัวนะมันมีมันมี หลายแบบที่จะทำได้แต่ถ้าเกิดเป็นแบบ โทรศัพท์อย่างเดียวเนี่ยเรียนท่าทางเนี้ย เป็นอะไไม่ได้แล้วเพราะไม่เห็นเพราะต้อง เรียนเสียงเรื่องทนเสียงคอย่างเดียวนะ ครับซึ่งถ้าเกิดคุณสามารถเรียนวิธีพูด เข้าได้เนี่ยโดยที่เขาไม่รู้ตัวนะลูกค้า จะคิดว่าคุณเป็นเหมือนพวกเดียวกับเขาเขา จะไว้ใจคุณมากขึ้นแล้วเขาจะเปิดใจให้คุณ มากขึ้นนะนี้เป็นหลักการเป็นเทคนิคขั้น สูงเลยนะครับนะอันนี้เรายังไม่ได้พูดถึง เรซ script ด้วนะนะในคลิปอื่นผมมีพูดถึง เรื่องเปอะไรแล้วการสอนผมก็พูดถึงคอร์สอล ผมก็พูดถึงแล้วนะครับแต่ผมจะพูดถึงตรงนี้ ก่อนเพราะว่าเรื่องน้ำเสียงการเปิดมลสนนา การคุยกับลูกค้าการยิ้มระหว่างคุณเนี่ย มันเป็นถึงประมาณ 70% ของช่วงแรกเลยคุณ จำเป็นต้องผ่านพวกนี้ให้ได้ก่อนต่อให้คุณ มี sal script ที่ดีแค่ไหนก็ตามนะขั้น เทพเลยเนี่ยแต่ถ้าเกิดน้ำเสียงคุณไม่ดี คุณคุยแล้วไม่ผ่านนาทีแรกลูกค้าไม่อยาก คุยกคุณต่อโดยใช้เทคนิคในคลิปเนี้ยเ script ขั้นเทพของคุณจะไม่มีประโยชน์ อะไรเลยนะเพราะฉะนั้นคลิปเนี้ยมันจะเป็น ส่วนที่ผมมาเติมเต็มมาฟิกับหลายๆคลิปที่ ผมทำหรือบางทีคุณอาจจะไปเจอคลิปกับเ script มาเยอะนะแต่คลิปเมันจะช่วยเติม เต็มได้ในแง่ของการบทสนทนาช่วงแรกนะครับ นะซึ่งถ้าเกิดคุณพูดในแบบของตัวเองจะไม่ สามารถคาดหวังให้ทุกคนชอบได้แต่ถ้าเกิด คุณเรียนแบบใหู้สนนาเนี่ย 70% ของครูคอ เนี่ยผมบอกเเลยว่าคุณเป็นความเสเร็จมาก กว่า 70% แล้วะต่อให้คุณยังไม่ได้เตรียม ิปที่ดีพอนะหรือบางทีการพูดด้วยเทง ธรรมชาติเนี่ยคือมันไม่ได้อิงับ Call script ไงบางทีคุณอาจจะลืม Call script บ้างบางจุดถึงตอนนั้นคุณไม่ต้องมาพวพวง เอ้ยอยู่ตรงไหนหาไม่เจอเจอจะพูดอะไรต่อ ให้คุณพูดไปเลยฮะแต่ที่สำคัญอยู่ว่าเป็น
ธรรมชาติแล้วก็ให้พยายามจับน้ำเสียงของ ลูกค้าให้เป็นแบบไหนเอาตรงนี้ก่อนนะฮะนะ แล้วพอจุดๆนึงคนคุ้นค scrip ได้คล่องแล้ว เนี่ยเดี๋ยว๋มันมาเองนะครับนะซึ่งถ้าเกิด คุณปรับตัวเข้ากับคนอื่นได้เนี่ย เปอร์เซ็นต์ที่คนอื่นชอบจะเพิ่มมากเพราะ ว่าคุณดูเหมือนพวกเนะครับนะฮะในส่วนที่ เหลือของคลิปนี้เนี่ยผมจะให้เทคนิคเพิ่ม เติมด้วยในการที่จะควบคุมบทสนทนากับลูก ค้านะครับคุณอาจจะเจอบ้างนะครับบางคูคอ ที่คุณโทรไปหาคณแปลกหน้าเนี่ยคือลูกค้า บางทีก็ก็ก็ชวนคุยเยอะเกินนะฮะบางทีก็ เนลี่เยอะเกินไปซึถามว่าเป็นเรื่องที่ดี มยมันมันก็ดีนะฮแต่ถามว่าคือถ้าเกิดคุณ เป็นเเซลหรือคนโทรหาลูกค้าเนี่ยที่เวลา คุณมีจำกัดต่อสายอ่ะนะครับคุณจำเป็นต้อง มีการควบคุมบทสนทนาให้ให้มันอยู่ในร่องใน รอยอ่ะมันอยู่ในเส้นทางของคุณที่คุณอยาก จะไปต่อนะคือถ้าเกิดลูกค้าชวนคุยมากไป เนี่ยบางทีคอนึงมันนานเกินไป 10 นาที 20 นาทีเนี่ยมันก็จะนานเกินไปละเพราะฉะนั้น ผมจะมีวิธีทำยังไงให้คุณสามารถที่จะทำให้ ดสนหน้ามันกลับไปอยู่ในประเด็นตรงนี้นะ ครับครับเทคนิคนั้นคือการถามคำถามครับทุก ครั้งที่คุณรู้สึกว่าลูกค้าเถไถลูกค้าชวน คุยนู่นนี่แบบว่าออกนอกเรื่องออกนอกทะเล ไปเยอะเนี่ยอันนี้เทคนิคนี้สามารถใช้ใน ที่ประชุมได้ด้วยนะเวลาคุณจะพีเซน Meeting ประชุมกับลูกค้าเนี่ยถ้าเกิดลูกค้าออกนอก ทางเยอะเนี่ยคุณคุณใช้เทคนิคนี้ได้ก็คือ การถามคำถามคุณดึงลูกค้ากลับมาด้วยด้วย การถามคำถามฮะให้คุณถามคำถามที่จะทำให้ ลูกค้ากลับมาสู่บทสนทนาตรงนี้นะครับซึ่ง ถ้าเกิดลูกค้าที่ชวนคุยเยอะหรือเนลเกินไป เนี่ยเนี่ยการที่คุณบอกว่าเอ่อคุณสมชัย ครับเดี๋ยวผมขออนุญาตถามคำถามตรงนี้ก่อน นะฮะเค้าก็จะกลับมาแน่นอนเลยเพราะว่าเค้า เคอยากคุยกับคุณไงแต่ว่าถ้าเกิดคุณไม่ถาม คนถามเค้าจะเถียไถลไปเรื่อยๆซึ่งลูกค้าก็ ไม่ผิดเอาจจะคิดว่าคุณมีเวลาเยอะหรือเค้า เป็นสไตล์นี้อยู่แล้วนะฮะแต่ถามว่าคุณ ต้องมีมีเทคนิคตรงนี้ด้วยนะครับนะฮะซึ่ง การถามคำถามที่ถูกต้องเนี่ยนอกจากดึงลูก ค้าเข้ามาสู่บทสนทนาแล้วนะ ครับยังเป็นการจอดลึกปัญหาด้วยนะเป็นการ จอดลึกมากขึ้นว่าตอนนี้ปัญหาเคืออะไรนะ ครับ ซึ่งทำไมถึงต้องจอดลึกปัญหาลูกค้าเพราะ ว่าถ้าถ้าเกิดเราไม่จอดลึกปัญหาให้ลูกค้า รู้สึกลำบากเ้าจะไม่แอชทำอะไรเจะไม่ซื้อ อะไรฮะเพราะว่าการที่คนเราจะยอมควักเงิน ซื้ออะไรสักอย่างเนี่ยเพราะมันมีปัญหา อะไรสักอย่างที่ทำจำเป็นต้องแก้ไขเพราะ ฉะนั้นการถามคำถามที่ดีเนี่ยมันจะสามารถ เจาะลึกปัญหาของลูกค้าไปได้เรื่อยๆนะอ่า เดี๋ยวผมลองลองตัวอย่างเพิ่มเติมตรงนี้นะ ครับอย่างเช่นสมมุติว่าเค้าพูดนู่นนี่ เยอะแยะไปหมดไม่ว่าจะเป็นการโทรศัพท์หรือ อยู่ในระหว่างที่ประชุมวดีโอคอก็ตามเนี่ย คุณไม่รู้จะทำยังไงดีเค้าไม่มีช่องว่าง ให้คุณท้าพูดเลยบางคนพูดเยอะคือพูดจริงๆ นะคือไม่มี Space ไม่มี Gap เลยแม้แต่ วินาทีเดียวอ่ะนะครับเพคุณอาจจะต้องใช้ วิธีแทรกที่ว่าเออขอโทษนะครับผมขอถามสัก คำถามได้มั้ยครับถ้าเกิดมันไม่ไหวจริงๆ อ่ะคุณก็ต้องแทรกแบบนี้ไปแล้วลูกค้าบอกออ ได้สิครับถามอะไรเหรอครับหลังจากนั้น เนี่ยนะคุณก็ถามไปเลยว่าอยากจะให้เขาคตอบ อะไรอย่างเช่นเออผมอนุญาตถามได้มั้ยครับ ว่าเอณณตอนเนะครับสินค้าที่ใช้อยู่ใช้ เป็นยี่ห้อไหนครับอะไรอย่างเงี้ยนะฮะอัน นี้ก็กลับมาที่ประเด็นตรงนี้แล้วถ้าเกิดเ นอกเลื่องอีกก็ก็ก็ถามคำถามกลับมาอีกนะ ครับเออขอโทษนะครับขออนุญาตถามว่าเออแล้ว ปัญหาที่เกิดขึ้นจากสินค้าปัจจุบันตรงนี้ นะครับมีมีข้ออื่นอีกมั้ยครับนอกจากข้อ แรกที่คุณสมชายได้แจ้งมาอะไรเงี้ยคือ เหมือนกับวันเนี้เรากำลังทำทำพวกรางถนน น่ะหรือรางทำรางรถไฟอยู่นะให้มันเป็นเส้น ตามที่คุณต้องการน่ะนะแต่ถ้าเกิดลูกค้าเ ออกนอกถนนออกลอกรังรถไฟไปเถลถลนู่นนี่ป คุณก็ใช้คำถามในการตบลูกค้าให้กลับไปอยู่ ตรงเนี้ยนะฮะเพราะฉะนั้นต้องมีมีการ เตรียมคำถามเตรียมอะไรให้ดีไว้นะครับนะ ซึ่งอันเนี้ยมันเป็นจิตวิจายเลยนะว่าคน ที่คุมบทสนทนาได้เนี่ยคนนั้นเนี่ยจะเป็น คนที่มีอำนาจคนที่จะสามารถชนะในวแล้วก็ทำ ให้จูงอีกฝ่ายหนึ่งไปได้ซึ่งถ้าเกิดวัน เนี้ยคุณอายอ่ะบางคนอายไม่กล้าแทรกลูกค้า หรืออะไรเงี้ยแล้วถ้าเกิดคุณให้ลูกค้าเถล
ถลไปอย่างเงี้ยนะสุดท้ายลูกค้าเนี่ยจะ เป็นคนคุมสนทนาเจะเป็นคนคุมหนเจะเป็นคน คุมคุณแล้วตอนท้ายๆคุณทำอะไรเจะไม่ฟังคุณ แล้วเพราะว่าเค้าคุมคุณมาตลอดเลยนะแต่ถ้า เกิดคุณอยากจะคุมบทสนทนาจากคุมลูกค้าให้ อยู่เนี่ยคุณต้องถามคำถามตั้งแต่แต่แรกๆ ซึ่งการใช้การถามคับถามตรงเนี้ยมันจะเป็น คุณบทสนทนาอำนาจเ่ะมันจะอยู่ที่ตัวคุณนะ ครับเพราะฉะนั้นคุณต้องถามคำถามให้ถูก ต้องนะครับเพราะฉะนั้นการโน้มเน้าใจที่ เก่งเนี่ยคุณต้องค่อยๆถามคำถามค่อยๆปลุก ไอเดียค่อยๆให้คนเห็นด้วยไปเรื่อยๆในสมอง นะครับพอคุณถามคำถามไปเรื่อยๆให้ลูกค้า คิดได้นู่นนี่นะครับแล้วก็ปูทางไปเรื่อยๆ เจะคิดว่าออสุดท้ายคำตอบของปัญหาหรือวิธี การแก้ปัญหามันอยู่ที่การซื้อสินค้าตรง นี้เนี่ยซึ่งลูกค้าจะรู้สึกว่ามันเหมือน กับเคคิดวิธีนี้ด้วยตัวเองแต่ถามว่าความ เป็นจริงเนี่ยคุณเนี่ยเป็นคนคนควบคุมเ ตั้งแต่แรกแล้วคุณจะเป็นคนถามคำถามที่ดี ให้เค้าตอบอย่างงี้อย่างงี้ไปเรื่อยๆนะฮะ แต่อันนี้ก็คือถือว่าเจิวิทยาการขายเป็น สิ่งที่ดีนะเพราะเหมือนกับเราให้ลูกค้า รู้สึกว่าเค้าเป็นคนควบคุมแล้วเค้าว่า ซื้อสินค้าด้วยตัวเองเค้าคิดเองแต่ความ เป็นจริงอ่ะเราเป็นคนควบคุมเค้าอีกทีนึง นะฮะอันนี้ก็เป็นจิตวิทยาขั้นสูอีกข้อนึง นะครับอย่างเช่นยกตัวอย่างว่าวันเนี้ยคุณ จะขายบริการตัดต่อวีีดีโอนะฮะตัดต่อวดีโอ เป็นแดบสั้นน่ะนะฮะซึ่งคุณไปเจอลูกค้าราย นึงซึ่งแบบโอ้โหมีมีวีีดีโอบน YouTube แบบยาวเยอะมากเลยแล้วก็เค้าไม่เห็นทำแบบ สั้นๆเป็นแบบช็อตหรือทำบน tiktok เลยคุณ ก็ถามเค้าว่าเฮ้ยผมสังเกตว่าคุณโพสต์ วีดีโอเยอะมากนะครับบน YouTube มันได้ผล ดีเลยแต่ทำว่าผมสงสัยว่าทำไมคุณไม่ลองตัด ต่อเป็นคลิปสั้นแล้วโพสต์ลง tiktok หรือ ช็อตลฮะซึ่งตอนนี้ได้รับความนิยมสูงมากซึ ลูกค้าอาจจะตอบว่าผมก็อยากทำนะแต่จุดๆๆ ไอ้คำว่าหลังจากคำว่าแต่จุดๆๆตรงเนี้ยคุณ ต้องจั้งใจฟังให้ดีนะอันนี้เจะบอกเลยว่า ปัญหาเค้าคืออะไรทำไมเ้าไม่เริ่มทำตรงนี้ นะครับซึ่งเมื่อความลูกค้าก็พูดว่าแต่อาจ จะแบบว่าผมก็อยากทำนะครับแต่ผมไม่ไม่มี เวลานะครับผมก็อยากทำนะแต่ผมทำช่อง tiktok ไม่เป็นนะแล้วผมก็อยากทำนะแต่ผมไม่รู้ว่า มันเริ่มช้าไปหรือเปล่าผมก็อยากทำนะแต่ผม ไม่รู้ผมต้องทำคทนใหม่หรือเปล่าอะไรเงี้ย ุต้องเอาตรงเยมาพูดลูกค้ามาถามจอดลึกไป เรื่อยๆแล้วสุดท้ายเนี่ยลูกค้าก็จะรู้คุณ ก็ปลูกฝังไปเรๆว่า tiktok มันอย่างงี้มัน เริ่มต้นได้นะคุณช่วยได้อย่างเงี้ยลูกค้า ก็จะคิดว่าอ๋อสุดท้ายเออเค้าเป็นคนคิดได้ ขึ้นมาเองแล้วเอยากจะมาเริ่มทำวีดีโอสั้น บน tiktok แต่ความเป็นจริงอ่ะคุณค่อยๆ ปลูกฝังไอเดียกับเค้าด้วยการถามคนน้ไป เรื่อยๆก็คือคุณกำลังคุมลูกค้าให้ทำตาม แนวทางของคุณอยู่นะครับซึ่งบ่อยครั้ง เนี่ยต่อไปเรื่องของการถามเรื่องงบประมาณ นะฮะเรื่องงบประมาณเนี่ยผมแนะนำว่าให้คุณ พยายามรู้ให้ได้ตั้งแต่คอรสแรกครับบางคน บอกว่าโอ๊ยมันเร็วไปหรือเปล่าบางคนบอกว่า ไม่ควรถามคอแรกหรอกมันดูน่าเกลียดแต่ความ เป็นจริงเนี่ยการถามงบประมาณเนี่ยมันเป็น การคัดกรองลูกค้าฮะเป็นการคัดเลือกว่าลูก ค้าอะไรเนี้ยเราจะสามารถไปต่อเ้าได้มั้ย เพราะถ้าเกิดคุณเกรงใจคุณไม่กล้าถามงประ มาแล้วคุณคว่า้มันดูดีนะลูกค้ามีความ ต้องการอยากซื้อนะคุณก็ไปเตรียมทำ proposal เตรียมทำไปเสนอราคาเตรียมไป พีเซนวดีโอคอไปเจอตัวหรืออะไรก็ตามเนี่ย แต่พอน One พีนจริงๆเนี่ยคุณเตรียมทุก อย่างดีมากเลยแล้วคุณไปถามลูกค้าในตอน ท้ายว่าคุณสมชายครับคุณสมชายมีงบประมาณ เท่าไหร่ครับแล้วคุณสมชายก็บอกอ๋องบ ประมาณเท่านี้เท่านี้ครับคุณก็อาจจะอึ้ง หรือคิดในใจกับทีมงานคุณอยู่ว่าอ๋อมันงบ ประมามันน้อยมากมันซื้อของราคาต่ำสุดของ ร้านเรายังไม่ได้เลยอย่างเงี้ยซื้อบริการ เราแม้แต่ครึ่งนึงยังไม่ได้เลยเท่ากับ เหมือนเสียเวลาทั้ง 2 ฝ่ายนะคุณเองก็เสีย เวลาถามว่าลูกค้าก็เสียเวลานะนะฮะแต่แต่ ลูกค้าเองเค้าอาจจะไม่ได้ติดอะไรเป็น
พิเศษไงแต่คุณจำเป็นต้องทำยอดในเน็ตเวลา อย่างเงี้ยเพราะฉะนั้นเนี่ยคุณจำเป็นก็ ควรจะเช็คงบประมาณแต่เินเนิคุณจะได้รู้ ว่าไปต่อหรือไม่ไปต่อไงนะฮะเพราะฉะนั้น เนี่ยถ้าเกิดคุณไม่สามารถสร้างงบประมาณ ได้ทันทีนะคุณอาจต้องใช้วิธีถามช่วงราคา เป็นเรนขอเป็นไอเดียคร่าวๆก็ได้ลูกค้า หลายๆายเนี่ยถ้าเกิดเขายังไม่มีความ ต้องการซื้อจริงๆจังๆบางทีงบประมาณไม่ออก นะไม่ว่าจะเป็น b2c หรือ B2B ก็ตามเนี่ย แต่ว่าถ้าเกิดคุณแค่ถามเว่ามันคร่าวๆเค้า เนี่ยนะฮะหลังจากที่เค้ามีไอเดียเรื่อง ธุรกิจคุณเรื่องสินค้าบริการของคุณเนี่ย เค้าเจะสามารถตอบได้นะครับซึ่งยกตัวอย่าง นะครับคุณสมชายครับจากสิ่งที่เราคุยสาย ทั้งหมดนะครับมีงบประมาณหรือช่วงราคาที่ คุณสมชายกำลังคิดไว้สำหรับสิ่งนี้มั้ย ครับลูกค้าก็ตอบว่าคิดว่าเรามีงบประมาณนะ ฮะแต่ยังไม่แน่ใจแล้วก็ไม่อยากบอกตอนนี้ เพราะว่าไม่รู้ว่าเราจะได้ร่วมงานกันหรือ เปล่านะลูกค้าส่วนนึงจะบอกแบบนี้ว่าไม่ อยากบอกงบประมาณหรอกหรืออะไรอย่างเงี้ยนะ ครับซึ่งเซลล์บางคนเก็จะเหมือนเกรงใจลูก ค้าก็จะจบบทเ่านั้นว่าโอเคไม่เป็นไรครับง เดี๋ยวผมทำ proposal ทำไปเสนอราคาอะไรให้ นะครับนะฮะแล้วก็ไปเตรียมตัวเตรียมตัว อะไรก็จะมาเสนอครั้งหน้านะครับแต่ผมอ่ะ ไม่อยากให้คุณหยุดอยู่แค่ตรงนี้อยากให้ คุณถามลูกค้าต่อไปแล้วก็ตอบลูกค้าแบบนี้ ครับว่าครับผมเข้าใจได้ครับแต่ว่ามันจะ ช่วยได้มากเลยนะครับถ้าเกิดจะทำให้เราไม่ เสียเวลาทั้ง 2 ฝ่ายเพราะถ้าเกิดงบประมาณ ของคุณสมชายเนี่ยไม่ได้จริงๆเนี่ยเราจะ ได้ไม่มีเหตุผลที่คุยกันต่อเนาะต้องขอ อนุญาตที่แจ้งตรงๆเพราะว่าราคาสินค้า บริการเราเนี่ยก็ก็จะมีไปราคาเป็นเรนที่ เริ่มต้นอยู่ระดับนึงอย่างงี้ดีพี่ครับ ถ้าเกิดคุณสมชายพอจะให้เป็นช่วงราคาคร่าว ๆให้ได้ได้มั้ยครับว่าอยู่ประมาณเท่าไหร่ ่ะฮะกะเกณฑ์ว่าถ้าเกิดเรามีโอกาสได้ร่วม งานกันเนี่ยคุณสมใจคิดว่ากะเกณฑ์ไว้อยู่ ประมาณเท่าไหร่ครับลูกค้าก็คิดในใจว่าอื เออมันก็สบเหตุผลนะที่คุณโทนี่บอกมันก็ จริงอ่ะเพราะถ้าเกิดแบบงบประมาณมันไม่มี เลยหรือมันไม่ตรงอ่ะเนาะมันก็จะไปต่อไม่ ได้นะครับโอเคงั้นงประมาณน่าจะประมาณ 50,000 - 100,000 บาทเหรอครับไม่แน่ใจ เหมือนกันแต่คิดว่าน่าจะประมาณนั้น่ะครับ อ่านะฮะเนี่ยทั้งหมดที่คือวิธีการนะฮะ เท่านี้คุณจะได้รู้แล้วว่าถ้าเกิดราคา บริการของคุณเนี่ยอยู่ประมาณ 80,000 บาท เนี่ยอ่าอยู่ละนะแต่ถ้าเกิดราคาของคุณ เนี่ยอยู่ประมาณ 150,000 บาท 200,000 บาท เนี่ยคุณก็รู้ว่า 50,000 - 100,000 น้อยไปแล้วะคุณก็สามารถมีวิธีบอกคุณสมชาย ได้ว่าโอแต่ว่าบริการของเราเริ่มต้นที่ เอ่อ 150,000 บาทนะครับอันนี้ถ้าเกิดไม่ แน่ใจว่าเดี๋ยวถ้าเกิดคุณสมชายลองปรึกษาค หุ้นส่วนก่อนก็ได้ครับถ้าเกิดไม่สามารถ เริ่มต้นตรงนี้ได้เนี่ยผมเกรงว่าอาจจะยัง ไม่เหมาะตรงนี้กันนะครับแต่ก็คุณสมชัย สามารถที่จะเพิ่มงบประมาณไป 150,000 บาท เนี่ยเดี๋ยวเรามาคุยกันต่อคุณสมชายคิดว่า ยังไงครับตรงนี้ก็ได้หรือถ้าเกิดงบประมาณ มันเหมาะสมอยู่แล้วนะฮะ 50,000 - 100,000 คุณมีบริการเริ่มต้นที่ 80,000 บาทคุณก็บอกว่าโองั้นดีเลยครับบริการของ เราเริ่มต้นที่ 80,000 บาทครับแล้วสามารถ ขยายได้ถึง 100,000
ด้วยถ้าเกิดคุณสนชัย ต้องการอะไรเพิ่มอย่างงั้นเดี๋ยวผมขอ อนุญาตไปเตรียมข้อมูลมาเพื่อจะคุยใน Meeting ถัดไปนะเท่านี้แหละที่เรา ต้องการฮะเราจะได้รู้ตัวเลขคร่าวๆไม่ จำเป็นต้องแน่นอนก็ได้แต่อย่างน้อยเราจะ ได้รู้ว่าลูกค้ายินดีที่จะจ่ายเท่าไหร่ สามารถวางกลยุทธ์ได้ภายหลังว่าเหมาะสมจะ ไปกันต่อมยนะฮะหรือจะทำยังไงต่อกับลูกค้า รายนี้นะครับนะสรุปนะครับการโทรครั้งแรก การโทรูคอให้ประสบความสำเร็จมีอะไรบ้าง ครับอย่างแรกคือต้องมีการใช้โทนเสียงครับ เสียงต่ำเสียงกลางเสียงสูงต้องใช้ให้ เหมาะสมในทุกช่วงของการสนทนาอย่าไปใช้ เสียงเดียวตลอดอย่าไปใช้เสียงสูงเรียงด ความสนใจอย่างอย่างเดียวตลอดอย่าใช้เสียง ต่ำซึ่งเน้นความสำคัญอย่างเดียวตลอดอย่า ใช้เสียงกลางไปเรื่อยๆตลอดนะฮะการสนนาให้ ดีก็ต้องมีการิกทั้งเสียงสูงเสียงกลาง แล้วก็เสียงต่ำไปตลอดแต่อย่าลืมว่าการ เปิดบทสนทนาโดยเฉพาะครูคอเนี่ยให้เปิด สนทนาที่เสียงอบอุ่นเป็นมิตรสบายๆออกไป ทางเสียงต่ำเล็กน้อยถ้าเกิดไม่รู้ว่าทำ เสียงไงให้พยายามพูดไปยิ้มไปลูกค้าจะ สัมผัสได้ถึงความจริงใจแล้วก็ความสบายๆ ที่จะคุยกันนะครับแล้วก็หลังจากนั้นเนี่ย ในง่าของตัวเอ่อดดับเสียงวอลุมด้วยนะฮะ อย่าให้เช็คดีๆในการคุยโทรศัพท์นะฮะว่า เวลาเราคุยโทรศัพท์เนี่ยไม่ว่าจะถนัดถือ โทรศัพท์คุยหรือถนัดใช้หูฟัง Small Talk เนี่ยน้ำเสียงที่เราพูดปกติเนี่ยในอีก ฝ่ายหนึงเนี่ยเคได้ยินแล้วเป็นยังไงมัน เบาไปไม้หรือดังใม้สำหรับเาต้องปรับดีๆนะ ครับไม่มีใครอยากฟังเสียงดังนานๆเกินไป ไม่มีใครอยากฟังเสียงเบาอย่างเดียวนานๆ เกินไปก็ฟังไม่ค่อยชัดต้องปรับดีๆนะครับ แล้วก็รู้ถึงความเร็วในการพูดด้วยนะครับ ไม่มีใครอยากที่ฟังคนพูดเร็วๆตลอดโดยฟัง ไม่ทันหรือพูพูช้าเกินไปเนิบๆจนเสียเวลาเ นะเพราะฉะนั้นอันเนี้ยเราก็ต้องปรับให้ เหมาะสมถ้าเกิดเรายังไม่ชัวร์ช่วงแรกๆ เนี่ยมาด้วยความเร็วสปีดกลางๆก่อนนะฮะ ช่วงแรกอาจจะต้องฝืนธรรมชาตินิดนึงถ้า เกิดคุณเป็นคนพูดเร็วคุณอาจต้องฝืนตัวเอง ช่วงแรกๆให้ปรับตัวเองให้น้ำเสียงช้าลง หน่อยถ้าเกิดคุณเป็นคนพูดช้าเนี่ยช่วงแรก ต้องฝืนตัวเองให้ทำน้ำเสียงให้มันเร็วมาก ขึ้นอันเนี้ยมันเป็นการควบคุมโทนน้ำเสียง นะครับหลังจากนั้นเนี่ยเทคนิค Advance เนี่ยก็คือการเลียนแบบน้ำเสียงลูกค้าพอ ช่วงแรกแรกผ่านไปได้แล้วเนี่ยคุณสามารถ ให้ลูกค้าเนี่ยโอเคอยากจะคุยกับคุณต่อละ พอคุณคุยกับลูกค้าสักนาที 2 นาทีเนี่ยคุณ จะเริ่มจับได้ว่าลูกค้าเนี่ยเป็นทนเสียง ยังไงความเร็วยังไงใช้เสียงสูงต่ำยังไง พูดเร็วพูดช้าหลังจากนั้นให้คุณค่อยๆ เลียนแบบน้ำเสียงลูกค้าอย่างเนียนๆเพราะ ว่าลูกค้าจะชอบคนที่เหมือนกับเาเจะเปิดใจ ให้คนแบบนี้มากกว่านะการคุยโทรศัพท์เรา ไม่สามารถเลียนแบบท่าทางภายนอกได้ไม่ สามารถมีเวลาไปเช็คข้อมูลก่อนได้ว่าเขา อยู่จังหวัดไหนชอบกินอะไรงานเอกๆอะไรจบ การศึกษาอะไรเพราะังนั้นเราเราใช้วิธีการ เรียนแบบน้ำเสียงทนเสียงลูกค้าอันเนี้ย ค่อนข้างสะดวกที่สุดแล้วนะแล้วลูกค้าจะ เปิดใจมากขึ้นหลังจากนั้นเนี่ยนะครับถ้า เกิดเราเจอลูกค้าที่คุยเยอะคุยมากไปนิด นึงแล้วไปชอบออกนอกประเด็นทะเลไถลนู่นนี่ อย่างเงี้ยนะครับอย่าปล่อยให้ลูกค้าคุบด สนนาไปนานๆครับถ้าเกิดลูกค้าคุมไปนานๆ แล้วตอนท้ายกลับมามันจะไม่ทันแล้วให้ พยายามถามแทรกด้วยคำถามเพื่อให้ลูกค้า กลับไปอยู่ในร่องรอยให้ไปอยู่ในถนนหนทาง ที่เราปูพื้นให้กับลูกค้าที่จะให้ลูกค้า เดินไปทางแนวทางของเราโดยการถามคำถามนะ ครับเพราะฉะนั้นถ้าเกิดลูกค้านอกประเด็น ให้คุณยิงคำถามที่เกี่ยวข้องกับเรื่องที่ คุยเพื่อกับลูกค้ากลับมาเพื่อควบคุมบท สนทนาตรงนี้นะครับนะเพราะฉะนั้นคนที่มี อำนาจคนที่มีโอกาสที่จะปิดการขายหรือคน ที่จะชนะตรงเนี้ยนะครับคุณกับลูกค้าเนี่ย นะครับอยู่ที่ว่าใครคุมบทสนทนาได้มากกว่า กันซึ่งวิธีดีที่สุดที่จะคุมบสนทนาได้ใน การโทรศัพท์ก็คือการใช้การถามคำถามคนไหน ถามเนี่ยส่วนใหญ่คนนั้นจะเป็นคนคุมคนตอบ อาจจะเป็นคนตามนะครับนะเพราะฉะนั้นเนี่ย คุณอย่าปล่อยให้ลูกค้าถามคุณอย่างเดียวนะ คุณต้องพยายามควบคุมลูกค้าโดยการที่คุณ ต้องถามกลับลูกค้าไปบ้างแล้วก็ส่วนสุด ท้ายเลยเนี่ยผมอยากให้คุณพยายามหางบ ประมาณลูกค้าได้ตั้งแต่คอแรกๆจะได้ไม่ เสียเวลาไปต่อนะครับบางครั้งถ้าเกิดจะพูด ตรงๆกับลูกค้าจำเป็นต้องพูดตรงๆไม่อยาก ให้เสียเวลาไปต่อโดยที่ต้องไปทำเตรียมตัว
นู่นนี่แล้วสุดท้ายลูกค้าไม่มีงบอ่ะแล้ว ทำไมไม่คุยกันตั้งแต่แรกว่าไม่มีงบนะฮะ ซึ่งเป็นการเสียเวลาทั้ง 2 ฝ่ายนะครับ เพราะฉะนั้นเช็คตั้งแต่แรกเลยว่าไม่ต้อง เอางบเป๊ะๆแต่อย่างน้อยเป็นงบคร่าวๆว่า ลูกค้าอยู่ประมาณเท่าไหร่คุณจะได้รู้ว่า ควรไปต่อมยหรือไม่ควรไปต่อก็ปฏิเสธลูกค้า อย่างสุภาพนะครับและนี่คือเทคนิคทั้งหมด นะครับของการโทรหาครั้งแรกูคอลูกค้าให้ ประสบความสำเร็จนะครับอ่าทีนี้คุณ คอมเมนต์ตอบผมมาหน่อยครับว่าคุณได้อะไร จากคลิปนี้บ้างหลังจากที่ฟังกันมาตลอดนะ ครับแล้วรวมถึงว่าให้คุณลองเอาเทคนิคที่ คุณฟังจากคลิปผมเนี่ยนะครับเอาไปใช้ในการ ทำงานในการขายอะไอย่างงี้ครับแล้วสามารถ มาแชร์ประสบการณ์ใคอมเมนต์ทีหลังได้นะว่า คุณเอาไปใช้แล้วเป็นยังไงก็สามารถเอามา บอกเล่าแล้วก็มาพูดคุยกันได้นะครับแล้ว ถ้าเกิดคุณต้องการรับความรู้ทางด้านการ ขายอย่างต่อเนื่องผมมีทั้งคลิปสั้นแล้วก็ คลิปยาวๆอย่างนี้เรียกว่าคอร์สเต็มคอร์ส เต็มเนี่ยมีตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงถึงเป็น ชั่วโมงเลยนะฮะเป็นคลิปที่คุณเหมือนแบบ ได้เรียนคอร์สดีๆอยากย่อๆสักคอร์สนึงเลย ในระยะเวลาครึ่งชั่วโมงถ- 1 ชั่วโมงนะ ครับก็ติดตามตามเพจแล้วก็ตามช่องของ อาจารย์โทนี่เทพการขายได้นะครับปัจจุบัน ก็มีทั้ง tiktok มีทั้ง YouTube มีทั้ง Facebook แล้วก็ LINE OA นะครับสามารถ ติดตามรับข่าวสารรับโปรโมชั่นแล้วก็เวลา มีคลิปดีๆนะครับผมก็จะโพสต์ตามช่องทาง เหล่านั้นบ่อยๆเป็นประจำทุกวันแล้วก็ อย่างต่อนตเนื่องด้วยนะครับนะครับวันนี้ ขอขอขให้ทุกคนโชคดีเอาความรู้ตรงนี้ไปใช้ ให้ประสบความสำเร็จในอาชีพการงานและการ ขายนะครับแล้วพบกับเนื้อหาสาระดีๆความรู้ แบบนี้ใหม่กับผมอาจารย์โทนี่ในคลิปหน้า ครับสวัสดีครับ