War Buffet War Buffet ู Buffet คุณ Buffet เนี่ยผมคิดว่าเป็นการปรับพอร์ตตามปกติ เพราะเ้าซื้อหุ้น Apple ถ้าผมจำไม่ผิดอาจ จะ PE 10 เท่าต้นๆอะไรอย่างเงี้ยนะครับ หรือประมาณ 10 เท่าอะไรอย่าเงี้ยแล้วก็มี เงินสดเต็มบริสัตเลยณเวลาที่เขาซื้อตอน ที่เขาขายเนี่ยเขาย PE อาจจะใกล้ๆ 30 ก็อยากจะให้มองเหมือนกันนะครับว่า ก่อนที่จะเกิดวิกฤต . com เนี่ยเชาย hardway นะครับหรือว่า waren Buffet เนี่ยเาเพิ่มสัดส่วนการถือเงินสดเนี่ยสูง ที่สุดก่อนที่จะเกิด pic. com เนี่ยเค เพิ่มการถือเงินสดเนี่ยสูงขึ้นมาเนี่ยใน ช่วงปี 1998 อ่าปี 2005 เนี่ย 2005 เนี่ย เขาเพิ่มสัดส่วนการถือครองเงินสดเนี่ยเ่อ สูงที่สุดเป็นประวัติศาสตร์ของเชาย Heart a เหมือนกันปี 2005 แต่จะเกิดวิกฤตจริงๆ เนี่ยปี 2008 2 เรื่องฮะที่คุณบัฟเฟตอาจจะถือ เงินมากขึ้นอันที่ 1 valuation ตอนนี้ มันไม่ถูกนะอันที่ 2 อ่าว่าเเคงดูแล้วว่า ถ้าคุณทำมาเนี่ยันถือเงินสดมากขึ้นเรา ตื่นมามันอาจจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงได้ตลอด เพราะฉะนั้นเวลาที่ตลาดมีความผันผวนการ ที่เรามีเงินสดเยอะเราได้เปรียบนะคุณ คีต้า มันก็มีภาพภาพกลับข้างกันเนาะตอนที่เขา ซื้อนี่คือในจีนก่อโตในโลกก็ยังไปได้ดี ใช่มั้ยครับคกีต้า PE ก็ต่ำวันเนี้ยมัน คือ PE ก็สูงแล้วไอ้ยอดขายแียต่างๆในใน จีนก็อาจจะได้รับผลกระทบจากโครงการชาติ นิยมแล้วกันคนจีนก็เริ่มหันกลับไปใช้ Huawei กลับไปใช้ Vivo Oppo Xiaomi กันมากขึ้นเพราะโทรศัพท์พวกนั้นก็ได้มา เก็ดแชร์ไปเยอะขึ้น Apple ก็เริ่มมีความ นิยมน้อยลง ู้อเมริกาขึ้นมาแบบน่ากลัวจริงๆหรือเปล่า มันก่อภาวะฟองสบู่มฟองสบู่มันจะแตกจ กระทั่งเจอเเอร correction ในอนาคตอย่าง เช่นปีหน้าหรือเปล่าเพรานั้นมันก็ถามว่า มันเป็นฟองตรงไหนมันก็เป็นฟองทุกงถ้าเรา ไปดูเอาเฉพาะ Ma Max เวยิ่งไม่ต้องพูด ถึง PE โดยเฉลี่ยมัน 30 กว่าเท่ากันหมด อยู่แล้วตอนเเม็ดเงินจากทั่วโลกมันถึงได้ เข้าอเมริกาเพราะว่าอะไรเ้าพเมองว่า อเมริกามันโตดีกว่าบริษัทเใหญ่ๆในอเมริกา มันโตดีกว่าบริษัทเคือฟองสบู่จะแตกก็ต่อ เมื่อมีเหตุการณ์ที่เรียกว่าไม่คาด คิดตัวเลขอะไรบางอย่างออกมาแย่ผิดคาดหรือ ผลประกอบการของบริษัทยักษ์ใหญ่ออกมา ประกาศแยกกว่าที่คาดเยอะ แยะปู่เนี่ยเค้าไม่ได้สนใจราคาเสนใจพื้น ฐานปู่ฟตซื้อหุ้นออกี่แต่หุ้นร่วงเรื่อยๆ ขาย Apple แต่ตอนนี้กำลังขึ้นปูตัดสิใจ พลาดหรือเปล่าผมคิดว่าเ้าอาจจะแค่ซื้อถูก แล้วก็ดูสถานการณ์ดูข่าวดีที่มันเกิดขึ้น แล้วพอเเห็นว่าข่าวดีมันเหลือน้อยมูลค่า มันเริ่มขึ้นมาเยอะแล้วมันแพงปันผลอะไรก็ ดีมันเริ่มน้อยลงเ้าก็ขายแค่นี้เองแต่ เนี่ยฮะล่าสุดคือปี 2024 2024 เนี่ยคือปีที่เขาเพิ่มการถือ ครองเงินสดมากกว่าช่วงก่อนเกิดวิกฤตสภา อีกนะแล้วก็มากกว่าก่อนที่ก่อนเกิด wik dcom ตั้งแต่ท้มาเนี่ยก็เป็นเพราะอะไร มันเขารู้ว่า emerging market หรือ as emerging market อ่ะมันมันไม่ไแล้วอ่ะ ก็เงินมันก็เข้าอเมริกากันแล้วคุณคิดมัน ก็เข้าไปต่อต่อต่อต่อๆๆๆๆอย่าลืมว่านี่ คือเราไปต่อเค้านะฮะถ้ามันมีอะไรขึ้นมานะ มันจะไม่ใช่อเมริกามีมันจะไม่ใช่คน อเมริกาฝืดมันจะกลายฝืดกันทั้งโลกในฐานะ นักลงทุนเนี่ยเราต้องเพิ่มความระมัดระวัง นะว่าเอ่อความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดของผม เนี่ยมันอาจจะไม่ใช่เรื่องความเสี่ยงที่ เราเห็นได้นะเข้าใจมยุนอเมริกาก็ยังดีสุด อยู่อันนี้คือระยะยาวนะฮะแต่ว่าขึ้นอยู่ กับ valuation แพงหรือถูกยังไงแล้วถ้ามัน เกิดจากหุ้นขนาดใหญ่มันก็มีผลกระทบกับ ตลาดความเสียงที่เราเห็นได้คือความเสี่ยง เรื่องของสงครามการค้านี่เราเห็นได้ สงครามในเชิงของ geopolitical เนี่ยเรา เห็นได้ความเสี่ยงเรื่องของสภาพคล้องเรา เห็นได้นะครับอ่าแต่ความเสี่ยงอันนึงก็ คือที่สำคัญที่สุดคือราคาหุ้นในประเทศ สหรัฐอเมริกาเนี่ยนะครับเ่อเค้าค่อนข้าง แพงซึ่งความแพงเนี่ยมันจะทำให้พร้อมจะรับ กับปัจจัยเสี่ยงที่เกิดขึ้นในอนาคตได้แม้ ว่าปัจจัยเสี่ยงนั้นจะเป็นปัจจัยเสี่ยง ที่รู้กันอยู่แล้วหรือคนอาจจะหนีไปบิคอย ก็ได้นะคุณกีต้าเห็นมั้ยครับอ้าว่าจริงๆ ตอนเนี้ยพอคนประเมินเรื่องความเสี่ยงในปี หน้าเนี่ยคนก็ไม่รู้จะซื้ออะไรคนก็กลัว ไม่ใช่ว่าเราเห็นปู่ซื้อแล้วต้องดีแน่นะ เราไปอ่านงบมันน่ะแล้วดูตัวเลขมันเป็น อะไรที่คุณจะไม่สงสัยทำไมปู่ [เพลง] ซื้อแต่เราควรศึกษาทุกๆูของเขาเพราะว่า เอ๊ะเวลาตลาดแบบนี้บริบทแวดล้อมเป็นแบบ นี้ทำไมเขาเลือกที่จะตัดสินใจแบบเนี้ยอาจ จะเอามาพัฒนาหลักการคิดหลักการลงทุนของ เราในอนาคตคือดูที่พื้นฐานแล้วก็ไม่แห่ ตามกระแสยิ่งคนไม่สนใจมันมันยิ่งเป็น โอกาสซื้อแต่ว่าผมกเลยคิดว่าเนี่ยเรา กำลังเข้าสู่ฟองสบู่ตอนปลายแล้วคนที่สูบ ลมเข้าไปให้มันเต่งๆก็คือตั้เนี่ยแหละ เพราะฉะนั้นการที่ผู้เชี่ยวชาญทั้งหลาย ออกมาบอกว่าพูดแพงไปถือเงินสดมากขึ้นอัน นี้เป็นเรื่องปกติก็ขึ้นอยู่กว่านักลงทุน แต่ละคนตัดสินใจงบางคนก็ถือเงินสดเร็ว ขึ้นมากขึ้นบางคนก็บอกเฮ้ยเดี๋ยวรออีก หน่อยน่ะ [เพลง] ผมคิดว่ามันมันมันมันทำให้นักลงทุนท่าน นึงนะครับที่เป็นทุรู้จักในโลกเนี่ยก็คือ War Buffet เ้าถึงได้ขายหุ้นนะครับแล้ว ก็ถือเงินสดเพิ่มขึ้นสูงสุดเป็นประวัติกา จริงๆอยากแชร์รูปนะครับแต่ว่าเพิญเปิด สไลด์ไม่ทันละ อ่ามันมีรูปเดี๋ยวๆลองดูนะเดี๋ยวผมขอลอง เปิดไหนๆไลฟ์ลเดี๋ยวเดี๋ยวเพิ่งเดี๋ยวๆๆๆ ๆเดี๋ยวผมขอเปิดหน่อยมันมีรูปอยู่รูปนึง ที่ผมยังไม่ได้แชร์ที่ไหนนะแต่ครับอ่า เพิ่งทำเสร็จเมื่อกี้นี้เองอยากโชว์อ่ะ เค้าเรียกคนมันทำเสร็จแล้วอยากจะ เอ่อแป๊บนึงนะครับมันเป็นรูปที่แสดง ปริมาณเงินสดของ EM Buffet กับอืการ สะท้อนถึงว่าอ่าแล้วผลกระทบกับตลาดหุ้น เนี่ยมันจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่นะครับอ่ะ เดี๋ยวผมขอแชร์ PowerPoint นิดนึงนะครับ ได้ครับไม่ให้ดูหมดเดี๋ยวจะไม่มีผู้ที่บร พายแต่อยากจะให้ดูอ่ะรูปนี้โอเคครับแชร์ สไลด์นิดนึงกนะเดี๋ยวแป๊บนึงนะได้ครับแชร ก็ต้องบอกว่าในช่วงที่ผ่านมาคุณวนเฟดนะ ครับก็ไม่ได้ครับมันถึงได้อย่างงี้ครับ อ่าอ่ะนี่ทีแรกเลยใช่มั้ยครับพี่กวรูปนี้ ที่แรกเลยที่แรกแรกแต่ว่าอันนี้จริงๆทุก คนเห็นรูปอยู่แล้วพีเไม่มีใครมาพูดกันนะ ครับอ่ะเอาขึ้นจ่อได้มั้ยเอได้ครับได้ ครับเอิมเป็นที่แรกแต่ว่าที่ที่ที่ไม่ไม่ ไม่ไม่มีคือทุกคนเห็นรูปนี้อยู่แล้วล่ะ ครับรูปรูป 2 รูปนี้นะครับเดี๋ยวผมจะถ้า ผมเปิดสไลด์ใหญ่กันได้เห็นมั้ยเห็นูมั้ย อ่าพอเห็นครับพี่กวีแต่ว่าถ้าถ้าขยายเต็ม จอได้มั้ยครับเออันนี้ขยายเต็มจอแล้วนะ เนี่ยเนี่ยมันเดี๋ยวก่อนนะเดี๋ยวพี่ขอ ขยายนิดนึง นะเรามาดูรูปแรกก่อนได้ครับอ่ะดูรูปนี้ ก่อนนะอ่ะมารูปนึงเนี่ยอันนี้คือป อินดิเคเตอร์ถูกมั้ยอันนี้คือบอแต่ทุกคน ทุกคนรู้ดีอยู่แล้วว่ามันสะท้อนภาพอะไร อ่ารูปเนี้ยเป็นรูปที่เ่อ One Buffet เนี่ยเป็นเใช้เป็นเค้าเรียกว่า Buffet indicator นะครับเขาเอามูลค่าตลาดหุ้น อเมริกาเนี่ยหารด้วยขณะเศษขณะเศรษฐกิจของ ประเทศสหรัฐถูกมั้ยครับซึ่งถ้าเราดูภาพ นี้เราก็จะเห็นว่าวันที่วันเนี้ที่ War Buffet เถือเงินสดเยอะๆเนี่ยหลักๆก็คือ ตัว Buffet indicator หรือว่ามูลค่าตลาด หุ้นอเมริกาเนี่ยมันขึ้นมาเยอะมากเมื่อ เทียบกับขนาดเศรษฐกิจของประเทศสหรัฐ อเมริกอเมริกาอ่าเขาก็เลยเก็เลยมองว่า ตลาดหุ้นอเมริกาเนี่ยอยู่ในระดับที่ค่อน ข้างแพงนะครับเก็เลยเลือกที่จะถือเงินสด มากขึ้นแต่อยากจะให้ดูนิดนึงนะครับว่า ก่อนหน้านี้เนี่ยเอาตอนช่วง dcom เลยกัน นะครับช่วงก่อนที่ช่วงปี 2000 ที่เกิด dcom เนี่ยช่วงปี 2000 นะครับที่เกิด dcom ตรงเนี้ยนะครับราคาหุ้นก็ขึ้นไปตรง นี้เห็นมั้ยครับตรงนี้คือช่วง dcom เห็น มั้ยครับครับนะฮะช่วงคอที่ที่เ่อ Buffet อินดิเคเตอร์เนี่ยขึ้นไม่ที่ระดับสูงสุด ก็คือตอน Buble Bubble dcom ระเบิดนะ ครับตรงนี้คือตรงนี้คือสพมตรงนี้นะครับ ตรงนี้คือสับอ่าก็อยากจะให้มองเหมือนกัน นะครับว่าก่อนที่จะเกิดวิกฤต .
com เนี่ย เชาย hardway นะครับหรือว่า War Buffet เนี่ยเคเพิ่มสัดส่วนการถือเงินสดเนี่ยสูง ที่สุดก่อนที่จะเกิด power. com เนี่ยเา เพิ่มการถือเงินสดเนี่ยสูงขึ้นมาเนี่ยใน ช่วงปี 1998 เห็นมั้ยครับ 1998 ตรงนี้นะ 1998 8 เพิ่มสัดส่วนการถือครองเงินสด เพิ่มสูงขึ้นแต่กว่าจะเกิดวิกฤตจริงๆ เนี่ยคือปี 2000 ตามคมั้ยครับคือเ้าไม่รู้หรอกว่า ข้างหน้าจะเกิดวิกฤตอะไรขึ้นแต่เขารู้ว่า ตลาดหุ้นเนี่ยมันแพงเคก็เลือกที่จะถือ เงินสดมากขึ้นครับโอเคมั้ยครับเค้าเลือก ถือเงินสดมากขึ้นเช่นเดียวกันนะครับอ่าปี 2005 เนี่ย 2005 เนี่ยเาเพิ่มสัดส่วนการ ถือครองเงินสดเนี่ยเ่อสูงที่สุดเป็น ประวัติศาสตร์ของเชียเชายวยเหมือนกันปี 2005 แต่จะเกิดวิกฤตจริงๆเนี่ยปี 2008 ก็อีกตั้ง 3 ปีนะกว่าจะเกิดวิกฤตจริงๆ แล้วหุ้นลงนะครับแล้วพอถึงปี 2008 เนี่ย เขาก็เอาเงินสดที่เขาถือตอนปี 2005 เนี่ย เอามาซื้อช่วงปี 2008 รอตั้งเรอตั้งกี่ปี อ่ะอยากจะให้ดูภาพนิดนึงคือเขาอดทนรอตั้ง 3 ปีอ่ะครับเพื่อที่จะค่อยๆทยอยแต่ว่า เ้าไม่ได้แบบมาแบบลงแล้วเป็นเส้นตรงปึ๊บ ตอนปี 2008 ตรงเส้นตรงแต่เค่อยๆทยอยมา เรื่อยๆเห็นป่ะเทยอยทยอยเก็บหุ้นมาเรื่อย ๆตอนที่หุ้นมันเริ่มปรับตัวลดลงมาแล้วก็ เก็บเยอะๆเนี่ยก็คือถือเงินสดหรือไม่ถึง 5 หรือประมาณ 5% เนี่ยในช่วงที่วิกฤตพอดี เลยก็พูดง่ายๆถือหุ้นอยู่ 95% น่ะนะครับ แต่เถือเงินสดเยอะจริงๆอ่ะไม่ได้ถือตอน ที่ช่วงเกิดวิกฤตนะเาถือก่อนที่จะเกิด วิกฤตนะครับซึ่งในช่วงปี dcom เราก็จะ เห็นว่าตัวราคาหุ้นเนี่ยมันแพงก็คือ Buffet อินดิเคเตอร์ช่วงเยครับมันแพง แล้วสัผก็อยู่แค่ตรงนี้เองนะครับนะแต่เขา ก็เลือกที่จะถือเงินสดเพราะว่าราคาหุ้น ส่วนใหญ่แพงอ่าปี 2020 นี่วัดไม่ได้นะ เพราะว่ามันเกิดโควิดไม่มีใครเห็นนะครับ แต่เนี่ยฮะล่าสุดคือปี 2024 2024 เนี่ยคือปีที่เขาเพิ่มการถือ ครองเงินสดมากกว่าช่วงก่อนเกิดวิกฤตสภอีก นะแล้วก็มากกว่าก่อนที่ก่อนเกิดวฤต dcom แต่สังเกตว่าตอนที่เขาถือเงินสดเยอะๆเป็น สัดส่วนเยอะๆนี่สัดส่วนนะครับไม่ใช่ ปริมาณสัดส่วนเมื่อเทียบกับปริมาณพอร์ต เขาทั้งหมดเนี่ยก็ 2 ปีก่อนจะเกิดวิกฤต dcom นะครับ 1998 กจะเกิด dcom 2000 2005 เนี่ยก่อนจะเกิดวิกฤตสราก็ 2008 มันเลยเลยเกิดการตั้งคำถามขึ้นมา ว่าการถือเงินสดเยอะขนาดนี้เนี่ยมันไม่ ได้หมายถึงว่า War Buffet มองว่าจะเกิด วิกิตนะอืถูกมั้ยครับเพราะก่อนหน้านี้ เนี่ยเาก็แสดงวิดนี่ตัดทิ้งไปนะเพราะว่า เขาถือเงินสดลดลงเพราะว่าเกิดวิกฤตพอดีนะ ครับถ้าสังเกตได้ดีนะอ่ะอีกอันนึงที่ สังเกตได้จากรูปนี้นะตั้งแต่ปี 2008 ถึง ปี 2020 เาถือเงินสดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเห็น มั้ยเห็นป่ะ 28 แล้วผมอยากให้ดู Buffet อินดิเคเตอร์นะครับ 2008 จนถึง 2020 เนี่ยครับเห็นมยราคาแพงขึ้นเรื่อยๆเห็น ป่ะราคาแพงขึ้นเรื่อยๆเห็นมย 2008 buet อินดิเคเตอร์ก็พุ่งขึ้นเรื่อยๆเมื่อราคา ขึ้นเรื่อยๆสิ่งที่บทำอะไรไงฮะเมื่อราคา พุ่งขึ้นเรื่อยๆเขก็จะถือเงินสดมากขึ้น เรื่อยๆเห็นป่ะถือเงินสดมากขึ้นเรื่อยๆ ถือเงินสดมากขึ้นเรื่อยๆเไม่รู้หรอกครับ ว่าปี 2020 จะเกิดโควิดแต่เขารู้ว่าราคา หุ้นในตลาดหุ้นอเมริกามันแพงขึ้นเรื่อยๆ เขาเลยเลือกถือเงินสดมากขึ้นเรื่อยๆตาม ราคาหุ้นที่แพงขึ้นเรื่อยๆแล้วพอเกิด วิกิตปุ๊บเขาก็เอาเงินสดที่ถืออยู่เนี่ย เอามาซื้อหุ้นนะครับวันเนี้ยสิ่งหนึ่งที่ เราเห็นอยู่ในภาพนี้ก็คือว่าเขาถือเงินสด มากขึ้นจริงๆและสูงสุดเป็นปวัตติกาลไม่ ได้หมายความว่าปีหน้าจะเกิดวิกฤตนะบเปด ไม่รู้แต่เขรู้อีอย่างเดียวว่าราคาหุ้น มันอยู่ในจุดที่ค่อนข้างแพงในระดับเลเวล นี้เมื่อราคาหุ้นอยู่ในจุดที่ค่อนข้างแพง แงเนี่ยเาก็เลือกที่จะถือเงินสดดังนั้น เนี่ยมันก็เป็นการตอบคำถามเราได้อันนึว่า ไอ้สิ่งที่เรากำลังพูดถึงความเสี่ยงที่จะ เกิดขึ้นในปี 2025 เนี่ยมันอาจจะไม่ได้ หมายถึงว่าหุ้นจะลงนะนะครับเพราะปีที่ แล้วก็มีความเสี่ยงนะครับหุ้นอเมริกาก็ ยังขึ้นต่อได้เรื่อยๆงั้นเป็นไปได้เหมือน กันนะครับว่าเอ๊จริงๆแล้วเนี่ยความเสี่ยง ที่เพิ่มขึ้นหุ้นอาจจะไม่ได้ลงทันทีก็ได้ นะแต่ในฐานะนักลงทุนเนี่ยเราต้องเพิ่ม ความระมัดระวังนะว่าว่าเ่อความเสี่ยงที่ สำคัญที่สุดของผมเนี่ยมันอาจจะไม่ใช่ เรื่องความเสี่ยงที่เราเห็นได้นะเข้าใจ มั้ยความเสี่ยงที่เราเห็นได้คือความ เสี่ยงเรื่องของสงครามการค้านี่เราเห็น ได้สงครามในเชิงของ geopolitical เนี่ย เราเห็นได้ความเสี่ยงเรื่องของสภาพคล้อง เราเห็นได้นะครับอ่าแต่ความเสี่ยงอันนึง ก็คือที่สำคัญที่สุดคือราคาหุ้นในประเทศ สหรัฐอเมริกาเนี่ยนะครับเ่อเคค่อนข้างแพง ซึ่งความแพงเนี่ยมันจะทำให้พร้อมจะรับกับ ปัจจัยเสี่ยงที่เกิดขึ้นในอนาคตได้แม้ว่า ปัจจัยเสี่ยงนั้นจะเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ รู้กันอยู่แล้วนะฮะแต่ถ้าเป็นปัจจัย เสี่ยงที่มันยังไม่ได้รุนแรงมากไปกว่า เดิมเนี่ยมันอาจจะยังไม่สะท้อนแต่เมื่อใด ก็ตามที่มีความเสี่ยงที่เปาะบางอย่างเช่น งโควิดอย่างเงี้ยมันเปาะบางแน่นอนหรือว่า ถ้ามันมีอะไรที่ในอนาคตเราก็ไม่รู้ว่าจะ เป็นอะไรนะความเสี่ยงมันมักจะมาหรือว่า มันมักจะเป็นสิ่งที่เราคาดการไม่ถึงอ่ะ อันที่คาดการถึงมันจะจะไม่ถูกเรียกว่า วิกฤตนะเพราะเรารู้อยู่แล้วแต่ไอ้ที่เรา ไม่รู้เี่อยู่มันตู้มขึ้นมาเนี่ยอันเนี้ย อันเนี้ยอันตรายแล้วราคาหุ้นอเมริกาเราก็ เห็นอยู่ว่าแพงแล้วก็นักลงทุนคนนึงที่ เป็นนักลงทุนรายใหญ่ที่สุดในโลกเนี่ยแล้ว เป็น vi เนี่ยเขาก็เลือกที่จะถือเงินสด มากขึ้นเรื่อยๆนะครับเขาถูกทันทีมไม่เห็น มั้ยครับเราก็คุยกันแล้วว่ากว่าจะเห็นว่า หุ้นมันลงจริงๆก็ 2 ปีในช่วง do คอช่วง sub prim เนี่ยถือเงินสดตั้ง 3 ปีนะ กว่าจะเห็นตลาดหุ้นปรับตัวลดลงมาให้เขา ให้เขาซื้อได้วันนี้เถือเงินสดมากขึ้นเ ไม่จำเป็นที่จะต้องเกิดวิกฤตเศรษฐกิจทัน ทีเพราะว่าเขาไม่ได้คาดการเรื่องนั้นแต่เ มองว่าตลาดหุ้นเนี่ยมันแพงเกินไปเ่อ อันเนี้ยคือความเสี่ยงที่สำคัญที่สุด เพราะว่าเอ่อราคาที่แพงมันต้องการมัน ต้องการการการคาดการหรือต้องการความคาด หวังที่สูงมากมันต้องพร้อมมากับความคาด หวังที่สูงมากถ้ามันมีอะไรที่ผิดหวัง เนี่ยเราตลาดหุ้นมันพร้อมที่จะลงทันทีนะ ฮะอันนั้นน่ะคือ valuation ของตลาดหุ้น สหรัฐอเมริกาไม่ได้บอกว่าหุ้นอเมริกาจะลง ปีหน้านะดีไม่ดีอาจจะขึ้นได้อีกปีนึงด้วย ซ้ำนะครับอาจจะขึ้นได้อีกปีนึงด้วยซ้ำ เพราะอะไรเพราะว่าเราก็รู้แล้วว่าเฮ้ย เงินเฟิมันก็ต้องลงอราคาน้ำมันมันลงนะ ครับดีไม่ดีราคาบ้านปีหน้าของอเมริกาอาจ จะลงก็ได้นะซึ่งจะไปกระตุ้นให้เงินเฟ้อ ของอเมริกาอาจจะยังลงต่อนะถ้าเงินเฟ้อของ อเมริกาลงต่อดอกเบี้ยอาจจะลงเร็วกว่าที่ คาดก็ได้นะดอกเบี้ยลงเร็วกว่าที่คาดอาจจะ ทำให้หุ้นขึ้นต่อก็ได้นะทั้งหมดท้องปวง ตรงเนี้ยมันอาจจะทำมันอาจจะไม่ได้แบบมัน อาจจะไม่ได้เกิดวิกฤตทันทีแต่ไอ้สิ่งที่ มันเกิดขึ้นดอกเบี้ยลงราคาบ้านลงมันมัน คือวิกฤตนะเพียงแต่ว่ามันรออยู่ข้างหน้า แค่นั้นเองแต่มันจะไม่เกิดทันทีทุกคนก็ มองว่าดอกเบี้ยลงมาน่าจะช่วยกระตุ้น เศรษฐกิจอะไรก็ได้ก็อะไรก็เกิดขึ้นได้แต่ ด้วย valuation ที่แพงเนี่ยมันมันเป็น อันตรายต่อตลาดหุ้นปู่บัฟเฟตซื้อหุ้น ออกี่แต่หุ้นร่วงเรื่อยๆขาย Apple แต่ตอน นี้กำลังขึ้นปู่ตชพาดหรือเปล่าค่ะเป็นคำ ถามที่ดีอันนี้พี่พี่อ่านเลยนะเพราะว่า เสียงไม่ได้ยินไม่เป็นไรแต่น้องโฟได้ยิน อยู่เนาะอโอเคงั้นเดี๋ยวถ้าเกิดไม่ได้ยิน จริงเดี๋ยวพี่จบรายการให้เลยเดี๋ยวพี่คำ ถามตนี้หมดเวลาะคืออย่าง งี้ปู่เนี่ยนะเค้าไม่ได้สนใจราคาเสนใจ พื้นฐานนะครับพุนออกซี่เนี่ยพูดกับคุณ คริสไปหลายครั้งนะนะที่เวลาคุณคริส สัมภาษณ์ผมอนะเอ่อเขาบอกว่าเวลาที่กระแส มันไปทางพลังงานทางเลือกนะครับกระแสมันไป ทางพลังงานทาง เลือกไอ้พลังงานดั้งเดิมเนี่ยมันยิ่ง จำเป็นนะ ครับแล้วมันก็หายมันไม่มีทางที่จะหมดความ จำเป็นแล้วปู่ก็พูดเสมอว่ารถยนต์มันกลาย เป็น EV หมดไม่ได้ยังไงก็ต้องมีรถใช้พลัง งานดั้งเดิมเนี่ยนะไอ้ไอ้เป็นพวกน้ำมัน นี่แหละนะฮะต้องมีอยู่ดังนั้นพอมันแห่ไป ทั้งนั้นปู่เขเป็นคทนอยู่เาก็มาลงทุนทาง นี้ถูกมั้ยแล้วจริงๆออกซี่เนี่ยก็ไปลงทุน ไม่ได้ลงทุนแต่พลังงานแบบเก่านะเขไปซื้อ พวก start ที่มันทำพวกเป็น renewable Energy เหมือนกันอันนี้ก็เป็นเป็นเรื่อง ที่หลายคนไม่รู้นะครับเพราะฉะนั้นไอ้ราคา ที่มันลงมาเยอะมากโไปดูลไปอ่านงบดูดิมัน ถูกจริงๆไม่ใช่ว่าไม่ใช่ว่าเราเห็นปู่ ซื้อแล้วต้องดีแน่นะเราไปอ่านงบมันน่ะนะฮ แล้วดูตัวเลขมันมันเป็นอะไรที่คุณจะไม่ สงสัยทำไมปู่ซื้อถูกมเพราะฉะนั้นปู่ไม่ บ้าไปกับไอ้พลังงานทางเลือกปู่ขาย byd ด้วยซ้ำที่เป็นรถที่กำลังได้ประโยชน์จาก กระแสพลังงานทางเลือกเมีแบตเตอรี่เเป็นรถ E แต่ปู่ซื้อ ออกซี่นี่คือความเป็นปู่คือดูที่พื้นฐาน แล้วก็ไม่แห่ตามกระแสยิ่งคนไม่สนใจมันมัน ยิ่งเป็นโอกาสซื้อเพราะว่ามันถูกลองดิลอง เนี่ยอยู่ๆแบบไอ้ที่ทรัมป์บอกไงสมมติ ทรัมป์มันเอาจริงนะบอกแงต่อไปนี้กูไม่ สนับสนุน EV ะลดภาษีให้กับรถยนต์ใช้น้ำ มันแล้วคนกลับมาแห่ซื่อหุ้นน้ำมันนะแล้ว หุ้นออกซี่มันก็จะแพงขึ้นตอนนั้นน่ะปู่ก็ จะหยุดซื้อนี่แหละคือเหตุผลเพราะฉะนั้น ปู่เไม่มาสนหรอกว่าระยะ สั้นซื้อะไอ้นี่มันขึ้นแปล ว่าเราคิดถูกหรือซื้อแล้วมันลงแปลว่าเรา คิดผิดหรือขายแล้วมันขึ้นแปลว่าเราคิดผิด ขายแล้วมันลงแปลว่าเราคิดถูกนั่นไม่ใช่ ปุกนะครับนี่คือนี่คือนี่คือกระบวนท่า เดิมของปุเพราะฉะนั้นเนี่ยไอ้การที่เขาย Apple แล้วมันขึ้นซื้อออกี่แล้วมันตกเี่ ไม่ใช่เลยไม่ใช่ไม่ใช่ว่าปลูกคิดผิดนะ ฮะซื้อแล้วนะฮะก็ ยังก็ยังซื้อต่อยิ่งถูกยิ่งซื้อต่อนะฮะ โอเคเพราะฉะนั้นอันนี้ชัดเจนเนาะอน้อง น้องโนลองลองเปิดไมค์พูดกับพี่หน่อยค่ะ พี่อาได้ยินเสียงมั้ยคะพี่ก็ยังไม่ได้ยิน น้องโฟนอยู่ดีอ่ะไม่เป็นไรครับงั้นเดี๋ยว พี่พี่พี่พี่พูดให้จบเลย อ่าไม่รู้เท่าไหร่นะน่าจะเป็นเพราะว่าพี่ ไปไปผิดอะไรทุอย่างตอนนี้คือชีวิตพี่วุ่น วายมากพี่หูฟังกับไอ้อุปกรณ์สมัยใหม่อ่ะ น้องโฟนพิมพ์คำถามสุดท้ายมาทางไเทแชท หน่อยเดี๋ยวพี่จะได้ตอบเนาะคำถามสุดคำถาม เมื่อสักครู่นี้เลยค่ะอ่าๆๆพิมพ์มาทางมา ทาง Private แชทหน่อยสู่โอเคคุณผู้ชม เดี๋ยวสักครู่นึงอาจเตอนนี้ผมไม่ได้ยิน เสียง้องโปไม่รู้ว่าเพราะอะไร เนาะโอเคคุณผู้ชมเดี๋ยวสักครู่นะคะอาจจะ เป็นที่หูฟังค่ะพี่อาร์ตอ๋อหูฟังแบตหมด เหรอใช่ ค่ะเดี๋ยวสักครู่นะคะคุณผู้ชมเมื่อสัก ครู่นี้กำลังอยู่ในช่วงที่เพลินนะคะทั้ง ฝั่งของคำถามของฝั่งปู่บัฟเฟตเองนะคะหรือ ว่าแม้แต่เรื่องของหุ้นแต่ละตัวเนาะนะคะ เดี๋ยวขออนุญาตรอสัญญาณจากพี่อาร์ตสัก ครู่นึงนะคะเราระหว่างนี้คุณผู้ชมอ๋อมี คุณผู้ชมพเขมาบอกว่าเสียงปกติขอบคุณมาก เลยค่ะน่าจะเป็นที่สัญญาณเนื่องจากว่าพี่ อาร์ตนะคะจริงๆพี่อาร์ตกำลังอยู่ในช่วง เดินทางไปพักผ่อนนะคะฝั่งเอ่อฝั่งภาค ตะวันออกเฉียงเหนือแต่ว่าเนี่ยล่ะค่ะพี่ อาร์ตวันนี้น่ารักมากนะคะให้เกียรติแวะ ที่ขอนแก่นแล้วก็ไลฟ์เข้ามาพูดคุยกันใน ไลฟ์แบบนี้เลยนะคะพี่อาน่ารักมากๆนะคะยัง ไงขอฝากคุณผู้ชมนะคะอาจจะเข้าไปให้กำลัง ใจพี่อารนะคะในคอมเมนต์กันได้นะคะหรือว่า เข้าไปที่เพจของคลับ V ค่ะเผื่อใครที่สน ใจทริปหรืออะไรต่างๆก็ตามที่พี่อาร์ตพูด ไปเมื่อสักครู่นี้นะคะย้ำอีกทีเข้าไปที่ เพจ Club vi ได้เลยนะคะก็วันนี้นะคะน่า เสียดายที่เนื่องจากว่าปัญหาทางด้าน สัญญาณเล็กน้อยนะคะแต่ว่าถ้าเกิดว่าคุณ ผู้ชมท่านใดที่ฟังเรารู้สึกยังไม่ถูใจ อย่างแรกเลยค่ะหุ้นที่พี่อาร์ตพูดไปเมื่อ สักครู่นะคะที่เป็นหุ้นรอยเด้งที่พี่ อาร์ตเอาไปพูดถึงในงาน Follow The Future ตอนนี้ยังสามารถไปรับชมย้อนหลัง ได้นะคะเรามีบัตรราคาพิเศษค่ะสามารถดูใน subscription นะคะหรือว่าดูในเอ่อคำ อธิบายข้างใต้ของไลฟ์นี้ข้างใต้คลิปนี้ ได้เลยค่ะหรือถ้าหากว่าคุณผู้ชมท่านใดนะ คะที่อยากจะรับชมเนื้อหาต่างๆจาก Business Tomorrow อีกนะคะก็ขอฝากคุณผู้ชมกด Subscribe กดติดตามกันไว้ค่ะเพื่อเป็น กำลังใจให้กับพวกเรานะคะ อ้ามาแล้วค่ะมาปิดรายการได้ยินแล้วชัดเจน แล้วอ่ะคำถามสุดท้ายอ่ะอุ๊ยน่ารักมากเลย ขอบคุณมากเลยค่ะพี่อารตสัก 1 คำถามสุด ท้ายนะคะพี่อารจริงๆหนูเก็บคำถามนี้ไว้รอ จะถามพี่อารตตั้งแต่ช่วงก่อนหน้านี้แล้ว ก็คือแต่ถ้าพี่อาร์ตไม่สะดวกไม่เป็นไรนะ คะหนูอยากรู้ว่านอกเหนือจากหุ้นตัวที่พี่ อาร์ตไปพูดในงาน Follow The Future ตอน นี้เราไปถึงฝั่งเวียดนามฝั่งจีนขอย้อน กลับมาที่ฝั่งของอเมริกานิดนึงค่ะพี่ อาร์ตเพราะว่าก่อนหน้านี้เราก็จะเห็นข่าว ทั้งประธาน sec คนใหม่ข่าวัดทรัมปขึ้นมา แล้วก็โอหอีกเยอะแยะมากมายพี่ยามองว่าใน ช่วงปีหน้านี้มุมมองต่อตลาดหุ้นฝั่ง อเมริกาเป็นยังไงบ้างคะมันจะยังแบบน่าสน ใจมากๆอยู่มยคะพุอเมริกาเนี่ยตอนเเราต้อง เราต้องไม่ลืมนะครับว่าที่มันขึ้นมาเยอะ ในช่วงหลังๆเนี่ยเป็นเพราะว่าได้ทรัมป์มา เป็น President แล้วทรัมป์เเป็นคนที่เขา ให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจมากเให้ความสำคัญ กับตลาดหุ้นมากนะฮะถ้าตลาดหุ้นขึ้นเขาจะ เคลมทันทีว่าเป็นผลงานของเา ๆที่บางทีไออปัจจัยที่ทำให้ตลาดหุ้นขึ้น เนี่ยมันมีหลายอย่างเนาะมันก็ไม่ได้เเป็น คนไม่ได้เก่งเศรษศาสตร์นะแล้วก็บางทีสิ่ง ที่เขาพูดเขาจะเอาผลลัพธ์เนี่ยมาเตรียม แต่เหตุเนี่ยเขาไม่ได้อธิบายบางทีเหตุเ มันมาจากอันอนี้ซึ่งไม่เกี่ยวกับตัวเขา เขาก็เอามาเคลมแต่ไงก็ตามคนที่ให้ความ สำคัญกับบรรทัดสุดท้ายอ่ะมันก็จะพยายามทำ ให้บรรทัดสุดท้ายเนี่ยเกิดขึ้นนึกออกมย คือคือเนื่องจากว่าหุ้นขึ้นแล้วกูได้หน้า กูต้องทำทุกอย่างให้หุ้นขึ้นนะเก็จะเป็น คนแบบนี้ดังนั้นเนี่ยหลายๆอย่างมันก็ได้ ประโยชน์พวกเขาหรือว่าอย่างอีอน musk ทำไมหุ้น tesla ขึ้นจนเจ้าของช่อง Trader KP ช่วงนี้คุณคริสแฮปี้มากนะจะเสียดายเอ ขายไปเยอะเแต่ว่าทำไมดูแฮปปี้กว่าปกติก็ เพราะว่าเเพราะว่าหุ้นมันมาขึ้นเพราะว่า เขาถือหางทรัมปถูกมแล้วเขาก็กลายเป็น รัฐมนตรีละกระทรวง D อ่ะนะ Department of goverment efficiency นะฮะตั้งขึ้นมาล้อกับคริปโต อย่างเงี้ยมันก็คุ้นมันก็ขึ้นเพราะว่า ทั้งๆที่มันยังไม่ได้ Take เฟคเข้าไปใน กำไรหรืออะไรของ tesla แต่หุ้นขึ้นอันนี้ แปลว่าอะไรเราเราควรเรียนรู้อะไรจาก เรื่องตรงนี้สิ่งที่เราควรเรียนรู้ก็คือ ว่ามันขึ้นมาจากไอ้ความคาดหวังเชิง บวกคิดว่าเป็นความคาดหวังนะแต่ไม่ใช่ข้อ เท็จจริงถูกมครับพอพอพัชนะหุ้เสขึ้นชัด เจนเลยว่ามันมาจความคาดหวใช่ะทีนี้มันมี อะไรขึ้นอีกไม่ใช่แค่หุ้น bitcoin ก็ขึ้น Bin ซึ่งเป็นสิ่งที่จริงๆไม่ได้มีพื้น ฐานรองรับนะแต่มันก็ขึ้นเพราะว่าความคาด หวังว่าัมีทัศนคติที่มันเป็นหวงต่อ bitcoin มันก็ ขึ้นประเด็นอยู่ตไประเด็นที่ผมจะบตอนนี้ ก็คือ ว่า เอิกเวลานี้ขึ้นจากความคาดหวังซะเยอะถูกม ฮะดังนั้นเนี่ยถ้ามันมีอะไรมันตรงข้ามกับ หุ้นจีนเมื่อตะกี้นะคือจีนเมื่อกี้มันรอ ความหวังพอมีความหวังนิดนึงมันขึ้นแต่ อเมริกาเนี่ยความหวังมันมันเกิดขึ้นะแต่ ถ้ามีอะไรมาสะกิดนิดนึงเนี่ยให้มันผิด หวังเมันก็อาจจะลงได้ใช่มฮะเพราะฉะนั้น ตรรงนี้ต้องระวังแต่ว่าสิ่งนึงที่เรา สัมผัสได้ว่ามันค่อนข้าง ค่อนข้างมีข้อมูลรองรับก็คือเรื่องของ หุ้น Max 7 อย่างเงี้ยคือมันจะแพงจะถูก ไม่รู้ล่ะแต่ว่าเราได้เห็นนวัตกรรมใหม่ๆ ออกมาแม้กระทั่ง Google ล่าสุดอ่ะก็มี AI ที่มันที่มันฉลาดมากๆอมาหรือว่า iPhone ล่าสุดไม่รู้น้องโฟใช้ iPhone หรือเปล่า นะชื่อโฟน่ะไม่รู้ใช้ iPhone หรือเปล่า แต่ว่าใช่มใชใช iPhone มใช้ใช่มถ้าน้องโ อัปเดตเป็น iOS ล่าสุดจะเห็นว่าเอ้ยมันมี มี AI เข้ามาหลายๆหลายๆอย่างในนั้นน่ะแม้ กระทั่งการแต่งภาพเงี้ยโอหมันใช้มันมี AI ช่วยในการแต่งภาพในการตัดต่อวีดีโอไอ้ Series เนี่ยมี AI ที่เเรียก Apple and intelligence เข้ามาช่วยชัดเจนมากดัง นั้นพวก Max 7 เนี่ยเขากำลังแข่ง AI กัน แล้วมันก็มันก็ Take เฟเข้ามาในผลประกอบ การเพราะฉะนั้นราคามันก็ขึ้นไอ้ตรงเนี้ย มันเป็นการขึ้นแบบมีมีปัจจัยรองรับมีพื้น ฐานรองรับเพั้นต้องต้องแยกกันไอ้ขึ้นแบบ ยังไม่ได้เกิดข้อเท็จจริงกับขึ้นแบบมีข้อ เท็จจริงเกิดขึ้นแล้วเพราะต้องแยกถ้าเกิด จะลงทุนในหุ้นอเมริกาส่วนตัวมองว่าต้องลง ทุนในหุ้นที่มัน มีการพัฒนาขึ้นของพื้น ฐานอย่างสามารถจับต้อง ได้อย่าไปซื้อหุ้นที่มันขึ้นเพียงเพราะ ว่าทรัมเข้ามาเป็น President เพราะฉะนั้นตรงเเป็นสิ่งที่ต้องระวังให้ ดีนะครับแล้ว ก็บางคนอาจจะมองว่าหุ้นอเมริกาก็บอกงี้ ทุกปีถามใครใครก็บอกว่าแพงแล้วแพงแพงแล้ว มันก็ยังขึ้นต่อใช่ฮส่วนตัวรู้สึก ว่าก็ก็ยังระวังแล้วเราจะไม่ระวังเหรอถูก ไจริงๆตอนนั้นคุณิสสัมภาษณ์พี่ทางทางทาเ KP พี่ก็บอกว่าไอ้ที่ปู่ขายพ Apple เนี่ยเพเขาก็มมองว่ามันมันไม่ได้สมกับ พื้นฐานหดแล้วมันอาจจะ Over Value หรือ ว่ามองว่าตลาดอเมริกาเนี่ยมันจะถึงจุดที่ มันจะไปต่อไม่ได้เพปู่ก็เคยล้างพอร์ตมา แล้วนะฮะเมื่อประมาณ 50 ปี ก่อนมันก็ไม่ใช่ว่าไม่ใช่ว่าปู่จะทำอีก ไม่ได้นั้นแม้ทั้งปู่ก็ยังระวังแล้วเราจะ ไม่ระวังได้ไงถูกมแล้วแล้วมันไม่มีใครบอก ได้หรอกว่าเนี่ยเดี๋ยวปีเมันจะมันจะหยุด แล้วนะหุ้นมันจะลงบอกไม่ได้ เราบอกได้ว่าตอนเนี้ยมัน Over Value ซึ่งมันจะลงอาจจะอีก 3 ปี 5 ปีลงก็ได้แต่ ณวันที่คุณรู้สึกมัน Over คุณไม่ควรลง ตั้งแต่วันนั้นกลับกับหุ้นจีนที่พี่บอก เมื่อตะกี้เราไม่รู้หรอกมันออีกจะ 2 ปี ขึ้น 3 ปีถึงจะขึ้นแต่วันเนี้ยมันมองว่า Under Value คุณก็ต้องลงตั้งแต่วันนี้ ถูกมยไม่ใช่รอว่าเฮ้ยเนี่ยเดี๋ยวอีก 3 วันขึ้นแล้วเราค่อยซื้อมันไม่มีใครรู้ถูก มนั่นไม่ใช่การลงทุนนั้นเป็นการเก็งกำไร นะครับเพงั้นเรืื่องของคุณอเมริกาประเด็น ที่บอกคือว่าอะไรต้อง selective เป็นตัว ตัวไม่ใช่ลงทุนไม่ได้แต่ต้อง selective นะฮะแล้วก็ต้องบอกตัวเองว่าเราต้องยึด พื้นฐานเป็นหลักอย่าไปซื้อหุ้นเพียงเพราะ ว่ามันแบบโมเมนตัมมามีข่าวดีหรือว่ามัน ขึ้นไปแล้วมันกำลังวิ่งแล้วเข้าไปซื้อถ้า แบบเนี้ยระยะยาวยังไงก็จริงเพราะะนั้นคุณ ต้องเริ่มจากข้างในอ่ะเริ่มจากหลักคิดที่ ภาษาภาษาอังกฤษเรียก mindset อ่ะนะจะแปล เป็นไทยว่ากระบวนทัศหรือหรือหรือเป็นหลัก คิดก็ได้ว่าถ้าเรามุ่งหามูลค่ามันเราก็จะ คอยเตือนตัวเองไม่ใช่ะจะเข้าไปซื้อไอ้ หุ้นตัวเมันขึ้นเพราะว่าทรัมป์เป็น President ไม่ใช่ แล้วเราต้องตอบได้ว่าเราซื้อมันเพราะอะไร เช่นมีบางคนนะเบอกเเมองว่า Microsoft เนี่ยตอนเยกำลังมีการเปลี่ยนแปลงครั้ง ใหญ่ในเรื่องของ AI แล้วมันจะได้ไปได้อีกหลาย 10 เท่าเลย จากวันนี้นะน้องโฟเชื่อมั้ย market cap มันหลายทิน USD แล้วนะหลายล้านๆ้าเหรียญ USD เบอกว่ามันจะไปได้อีกหลาย 10 เท่าดู เหมือนเวอร์ใช่มยแต่ถ้าเขามีเหตุผลมา อธิบายนะมาซัพพอร์ตไอ้ Assumption ของเขา ตรงนถือว่าเขาซื้ออย่างมีพื้นฐานนะอ่ะอัน นี้คือสมมุตินาย a แต่ขณะที่นาย B เนี่ย นาย B ไปซื้อหุ้น tesla สมมติไม่ได้แปว่า tesla ซื้อไม่ได้นะแต่สมมติว่าไม่ได้ พื้นฐานอะไรเลยแต่ว่าโอ๊เพราะว่า อีลอนมาสเป็น minister ะเป็นเป็นเอ่อ รัฐมนตรีละแล้วมันสนิทกับทรัมปเพราะ ฉะนั้นเราต้องซื้อหุ้นเสลไอ้แบบเนี้ยซื้อ แบบนักเก็งกำไรไม่ควรเพราะฉะนั้นประเด็น ไม่ได้อยู่ว่าหุ้นตัวไหนประเด็นอยู่ที่ ว่าคุณตอบได้หรือเปล่าว่าคุณซื้อเพราะ อะไรถูกฮะเพราะฉนั้นตอบคำถามของน้องโฟน คือว่าหุ้นอเมริกาซื้อได้แต่ว่าต้อง selective เป็นตัวๆนะจริงๆซื้อหุ้นที่ ไหนก็ต้อง selective หมดอ่ะเพราะถ้าเรา เป็นนักลงทุนแบบเน้นพื้นฐานเราต้องดูแบบ Bottom up เลือกเป็นตัวๆแต่ว่าไอ้หุ้น จีนเนี่ยมันถูกเต็มไปหมดไงคือถ้าน้องโฟน ถามพี่เวลานี้หุนจีนตัวไหนน่าซื้อพี่พูด ได้เป็นไม่รู้กี่ชั่วโมงอ่ะไอ้นั่นก็น่า ซื้อไอนี่น่าซื้อแต่อเมริกาเนี่ยพี่จะตอบ น้องฟนแต่ละตัวพี่ต้องคิดดีๆเลยเต่อไปเรา เสียคนเปล่าวะถูกจริงเปล่าหรือว่ามันรอ วันเจ๊งรอวันมัน Over Value จนแบบรอฟอง สบู่แตกป่ะใช่มเออเพราะฉะนั้นเนี่ยมันก็ คือความแตกต่านะครับก็ประมาณนี้สำหรับ หุ้นอเมริกาเนาะคือการคาดการดอกเบี้ยที่ เป็นขาลงก็ใช่แต่ว่ามันจะลงได้ยากลงได้ ช้ามากขึ้นเนี่ยมันจะมีเอฟเฟคมาถึงฝั่ง ตลาดทุนด้วยมั้ยคะพี่อันของบ้านเด้วยของ บ้านเราด้วยก็ตามเพราะว่าคือเราก็มองว่า เพราะว่าไซเคิลดอกเบี้ยขาลงเนี่ยมันเป็น บวกนะคะกับ equity หรือว่าฝั่งหุ้นถ้าดอก เบี้ยลงยากลงช้าดีไม่ดีบางค่ายบอกขึ้นดอก เบี้ยอีกนะคะอันนี้อาจจะเอฟเฟคอย่างมาก เลยพี่มองยังไงเรื่องดอกเบี้ยครับงั้น เห็นด้วยคุณกีต้านะว่าดอกเบี้ยลงเนี่ย เป็นบวกกับทั้งเศรษฐกิจและเป็นบวกกับตลาด หุ้นในแง่ของเศรษฐกิจเนี่ยตอนเนี้ทั่วโลก หนี้มันสูงมากถ้าดอกเบี้ยมันลงมาเนี่ยมัน จะช่วยบรรเทาหรือผ่อนคลายทั้งกำลังซื้อ ของภาคบุคคลและภาคธุรกิจที่เก่อนนี่มา เยอะๆแต่แน่นอนว่าถ้าดอกเบี้ยปีหน้าลงช้า เนี่ยถามว่ากระทบมั้ยว่ากระทบนะฮะแล้ว กระทบใครมากกระทบใครน้อยอย่างไทยเราตอนเ ดอกเบี้ยกนงคือ 2. 25 ใช่มั้ยครับของ อเมริกาตอนเดอกเบี้ยคือ 4.
75 ถ้าดอกเบี้ย มันลงช้าเนี่ยจริงๆมันกระทบอเมริกาเยอะ กว่านะเพราะดอกเบี้ยเ้าอยู่ในที่สูงกว่า เรารวมทั้งยุโรปแล้วก็อังกฤษด้วยเพรางั้น อันอันนี้แมันเลยเป็นเหตุผลว่าอั้นเลยมอง ว่าเราอย่าพุ่งไปกลัวคุณทำมากเกินไปเพราะ ว่าสุดท้ายแล้วคุณทำเนี่ยเาก็ไม่ได้ชอบ ดอกเบี้ยสูงนะคุณกีต้านะแต่ถ้าถามว่าถ้า ดอกเบี้ยมันลงช้ากว่าค่าน่ะสิ่งที่มันจะ เกิดขึ้นตามมาคืออะไรแน่นอนตอนเนี้ยภาพ ของพรคแรงงานสหรัฐเนี่ยมีความปลอบบางมาก คือจริงๆตอนเนี้ยตัวเลขแรงงานอเมริกา เนี่ยสำคัญกว่าตัวเลขเงินเฟ้อด้วยซ้ำ เพราะว่าเงินเฟ้อตอนเนี้ถ้าเรามองดูราคา น้ำมันที่มันไม่ได้ขึ้นมาเนี่ยโอเปก พยายามที่จะเลื่อนเลื่อนการขึ้นกำลังการ ผลิตออกไปแต่ว่าอเมริกาเนี่ยก็ปั๊มน้ำมัน ออกมาไม่หยุดพอน้ำมันมันไม่ได้ขึ้นเนี่ย รอบนี้อั้นเลยยังไม่ได้กังวลเรื่องเงิน เฟ้อมากนักขนาดมีสงครามขนาดนี้น้ำมันยัง ไม่ขึ้นเลยแล้วเงินเฟิจะมาจากไหนถ้าน้ำ มันไม่ได้ขึ้นแรงถูกมั้ฮะแล้วถ้าคุณทัมา แล้วตลาดเชื่อว่า UK รัสเซียอาจจะเบาลง เพราะคุณทำ้เป็นสไตล์พ่อค้าเนาะอาจจะเป็น การมีการเจรจาต่อรองให้ทุกอย่างมันเบาลง น้ำมันมันก็ยิ่งจะลงมฮะขนาตอนนี้น้ำมันรบ กันรุนแรงน้ำมันยังไม่ขึ้นเลยนะครับเพราะ ฉนั้นเลยคิดว่าเงินเฟ้อเนี่ยก็แน่นอนเป็น อะไรที่ต้องติดตามแต่ก็อาจจะไม่ได้กังวล มากนะส่วนดอกเบี้ยถ้าลงช้าอเมริกาก็แย่ กว่าฝั่งนี้ภาคแรงงานถ้าตัวเลขนฟเพโรกลับ มาเพิ่มขึ้นน้อยอาจารว่างานพุ่งขึ้นสุด ท้ายแล้วประเทศที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด จากการที่ดอกเบี้ยมันไม่ลงเนี่ยมันคือ อเมริกานั่นเองซึ่งมันจะเกิดภาพที่เรียก ว่า Hard Landing ฮะคือตอนเหลังจากเฟส หลังจากตลาดปรับมุมมองดอกเบี้ยละตอนนี้รถ เหลือแค่ 0. 5% ปีหน้าอั้นคิดว่าสิ่งที่ กำลังจะเกิดขึ้นต่อมาคือเดี๋ยวตลาดต้องไป ปรับมุมมองเรื่องโอกาสที่จะเกิดแลนแิละนะ ครับอ่าอันเนี้ยเป็นเบสของดอกเบี้ยลงน้อย เนาะแต่ถ้าดอกเบี้ยขึ้นเนี่ยอั้นว่าเป็น เอ่อเค้าเรียกว่าใช้คำว่าอะไรเป็นเป็น เรื่องที่เป็นลบมากเลยคุณกีต้านะครับไม่ อยากใช้คำที่คนฟังๆังแล้วตกใจเนาะแต่อั้น ว่าถ้าดอกเบี้ยกลับมาขึ้นนะต้องบอกว่าพัง พังๆเลยอ่ะพังๆพัง 3 พังคืออะไรฮะ 1 ที่ ไปก่อนเลยนะตลาดพันธบัตร เพราะดอกเบี้ยขึ้นราคาพันธบัตรจะดิ่งลงไป ใหม่ถูกมยฮะอันที่ 2 พอตลาดพันธบัตรพังก็ อาจจะไปกระทบกับธนาคารพาณิชย์อเมริกาถ้า เขาไม่ได้มีการบริหารจัดการได้ดีเรื่อง แบงค์รันอาจจะเกิดมาอีกกลับมาเกิดอีก ครั้งนึงในแบงก์เล็กๆกลางๆของอเมริกาถูก มั้ยฮะพอตลาดพันธบัตรไปก่อนตลาดทุนก็ไป ตลาดทุนไปเศรษฐกิจก็ไปนั่นหมายความว่ามัน จะเป็น Triple เอฟเฟคเลยนะครับแล้วตลาด หุ้นรัฐปีนี้ที่เพอฟอร์มได้ดีนะอั้นเชื่อ อย่างงี้ฮคุณกีต้าว่าส่วนนึงเนี่ยมันมา จากเเฟคเพราะว่าตลาดคุอเมริกาเนี่ยมัน All Time High ทุกดัชนีเลยพอมัน All Time High เนี่ยคนก็กล้าซื้อสินค้าคนก็ไปลง ทุนในบ้านถูกมั้จะเห็นได้ว่ายอดขายบ้าน มือ1ึมือ 2 ดอกเบี้ยมันจะสูงแต่ยอดขายมัน ยังไม่ติดลบสักทีเนาะเพราะว่าอะไรเพราะ ว่าเลเฟคในตลาดทุนนี่แหละที่ทำให้คน อเมริกันเนี่ยรวยขึ้นมามากแต่ถ้าดอกเบี้ย มันกลับมาขึ้นอั้นว่าภาพทุกอย่างมันจะ เปลี่ยนไปหมดทีเนี้ยมันจะไปหมดนะครับก็ ไม่อยากให้เกิดนะฮะแต่ก็ต้องติดตามแล้ว กันแต่ถ้าแต่ถ้าวันไหนวันหนึ่งปีหน้า้า เรารู้สึกว่ามันจะเกิดเหตุการณ์ 3 เนี้ย ต้องบอกว่าเป็นเอ่อแม่มดตัวร้าย 3 ตัว แล้วกันถ้ามันเกิดขึ้นพร้อมกันเ่ะเราต้อง ลดพอร์ตเลยแล้วลดพอร์ตถามว่าซื้ออะไรมัน ไม่มีทางเลือกให้หนีเลยคุณกีตารถ้าเป็น แบบเนี้ยต้องแคชอย่างเดียวเลยเพราะว่าจะ ไปพักที่พันธบัตรก็ไม่ได้ดอกเบี้ยขึ้น พันธบัตรลงถูกมั้ยฮะหุ้นก็ลงถ้ากลายเป็น ว่าการถือแคชจะทำให้เรามีผลเสียหายน้อย ที่สุดในช่วงที่ตลาดมันยังไม่มีความสงบ หรือว่าคลื่นลมมันยังไม่สงบหรือคนอาจจะ หนีไป bitcoin ก็ได้นะคุณกีต้าเห็นมั้ย ครับอันว่าจริงๆตอนเนี้ยพอคนประเมิน เรื่องความเสี่ยงในปีหน้าเนี่ยคนก็ไม่รู้ จะซื้ออะไรคนก็กลัวทั้งกลัวทั้งกล้าเห็น เห็นได้ชัดว่าหลังจากคุณทมาเนี่ยทองมันลง นะค่ะถูกมั้ยฮะแต่ว่า bitcoin มันขึ้น เพราะคนเมองว่าคุณทรัมปจะผ่อนคลายกฎ ระเบียบให้สินทรัพย์ดิจิตอลมันคล่องตัว มากขึ้นนะครับอันเลยคิดว่าปีหน้าถ้ามัน เกิดเหตุการณ์แบบเนี้ยกลายเป็นว่าเผลอๆ bitcoin จะได้ประโยชน์แบบงงๆด้วยซ้ำ เพราะว่าคนไม่รู้จะซื้ออะไรไงเพราะมัน เป็นสินทรัพย์โลกใหม่ไอ้สินทรัพย์โลกเก่า นะครับใครก็มีเวลาดอกเบี้ยขึ้นน่ะคนเก็ รู้ว่าต้องขายอะไรถูกมั้ยฮะแต่ว่าสิน ทรัพย์โลกใหม่เี่ไม่ใช่ใครๆก็มีเงินมัน อาจจะโยกไปพักก็ได้เพราะคนก็ไม่ชอบถือ เงินสดอยู่แล้วด้วยธรรมชาติของนักลงทุน ทั่ว โลกค่ะคือถ้ามันเกิดขึ้นจริงมันก็ Negative เซอไพรส์สุดๆนะอย่างที่พี่อัน บอกเลยนะคะเป็น The witches เลยนะคะแม่ มด 3 ตัวเลยนะคะคือเป็นเ Perfect Storm เลยล่ะนะคะของฝั่งสินทรัพย์ที่เป็น traditional Asset นะคะมันอาจจะมี crypto นะคะหรือว่า Alternative Asset ที่ได้รับประโยชน์นะคะแต่ว่ามันก็คงจะผัน ผวนปั่นป่วนมากๆนะคะซึ่งทั้งหมดเยมันเป็น การประเมินความเสี่ยงในอนาคตนะคะเราก็ขอ ให้มันไม่เกิดภาพนี้ขึ้นนะคะสุดท้ายค่ะ พี่อันนคือถ้ามันมีภาพที่เป็นความเสี่ยง ในระดับที่มันเป็นเบสเคสนะคะกรณีฐานว่า เค้าอาจจะต้องมีการทำนโยบายนะคะแต่ว่า นโยบายมันคงจะต้องยืดหยุ่นไปตามสถานการณ์ หรือว่าถ้ากรณีเลวร้ายนะคะมันทำให้เกิด สิ่งที่เป็นเินะคะโอกาสเกิดน้อยแต่ถ้า เกิดแล้วมันมันแรงเนี่ยพอร์ตของการลงทุน ของเราตอนนี้เนี่ยเราวางแผนยังไงดีคะใน ช่วงทั้งระยะสั้นระยะกลางนะคะแล้วก็อาจจะ ต้องมองมองเผื่อความผันผวนในปีหน้าซึ่ง คาดเดาได้ยากลำบากนะคะเป็นช่วงที่ยากเลย ค่ะพี่อั้นสำหรับนักลงทุนใช่ครับอั้นพูด ที่เบสเคสก่อนแล้วกันนะคุณกีต้าเบสเคส เนี่ยอั้นยังเชื่อว่าปีหน้าดอกเบี้ยจะลง นะเพแต่ว่าลงมากลงน้อยลงเร็วลงช้าแต่ สมุติฐานของอ้าเนี่ยคิดว่าดอกเบี้ยมันยัง ลงในปีหน้านะครับเพรางั้นแน่นอนว่าการถือ ครองหุ้นกับพันธบัตรเนี่ยยังเป็นสิท ทรัพย์ที่ดีบนบม Assumption นี้นะครับแต่ หุ้นอาจจะน้อยหน่อยเพอก่อนหน้านอาจจะมอง ว่าหุ้นซัก 70 พันบาท 30 ถ้าเราจัดพอร์ต แบบง่ายๆแค่ 2 สินทรัพย์นี้แต่พอเป็นคุณท มาเนี่ยอันเริ่มไม่ไม่ค่อยแน่ใจกับฝั่ง หุ้นเนาะก็อาจจะหุ้นเหลือสัก 50 นะครับ แล้วก็พันธบัตรอาจจะเยอะหน่อยหรือว่าจะลง ทุนใน Alternative Investment อาจจะพวก Digital Asset นะครับเผื่อเผื่อไว้ หน่อยหรือว่าทองคำเผื่อไว้หน่อยสัก 5-10 per นะครับแต่ถามว่าหุ้นกลุ่มไหนที่มัน จะได้ประโยชน์ถ้าดอกเบี้ยลงนะครับแน่นอน กลุ่มที่จะเป็นกลุ่มเด่นเนี่ยจะเป็นชก กลุ่มพวกไฟแนนซกลุ่มโรงไฟฟ้านะฮะกลุ่มกอง ด infrastructure fund เนี่ยหุ้นเหล่า นี้เนี่ยถ้าดอกเบี้ยังเป็นเนลงอยู่เพียง แต่ว่าลงมากลงน้อยมันก็คือได้ประโยชน์มาก หรือได้ประโยชน์น้อยแต่ overall เค้กทั้ง ก้อนคือยังคือได้ประโยชน์นะครับเพราะงั้น ถ้ากรณีเนี้ยอาจจะเงินสดตอนนี้เงินสดอาจ จะครึ่งๆไปเพราะว่าเรามองว่าหุ้นไทยช่วงเ ของปีเนี่ยมันจะเล่นในกรอบไม่ได้กว้างมาก นักแต่ถ้าเมื่อใดก็ตามที่คุณทำขึ้นมาดำรง ตำแหน่งและเรา ประเมินติดตามไปเรื่อยๆเนี่ยว่าโอกาสดอก เบี้ยมันจะกลับมาขึ้นเช่นเงินเฟ้ออยู่ดีๆ ตลาดคาดว่าอยู่สัก 2% กว่า Year on Year เพิ่มขึ้นอยู่ดีมันดีขึ้นมาเป็น 4% ประกอบกับน้ำมันขึ้นแรงเนี่ยอันนี้เรา ต้องระวังแล้วว่าเงินเฟิมมันจะกลับมา เพราะเงินเฟิรกลับมามันจะตามด้วยดอกเบี้ย ที่โอกาสลดลงน้อยลงแล้วก็จะเป็น H Landing ถ้าเป็นกรณีนั้นเนี่ยคือทาง เลือกที่จะหนีเนี่ยอั้นว่ามันน้อยมากเลย คุณกีต้าเราอาจจะลงทุนทั้งหมดเลยในทุกสิน ทรัพย์เสียงแค่ 30% ถึง 40% และอีก 60% อาจจะต้องเป็นแชเลยเป็นแชหรือว่าี่ market นะครับก็คือเราต้องเปลี่ยนวิธีลงทุนในพวก กองทุนหุ้นกู้พันธบัตรให้มันซื้อที่เป็น Short term duration มากขึ้นเพราะดอก เบี้ยมันกลับมาขึ้นไอ้พวกนี้มันจะไม่ไม่ ไม่ได้รับความเสียหายในแง่ nav นะครับ เพราะงั้นถ้ากรณีแย่เงินสดเยอะกองทุน พันธบัตรเปลี่ยนจาก long เมเป็น Short term น่าจะช่วยทำให้เราผ่านพ้นไปได้นะ ครับหรือว่าได้รับความเสียหายไม่มากนะ ครับบิลนะคะที่ที่เรามองกันแล้วก็คือมัน ก็มีคนพูดนำมาก่อนเนี่ยเรื่อง Master of All Bubble นะคะอันนั้นคือเขา mention ถึงหุ้นหุ้นอเมริกานะคะเขาบอกว่าหุ้น อเมริกาเนี่ยมัน Over hpe นะคะคือคนก็ บ้าคั่งเข้ามาซื้อมากทั้งที่ valuation แพงนะคะ over คนก็หลั่งหลเข้ามานะคะถึงจะ มีสงครามจะมีความเสี่ยงอะไรก็ตามคนก็ยัง ซื้อหุ้นอเมริกาอยู่นะคะแล้วก็ เอ่อ Over Value นะคะหุ้นแพงก็ยังซื้อ ต่อนะครับเ่อพี่ปิงน่ะมองเห็นสัญญานี้ เฉพาะคือตัวตัวตลาดหรือว่าตัวหุ้นราายตัว นะคะมันเป็นทุกๆตัวหรือเปล่านะคะเมื่อกี้ เชัะมาถึง tesla นะคะปองสบู่ที่เห็นเนี่ย มันมีอยู่ตรงไหน บ้าง โอ้โหมีทุกตรง เลยคือเอาเอาถ้า PE s&p จริงๆตอนนี้ก็ 22 เท่าก็ก็ถือว่าแพงมากเมื่อเทียบกับตลาด หุ้นอื่นๆทั่วโลกนะครับแพงมากๆเอาง่ายๆ เราเอา PE ของหุ้นอเมริกาเทียบกับหุ้น ยุโรปอ่ะเอาเทียบกันนะฮะเอา PE หุ้น อเมริกาเทียบกับหุ้นยุโรปก็ก็มากที่สุดใน ในเป็นประวัติ กาหมายความว่า PE ของอเมริกาเมื่อเทียบ กับหุ้นยุโรปแล้ว PE อเมริกามันแพงกว่า หุ้ยุโรปอ่ะมากที่สุดเป็นประติกการอยู่ แล้วทุกวันทุกวันเลยทุกๆวันเพราะฉะนั้น เอาแค่ตัว s&p เองทั้งหมดอ่ะมันก็ฟ้องว่า มันแพงถ้าเราไปดูเอาเฉพาะ Ma Max 7 ยิ่งไม่ต้องพูดถึง PE โดยเฉลี่ยมัน 30 กว่าเท่ากันหมดอยู่แล้วนะครับ 30 กว่า เท่าก็ถือว่าแพงมากเคมั้ยครับนะครับแล้ว ก็เอ่อแต่ปัญหามันจะอยู่ที่ตรงนี้ว่าแม้ ว่าเขาจะแพงในระดับแบบ PE 20 30 เท่า เนี่ยก็มีคำถามว่าแล้วทำไม เพราะว่าหุ้นทั่วโลกเนี่ยมันก็มีหลายๆ หุ้นหลายๆอุตสาหกรรมที่มี PE ที่เทรดกัน ในระดับ 304 40 เท่าแต่มันมีคำถามว่า ทำไมเราต้องเอา aot อ่าอย่างเช่นบ้านเรา aot ก็ PE 30 40 เท่าเนี่ยแหละทำไมต้อง aot สมัยก่อน เราบอกว่าก็เพราะว่ามันเป็น monly นี่ เห็นมยแต่ปัจจุบันก็เห็นแล้วว่า monly แล้วไงหรอมันไม่โตหรือโตก็โตต่ำหรือ โตหรือโตปกติแต่ก็ไม่มีธรรมาภิบาลหรือ ธรรมาภิบาลต่ำ อยู่ดีมันมีปัญหาเรื่องนี้กันอยู่นะฮะ aot เนี่ยอยากจะบอกนะฮะเมื่อเกิดเหตุการณ์ อะไรขึ้นเมื่อเกิดการเปรียบเทียบในๆผมจะ ต้องเอาเงินมาปวดหัวกับ aot มานั่งลุ้น ว่าเดี๋ยวเผื่อ aot เขาอาจจะออกมาตรการ อะไรช่วยคู่ค้าอีกไม่ได้ช่วยนักลงทุนเลยก ไปช่วยคู่ค้าอย่าเงี้ยผมเอาเงินไปซื้อ Nvidia ดีกว่าป่ะนี่คือเหตุผลนะที่ตอนเ เม็ดเงินจากทั่วโลกมันถึงได้เข้าอเมริกา เพราะว่าอะไรเเพราะเมองว่าอเมริกามันโตดี กว่าบริษัทเคใหญ่ๆในอเมริกามันโตดีกว่า บริษัทเค้าแล้วเจะอยู่ทำไมประเทศตัวเอง เงี้คือจริงๆแล้วตอนนี้เราเหอาจจะเห็นว่า หุ้นไทยมันลงอะไรอย่างงี้นะฮะตอนนี้นะมัน ลงทั้งเอเชียเลยตั้งแต่ทัมาเนี่ยก็เป็น เพราะอะไรมันเรู้ว่า emergent market หรือเชีย emergent market อ่ะมันมันไม่ ไบคแล้วอ่ะมันก็เงินมันก็เข้าอเมริกากัน แล้วคุณคิดดีมันก็เข้าไปต่อต่อต่อต่อๆๆๆๆ ๆ ก็ต่อแล้วต่ออีกเพราะมันก็จะมีเงินจากตรง นู้นตรงนั้นตรงนี้เข้ามานะครับเพราะะนั้น มันก็ถามว่ามันเป็นฟองทุกตตรงไหนมันก็ เป็นฟองทุกตรงมันเกิดจากอะไรมันก็เกิดจาก เรื่องนี้แหละว่ามันก็เม็ดเงินจากทั่วโลก อ่ะเข้าไปโอผมบอกได้เลยนะถ้าเกิดสมมุติ ว่าฟองฟองฟองรอบนี้แตกนะคนเดือดร้อนเนี่ย มันไม่ใช่ที่อเมริกาผมว่านะมันคือนักลง ทุนแบบทั่วโลกอ่ะอืเตรียมจนกันหมดโถมเข้า ไปในหุ้นอเมริกาเอไอ้ที่โถมๆเนี่ยไปต่อๆ กันมเนี่ยโอๆๆๆๆบิคอยจะไป 500,000 800,000 อย่างเงี้ยแล้วก็ไปต่อๆๆๆๆๆอย่า ลืมว่านี่คือเราไปต่อเค้านะฮะถ้ามันมี อะไรขึ้นมานะมันจะไม่ใช่อเมริกามีมันจะ ไม่ใช่คนอเมริกาฝืดมันจะกลายเป็นฝืดกัน ทั้งโลกอืลองนึกภาพเราลองนึกภาพลองนึกภาพ นี่มันเป็นเกมเกมนึงลองนึกภาพเกิดอะไเกิด อะไรขึ้นวะทำไมมันขึ้นมันขึึ้นมันต้องมี คนซื้อแล้วใครซื้ออ่ะมันไม่ใช่คนอเมริกา ซื้อหรอกมันเป็นคนจากทั้งโลกไปซื้อนะครับ อันตรายอันตรายผมก็ไม่รู้ว่าวันไหนเมื่อ ไหร่ยังไงแต่ว่าผมก็เลยคิดว่าเนี่ยเรา กำลังเข้าสู่ฟองสบู่ตอนปลายแล้วคนที่สูบ ลมเข้าไปให้มันเป่งๆก็คือตะทมเนี่ยแหละ เป็นเหมือนอย่างที่คิดเลยนะผมอ่ะเอ่อ จินตนาการมาเสมอว่าเอ๊ยเรากำลังเป็นฟอง สมุดที่ค่อยๆเป่งขึ้นไปเรื่อยๆถ้าค่อยๆ เป่งอ่ะมันจะยังไม่แตกง่ายๆสังเกตป่ะ ถ้าเกิดคุณค่อยๆสูบเข้าไปทีละนิดทีละนิด ทีละนิดทีละนิดทีละนิดทีละนิดเนี่ยมันก็ จะขึ้นไปได้เรื่อยๆแต่ที่มันจะเริ่มแตก เพราะมันก็คุณจะไปรีบอัดมันตอนที่ทั้งๆ ที่มันเป่งอยู่แล้วไปอัดมันแล้วคุณลองนึก ภาพคุณกีต้า magn 7วน่ะขึ้นมาตั้งแต่ต้น ปีจนก่อนเลือกตั้งอ่ะ 50% 50% นะประมาณ 50 กะๆแล้วพอเลือก ตั้งเสร็จ อ้าก่อนเลือกตั้งก็แปลว่าใช้เวลามากี่ เดือน 10 เดือนก็แปลว่าขึ้นมาเดือนละ ประมาณ 5% ถูกมยขึ้นมาเดือนละ 5% พอเลือกตั้ง เสร็จปั๊บจากวันที่ 4 พฤศจิจนมาถึงวันนี้ มันอีกเดือนนึงเนี่ยขึ้นมา 18% เดือนเดียวเออเดือนเดียวมันมันแปล ว่าอะไรคุณกีต้ามันมันก็เหมือนกับคุณแบบ เฮ้ยลูกโป่งอ่ะคุณไม่ค่อยๆมาแล้วอยู่ดีๆ พอคุณทำเลือกใช่ป่ามันก็มีสตออย่างที่เรา รู้ว่าเอาลดภาษินิติบุคคลนะเรื่องนู้น เรื่องนั้นเรื่องนี้นะมันวูบขึ้นมามันบวม โอเคอาจจะอาจจะบอกว่ามันขึ้นด้วย tesla เยอะเ่อไม่เถียงไม่เถียงครึ่งนึงของ 18% Max 7 อันนี้ที่ขึ้นมามันมันมาจาก tesla อตัวอื่นตัวอื่นก็ิใช่น้อยอมอนก็มาเยอะ alphabet ก็มาเยอะ เหอะเนี่ยแล้วลองคุณลองนึกภาพดิมันมันจะ ไม่แตกหรอก จากจากชีวิตในการทำงานผมมันจะมีปรัชญา อยู่ข้อนึงที่ผมจำฝังใจเลยคนที่สอนมาก็ พี่ป๋องอนะพี่ป๋องก็บอกว่าไม่มีอะไร ขึ้นได้ตลอดหรอกแล้วก็ไม่มีอะไรลงทได้ ตลอดหรอกณตอน เนี้ยผมคิดว่า เอ่อยังไม่ได้เห็นภาพที่พี่ป๋อมพูดเนี่ย ว่าเป็นจริงสักเท่าไหร่โอเคมยคุณกีตารก็ คือพี่ป๋องเบอกว่าไม่มีอะไรขึ้นได้ตลอด กับไม่มีอะไรลงได้ตลอดใช่ป่ะค่ะอย่างแรก ที่ยังไม่ได้เห็นเป็นจริงก็คือยังไม่ได้ เห็นว่าก็มีตัวอย่างว่าหุนอเมริกาไงพี่ มันขึ้นได้ตลอดอ่าันที่ 1 นะอก็แปลว่าคำ พูดพี่ป๋องเยังเยังไม่ปรากฏว่ามันจะเป็น เรื่องจริงอันที่ 1 นะอันที่ 2 ก็คืออย่า บอกนะเพะว่าไม่มีอะไรลงได้ตลอดเจะหมายถึง หุ้นแถวๆนี้สยามไงนะสยามเมืองยิ้มนะฮะ เนี่ยเรือที่กำลังอับปางเนี่ยนะฮะนะนะฮะ เนี่ยไงมันยังเป็นให้เราเห็นเลยใช่มยงั้น ผมแต่ผมก็ยังเชื่อว่าคำพูดพี่ป๋องเจะเป็น จริงนะมันไม่มีอะไรขึ้นได้ตลอดหรอกเดี๋ยว วันนึงโป๊ะมันจะแตกเราก็ไม่รู้วันไหนแต่ อย่างที่ผมเชื่อมโยงเรื่องให้ฟังก็คือมัน เป็นไปได้ว่าในยุค 23 ปีที่ผ่านมามันเป็น ยุคทุกปัญหาไว้ใต้พรหมแล้วนกบเกื่อนบาง สิ่งบางอย่างเออมันเป็นยุคแห่งการกลบ เกื่อนน่ะแล้ว ยุคหน้าถ้าคนที่มาต่อเนี่ยแก้ปัญหาไม่ เก่งแล้วไปทำอะไรกับมันแบบในเชิงที่เรา เห็นปัจจุบันคือไปทำให้ฟองมันเร่งตัวขึ้น อีกเนี่ยค่ะมันจะระเบิดเอามันจะไประเบิด เอามันก็เหมือนกับอะไรมันก็เหมือน เศรษฐกิจไทยตอนก่อนต้มยำกุ้งอ่ะ ครับอารมณ์นี้เลยกลบเกื่อนกบเกื่อนใช่มย เหมือนมีภาพการเติบโตแต่ซ่อนปัญหาภาย ในไว้เยอะมากพอคนที่มาต่อก็มาต่อไม่ เป็นใช่มั้ยนะครับไม่เป็นในเชิงของคือแก้ ปัญหาไม่มันแก้ปัญหาไม่ออกแล้วอ่ะมันก็มา ระเบิดเอาที่ยุคของพลเอกชวลิตอารมนั้น แหละอารมณ์นั่นแหละอือช่วงปีที่แล้วเนี่ย เราก็จะเห็นว่าหนึ่งในสตอรี่นะคะของหุ้น ญี่ปุ่นนะคะนอกเหนือจากเรื่องของเงินเย็น อ่อนค่าแล้วก็การพยายามที่จะปรับโครง สร้างเศรษฐกิจมาจากช่วง Late แล้วนะคะก็ มีไอเดียของ waren Buffet นะคะที่สนใจ หุ้นในกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับสายเดินะคะ แต่ว่าโอเคหลังจากนั้นก็เงียบๆไปนะค่ะคือ ในช่วงนั้นเนี่ยยิ่งเป็นการคอนเฟิร์มว่า โอ้โหญี่ปุ่นคือ Performance ก็สวยนะคะ สุดยอด vi ของโลกเาก็ให้ความสนใจนะคะแล้ว ก็เอิ่ตอนนี้เนี่ยภาพมันอาจจะไม่เป็นแบบ นั้นแล้วนะคะพี่ี่มองยังไงบ้างกับเคสที่ One Wet เเขาคเคยสนใจหุ้นที่เป็นสาย Trading ของญี่ปุ่นคือจริงๆผมมาตอบแทนฟต ไม่ได้นะครับแต่พูดง่ายๆเลยวิธีการมองของ เขาเนี่ยเาคือ vi แบบคลาสสิคเลยตอนเค้า ซื้อก็คือมันถูกอ่ะเงินสดเต็มบริษัท PE ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยซึ่งวันเนี้ยตลาดขึ้นมา 50 กว่าเปอร์แล้วคุณกีต้าน่าจะเกินด้วย นะถ้านับจาก 20,000 กว่าจุดใช่มยตอนต้น เนี่ยขึ้นมาแบบเยอะมากแล้วหุ้นลายตัวยิ่ง ขึ้นเป็น 100% เนี่ยผมว่ามุมมองของเ Buffet เนี่ยเขาคขายหรือเปล่าผมไม่ทราบ นะครับแต่ถ้าให้เขาซื้อที่ตรงเนี้ยเไม่ ซื้ออยู่แล้วคุณกีต้านเพราะว่าเขาซื้อของ ถูกเพื่อถือไปเรื่อยๆถ้าเมื่อไหร่ของถูก นั้นมันเริ่มมีปัจจัยพื้นฐานที่เปลี่ยน แล้วเริ่มแพงเก็ขายแต่ตอนเนี้ยผมคิดว่า เค้าอาจจะไม่ได้ขายเพราะเก็เชื่อในใน Quality ของสินค้าและบริการญี่ปุ่นแล้ว เขาก็มีต้นทุนที่ต่ำอาจจะมองในแง่แคช Flow เงินปันผลความแข็งแกร่งบริษัต 100 ปีอะไร ก็แล้วแต่เนี่ยแต่ถ้าถามว่าเขาซื้อคำถาม ที่เราควรจะถามคือเขาจะซื้อที่ราคานี้ หรือเปล่าซึ่งเราก็เห็นอยู่แล้วว่าฟตก็ ไม่ซื้ออะไรแล้วเนาะ Apple ยังขายออกมา เลยอะไรอย่าเงี้ยเหมือนกันเลยครับ Apple ก็เหมือนกันผมว่าไม่ได้มีมุมมองอะไรที่ เปลี่ยนจาก War Buffet นะมันถูกตอนที่ PE 10 เท่ามีเงินสดท่วมบริษัททุกคนบอกว่า มันไม่โตแล้วเมองว่ามันยังโตอยู่เคก็เข้า ไปซื้อพอบริษัทเติบโตได้จริงใช่มั้ยครับ มีการปรับ PE มีการซื้อหุ้นคืนจำนวน มหาศาลมันเหมือนมีตัวเร่งหลายตัวเกิดขึ้น กับหุ้น Apple เพะมันขึ้นมาสูงพอร์ตเค้า มีสัดส่วนของ Apple เยอะขึ้นเรื่อยๆเขาก็ แค่ทรินมันออกมาเพื่อจะรักษา portfolio ให้ไม่เน้นหนักไปที่หุ้นตัวใดตัวหนึ่งมาก เกินไปเท่านั้นเองค่ะส่วนที่พี่มี่แชร์ ให้เราฟังนะคะได้เห็นภาพมากเลยว่ามันก็ คือท่าคลาสสิคนะคะของ P นะคะเป็นสิ่งที่ เป็น playbook ซึ่งมองในแง่ของมูลค่าเป็น หลักนะคะกับผลงานซึ่งเรื่องของการขายหุ้น Apple เนี่ยก็ถูกจับจ้องนะคะพี่ี่ว่า เอ๊ะบ Buffet เขาคเห็นสัญญาณอะไรหรือ เปล่านะคะว่าตลาดอนาคตจะไม่ดีนะคะอาจจะ เกิดการแครชหรือว่าเกิดคอคชหนักๆเกิดบ้นะ คะแล้วก็เ่อถูกมองไปว่านี่มาก่อนการชัดๆ นะคะพี่ี่มองว่าคือคุณปู่ B เพฟกเน่าจะ เห็นขนาดนั้นยหรือว่าอันที่จริงแล้วอัน นี้ก็ปกติของการปรับพอผมคิดว่าเป็นการ ปรับพอร์ตตามปกติเพราะเาซื้อหุ้น Apple ถ้าผมจำไม่ผิดอาจจะ PE 10 เท่าต้นๆอะไร อย่างเงี้ยนะครับหรือประมาณ 10 เท่าอะไร อย่างเงี้ยแล้วก็มีเงินสดเต็มบริษัทเลยณ เวลาที่เขาซื้อตอนที่เขาขายเนี่ยเขาขาย PE อาจจะใกล้ๆ 30 ใช่มั้ยครับขึ้นมาแบบมีการ ปรับ PE ให้เยอะแยะแล้วก็เงินสดในบริษัท ก็มาซื้อหุ้นคืนเยอะแยะเลยคุณกีตารแล้วก็ กำไรก็เริ่มมีข่าวเค้าเรียกว่าเติบโตชะลอ ลงโดยเฉพาะอย่างยิ่งในจีนเราเห็นเลยว่า ยอด Apple ในจีนเนี่ยดรอปแบบ 20 กว่า เปอร์เซ็นต์อย่างเงี้ยน่าตกใจเนแล้ว Huawei ก็โตขึ้นมาแทนเนี่ยทุกคนก็ต้อง ต้องรู้ก่อนว่าตลาดในจีนมันเป็นตลาดสำคัญ นะผมจำไม่ผิดอาจจะ 1 ใน 4 ของยอดขาย Apple นะก่อนหน้านี้เคยมีบางช่วงเยอะกว่านี้อีก นะแต่ว่า 1 ใน 4 แล้วมันเริ่มชะลอเนี่ย มันก็มีภาพภาพกลับข้างกันเนาตอนที่เขา ซื้อนี่คือในจีนกโตในโลกกอก็ยังไปได้ดี ใช่มั้ครับคุณกีต้า PE ก็ต่ำวันเนี้ยมัน คือ PE ก็สูงแล้วไอ้ยอดขายแอเรียต่างๆใน ในจีนก็อาจจะได้รับผลกระทบจากโครงการ ชาตินิยมแล้วกันคนจีนก็เริ่มหันกลับไปใช้ Huawei กลับไปใช้ Vivo Oppo Xiaomi กันมากขึ้นเพราะโทรศัพท์พวกนั้นก็ได้ market แชร์ไปเยอะขึ้น Apple ก็เริ่มมี ความนิยมน้อยลงผมว่าเคงมองมองมองหลายๆ ส่วนแล้วก็เป็นการปรับผอบโดยโดยธรรมดา ครับแต่เราก็ต้องเดาเค้าเนาะเพราะเเป็น นักลงทุนผู้ยิ่งใหญ่เคเขยิบไปนิดนึงเเยัง เคยพูดเองเลยเบอกว่าตอนเเป็นเด็กๆเนี่ยเ พูดพูดอะไรคนก็อาจจะไม่ค่อยฟังเ้าแม้จะ เป็นไอเดียที่ฉลาดและเฉียบคมทุกนี้เคแก่ แล้วบางทีเค้าพูดอะไรเพี้ยนๆนะทุกคนก็เอา ไปตีความคุณกีตารว่าเอ๊ะเขาจะต้องมีความ หมายที่ซ่อนลึกซึ้งอย่างที่เรานึกไม่ถึง แน่ๆผมผมคิดว่าเอาจจะแค่ซื้อถูกแล้วก็ดู สถานการณ์ดูข่าวดีที่มันเกิดขึ้นแล้วพอ เขาเห็นว่าข่าวดีมันเหลือน้อยมูลค่ามัน เริ่มขึ้นมาเยอะแล้วมันแพงปันผลอะไรก็ดี มันเริ่มน้อยลงเ้าก็ขายแค่นี้เองผมว่าอาจ จะไม่ได้มีอะไรเพื่อจะถอยออกไปรอดูโอกาส อีกส่วนนึงที่เราอาจจะมาใช้ประโยชน์ได้ คือเอ่อ Buffet เนี่ยในความรู้สึกผมเนี่ย ในการอ่านรง annual Report เ้าหลายๆ ครั้งเนี่ยผมรู้สึกว่าเขาจะมีทีมแล้วเขา จะคอยประเมินความร้อนแรงของตลาดอยู่เป็น ระยะๆะหมายความว่าตลาดในบางช่วงเนี่ยมัน อาจจะอ่าเค้าเรียกนักลงทุนเกลียดมากเกิน ไปเขาก็อาจจะพยายามเพิ่มสัดส่วนหุ้นให้ เยอะขึ้นแต่บางช่วงเวลาเนี่ยเหมือนช่วง ที่ผ่านมาเราก็ต้องยอมรับว่าหุ้นอเมริกา ใน 2 ปีที่ผ่านมานักลงทุนชื่นชอบหุมาก เกินไปผมคิดว่าบัฟเฟตเขาก็คงประเมินแล้ว แหละว่าถอยมาถือเงินสดที่เท่าเนี้ยเไม่ รู้หรอกว่าจะเกิดหรือไม่เกิดวิกฤตแต่ถ้า ไม่เกิดเขาก็ทนรอได้เพราะผมเชื่อว่าฟตเขา มีเงินสดที่จะไปอาจจะไปลงทุนในหุ้นปริสิต บางตัวที่ได้ดอกเบี้ยสูงมากคุณกีต้าต้อง อย่าลืมนะดอกเบี้ยพันธบัตรสหรัฐวันนี้ อยู่ 5. 5 นะถ้าเราจะออกหุ้นปรสิทธิ์ให้ฟต เนี่ยดอกเบี้ยมันต้องเป็น 5.
5 Plus นึก ออกอาจจะเป็นธุรกิจธนาคารดีๆแล้วบอกว่า อ่ะผมให้คุณ 7. 5 ฟตบอกอ้าก็ในเมื่อตลาด หุ้นอ่ะเอ่อ Apple PE 30 PE 30 imply ว่าคุณได้ผลตอบแทน 3% แต่คุณไปหาหุ้น ปรสิทธิ์ของธุรกิจที่มันมีความแข็งแกร่ง แล้วก็ 7. 5 8.
5 ถือไปอย่างเงี้ยรอมัน แครชเราค่อยสวิตแล้วมาซื้อหุ้นใหม่คือผม ว่าเคก็เก็คงมองจากหลายๆมุมเทียบจากโอกาส ในแต่ละสินทรัพย์แล้วก็จัด portfolio ไป ตามนั้นเท่านั้นนเองครับค่ะอันนี้น่าสนใจ นะคะพี่มีคือเวลาเรามองนักลงทุนโดยเฉพาะ อย่างยิ่งนักลงทุนรายใหญ่เนี่ยคือเค้าอาจ จะมีทางเลือกในการลงทุนนะคะมีมีตัว produc ในการลงทุนที่เลือกนะคะ Universe มันอาจ จะมากกว่าเรากว้างกว่าเรานะคะคือดังนั้น เ่อวิธีคิดของเขาเนี่ยมันมันก็เลยอาจจะ ต่างไปเนาะคือเราอาจจะไม่ต้องตกใจที่เห็น เขาคขายหุ้นสักตัวที่เคยถือมานานนะคะแล้ว ก็ไปครองเงินสดมากประวัติขารแล้วก็ตีความ ตรงๆชั้นเดียวเลยว่าเกิด cris นะจริงๆมัน อาจจะไม่ใช่แบบ นั้นใช่ๆแต่เราควรศึกษาทุกๆูของเขาคเพราะ ว่าเอ๊ะเวลาตลาดแบบนี้บริบทแวดล้อมเป็น แบบนี้ทำไมเขเลือกที่จะตัดสินใจแบบเนี้ย อาจจะเอามาพัฒนาหลักการคิดหลักการลงทุน ของเราในอนาคตได้ครับค่ะแล้วคือถ้าเป็นว พี่ี่กับตลาดฝั่งอเมริกาล่ะคะเมื่อสัก ครู่ญี่ปุ่นเราเห็นะนะคะมีข้อจำกัดเรื่อง ของขีความสามารถในการแข่งขันมีโจทย์ที่ ยากเรื่องของโครงสร้างเศรษฐกิจเราอยู่นะ คะแต่ว่าอเมริกเนี่ยยังเห็นตัวเลข GDP ที่อย่างน้อยก็ยัง ose นะคะอนาคตยังไม่ แน่เหมือนกันนะคะตัวเลขของผลประกอบการ หุ้นเทคก็ใช้ได้นะคะแต่ว่าบางตัวเนี่ยก็ เริ่มมีคำถามแล้วนะคะว่าจะโสต่อไปได้ไกล กว่านี้มากแค่ไหนนะคะฝั่งของอเมริกาลงมา หนักๆเนี่ยน่าสนใจไคะพี่ี่ค่ะอเมริกา เนี่ยผมกลับคิดว่ามันน่าสนใจกว่าญี่ปุ่น เพราะมันมีหุ้นที่อาจจะไป disrupt เเรียก อุตสาหกรรมอื่นๆแล้วมัน disrupt ทีมัน disrupt ได้ทั้งโลกเลยนะครับโอกาสของเขา คือใหญ่มากแม้แต่ประเทศจีนที่บอกเกลียด เขาเนี่ยในบางธุรกิจบางอุตสาหกรรมที่เขา เป็นเเรียกว่าเป็นเทคโนโลยีที่นำหน้าโลก ไปอ่ะซึ่งจีนยังทำไม่ได้ยังไงจีนก็ปฏิเสธ ที่จะไม่ใช้ของอเมริกาไม่ได้เพราะฉนั้น หุ้นอเมริกาหลายๆตัวเนี่ยถ้าเราเลือกถูก ตัวในจังหวะที่ตลาดยังมองไม่เห็นและทำการ บ้านได้จริงเนี่ยมันก็ยังลงทุนได้ตลอด เวลาตลาดอเมริกาเป็นตลาดของคนฉลาดครับถ้า ใครฉลาดแล้วมองเห็นโอกาสเนี่ยโอกาสแทบจะ มีตลอดเวลาเลยแต่ต้องบอกก่อนนะมันไม่ใช่ ง่ายๆว่าไปปุ๊บเรามองเห็นอะไรอย่างงี้นะ มันก็เวลาพูดเรื่องที่ผ่านไปแล้วมันจะ ง่ายีต Nvidia ขึ้นมาเท่านั้นเท่านี้คือ เรารู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับการขึ้นมาของ Nvidia เราไม่รู้เรื่องเดียวว่าทำไมเรา ไม่ได้ซื้อขึ้นมาใช่มั้ครับว่าทำไมเราถึง ไม่ได้ซื้อข้างล่างแล้วขึ้นมาด้วยอะไร อย่างเงี้ยมันมันมีความยากเวลามองย้อน หลังเรื่องราวของอเมริกามันจะง่ายแต่เวลา มองขึ้นไปข้างหน้าเนี่ยมันก็ไม่ค่อยไม่ ค่อยง่ายเท่าไหร่แต่ถ้าถ้ามองเป็นเชิงว่า ภาพรวมแล้วกันเนาะ GDP อเมริกาเนี่ยก็คง จะไม่โตแบบช่วงที่ผ่านมาได้ง่ายหนักเพราะ ช่วงที่ผ่านมาก็หลังโควิดเโตได้ดีนะคุณ กีต้าเ่อเกือบๆ 3 มั่งใช่มยปีนี้ก็อาจจะ ยังใกล้ๆ 3 มั้งก็ยังโตได้ดีอ่ะเทียบกับ ประเทศเราประเทศเราขนาดประเทศเราเล็กนิด เดียวเองเนาะเรายังเรายังโตแพ้อเมริกาอ่ะ พูดง่ายๆแต่ต่อจากเนี้ยมันก็เริ่มเห็น ภาวะว่าเคเเบ่งมาเยอะเโตมาประมาณนึงแล้ว ก็พอโดนัดทรัมป์กับอ่ากมลใช่มั้ยครับไม่ ไม่ว่าจะใครมาก็แล้วแต่เนี่ยคงมีความขัด แย้งกับจีนในระดับนึงสมมุติว่าเป็นทรัมป์ แน่นอนการขึ้นภาษีเนี่ยเขาก็ตรัสแล้วเคง ไม่คืนคำอ่ะเขาคพูดแล้วเเอาแน่เนาะ 25% ก็ขึ้นเป็น 60% แน่ๆเงินเฟ้ออเมริกาก็มี ทิศทางที่อาจจะสูงขึ้นและอาจจะแพงขึ้นแต่ ข้อดีคือเรื่องของสงครามเนี่ยอาจจะน้อยลง คืออเมริกาก็คงก็คงไม่ค่อยอยากจะทำสงคราม แล้วะโดนัลทรัมป์ประกาศชัดอยู่แล้วว่าถ้า เขาขึ้นมาเไม่ได้สนับสนุนให้มีสงครามต่อ แม้แต่ไต้หวันที่อ่ามีปัญหากับจีนเยังบอก ว่าต้องจ่ายค่าคุ้มครองด้วยนะผมก็เพิ่ง เคยได้ยินใครพูดอะไรแบบนี้นะฮแกต้องจ่าย ค่าคุ้มครองฉันด้วยที่ฉันอ่าดูแลแกอะไร อย่างเงี้ยเคยได้ยินแถวบ้านนะครับแต่ไม่ คิดว่าจะได้ยินจากโดนัลด์ทรัมป์หรือว่า จากอเมริกาอะไรอย่าเงี้ยก็เออก็แปลกดี หรือหรือแม้แต่ว่าถ้าเป็นคุณกรมลมาเนี่ย ผมก็คิดว่าความเข้มข้นของสงครามมีแนวโน้ม ลดลงอ่าบอกรู้ได้ไงผมก็ไปดูประวัติศาสตร์ ผู้นำที่เป็นผู้หญิงอ่ะมันยังไม่ค่อยไม่ ค่อยมีใครกล้าก่อสงครามเท่าไหร่เนาะผู้ หญิงยังไงก็มีความเป็นแม่เนาะมีความเพอา ถอนไม่ได้มีใครที่แบบโออยากจะไปทำสงคราม สู้รบกับใครอะไรเงี้ยเนาะก็เลยคิดว่า เรื่องสงครามก็อาจจะเบาลงอเมริกาก็เป็น ดินแดนแโอกาสเหมือนเคยนะครับแค่คุณมีหน้า ที่กุดให้เจอคุณมีหน้าที่ค้นหาโอกาสให้ เจอแต่โอกาสที่มีอยู่ในนั้นเนี่ยจะไม่ได้ เป็นโอกาสแบบแบบเดิมๆเช่นเอ่อร้านสะดวก ซื้อขยายสาขาหรือว่าเป็น Home dep ขาย วัสดุก่อสร้างแล้วขยายสาขามันอาจจะไปอยู่ ใน area ของ Social Media platform หรือว่าเป็นเรื่องของเหมือน netflix เป็น เรื่องของอ่าอาจจะเป็น Cyber Security อาจจะเป็นเรื่องของ Cloud อาจจะเป็น เรื่องของ AI แน่นอนล่ะโอกาสที่มันเกิด ขึ้นตอนที่ทุกคนในตลาด efficiency เรา เก่งมากๆเนี่ยมันต้องเป็นเรื่องใหม่ที่ หลายๆคนตีความไม่เหมือนกันแล้วมีใครบางคน เนี่ยเมองเห็นว่าอนาคตของสิ่งนี้มันจะ เป็นสิ่งนี้อนาคตของสิ่งนี้จะไปได้ไกลมาก ซึ่งมันวัดกึ๋นกันเนาะเหมือนอย่างช่วง ก่อนหน้านี้ถ้าคุณกีต้าจำได้ในอเมริกาก็ เคยมีคนพูดเรื่องเวสแล้วฮือฮามากว่ามันจะ เป็นโลกอนาคตต่อไปทุกคนจะไม่มาเจอกันละจะ ใส่แว่นเป็นแฟนกันก็ใส่แว่นคนละตัวแล้วก็ ไปเดทกันในเวิอะไรอย่างเงี้ยเปลี่ยนก็ ตั้งยูนิเพื่อนลงโดย เฉพาะซึ่งบางไอเดียมันก็ไม่เกิดขึ้นจริง นึกออกมครับมันเป็นการการวัดความสามารถ ว่าเราฟังสอเราฟังเรื่องราวที่เขาเล่า แล้วเนี่ยเราสามารถจะวาดภาพได้ไหมว่ามัน จะออกมาแล้วเป็นยังไงมันจะดีกว่าที่เขา พูดมันจะเร็วกว่าที่เขาคาดหรือเปล่าอ่า หรืออย่างเรื่องรถยนต์ใชไฟฟ้าเราจะเห็น ว่าสิ่งใหม่ๆอ่ะที่มันับโลกอ่ะในด้าน เทคโนโลยีมันจะมักจะเกิดที่อเมริกาเพราะ นั้นถ้าใครไปได้ตั้งแต่ต้นๆทางเนี่ยโห รันเวขนาดไอ้ชนิดที่ขึ้นได้เป็นร้อยๆเท่า อ่ะมันยังมีอยู่นะคุณคุณคุณคุณกีต้าแต่ ถ้าเราไปเมืองไทยเราจะหาหุ้นที่ขึ้น 100 เท่าอย่างเงี้ยมันไม่มีหรอกนึกออกมั้ยคุณ คุณได้ 5 เท่า 3 เท่านี่ก็คือสุดๆแล้วมัน ไม่มันไม่มีหุ้นอะไรที่ไปไกลขนาดนั้นครับ ส่วนที่อเมริกาเนี่ยนะคะสัญญาณของการลด ดอกเบี้ยที่จะน้อยกว่าเดิมเนี่ยเราค่อน ข้างเห็นชัดจาก dot PL นะคะแต่ว่า dot PL หรือว่าค่าการดอกเบี้ยก็เหมือนถูกดู ปรับมาเรื่อยๆก็คือลดดอกเบี้ยน้อยลง เรื่อยๆนะคะมันก็มีบางมุมที่มองสุดขั่ค่ะ ดอกเตอรว่าถ้าทรัมป์มาแล้วนโยบายเขาสร้าง เงินเฟ้อขนาดนี้ทั้งกำแพงภาษีทั้งการไป ขับไล่ผู้อพยพนะคะไหนจะลด Corporate tax อีกนะคะเงินเฟ้อมันอาจจะพุ่งสูงจนกระทั่ง นอกจากจะลดดอกเบี้ยไม่ได้แล้วเนี่ยมันอาจ จะต้องขึ้นดอกเบี้ยด้วยซ้ำไปถ้าเงินเฟ้อ มันสูงมากนะคะดอกเตอร์มองยังไงคะมันจะน่า กลัวขนาดว่าเงินเฟ้อกลับมาแรงดอกเบี้ย ต้องกลับมาเป็นขาขึ้นหรือเปล่าค่ะคือคือ คือผมยังมองว่าคงไม่ถึงขนาดนั้นนะฮะเพราะ ว่าที่สหรัฐอเมริกาเราทราบว่ามีตัวเลขที่ เค้าติดตามอยู่ตลอดเวลาใช่มั้ยเป็นราย เดือนรายไตรมาสหรืออะไรก็แล้วแต่ตัวเลข สารพัดเพราะนั้นมันจะเป็นตัวบ่งบอกว่า ธุรกิจประเภทไหนอุตสาหกรรมประเภทไหนดี หรือไม่ดีขึ้นหรือลงเงินเฟื้อในแต่ภาพการ ผลิตภาคการบริโภคเป็นยังไงนะผมก็เชื่อว่า อเมริกาเองก็คงไม่ปล่อยให้ทุกอย่างมันบาน ปลายจนกระทั่งเงินเฟ้อควบคุมไม่ได้นะครับ อีกประการนึงเนี่ยผมคิดว่าดูคณะกรรมการ ธนาคารกลางของสหรัฐอเมริกาเนี่ยก็มีสาย เหยี่ยวอยู่เหมือนกันนะฮะบางคนก็ไม่เห็น ด้วยกับการลดดอกเบี้ยรอบนี้ที่ผ่านมา เมื่อคืนเนี้ยนะฮะเพราะฉะนั้นก็ยังเห็น ชัดว่าเอ่ออันนี้ก็ถือว่าเป็นการคานอำนาจ มากกว่านะเพราะว่าก็คือแยกกันคือฝั่ง บริหารก็บริหารไปนะฮะแต่ฝั่งที่เป็น กรรมการของเค้าเนี่ยเหมือนกับกนงบ้านเรา เนี่ยก็ทำหน้าที่ของเค้าไปเป็นลักษณะนั้น นะ ครับส่วนถ้ากรณีที่ดอกเบี้ยอาจจะลงได้ช้า นะคะลงได้น้อยกว่าที่คิดนะคะผลกระทบกับ หุ้นในอเมริกานะคะกับผลกระทบของ Asset ทั่วโลกนะคะดอกเตอร์มองยังไงคะภาพมันจะ เปลี่ยนไปจากก่อนหน้านี้หรือเปล่าที่เรา มีความหวังมากว่าดอกเบี้ยเป็นขาลงนะคะ สภาพคล่มมันก็จะมากขึ้นค่ะผมว่าดีนะฮะคือ ถ้าถ้ามองในแง่ To Be Fair สำหรับคน เล่นหุ้นอาจจะฟังดูแล้วไม่ชอบก็ได้บอกเอ ทำไม cryptocurrency ไม่ไปแล้วหรืออะไร เงี้ยในช่วงคือถ้าทุกอย่างมันคอนโทรลไม่ ได้เนี่ยผมว่าอันออันตลายมากกว่าแล้วถ้า จะถอยหลังจะจะดึงให้เบรคให้อยู่เนี่ย โอ้โหมันต้นทุนมันสูงมากเพราะฉะนั้นการ ที่เรียกว่ามีบังเหรบังคับเนี่ยให้ให้ ชะลอตัวบ้างเป็นครั้งเป็นคราวเนี่ยผมว่า เป็นเรื่องที่ดีเพราะฉะนั้นสัญญาณรอบนี้ ที่เฟดออกมาพูดเนี่ยว่าปีหน้าการลดอัตรา ดอกเบี้ยจะช้าลงเนื่องจากนโยบายของทรัมป์ นี่แหละนะฮะก็เป็นสการส่งสัญญาณให้ผู้ลง ทุนแล้วก็ผู้บริโภคทั่วๆไปเนี่ยได้ ตระหนักว่าโอเคเรามีเราเห็นสิ่งที่มอง ล่วงหน้าแล้วไม่ใช่อยู่ๆค่ะปูมมาแล้วก็ ทุกคนไม่ได้ตั้งหลักนะครับแน่นอนการการ ที่ดอลลารแข็ง อ่าแล้วก็บออาจจะไม่ไม่ค่อยน่าดึงดูดใจ เท่าไหร่เพราะก่อนหน้าคนก็บอกเออซื้อบอดี กว่าโน่นนี่ equity หุ้นเนี่ยผมก็ยังมอง ว่าน่าจะให้ผลตอบแทนที่ดีนะครับแล้วเลือก ในสิ่งที่ถูกใจเพราะอย่าลืมว่าจริงๆแล้ว เนี่ยถ้าเราตัด magnificent เไปหรือหุ้น ยักษ์ใหญ่ทางด้านไอทีออกไป 7 ตัวเนี่ยบวก กับตัวอื่นที่ค้างเคียงกันเนี่ยหุ้นอื่นๆ ในสหรัฐอเมริกาเนี่ยหลายเตอร์ก็ยังไม่แพง เรียกว่าไม่แพงนะยังมีเงินปันผลที่ดี เพียงแต่ว่าคนไม่ได้ไปโฟกัสก็คงไม่ต่างก บ้านเรานะเดี๋ยวนี้สมัยนี้เนี่ยคนเล่นแบบ โมเมนตัมนะอะไรที่มองว่าเอ้ยกำลังจะขึ้น หุ้นขนาดใหญ่อ่ากระโจนไปหมดพร้อมกันนะฮะ แล้วเวลาลงก็ลงเหวพร้อมกันนะนะฮะมันจะไม่ มีคนที่คิดน้อยคนที่คิดแบบ War Buffet ที่ว่าเออทุกอย่างมันแพงขึ้นไปแล้วฉันขาย ขายเรื่อยๆขายไปเรื่อยๆจนกองทุนเบิกชายวย มีเงินสดอยู่ตั้งเยอะแยะ 300 กว่าพันล้าน เหรียญสหรัฐเนี่ยนะตอนนี้ทุกคนทีแรกทุกคน มองเว่าเอ้ยเพลาดไปรึเปล่านะทำไมขายเร็ว แต่ว่าถ้าเมีหุ้น Apple เยอะขนาดนั้น เนี่ยถ้าไม่ขายวันนั้นแล้วจะขายวันไหนถูก มั้ยครับมันก็ต้องทยอยไปเรื่อยๆ 2-3 ไตรมาสเ่อก็ นะขายไปเรื่อยๆเพราะนั้นเมีเยอะมากอันนี้ ก็เป็นตัวอย่างนะแล้วถ้าหุ้นไม่ดีก็ก็ ต้องคั Los หุ้นไหนมองไปแล้วมองไปข้าง หน้าท่าทางไม่ดีสมัยก่อนเคัดลอย่าง Bank of America เอ่อหรืออะไรก็แล้วแต่ที่ มองเอ่อเฟกที่ไม่มี Corporate governance หรืออะไรเงี้ยเก็ Cut loss ไปอันนี้เป็น เรื่องปกตินะแต่ว่าที่สำคัญคือต้องทำถูก มากกว่าผิดแค่นั้นเองเพราะฉะนั้นผมยังมอง ว่าหุ้นเนี่ยระยะยาวก็ยังไปได้นะครับ เพียงแต่ว่าอาจจะไปช้าหน่อยนะครับผมยกตัว อย่างหุ้นญี่ปุ่นเนี่ยตอนที่ฟื้นขึ้นมา ขึ้นเร็วมากหลังจากนั้นก็ขึ้นแบบช้าๆถูกม ครับอ่าฮ่องกงมันลงมาเยอะพอถึงจุดนึงผูก มากมันก็กระโดดขึ้นมานะหลังจากนั้นก็ปรับ ตัวลงไปครึ่งทางจากที่กระโดดขึ้นมาปีนี้ ยังขึ้นตั้ง 12% นะุฮ่องกงยังดีกว่าหุ้น ไทยกนะทั้งๆที่ทุกคนบอกว่าโฮ่องกงจีนนี่ ไม่ไม่ได้เรื่องแล้วถูกอเมริกากิกันโนน นี่ไปมายงดีกว่าของเราอีกนะฮะเพราะอย่าง น้อยก็ไม่มีข่าวร้ายเหมือนบ้านเราเต็มไป หมดไม่ว่าจะเรื่องหุ้นกู้ไม่ว่าจะเรื่อง หุ้นสามัญไม่ว่าจะเรื่องไซฟอนเงินไม่ว่า จะเรื่องธรรมาภิบาลตามมาติดๆแต่ละเรื่อง เนี่ยมันก็ทำให้อาการมันหนักเหมือน กันส่วนหุ้นอเมริกานะคะอย่างที่ดอกพูดถึง เรื่องของการปรับพอของโนบัฟเฟตนะคะบาง ส่วนก็เอามาเป็นสัญญาค่ะว่าบ Buffet นี่ เก็บเงินสดสูงเป็นประวัติการนะคะแล้วก็มี การอ่าปรับขายพูดออกไปก่อนนะคะอาจจะทำ กำไรแต่ว่าก็เกิดการตีความว่าเอ๊ะหรือเขา มองเห็นอะไรที่มันดูมีความไม่แน่นอนข้าง หน้านะคะหลังจากนั้นมี Rio ลมาอีกนะคะบอก ว่าให้ระวังนะ Economic Down Turn ของ อเมริกานะคะตามมาติติ nri rubin นะคะดร Doom บอกว่าระวัง stack flation นะคะ ล่าสุดก็มีแร์ Man ของ Rocky fer ที่บอก ว่าหุ้นอเมริกาเนี่ยทั้ง Over High Over Value แล้วก็ Over ด้วยนะคะให้เราระวัง การการปรับถานใหญ่ให้ดีนะคะเพราะมันขึ้น มาแบบที่ไม่มีเบรคไม่มียั้งเลยนะคะจน กระทั่งเราเห็นเมื่อคืนที่แครชเ่อช็อต เป็นแรงๆนี่แหละนะคะดอกเตอร์มองยังไงคะหุ อเมริกาขึ้นมาแบบน่ากลัวจริงๆหรือเปล่า มันก่อภาวะฟองสบู่มยฟองสบู่มันจะแตกจน กระทั่งเจอเเอร correction ในอนาคตอย่าง เช่นปีหน้าหรือเปล่าคือฟองสบู่จะแตกก็ต่อ เมื่อมีเหตุการณ์ที่เรียกว่าไม่คาดคิดจำ ได้มั้ยฮะเครื่องบิดชนตึกก็เป็นกรณีนึงนะ หรือกรณีที่ว่าเอ่อตัวเลขอะไรบางอย่างออก มาแย่ผิดคาดนะหรือผลประกอบการของบริษัท ยักษ์ใหญ่ออกมาประกาศมาแล้วว่าโอ้โหแยก กว่าที่คาดเยอะแยะอันนั้นละจะเป็นตัวที่ นำทุกอย่างลงไป Collection เพิ่มเติมนะ ครับเอ่อณวันนี้เนี่ยเรียกว่าทุกคนก็ยัง มิตอแล้วก็ anal นักวิเคราะห์แต่ละค่ายก็ ยังมองว่าหุ้นใหญ่ๆมันก็ยังไปได้เพียงแต่ ว่าทุกคนเห็นท้องต้องกันว่าราคามันแพงใช่ มฮะอันนี้ต่างหากอ่าเพราะฉะนั้นเนี่ยก็จะ ทำให้นักลงทุนเรียกว่า Value investor หลายคนเนี่ยถือเงินสดมากขึ้นอันนี้ก็เป็น เรื่องปกติมันมันขึ้นอยู่กับการ Balance portfolio ของนักลงทุนแต่ละคนนะคงเป็น เป็นไปได้ที่จะใช้สูตรเดียวกันทุกคนคือ บางคนเห็นว่าโอเคเป็นมนั Player เเป็นั Player คือหุ้นตไหนขึ้นก็เเข้าไปคน ประเภทนั้นบางคนก็อาจจะลงเต็มที่เลยมี 100 บาทลง 100 บาทหรือมาจิโลนเพิ่มไปอีกนะฮะ ก็จะมีคนประเภทนี้หรือบางประเภทมี 100 บาทอาจจะบอกว่าโอเคหุ้นอเมริกาก่อนหน้า นี้มี 60% วันนี้อาจจะเหลือ 50% 40% ถือ เงินสดมากขึ้น 20% เป็นไปได้นะอันนี้เป็น เรื่องปกติเพราะฉะนั้นเอ่อผมผมไม่ได้แปลก ใจนะว่าอ่าถ้ามองอนาคตในไกลๆเนี่ยผมยัง เชื่อเรื่อง AI เรื่องไอทเรื่องเทคโนโลยี มาทดแทนแรงงานแล้วก็มาช่วยทำงานเยอะยะก็ หุ้นอเมริกาก็ยังดีสุดอยู่อันนี้คือระยะ ยาวนะฮะแต่ว่าขึ้นอยู่กับ valuation แพง หรือถูกยังไงนะถ้า PE 50 เท่า 60 เท่า แต่มันสามารถร่วงมาเหลือ 20 กว่าเท่าได้ อันนี้ก็เป็นเรื่องปกติก็ก็ถือว่าไม่ได้ แพงอะไรมากแต่ถ้า 560 เท่าแล้วขึ้นมาเป็น 780 เท่าในปีถัดไปแสดงว่า earning ผล ประกอบการดถอยอันนั้นก็คงต้องมี correction สำหรับพูดประเภทนั้นเหมือน กันแล้วถ้ามันเกิดกับหุ้นขนาดใหญ่มันก็มี ผลกระทบกับตลาดโดยรวมตลาดแสโดยรวมนะอัน นี้อันนี้ต่างหากเพราะฉะนั้นการที่ผู้ เชี่ยวชาญทั้งหลายออกมาบอกว่าหุ้นแพงไป ถือเงินสดมากขึ้นอันนี้เป็นเรื่องปกติก็ ขึ้นอยู่ว่านักลงทุนแต่ละคนตัดสินใจยังไง บางคนก็ถือเงินสดเร็วขึ้นมากขึ้นบางคนก็ บอกเ้ยเดี๋ยวรออีกหน่อยน่ะรอให้โมเมนตัม มันหยุดแล้วท่านค่อยไปถือเงินสดนะบางคนก็ รอถึงพีแล้วถอยลงมาแล้วก็ Cut loss หรือ ว่า Cut profit Take profit ไปแล้วแต่ นโยบายแต่ละคนนะเพราะฉะนั้นผมคิดว่าระยะ ยาวผมยังโอเคระยะสั้นการมี correction เป็นเรื่องที่ดีนะครับไม่ทำให้เกิดฟองสู่ มากเกินไปส่วน correction เนี่ยจะมากหรือ น้อยเนี่ยผมว่าต้องติดตามตัวเลขต่างๆต่อ ไปด้วยแล้วก็ผลประกอบการในไตรมาส 4 ที่จะ ออกมาในไตรมาส 1 นะครับว่าพุนอเมริกาจะไป ต่อหรือเปล่านะ ครับแล้วคือถ้าเป็นกลยุทธ์ของดอกเตอร์เอง ล่ะค่ะหุ้นที่ดอกเตอร์สนใจแล้วมองว่าเป็น ธุรกิจที่น่าลงทุนนะคะตอนนี้มันแพงหรือ เปล่าแล้วแอชของดอกเตอร์เป็นยังไงคะกับ หุ้นอเมริกาตอนนี้คือเราเราเราจะมีหุ้นแ เซเว่นเยอะแต่ว่าเยอะมาผมว่าเกือบ 10 ปี แล้วนะเยอะมากเลยแล้วก็ตอนนี้น้ำหนักลดลง ไปนะครับแล้วก็ไปกระจายหุ้นที่ยังไม่ขึ้น เช่นหุ้นที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยวของ อเมริกาเช่น rcl mari เอ่อแล้วก็อย่างหุ้นที่ดูแล้วอาจจะมี อนาคตระยะยาวอย่างเช่น boing Uber เ่อ Disneyland netflix เราก็มีเยอะที่สุด ใน portfolio แต่ตอนนี้มันก็เริ่มแพงนะ อ่าจริงๆผมชอบธุรกิจประเภทเนี้ยที่เกือบ จะผูกขาด netflix นี่เกือบผูกขาดนะนะค่ะ นั้นก็เห็นว่าโอโหจำนวนผู้ชมเนี่ยมัน เพิ่มขึ้นทุกไมาอะไเงี้ยตัวเลขที่เออกอัน นี้อันนี้เพราะฉะนั้นเรากระจายไปพวกนี้ ไม่ได้อยู่ในแเถูกมครับแต่แเก็ยังมีอยู่ นะแต่ตัวที่เราไม่มีคือ tesla เพราะมัน ขึ้นแพงไปค่ะกลัวเริ่มกลัวนะครับแต่ถ้าไป ซื้อ fcn ลิงกับหุ้น tesla หุ้น Uber หรือ Nvidia อย่าเงี้ยโอเคอ่าพวก เราเข้าใจม fcn เ่อพวก Structure Note นะฮะก็คือตาสารหนี้สมมุติอายุ 3 เดือน 6 เดือนหรือ 1 เดือนหรืออะไรก็แล้วแต่ไป ลิงก์กับราคาหุ้นถ้ามันตกมาถึงจุดนึงเรา ได้หุ้นแต่ถ้าไม่ตกเราได้ดอกเบี้ยนะครับ บางทีได้ดอกเบี้ย 20 30 40% ต่อปีแต่ ว่าเขจ่ายเป็นรายเดือนนะครับก็เหมือน เหมือนเป็นเบกันว่าถ้าหุ้นไม่ลงเราได้ดอก เบี้ยสูงแต่หุ้นลงเราได้หุ้นแต่เราาจะขาด ทุนก็ได้จากหุ้นแต่ต้องเป็นหุ้นที่เราดู แล้วเนี่ยเราไม่มายที่จะถือระยะยาวถ้าด หุ้นเราไม่ไม่ตกใจนะครับอาจจะได้แล้วมัน แพงกว่าตลาดวันนี้แต่เราดูว่ามันไปได้ดี นะครับแล้วก็อาจจะกระจายไปกองทุนประเทศ อื่นๆบ้างใช่มนิดๆหน่อยๆนะเพราะว่าในที่ สุด emerging market ก็ต้องมานะเราจะมี หุ้นในญี่ปุ่นเยอะเหมือนกันแต่ตอนนี้เรา ก็ค่อยๆถอยเหมือนกันหุ้นที่เราทำเงินได้ เยอะในญี่ปุ่นปีก่อนหน้าก็คือพวก Trading Company เช่นอิโตชูมาบนี้อะไรพวกเนี้ย ส่วนปีนี้เนี่ยเราก็ยังถือหุ้นพวก mitsubishi ufj มิโมอ่า ura Security หรืออะไรพวกเนี้ยนะฮะซึ่งเป็นหุ้นที่ไป ได้ดีหุ้นหุ้นการเงินตัวที่ทำเงินให้เรา เยอะที่สุดก็น่าจะเป็น Mitsubishi fj ตอนที่ซื้อมันก็ 0.