สวัสดีค่ะสวัสดีค่ะพบกับ decoding the world ถอดรหัสโลกค่ะการประชุมภาคธุรกิจ ที่ใหญ่ที่สุดในโลกจบลงไปแล้วนะคะเผยที่ ทุกๆปีเนี่ยคนจะต้องจับตามองเลยว่าเาคุย กันเรื่องอะไรวาระสำคัญที่ทางโลกจะขับ เคลื่อนเนี่ยคืออะไรก็คือ World Economic forum ที่เมืองดาวอสนะคะที่ประเทศ สวิตเซอร์แลนด์แล้วก็ครั้งนี้จัดเป็น ครั้งที่ 55 แล้วนะคะสำหรับปี 2025 นี้ค่ะก็มีผู้นำไม่ว่าจะเป็นผู้นำ ทางด้านการเมืองผู้นำทางด้านเศรษฐกิจภาค เอกชนนะคะหรือว่านักวิชาการผู้กำหนด นโยบายต่างๆเนี่ยก็ไปประชุมกันเหมือนเคย เลยค่ะจัดขึ้นวันที่ 20-24 มกราคมนะคะแล้วก็เผอิญว่าวันที่ 20-24 เนี่ยก็เป็นสัปดาห์แรกของการเข้า ทำงานอย่างเป็นทางการของปธานาธิบดี ดอนัลด์ทรัมป์นะคะแน่นอนล่ะค่ะว่าทุกคนก็ อยากจะรู้ว่าแล้วประธานาธิบดีดอนัลด์ ทรัมป์เนี่ยจะมีทิศทางในแง่ของนโยบายต่าง ๆที่หาเสียงเอาไว้ออกมาอย่างไรบ้างแต่ว่า สำหรับ World Economic forum หรือว่า การประชุมสภาเศรษฐกิจโลกปีนี้เขตัดจัด ขึ้นภายใต้ีม collaboration for the intelligence Age หรือว่าความร่วมมือ เพื่อยุคแห่งปัญญาประดิษฐ์นะคะมีอยู่ 5 หัวข้อหลักๆที่เขาพูดคุยกันก็คือการเติบ โตทางเศรษฐกิจการพัฒนาอุตสาหกรรมในยุค ใหม่การลงทุนในทรัพยากรมนุษย์การปกป้อง โลกและการสร้างความไว้วางใจขึ้นใหม่ค่ะปี นี้คนไปร่วมเนี่ยประมาณ 2,750 คนเลยนะคะถ้าเกิดว่าเอาบรรดาผู้นำ ประเทศต่างๆเนี่ยก็อย่างเช่นโอลาฟโชสนายก รัฐมนตรีเยอรมนีลิมลิกีนะคะประธานาธิบดี ยูเครนฮาบีมิเลประธานาธิบดีอาร์เจนติน่า ซีริลโฟซาประธานาธิบดีแอฟริกาใต้แล้วก็ นายกแพทองธารชินวัตรของประเทศไทยก็ไปร ร่วมเช่นเดียวกันค่ะค่ะก็คือผู้นำนี้ไป คุยกันท่ามกลางบรรยากาศที่หนาวเหน็บนะคะ เห็นหิมะตกหนาๆเนี่ยก็คือดาวอสเนี่ยเป็น เมืองสกีเมืองที่คนไปเล่นสกีกันก็เลยเป็น การที่ผู้นำไปพบกันท่ามกลางบรรยากาศที่ หนาวทีเดียวค่ะนอกจากผู้นำที่ทางคุณเผย ได้ระบุไปนะคะก็มีคนอื่นๆที่น่าสนใจค่ะ คุณผู้ชมไม่ว่าจะเป็นบุคคลสำคัญจากองค์กร ระหว่างประเทศซูดลนซึ่งเป็นประธานคณะ กรรมาธิการยุโรปคุณอิโอกูตเรสเลขาธิการ สหประชาชาติและคริสติน่ากกวกรรมการผู้จัด การ IMF และทดสอั hom กบีเยซุผู้อำนวยการ องค์การอนามัยโลกด้วยนะคะภาคเอกชนก็มีผู้ นำระดับโลกไปร่วมประชุมกันไม่ต่ำกว่า 1,600 คนและ CEO จากบริษัทชั้นนำค่ะและ กว่า 120 คนนี่ก็เป็นนักนวัตกรรมชั้นนำ เรื่องเทคโนโลยีด้วยค่ะก็คุยกันหลากหลาย หัวข้อนะคะแต่ว่าในที่สุดแล้วเนี่ยทุกคน ล่ะค่ะสิ่งที่อยากจะจะรู้เลยก็คือว่าแล้ว ประธานาธิบดีดอนัลด์ทรัมป์เนี่ยพอมารับ ตำแหน่งแล้วจะมีแนวนโยบายอย่างไรบ้างจะ ส่งผลกระทบนะคะต่อภูมิภาคต่างๆของโลกยัง ไงบ้างแล้วก็ทั่วโลกจะรับมือยังไงเพราะ ฉะนั้นยังไงเีย donal ทรัมป์ถึงแม้ว่าตัว จะไม่มาแต่ว่าปธานาธิบดีทรัมป์เนี่ยก็คือ มีการแบบวิดีโอคอลเข้ามาแล้วคนนี่ก็ตั้ง ใจฟังกันมากเลยนะคะพี่เต๋าค่ะสร้างความ คึกคักอย่างมากนะคะเพราะว่ากลายเป็นว่า หัวข้อที่คุยกันในงานยังไงก็ต้องกลับมา ที่นโยบายของโดนัลด์ทรัมป์ประธานาธิบดี
สหรัฐคนที่ 47 และงานนี้ที่พิเศษค่ะก็คือ คุณเคนนครินทร์วนกิจไพบูลย์ CEO และ บรรณาธิการบริหารของ The Standard ก็ได้ รับเชิญไปเข้าร่วมงานนี้นะคะเรียกว่าไป รายงานแบบพิเศษเพื่อนำกลับมาให้คนดูของ The Standard ได้เข้าใจความสำคัญของการ ประชุม World Economic forum ค่ะโดย ครั้งนี้ก็ได้ฟังมุมมองท่าทีของผู้นำโลก ทั้งจากภาครัฐภาคเอกชนชและจับสัญญาณว่า เทรนด์ที่กำลังเกิดขึ้นเนี่ยคืออะไรนะคะ คุณเคนเนี่ยเล่าให้ฟังถึงภาพรวมความพิเศษ ของงาน World Economic forum ที่เรียก กันย่อๆว่า Wave ที่มีการแปลงเมืองวอสให้ เป็น Global Village ด้วยค่ะสวัสดีทุกคน นะครับตอนนี้ผมอยู่ที่เมืองดาวอสประเทศ สวิตเซอร์แลนด์นะครับก็เป็นเมืองเล็กๆใน หุบเขาแอนะครับพอพูดถึงเมืองดาวอสผมเชื่อ ว่าหลายคนก็จะนึกถึงงานประชุมผู้นำโลกที่ ยิ่งใหญ่ที่สุดเป็นแพตฟอร์มที่เจอผู้นำ ระดับโลกได้มากที่สุดแล้วก็คือ World Economic forum 2025 นะครับครั้งนี้ก็ The Standard ได้รับเลือกให้เป็นสื่อ อย่างเป็นทางการนะครับที่เข้าได้ทุกห้อง นะครับแล้วก็สามารถที่จะ Connect กับคนใน นี้ได้ผมก็เลยได้มาอยู่ที่คกส Hall ในวัน นี้นะครับซึ่งก็ถือว่าเป็นเกียรติมากแล้ว ก็รู้สึกว่าเป็นถ้าในฐานะสื่อเนาะมันก็ เราก็ตั้งเป้ามาตั้งแต่ตอนเริ่มก่อตั้ง The Standard นะครับว่าอยากจะมาทำข่าว ที่นี่สุดท้ายก็ได้มาจริงๆนะครับอยากจะ เล่าถึงตัวเมืองก่อนแล้วกันนะครับเ่อ เมืองดาวอสเนี่ยเป็นเมืองที่เล็กๆเลยครับ แล้วก็น่ารักมากส่วนใหญ่เป็นเมืองตัก อากาศที่คนจะมาเล่นสกีมาเล่นสโนว์บอร์ดมา พักผ่อนกันแต่เขาเนรมิตให้ทุกๆสัปดาห์ที่ 3 ของเดือนมกราคมต้นปีเนี่ยเ่อผู้นำ ระดับโลกทั้งภาครัฐภาคเอกชนภาคประชาสังคม การศึกษาสื่อหรือว่าผู้นำรุ่นใหม่ๆเนี่ย อ่าได้มาเจอกันนะครับนักลงทุนคนที่ทำงาน ด้านเทคโนโลยีทุกมุมเลยก็จะมาเจอกันที่ นี่เขาก็จะเนรมิตเมืองให้มันกลายเป็น เมืองผมใช้คำว่า Global Village Global Village คืออะไรก็คือปกติร้านค้าที่ขาย ของทั่วไปร้านขายอาหารนะครับเครื่องดื่ม ไม่มีเลยครับไม่มีเลยคือน้อยมากเพราะว่า เขาจะเปลี่ยนให้กลายเป็น exhibition ขนาด ใหญ่คล้ายๆกับเวลาเราไปเดินงาน exhibition เดินบูทเดินแฟร์เนี่ยแต่ว่าอันนี้ไม่ใช่ แค่ในฮอแต่ว่าเป็นทั้งเมืองเพราะงั้นเรา เดินออกไปเนี่ยก็จะเจอเบริษัทเทคโนโลยี ยักษ์ใหญ่ปีนี้ AI ตีมมาแรงนะครับก็ บริษัทที่ทำ AI ทั้งหมดเลยไม่ว่าจะเป็น Microsoft Google
sal Force พวกนี้ก็ มากันหมดนะครับแล้วก็อ่าทำให้คนทั้งเมือง เนี่ยได้มาเดินชมสถานที่ในตรงนั้นผมใช้คำ ว่า Global Village เพราะอะไรเพราะว่า คือเดินๆอยู่เนี่ยเราก็จะเจอคนที่เราเห็น ตามข่าวอยู่เนี่ยเดินอยู่ข้างๆผมเนี่ยกด น้ำอยู่ข้างๆ CEO ยักษ์ใหญ่ Black Rock อย่างเงี้ยเดินๆอยู่ในหิมะก็เจอเลนสกี้ เดินสวนกันนะครับเอ่อต่อแถวฟังห้องห้อง นึงอยู่ก็เจออ่านายกรัฐมนตรีของประเทศ สิงคโปร์ผมได้จับมือกับคุณอันวานะครับเ่อ นายกรัฐมนตรีของมาเลเซียได้เจอกับเรดิโอ แบบระยะประชิตนะครับคือทั้งหมดเนี้ยมัน มันบอกอะไรมันบอกว่าสถานที่แห่งนี้เนี่ย มันเป็นแพลตฟอร์มสำคัญจริงๆของผู้นำระดับ โลกแน่นอนมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกิดขึ้น นะครับจากสิ่งที่เขาทำว่าเอ้ยมันเป็นแค่ อีลีกหรือเปล่าแต่ในมุมนึงเนี่ยมันก็บอก นะครับว่าผู้นำเมาคุยกันเป้าหมายสำคัญของ World Economic forum เนี่ยคือมาสร้าง dialog นะเขใช้คำว่า meaningful dialog ปีนี้ีมของเคือ collaboration for the intelligent Age มี 2 คำที่น่าสนใจนะ ครับและจะต่างจากปีก่อนๆที่ผ่านมาคำแรก คือคำว่า intelligent Age ก่อนก็คือ AI นั่นเองพอดีผมก็ได้เดินสวนที่เ่อเลนึงนะ ครับเจอแรวอึ้งนะครับที่ผมเคยสัมภาษณ์ เนี่ยเอ่อผมก็ถามว่าปกติมาทุกปีเป็นยังไง ผมมาเป็นปีแรกเนาะเขาก็บอกนะครับว่าปีที่ ผ่านมาเนี่ยคุยเรื่อง AI แบบ Concept อ่า คุยกันแบบลักษณะที่มันจะเป็น Abstract หน่อยเนาะคือนามมาธรหน่อยเพราะยังไม่รู้ ว่าอะไรจะเกิดขึ้นแต่พอปีนี้เนี่ยเขาบอก ว่ามันเป็นการคุยเรื่อง practical แล้ว คือการปฏิบัติจริงคุยเรื่อง Job เรื่อง งานที่จะหายไปคุยเรื่องการอ skill reskill คุยเรื่อง use Case จริงเรื่อง การลงทุนคุยเรื่อง agi artificial General intelligence นะครับหรือแม้ กระทั่งคุยกันเรื่องของ Human skill ที่ จำเป็น collaborative skill ที่จำเป็นผม ก็ถามคุณแอดูอึ้งว่าแล้วปีหน้ามันจะเป็น ยังไงเก็บอกว่าปีหน้าจะเป็น solid มาก ขึ้นนะครับนี่คือความเปลี่ยนแปลงที่ผม พยายามฉ่ายภาพให้เห็น overview ก่อนนะว่า เฮ้ย
intelligent Age มีผลต่อ economy มากๆต่อเศรษฐกิจมากๆเขเลยยกเรื่องนี้เป็น เรื่องแรกอันที่ 2 คือคำที่ 2 ที่ผมพูดก็ คือ collaboration ครับคำว่า collaboration คือการร่วมมือคือโลกนี้ ทุกคนทุกเวทีพูดตรงกันว่าเราอยู่ในโลกที่ มันเป็น fragmented World divided World polarized World ก็คือโลกมันแตก แยกโดยเฉพาะกันขึ้นมาของประธานาธิบดี สหรัฐอเมริกาคนใหม่ก็คือโดนัลด์ทรัมปนะ ครับสั่นสะเทือนมากนะครับในงานนี้ต้องบอก ว่าเวทีแทบจะทุกเวทีจะต้องมีเรื่องนี้ เข้ามาเกี่ยวข้องเพราะว่าอะไรเพราะว่าเขา เข้ามาเขย่านะครับการเทรดทำมาค้าขายกัน ระดับโลกเขมาเขย่าโลกาภิวัฒน์เข้ามาเขย่า เรื่องโลกร้อนเข้ามาเขย่าเรื่อง Value นะ ครับที่เรายึดถือเรื่อง diversity เรื่อง equity เรื่อง inclusiveness คือมัน เปลี่ยนแปลงในหลายๆอย่างทาง World Economic forum ก็เลยเชื่อนะครับว่า เมื่อโลกมันแตกแยกเราต้อง cooperation กันมากขึ้นเราต้อง collaboration กันมาก ขึ้นแล้วต้องร่วมมือกันมากขึ้นก็เลยเป็น ธีมของปีนี้นะครับภายใต้ประมาณ 5 pill ที่เขาจะคุยกันในหลายๆเวทีคือเวทีมันเยอะ มากๆนะครับผมเข้าไม่หมดจริงๆตั้งแต่เวที เรื่องของ reimagining Growth คือ Growth หลังจากนี้จะเป็นยังไงในเมื่อโลกจะโตต่ำ ลงนะครับเรื่องของ AI นะครับบางทีเาใช้คำ ว่า Industrial for Growth นะครับหรือ ว่าเรื่องของการเอา a มาใช้กับ Industry จะเป็นยังไงนะครับเรื่องของ climate Change แล้วก็ biodiversity นะครับจะทำ ยังไงโดยเฉพาะเรื่องของพลังงานคุยกันค่อน ข้างเยอะมากๆนะครับเรื่องของ Trust นะ ครับการสร้างความไว้เนเชื่อใจเรื่องของ governance ต่างๆ ethical ก็คุยกันเยอะ มากๆแล้วก็เรื่องสุดท้ายที่คุยกันคือ เรื่องของ Skills นะครับเขาใช้คำว่า investing in People ก็คือลงทุนในคน ทั้ง 5
pill เจะเป็นอ่า 5 pill หลักที่ เขาคุยภายใต้ีมที่เรียกว่า collaboration for the intelligent Age นะครับอ่ะ ขอบคุณคุณเคนด้วยนะคะก็เอาเป็นว่าเขาก็ คุยกันในประเด็นสำคัญำคัญที่เป็นเทรนด์ ของโลกว่าอนาคตของโลกเนี่ยจะไปในทิศทาง ไหนนะคะเคนบอกแบบนี้ด้วยนะคะบอกว่าแล้ว ทำไมจะต้องไปเจอกันถึงที่ดาวอส สวิตเซอร์แลนด์นะคะเดินทางไกลแล้วก็ราคา ก็ไม่ใช่ถูกๆด้วยนั่นก็เป็นเพราะว่าเป็น พื้นที่ที่จะเปิดให้ทุกคนเนี่ยได้มีโอกาส เจอกันมีปฏิสัมพันธ์กันอ่ะกระทบไหล่เนี่ย อย่างอย่างเงี้ยกินน้ำอ้าหันไปเจอคนนี้ก็ สามารถคุยกันได้เลยนะคะเพราะฉะนั้นจะเป็น การสร้างบรรยากาศ ให้มีการแลกเปลี่ยนนความคิดเห็นกันทำความ รู้จักกันหรือว่าจะคุยอะไรที่อาจจะไม่ใช่ เป็นทางการอันนี้ก็อาจจะไม่เป็นทางการมา แลกเปลี่ยนกันแล้วก็อาจจะไปเกิดการตกลง เกิดดีลอะไรกันก็ได้อาจจะสบายๆหน่อยใช่ บรรยากาศก็จะเป็นอีกแบบนึงอ่ะนะคะทีนี้ ถามว่าสำหรับประเทศไทยเองปีนี้ก็ต้องถือ ว่าพิเศษกว่าทุกปีนะคะเพราะว่าตัวแทนจาก ประเทศไทยเนี่ยไปกันเยอะเลยนำโดยทางด้าน ของนายกรัฐมนตรีทองธานะคะไปแล้วก็ไปกับ รัฐมนตรีอีกหลายคนด้วยกันค่ะไม่ว่าจะเป็น ทางด้านของคลังพาณิชย์เกษตรหรือว่า ดิจิตัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมกระทรวงการ ต่างประเทศรวมถึงเลขาธิการ boi ด้วยนะคะ นอกจากนี้ยังมีส up ด้วยค่ะบางรายที่ไป ร่วมงานก็ถือว่าเป็นการจับมือกันไปทีม ไทยแลนด์นะคะเพื่อที่จะไปบุกดาวอสแล้วก็ มีทีมซัพพอร์ตด้วยที่ไปด้วยก็ถือว่าเป็น ทีมใหญ่เลยทีเดียวนะคะครบทั้งภาครัฐแล้ว ก็ภาคเอกชนที่ไปกันในปีนี้ค่ะคึกคักกัน อย่างมากนะคะขนทีมกันไปเต็มที่ค่ะแต่ เชื่อว่านอกจากทีมไทยแล้วเนี่ยในที่ ประชุมจับตาไปที่คนๆนึงอย่างที่เคนพูดไป เมื่อกี้นะคะเผยก็คือประธานาธิบดี โดนัลทรัมป์ปกติปีที่ผ่านๆมาบางทีเขาเดิน ทางไปด้วยตัวเองแต่ว่าครั้งนี้ก็ด้วยความ ที่ติดงานสาบานตนรับตำแหน่งเขาก็เลยเชคุย เข้าไปทางเชก็คือทางออนไลน์แล้วก็มี วิดีโอคลิปโอ้โหสุนทรพจน์ 30 นาทีนี่ สร้างความสั่นสะเทือนไม่น้อยแถมยังตอบคำ ถามสดๆของคนที่ขึ้นเวทีในวันนั้นด้วยนะคะ ไปฟังบางช่วงที่ Donald trump กล่าว spe ในงาน World Economic forum ค่ะ of billions Of Dollar of defit with the EU and nobody's happy with it and we're going to do Something about it but Nobody Is happy with it So
I Think The EU has to Speed up their process I'm trying to constructive Because I Love I love the countries The A and and treat the United States Of amica very very unfairly with the taxes and all the other taxes they imp มุมที่คัมาให้ฟังเนี่ยก็เป็นมุมที่ เขาวิพากษ์วิจารณ์การทำธุรกิจของ EU เขา บอกโอหมันเชื่องช้าไม่ได้ต้องปรับแต่จริง ๆถ้าฟังถอดกันดีๆเนี่ยเขาพูดคล้ายๆ สุนทรพจน์ตอนรับตำแหน่งตอนนี้ขึ้นเป็น ประธานาธิบดีเลยนะคะแล้วก็สร้างความฮือฮา เพราะว่าไปพูดครั้งนี้ก็ยิ่งขู่ภาคเอกชน ทั้งหลายเรื่องของการขาดดุลกันการค้า เรื่องของปัญหาสิ่งแวดล้อมเรื่องของ AI คือทรัมป์แตะหลายๆเรื่องแล้วก็มีภาคเอกชน ที่อยู่บนเวทีก็ถามต่อเพราะว่าเขาต้องการ จะได้คำตอบที่ชัดเจนว่าโดนัลด์ทรัมป์ เตรียมที่จะมีแนวทางในการทำธุรกิจกับ ประเทศต่างๆอย่างไรนะคะซึ่งวันนั้นคุณเคน ก็ไปฟังสดๆในงานด้วยแล้วก็จับบางประเด็น กลับมาเลเล่าให้เราฟังด้วยค่ะรัมบอกบน เวทีนะบอกว่าีจิ้นผิงเนี่ยโทรหาเขาก่อน ตอนที่เขาขึ้นรับตำแหน่งนะครับจะสาบานตน แล้วเขาบอกว่าเขามี Strong relationship เขาบอกว่า We Get along Very Well ก็ คือเป็นเพื่อนกันดีมากกับสีจิ้นผิงเรื่อง เดียวที่เขารู้สึกก็คือต้อง Level playing Field คือต้องทำให้มัน Fair เขาพูดหลายครั้งนะครับว่าสหรัฐโดนกระทำ ไม่แฟรไม่ยุติธรรมก็คือมีเรื่องของเซพก็ คือเขขาดดุการค้ากับประเทศอื่นๆเยอะแยะ มากมายเรู้สึกว่าเรื่องเไม่แฟร์กับเขา จริงๆพูดหลายครั้งเพราะฉะนั้นเรื่องนี้ เป็นเรื่องแรกที่ที่ทรัมปพูดถึงมากๆนะ ครับเรื่องที่ 2 ที่ทรัมปพูดถึงมากๆคือ เรื่องของสิ่งแวดล้อมนะครับเรื่องแรกก่อน เขาไม่เชื่อเรื่อง Green เขาบอกว่า Green New deal ต่างๆที่จะทำอะไรมันเป็น Green
New scam ก็คือเหมือนสกมอ่ะคือหลอกล้วง อ่ะเขาจะกลับมาทำเรื่อง Energy แบบเดิมก็ คือ Oil แ G มากที่สุดแล้วก็พูดถึง รัสเซียด้วยครับนะเขาบอกว่าเขาไม่เห็น ด้วยกับสงครามรัสเซียยูเครนไม่เห็นด้วย กับสงครามใน middle East แล้วก็บอกด้วย ว่ากลุ่มประเทศโอเปกควรจะลดราคาน้ำมันลง มากกว่านี้ถ้าลดราคาพลังงานลงมาได้นะครับ สงครามอาจจะหยุดลงได้แล้วถ้าก็ลดพลาพลัง งานลงมาอชก็จนลดลงด้วยนะครับนี่เป็นสิ่ง ที่ทำพยายามจะพูดแล้วเขาก็พยายามจะบอกอีก หลายๆครั้งว่าสหรัฐอเมริกาจะกลับมายิ่ง ใหญ่อีกครั้งผ่านการกลับมาใช้พลังงานของ ตัวเองเรื่องที่ 3 ที่น่าสนใจนะครับแล้ว ก็จะเชื่อมโยงกับ intelligent Age เรื่อง AI หรือเรื่องใหม่ๆทำก็ตั้งใจนะจะ เป็น president of crypto นะ bitcoin อันนี้คือชัดเจนทำให้ราคานี้ขึ้นไปสูงมาก แล้วก็บอกชัดเจนเรื่อง AI นะครับมีโปรเจค ชื่อว่า Star Gate ใช่ไหมมครับที่ลงทุน มหึมาเลยนะ 500,000 ล้านดอลลาร์นะครับอ่า แล้วก็พยายามที่จะลงทุนตรงนี้มากขึ้น เพื่อแข่งขันกับประเทศจีนนั้น AI จะเป็น หัวใจสำคัญบริษัทยักษ์ใหญ่ก็มาช่วยทำตรง นี้ไม่ว่าจะเป็น oracle เนาะมาดูเรื่อง Data Center เอ่อ Soft Bank นะนะครับ มาลงทุนนะครับแล้วก็ Open AI ก็ทำเรื่อง ของ AI infrastructure นี่คือสิ่งที่ ทรัมป์เพยายามจะพูดในขณะเดียวกันอีก เรื่องนึงที่ผมคิดว่าหลายคนอาจจะมองว่า เป็นเป็น Positive นะแล้วก็นักธุรกิจหลาย คนเนี่ยเอ่อผมได้ยินอย่างคุณูน ST นะครับ ที่เป็นอ่าพิธีกรชื่อดังเช่นเดียวกันแล้ว ก็เป็นนักลงทุนชื่อดังนะครับอ่าเขาพูดอัน นึงเขาบอกว่านักธุรกิจจะชอบเรื่องนึงของ ทรัมป์คือการ der regulate นะครับหรือ ว่าการทำ regulatory กิโยตินนะฮะคือทบอก ว่าไบเดนนี่แย่มากเลยคือทำให้ประเทศเนี่ย เต็มไปด้วยข้อจำกัดเงื่อนไขมากมายเลยมี R เปเต็มไปหมดเลยเขาบอกมันถึงเวลาแล้วที่ ต้องรีฟอร์มครั้งใหญ่ก็คือมีการปฏิรูป ราชการใช้คำนี้เลยะกันอันนี้เป็นสิ่งที่ เขาต้องการแล้วเขาต้องการให้เศรษฐกิจ สหรัฐนั้นโปรดักทีฟมากกว่านี้คือเขาก็พูด ยกตัวอย่างไอแลนด์เบอกเเคยไปทำธุรกิจใน ไอแลนด์ในยุโรปแล้วเแบบัตเมุกิมากกับ
EU เบอกว่า EU เนี่ยในอดีตก่อนที่จะเป็น EU เนี่ยเป็นไนด์เฉยๆเนี่ยเขาใช้เวลาทำ เรื่องเอกสารติดต่อเทิงธุรกิจเปิดบริษัท ทำเรื่องกฎหมายเนี่ยแค่ 7 วันเท่านั้นเอง ประมาณสัปดาห์นึงก็เสร็จเลยแต่ว่าพอมัน เป็น EU เนี่ยเขาบอกว่าใช้เวลาแบบ 5-6 ปี ยังไม่เสร็จเลยก็บอกว่า EU ตอนนี้ไม่ โปรดักทีฟเลยนะพูดเรื่องนี้ขึ้นมางั้นไอ้ เรื่องนี้ก็จะเป็นอีกเรื่องนึงที่หลายคน ก็มองเช่นกันนะครับว่าถ้าเขาทำได้สำเร็จ นะมันอาจจะเกิดผลลัพธ์เชิงบวกได้นะครับ เพราะงั้นโดยสรุปเนี่ยสหรัฐอเมริกาเนี่ย เศรษฐกิจค่อนข้างแข็งแรงมากในมุมของทรัมป แล้วก็จะดึงทุกอย่างเกลับมาที่สหรัฐ อเมริกาความน่ากังวลของทุกๆคนที่อยู่ใน ห้องคือแล้วเราจะรับมือกับสิ่งเหล่านี้ ยังไงเราจะเจรจาต่อรองยังไงในโลกที่ frm World นั่นเป็นเหตผลที่ทำให้ทั้ง CEO นะ ครับคุณบก้ของ World Economic forum แล้วก็ chairman ของ World Economic forum นก็คือคุณ CL เนี่ยพูดเหมือนกัน เลยว่าโลกเรากำลังเจอกับสิ่งที่มันเป็น ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ถูกเขย่าครั้ง ใหญ่แล้วทุกๆอย่างเมันเชื่อมโยงกันหมด แล้วทุกๆอย่างเนี่ยมันเป็น consequence ก็คือมันเป็นผลกระทบต่อเนื่องกันหมดเรา ไม่เคยเห็นสิ่งเหล่านี้มาก่อนในโลกทุก อย่างกำลังเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ มากๆเราจะรับมือกับสิ่งเหล่านี้อย่างไร อ่าจะรับมือกับสิ่งเหล่านี้ยังไงนะคะกับ นโยบาย America First ซึ่งก็น่าจะดี สำหรับคนอเมริกันไม่อย่างงั้นคนอเมริกัน ก็คงไม่เลือกดอนัลด์ทรัมปมาแบบว่าถล่ม ทลายแบบนี้นะคะคะแต่ว่าทั้งโลกเองก็คงจะ ต้องรับมือเอาอย่างยุโรปก่อนเลยก็แล้วกัน ค่ะเพราะว่าประธานาธิบดีดอนัลด์ทรัมป์ เนี่ยเควิพากษ์วิจารณ์เลยนะคะว่าประเทศ ยุโรปตั้งภาษีนำเข้ากับสินค้าสหรัฐอัตรา สูงมากแล้วก็ยืนยันนะคะว่ายังไงก็จะแก้ ปัญหาขาดดุลการค้ากับ EU คือ EU ได้ดุล สหรัฐมากจนเกินไปทรัมป์บอกว่าปฏิบัติต่อ สหรัฐไม่ยุติธรรมก็คือเก็บภาษีสินค้าจาก สหรัฐอัตราสูงแล้วก็ไม่นำเข้าผลิตภัณฑ์ เช่นผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรจากสหรัฐหรือว่า จะเป็นการนำเข้ารถยนต์จากสหรัฐแต่กลับส่ง ออกรถยนต์ไปยังสหรัฐแล้วก็ตำหนิท่าทีของ EU ด้วยนะคะว่าโจมตีธุรกิจของสหรัฐค่ะ อย่างเช่นคดีต่อต้านการผูกขาดที่หลาย บริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐเจอนะคะ จะเป็น Apple หรือว่า Google ก็ตามแล้ว อัลด์ทรัมป์เนี่ยก็บอกแบบนี้นะคะว่าคดี เหล่านี้เนี่ยมีแรงจูงใจมาจากการที่ว่า บริษัทเป็นบริษัทสัญชาติอเมริกกันใช่มยก็ เลยเหมือนกับว่ามาหาเรื่องหรือเปล่าอ่ะมา ทำให้เกิดคดีความหรือเปล่าในยุโรปนะคะแต่ เอาเป็นว่าประธานาธิบดีทรัมป์บอกเลยว่า ยังไง EU เนี่ยก็ต้องแก้ไขเรื่องของปัญหา เอ่อ้าดุลการค้ากับสหรัฐมากจนเกินไปนะคะ รัฐบาลสหรัฐเองจะดำเนินการเกี่ยวกับ
เรื่องนี้อย่างแน่นอนเขาก็บอกแล้วก่อน หน้านี้ว่าถ้าไม่แก้เหรอก็เดี๋ยวก็ขึ้น ภาษี EU เพื่อนกันเหรอเป็นพันธมิตรกันก็ เรื่องนึงแต่ว่าเรื่องของการค้าเราต้องทำ ให้มีสมดุลในการค้ามากกว่านี้ด้วยความที่ เป็นบุคลิกของรรแล้วก็เนื้อหาของเขาก็คือ ไม่ไม่กลัวแล้วพร้อมที่จะเจรจาแบบตั้ง เงื่อนไขแบบสุดซอยแบบนี้ผู้นำ EU วันนั้น ที่ฟังสุนทรพจน์ก็คงตุ้มๆต่อมๆไม่น้อยนะ คะแลตอนนี้ก็เริ่มแสดงท่าทีออกมาแล้วด้วย ทางบรรดาผู้นำ EU ว่าก็อาจจะต้องลดท่าที แข็งกร้าวแล้วก็ใช้การ W แอซหรือว่ารอ แล้วก็เฝ้าดูต่อไปอีกระยะหนึว่าจะปรับทิศ ทางในการเจรจาในการพูดคุยกับทรัมป์อย่าง ไรด้วยนะคะอย่างคุณอูซ่าดลนประธานคณะ กรรมาธิการยุโรปก็บอกในที่ประชุมค่ะว่า โลกกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ของการแข่งขันใน เชิงภูมิรัฐศาสตร์เข้าสู่ยุคใหม่แต่ก็ไม่ ได้ไปแตะตรงๆไม่ได้พูดถึงโดนัลด์ทรัมป์ โดยตรงนะคะบอกว่าการที่มีการใช้มาตรการ คว่ำบาตรการควบคุมการส่งออกและมาตรการทาง ภาษีเพื่อที่จะปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ ตนเองก็อาจจะส่งผลต่อความร่วมมือการค้า เศรษฐกิจเสรีที่ทั้งโลกดำเนินการมาเป็น ระยะเวลานานเอาจจะต้องชะงักสะดุดลงก็ได้ แล้วะคุณดลนก็บอกด้วยนะคะว่าโลกจะต้องทำ งานร่วมกันเพื่อหลีกเลี่ยงการแข่งขันที่ นำไปสู่ความตกต่ำแล้วก็มองว่าทั้งโลกก็ ต้องปรับปรุงกฎระเบียบให้ทันสมัยเพื่อ รักษาความสามารถในการสร้างผลประโยชน์ร่วม กันตรงนี้พอเจอทำกระแทกแรงๆว่า EU เนี่ย เชื่องช้าจะต้อง regulate จะต้องปรับผ่อน คลายกฎต่างๆทั้งนี้ก็เลยรับลูกทันทีนะคะ ก็น่าสนใจว่าแล้ว EU จะเดินหน้าเรื่องนี้ ต่อไปอย่างไรขณะที่ผู้นำเยอรมันนีค่ะนายก รัฐมนตรีโอลาฟโชก็แสดงท่าทีต่อรัฐบาล ทรัมป์ดูแบบมีความหวังนะคะบอกว่าหลังจาก ที่ได้ติดต่อพูดคุยกันครั้งแรกเนี่ยเขาก็ ยืนยันว่าสหรัฐก็จะเป็นพันธมิตรที่ใกล้ ชิดที่สุดของเยอรมนีนอกยุโรปและเยอรมนีจะ ทำทุกอย่างเท่าที่จะทำได้เพื่อให้แน่ใจ ว่าจะเป็นแบบนั้นต่อไปและโชวก็กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่างยุโรปกับสหรัฐเนี่ย เป็นกุญแจสำคัญสำหรับสันติภาพและความมั่น มั่นคงทั่วโลกเลยนะคะเช่นเดียวกับความ ก้าวหน้าทางเศรษฐกิจตอนนี้ผู้นำ EU ก็ ต้องปรับท่าทีว่าต้องพร้อมที่จะคุยกับทำ มากขึ้นนะคะใช่ค่ะ EU ก็อย่างนึงแต่ว่า จีนดีกว่าจีนกับทางด้านของสหรัฐอเมริกา อันเนี้ยเราเหมือนกับเห็นเมานานแล้วนะ ครับวรางว่าจะเกิดศึกใหญ่แน่เลยโดยเฉพาะ สงครามทางการค้านะคะเทรดวอร์ระหว่าง 2 ยักษ์ใหญ่นี้ค่ะทางด้านของจีนปีนี้นะคะ รองนายกรัฐมนตรีติงสเซียงก็เป็นคนที่ไป ร่วมการประชุม World Economic รัมแล้วก็ กล่าวสุนทรพจน์แบบนี้บอกว่ายืนยันว่าจีน เนี่ยไม่ได้ต้องการจะแสวงหาการเกินดุลทาง การค้ายินดีค่ะที่จะนำเข้าสินค้าและ บริการที่มีคุณภาพสูงแล้วก็ให้มีการแข่ง ขันมากขึ้นเพื่อสร้างสมดุลทางการค้าแต่ เขาบอกด้วยนะคะว่าโลกาภิวัฒน์ทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่ zer suum เกมหรือว่าเกมที่คนนึง จะชนะเอาไป 100 นและอีกคนนึงก็เสียหมดเลย 0 นะคะแต่ว่าเป็นกระบวนการของผลประโยชน์ และความก้าวหน้าร่วมกันเขาบอกด้วยล่ะค่ะ ว่าการกีดกันทางการค้าไม่นำมาซึ่งผล ประโยชน์ใดๆไม่มีผู้ชนะในสงครามการค้า แล้วก็เรียกร้องนะคะว่าควรจะมีการค้าแบบ พหุภาคีก็คือแบบหลายๆฝ่ายนี่แหละคือเส้น ทางที่ถูกต้องสำหรับการรักษาสันติภาพโลก และส่งเสริมการพัฒนาของมนุษย์นะคะอ่ะจีน ก็เลยจะต้องมีท่าทีออกมาแต่ก็ดูแบ่งรับ
แบ่งสู้เหมือนกันนะว่าอ่ะก็ไม่ได้อยากจะ เกินดุลอะไรนะเราก็พร้อมจะนำเข้าสินค้า เหมือนกันอาจจะต้องจับสัญญาณอยู่แล้วก็จะ รับมือกับทรัมป์อย่างไรนะคะอีกหนึ่งผู้นำ ที่ใกล้ไทยเข้ามากับเผยก็คือนายกรัฐมนตรี อันวาอิบราฮิมผู้นำมาเลเซียนะคะเดินทางไป ร่วมประชมในครั้งนี้ด้วยแล้วก็พูดถึง สถานการณ์การแข่งขันระหว่างจีนและสหรัฐ ซึ่งเขาก็รู้ว่าเป็นเรื่องที่ถูกจับตามอง โดยเฉพาะข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ค่ะอันวาก็ บอกว่าปัญหาพิพาทในทะเลจีนใต้ระหว่าง มาเลเซียและจีนเนี่ยถือว่าเป็นปัญหาชาย แดนที่ไม่ควรจะเพ่งเล็งไม่ควรที่จะไปหยิบ ยกขึ้นมาและไปวิพากษ์วิจาร์กันมากเกินไป เพราะว่าจะทำลายความสัมพันธ์แล้วเขาก็ได้ ยกตัวอย่างของมาเลเซียนะคะที่ได้บริหาร ความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้านไม่ว่าจะ เป็นสิงคโปร์ไทยและประเทศเพื่อนบ้านอื่นๆ อย่างอินโดนีเซียด้วยที่ก็คุยกันได้ถึง แม้ว่าจะไม่ได้เห็นตรงกันเรื่องพรมแดน แล้วคุยกันแล้วก็ไม่ได้นำไปสู่ความขัด แย้งรุนแรงค่ะไปฟังเสียงของนายกรัฐมนตรี มาเลเซียค่ะ We eng Un will Continue to do So China is we do not have South China SE the B May I you that Malaysia is a maritime Country We Have ex relation with Singapore We Still have Border issues with them We Have ex relations i treat The Ti as my family members The leaders but Still have B issues with them So is with Indonesia with the Philippines We don't go to War We don't threaten
we don't have we do discuss We Get a a little Angry We Focus on the Economic fundamentals and and Move on อ่านี่นะคะทางด้านของคุณอันวาอิบราฮิมก็ บอกว่าคือท้ายที่สุดยังไงความสัมพันธ์ที่ ดีอ่ะเนาะของทุกประเทศเนี่ยก็น่าจะทำให้ โลกดูสงบสุขแล้วก็น่าอยู่นะคะอ้าทางด้าน ของ World Economic forum เองค่ะมีการ เผยแพร่รายงานที่น่าสนใจนะคะชื่อว่า Global risk Report 2025 สำรวจความ คิดเห็นนะคะของผู้เชี่ยวชาญแล้วก็นัก เศรษฐศาสตร์ 900 คนเมื่อเดือนกันยายนและ ตุลาคมปีที่แล้วค่ะว่าประเด็นความเสี่ยง สำคัญที่โลกจะต้องเผชิญในอนาคตนะคะมีความ เสี่ยงอะไรบ้างแบ่งออกเป็น 3 ระยะเลยค่ะ ระยะสั้นเอาปีนี้เลย 2025 แล้วก็ระยะกลาง ก็คือปี 2027 ก็คืออีก 2-3 ปีข้างหน้า แล้วก็ระยะยาวปี 2035 คืออีก 10 ปีข้าง หน้ามองไปไกลๆหน่อยเอาระยะสั้นก่อนเอาปี นี้ก่อนเลยค่ะท่านผู้ชม 10 อันดับความ เสี่ยงนะคะที่สร้างความกังวลแล้วก็อาจจะ ก่อให้เกิดวิกฤตการณ์ระดับโลกได้มากที่ สุดเลยคืออะไร 1 เลยค่ะความขัดแย้ง ระหว่างรัฐโดยมีการใช้อาวุธอันนี้ 23% เลยนะคะรองลงมาค่ะสภาพภูมิอากาศสุดขั้ว 14% รองลงมาการเผชิญหน้าทาง ภูมิเศรษฐศาสตร์รองลงมาอีกนะคะข้อมูลที่ ผิดพลาดและข้อมูลที่บิดเบือน mis information กับ dis information ร้อง ลงมาคือการแบ่งขั้วทางสังคมเศรษฐกิจตกต่ำ การเปลี่ยนแปลงของระบบโลกการขาดโอกาสทาง เศรษฐกิจหรือการว่างงานการเสื่อมถอยของ สิทธิมนุษยชนและเสรีภาพและอันดับที่ 10 ความไม่เท่าเทียมแต่เอาเป็นว่าอันดับ 1 เนี่ยก็คือยังกลัวเรื่องของข้อขัดแย้ง ระหว่างรัฐแล้วมีการใช้อาวุธด้วยนะคะก็ คือเป็นสงครามสงครามร้อนความขัดแย้งร้อนๆ ที่เอาอาวุธมาห้ำหั่นกันค่ะอันนั้นก็เป็น ความเป็นห่วงในระยะสั้นระยะกลางก็มีการ เก็บข้อมูลมาเพิ่มด้วยนะคะแล้วก็พบว่ามี หลายๆเรื่องที่จัดลำดับกันพบว่ามีความ กังวลว่าอีก 2 ปีข้างหน้าโลกจะเผชิญวิกฤต ผู้เชี่ยวชาญกังวลกันอันดับ 1
ก็คือการ บิดเบือนข้อมูลและการให้ข้อมูลผิดค่ะ เรื่องที่ 2 เหตุสภาพภูมิอากาศสุดขั้ว เรื่องที่ 3 ความขัดแย้งทางอาวุธระหว่าง รัฐเรื่องที่ 4 ก็คือความแตกแยกทางสังคม และเรื่องที่ 5 การสอดแนมและสงคราม ไซเบอร์เป็นเรื่องร้อนๆทั้งนั้นเลยนะคะ สำหรับความเสี่ยงในระยะยาวในปี 2035 หรือ ว่าอีก 10 ปีข้างหน้าเรื่องที่ผู้เชี่ยว ชาญกังวลกันมากที่สุดข้อ 1 ก็คือเหตุ การณ์สภาพอากาศรุนแรงผลกระทบจากการ เปลี่ยนแปลงสภาพอากาศที่จะเลวร้ายมากยิ่ง ขึ้นเรื่อยๆการสูญเสียความหลากหลายทาง ชีวภาพและการล่มสลายของระบบนิเวศอันนี้ เป็นอันดับที่ 2 นะคะอันดับที่ 3 ก็คือ การเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศน์ของโลกอย่าง รุนแรงอันดับที่ 4 การขาดแคลนทรัพพยากร ธรรมชาติและข้อ 4 และข้อ 5 ค่ะข้อมูลบิด เบือนและข้อมูลเท็จเห็นได้ชัดว่าความ เปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับวิกฤตสภาพภูมิอากาศ นี่เป็นเรื่องใหญ่ๆที่คนกังวลว่าระยะยาว จะเป็นปัญหาใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆนะคะค่ะ แล้วก็ถ้าเกิดว่าไม่แก้ตั้งแต่วันนี้ก็ อาจจะส่งผลกระทบใหญ่หลวงได้ต่อไปในอนาคต น่ะนะคะอ้าทีนี้สำหรับเมืองไทยกันบ้างค่ะ นายกรัฐมนตรีแพทองธาชินวัตรนะคะก็นำทีมไป ร่วมนะคะเป้าหมายเลยก็คือต้องการจะแสดง วิสัยทัศน์แล้วก็ก็นโยบายที่สำคัญของ รัฐบาลค่ะจะได้ตอกย้ำนะคะถึงศักยภาพแล้ว ก็ความพร้อมของประเทศไทยในการจะขับ เคลื่อนไปสู่ยุคดิจิตอลนะคะสร้างความ เชื่อมั่นให้นักลงทุนขยายโอกาสของภาค เอกชนไทยในตลาดโลกแน่นอนที่สุดค่ะว่าใน ยุคอุ้งอิงเนี่ยก็ต้องพูดถึงเรื่อง Soft พาอนอกเหนือจากการแต่งกายแล้วเนี่ยก็มี การเปิด Thailand Reception ด้วยนะคะก็ คือเป็นงานเลี้ยงอาหารค่ะออารไทยเพื่อที่ จะทำให้คนเนี่ยรู้จักนะคะกับอาหารไทยมาก ยิ่งขึ้นเพราะว่าอาหารไทยก็ถือว่าเป็น Soft พาเวอร์ระดับโลกนายกองค์อิงยำนะคะ ถึงเอกลักษณ์ของอาหารไทยสะท้อนถึงภูมิ ปัญญาความพิถีพิถันวัตถุดิบคุณภาพสูงค่ะ แล้วก็บอกเลยนะคะว่าต้มยำกุ้งนี่แหละ ยูเนสโกก็ยกย่องให้เป็นมรดกวัฒนธรรมของ มนุษยชาติค่ะค่ะซึ่งทางคุณเคนก็ได้ สัมภาษณ์พิเศษนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตรด้วยนะคะถึงความสำคัญที่ไทยได้ เข้าไปร่วมประชุมในครั้งนี้ว่าก็เป็นการ เปิดความเป็นประเทศไทยไปสู่เวทีโลกและที่ สำคัญก็ใช้โอกาสในระหว่างการประชุมขับ เคลื่อนนโยบายยุทธศาสตร์ต่างๆนะคะแล้วก็ บอกว่าครั้งนี้ก็เห็นได้ชัดว่ามีหลายๆ ประเทศสนใจที่จะเข้ามาพูดคุยกับไทยมาก ยิ่งขึ้นและการที่มาในตำแหน่งนายก รัฐมนตรีเนี่ยก็มีความสำคัญเพราะว่าถือ ว่าเป็นผู้นำจากประเทศไทยเพราะฉะนั้นต่าง ประเทศพอเห็นว่าเป็นนายกรัฐมนตรีไปเองเขา ก็ก็อยากจะเข้ามาทำความรู้จักและมาพูดคุย โอกาสที่จะเกิดขึ้นกับการทำธุรกิจกับไทย นะคะไปฟังเสียงของนายกรัฐมนตรีแพ่ทองธา ค่ะภารกิจเป้าหมายที่มาวครั้งนี้มาทำอะไร บ้างครับก็จริงๆแล้วนะคะก็ต้องแนะนำนิด นึงว่านี่คือ World Economic forum นะ คะหรือเรียกว่า wf ซึ่งเป็นเอ่องานที่ ทั้ง
Private Sector นะคะแล้วก็ทั้ง goverment มาเจอกันคือทั้งเอกชนรัฐบาลมา เจอกันของทุกๆประเทศนักธุรกิจชั้นนำทั่ว โลกมาเจอกันมาเจอกันเาเรียกว่าเป็นเป็น เอ่อ Multi stakeholder นะคะพอมาเจอกัน เนี่ยทั้งหมดเนี่ยก็เพื่อจะเซตเทรนของโลก ว่าปีเนี้ยโลกสนใจอะไรกำลังหมุนไปทางไหน โฟกัสอะไรเป็นพิเศษมันทำให้มันเป็นเรื่อง เเรียกว่างานแบบเนี้ยมีครั้งหนึงต่อปี ซึ่งจริงๆแล้วการที่จะมาเนี่ยค่อนข้างยาก มากถ้าโอเคถ้าเป็นรัฐบาลมาได้แต่เอกชนที่ จะเข้ามาเนี่ยบริษัทใหญ่ๆเข้ามาเนี่ยมา ยากมากนะคะซึ่งมันเป็นโอกาสที่ดีมากถ้า ประเทศของเราเนี่ยได้มาโดยเฉพาะที่ประเทศ ที่มีผู้นำใหม่อือืตัวตัวดิฉันก็เป็นผู้ นำใหม่ครั้งที่แล้วปีที่แล้วคุณเศรษฐามา ปีนี้ดิฉันมามาเนี่ยมันเพิ่มโอกาสให้กับ ประเทศไทยมากเพราะว่าพอมาแล้วเรามาด้วย tle ของ prim minister เนี่ยทั่วโลกให้ ความสนใจว่าอ้อโอเคตัวหลักเขามาเลยนะ เพราะฉะนั้นเนี่ยเขาจะมาคุยกับเราเยอะ ขึ้นอ่าอันนี้คือ advantage มากที่รู้สึก ว่ายังนั่งคุยกับทีมเลยเพถามว่าปีหน้ามา มั้ยปีอื่นมามยเบอกว่าต้องมาเป็นปีแรกที่ บอกว่าผู้นำขึ้นมาใหม่ต้องมาเพราะว่าเ อยากคุยมากที่สุดอยากคุยมากที่สุดแต่ ดิฉันคิดว่าจริงๆแล้วอ่ะผู้นำจริงๆควรมา ทุกๆปีเพราะนั่นคือการเปิดโอกาสให้กับ ประเทศนั่นคือการที่เรามาสามารถ make sure เลยว่าประเทศเราต้องการอะไรมุ่ง มั่นอะไรอยากให้ Investment แบบไหนเข้า ประเทศอันนี้คือสิ่งที่ตัวผู้นำของแต่ละ ประเทศสามารถมาเพื่อเชมาเพื่อกำหนดทิศทาง ได้อันนี้คือสิ่งสำคัญแล้วรู้สึกว่าการมา ครั้งเนี้ยเอ่อมี Meeting อัดแน่นตลอด ทั้งวันแต่คุ้มมากอ่ะ meetting ทั้งวัน เลยนะคะเพราะว่านายกแพทองธาเนี่ยก็ได้ไป เจอค่ะกับทางด้านของผู้แทนระดับสูงไม่ว่า จะเป็นภาครัฐองค์การระหว่างประเทศหรือว่า จะเป็นบริษัทเอกชนก็แล้วแต่นะคะอย่างเช่น Google Bayer DP World cocacola astrazeneca แล้วก็ Amazon web Services ค่ะนอกจากนี้นะคะในยุคแพทองทาน ยังได้หารือกับศาสตราจารย์ Cloud sw ผู้ ก่อตั้งแล้วก็ประธานคณะกรรมการของ World Economic forum ด้วยว่าจะมีการขยายความ ร่วมมือกับประเทศไทยได้อย่างไรบ้างนะคะ คือมีการหารือกันเกี่ยวกับการจัดกิจกรรม ร่วมค่ะก็คือว่าประเทศไทยเองสนใจอยากจะ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุม World Economic forum Special Meeting ในปี 2569 แล้วก็ความเป็นไปได้ในการเป็นเจ้า ภาพจัดการประชุมยัง Global leader Summit เพื่อเสริมสร้างพลังของเยาวชน ด้วยอันนี้ก็มีการหารือกันค่ะซึ่งการไป ครั้งนี้ผู้นำของไทยก็ต้องไปแสดง วิสัยทัศน์ทิศทางของประเทศไทยนะคะนายก
รัฐมนตรีแพทองธาก็ได้ขึ้นพูดในเวที Country strategy dialog แล้วก็พูดถึง ทิศทางของไทยที่จะพัฒนา Green economy ก็คือเศรษฐกิจสีเขียวด้วยนะคะแล้วก็มีคำ ถามจากคนที่นั่งฟังค่ะว่าภายใต้การนำที่ มีนายกรัฐมนตรีแพทองธาเข้ามาเป็นผู้นำ รัฐบาลจะสร้างความเชื่อมั่นได้อย่างไร เรื่องนี้ทางคุณแพ่ทองธาก็ตอบนะคะว่าไม่ ต้องห่วงดิฉันจะอยู่จนครบเทอมจะอยู่จนจบ เพราะว่าการลงทุนก็ต้องเกิดขึ้นอย่างต่อ เนื่องและการอยู่จนครบเทอมเนี่ยก็ทำให้ ไม่ต้องห่วงจะเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอนนะคะ แล้วก็พูดถึงการเลือกตั้งครั้งต่อไปที่จะ คำนึงถึงนโยบายที่นึกถึงผลประโยชน์ต่อ ประชาชนและจะสานต่อนโยบายที่ให้คำมั่นไว้ กับประชาชนค่ะแล้วก็บอกกับนักลงทุนต่าง ประเทศนะคะว่าไม่ใช่มาลงทุน 2 ปีในไทย แล้วก็จากกันไปไม่ใช่แบบนั้นพยายามที่จะ ให้คำมั่นกับนักลงทุนว่ารัฐบาลชุดนี้จะ อยู่ยาวอันนั้นก็เป็นคำตอบที่บอกกับนักลง ทุนต่างประเทศนะคะอีกหนคำถามค่ะโดนถามว่า ถ้ามีการลงทุนไทยมีพลังงานเพียงพอหรือไม่ เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีก็บอกว่าตอนนี้ไทย มีบริษัท Google เข้ามาลงทุน Microsoft ก็เข้ามาแล้วและ tiktok ก็กำลังจะเข้ามา เพราะฉะนั้นก็จะไม่ได้มีปัญหาเรื่องของ พลังงานนะคะจะดูแลเรื่องนี้ให้ดีแล้วก็ เตรียมวางแผนทั้งเรื่องของคุณภาพของคน ทักษะของคนที่ที่จะถูกดึงเข้าไปทำงานในวง การเทคโนโลยีเหล่านี้ด้วยค่ะแล้วก็แสดง ความกังวลนะคะถ้ามี Data Center ถ้าเข้า มาแล้วจะส่งเสริมเรื่องนี้อย่างไรมีคำถาม นะคะเธอบอกว่าเรื่องนี้หลักสูตรการเรียน การสอนของไทยก็จะต้องพยายามปรับเพื่อให้ รองรับกับงานในอนาคตให้ได้ด้วยค่ะนอกจาก นี้นะคะคุณเคนนครินทร์เนี่ยยังได้พูดคุย กับคุณมารเสงี่ยมพงษ์รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการต่างประเทศของไทยด้วยนะคะโดย ที่ท่านรัฐมนตรีเนี่ยก็มองลค่ะว่าการ ประชุมที่วอ World Economic forum สิ่ง สำคัญเลยก็คือการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ กับเอกชน ค่ะการที่ท่านนายกมนตรีแพทองธามา wf ครั้งนี้นะครับก็เป็นครั้งแรกของท่าน เหมือนกันแล้วก็อย่างที่ผมเรียนเป็นครั้ง แรกของผมก็เราก็ได้เห็นความสำคัญของเอ่อ กรอบในการที่เป็นัมของ wf นะครับเอ่อสิ่ง สำคัญที่สุดที่ที่ที่เรามองเห็นแล้วก็ ความสำคัญของ wf เนี่ยนะครับก็คือเรื่อง ของ ppp ครับ Private เ่อ Public Private partnership นะครับเ่อการที่ wf เนี่ยมา จัดในช่วงต้นปีทุกคนก็คงได้เห็นภาพนะครับ ว่าเเป็นความพยายามของกลุ่มนักธุรกิจที่เ มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาเเศรษฐกิจของโลกมา รวมตัวกันเพื่อเ Tone ว่าใน 1 ปีที่กำลัง จะเกิดขึ้นเนี่ยนะครับ อ่าในที่ที่เหลือที่ที่อีก 1 ปีจนกว่าจะ ไปถึงปลายปีเนี่ยนักธุรกิจชั้นนำของโลก ต้องการ Set Direction
ของอ่อธุรกิจระบบ เศรษฐกิจหรือเอ่อการพัฒนาเทคโนโลยี innovation ไปในทิศทางไหนดังนั้นเนี่ย ความสำคัญของภาครัฐที่ท่านนายมนตรีมามี ผู้นำจากทั่วโลกมาก็จะมาได้เข้าใจ ว่าการที่นักธุรกิจชั้นอโลกเนี่ยมารวมตัว กันมีภาคผู้นำของประเทศมลุงกันก็สามารถ ที่จะเซตโทนว่าในอีก 1 ปีข้างหน้าเราจะทำ อะไรร่วมกันครับอันเนี้ยชัดเจนว่ามันเป็น Public Private partnership อนอกจากทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่าง ประเทศแล้วก็มีรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ไป ร่วมประชุมในครั้งนี้ด้วยนะคะก็คือคุณ พิชัยนฤพันธ์ค่ะไปร่วมลงนามในความตกลงการ ค้าเสรีระหว่างไทยกับทางสมาคมการค้าเสรี แห่งยุโรป่ะค่ะก็คือ European Free Trade association หรือ EA นะคะและมี ทางฝ่ายที่ลงนามร่วมกับไทยก็มีหลายๆท่าน นะคะจาก 4 ประเทศก็คือรัฐมนตรีกระทรวง เศรษฐกิจสวิตเซอร์แลนด์รัฐมนตรีกระทรวง การค้าและอุตสาหกรรมนอร์เวย์รัฐมนตรี กระทรวงต่างประเทศลิกเตนสไตน์และปลัด กระทรวงการต่างประเทศไอซแลนด์ค่ะโดยนายก รัฐมนตรีแพทองธาและเิเจเกอร์เลขาธิการ เอฟต้าก็ร่วมเป็นสักขีพยานของการลงนามใน ครั้งนี้นะคะที่ House of สวิตเซอร์แลนด์เมืองดาวอสสมาพันธรัฐสวิท ซึ่งถือเป็น fta ฉบับประวัติศาสตร์นะคะ เพราะว่าเป็น fta ฉบับแรกของไทยกับยุโรป ที่รัฐบาลก็เร่งรัดจัดการประสบความสำเร็จ ในเวลา 3 เดือนค่ะเป็น fda ที่ทางรัฐบาล ก็อธิบายว่ามีความทันสมัยแล้วก็มีมาตรฐาน สูงอย่างมากนะคะเผยสำหรับเอฟต้านี้นะคะก็ ประกอบไปด้วย 4 ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ลิกเทนสไตน์ไอซแลนด์นอร์เวย์ก็เป็นตลาด ที่มีศักยภาพแล้วก็กำลังซื้อสูงมีความโดด เด่นด้านเทคโนโลยีแล้วก็นวัตกรรมนะคะ กระทรวงพาณิชย์ก็เลยคาดว่าความตกลงนี้น่า จะทำให้ GDP ของไทยขยายตัวเพิ่มอีก 0.17 19% ต่อปีทีนี้คุณพิชัยเองให้สัมภาษณ์ พิเศษกับ The Standard ด้วยนะคะบอกว่า กลยุทธ์หลักเลยที่ทำให้ไทยาสามารถบรรลุ ข้อตกลงการค้าเสรีกับสมาคมการค้าเสรีแห่ง ยุโรปได้เนี่ยก็คือว่าผู้บริหารค่ะต้องมี การตัดสินใจเด็ดขาดมีความสัมพันธ์ที่ดี เครือข่ายก็ต้องแข็งแกร่งด้วยก็คือว่า เวลาจะเจรจาแบบนี้กันนะคะ fta คือทุกฝ่าย ต่างฝ่ายก็ต่างปกป้องผลประโยชน์ของประเทศ ตัวเองค่ะเพราะฉะนั้นเวลาจะคุยกันเนี่ยก็ ต้องทำให้จบได้ก็ต้องมาพิจารณากันนะคะว่า ใครจะถอยในสิ่งไหนได้สิ่งไหนถอยไม่ได้นะ คะแล้วก็ทำให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดี ระหว่างกันเกิดความเข้าใจกันคุณพิชัยยัง บอกด้วยบอกว่าอีกส่วนนึงเลยนะคะที่ทำให้ การเจรจาสำเร็จเนี่ยมาจากอดีตนายก รัฐมนตรีทักษิณชินวัตรล่ะคะเพราะว่าใน ช่วงเริ่มต้นของการเจรจาสถานทูต สวิตเซอร์แลนด์ส่งหนังสือเชิญคุณทักษิณไป รับประทานอาหารร่วมกันนะคะแล้วก็เชิญให้ คุณพิชัยเนี่ยไปด้วยก็เลยมีการเริ่มพูด คุยกันแล้วก็ประสานงานกันนี่คือจุดเริ่ม ต้นนะคะจนในที่สุดเนี่ยก็มีการเซ็นกัน สำหรับเอฟต้าค่ะค่ะก็ก็ถือว่าเป็นข้อตกลง ครั้งประวัติศาสตร์นะคะทางคุณพิชัยก็ เสริมด้วยว่าการลงนามในข้อตกลงการค้าเสรี ครั้งนี้กับเอฟต้าก็จะเปิดทางให้ไทยมีข้อ
ตกลงการค้าเสรี fta กับประเทศอื่นๆใน ยุโรปต่อไปด้วยนะคะและบอกว่าพอมี fta เนี่ยก็จะช่วยให้บริษัทอื่นๆตัดสินใจที่ จะเข้ามาลงทุนในไทยเพิ่มขึ้นค่ะเพราะว่า ถ้าไทยไม่มี fta นี่ก็จะเสียเปรียบคู่ แข่งแน่ๆและที่สำคัญก็คือจะเสียเปรียบ ประเทศอื่นๆที่กำลังพยายามแข่งขันดึงดูด เม็ดเงินลงทุนเข้าไปนะคะอย่างเวียดนาม ขยายตัวดีกว่าดีกว่าไทยเพราะว่ามี fda กับประเทศอื่นๆถึง 56 ประเทศค่ะขณะที่ไทย มีเพียง 19 ประเทศเท่านั้นเพราะฉะนั้นก็ เป็นหนึ่งในเป้าหมายหลักของกระทรวง พาณิชย์ที่ต้องการจะเพิ่มจำนวน fta ให้ มากขึ้นนะคะแล้วการลงนามข้อตกลงครั้งนี้ ไทยจะได้อะไรทางรัฐมนตรีก็บอกว่าจะได้ มูลค่าการส่งออกที่จะสูงขึ้นลดต้นทุนการ นำเข้าดึงดูดการลงทุนในสาขาที่สนับสนุน การพัฒนาประเทศไทยและจะมีความร่วมมือทาง เศรษฐกิจในหลายๆสาขาค่ะและก็จะมีการพัฒนา ยกระดับหีดความสามารถแข่งขันของไทยในเวที โลกด้วยนะคะแล้วรายละเอียดเี่คืออะไรก็ คือ F ต้าจะยกเว้นภาษีนำเข้าก็คือภาษี 0% ให้กับไทยในสินค้าประมาณ 90% ของรายการ สินค้าทั้งหมดหมายความว่าการส่งสินค้าไทย ไปกลุ่มประเทศในเอฟต้าก็จะได้รับการยก เว้นภาษีเหลือเพียง 0% เท่านั้นนะคะและยก เว้นภาษีนำเข้าสินค้าอุตสาหกรรมทุกรายการ รวมถึงสินค้าเกษตรบางรายการให้กับไทยทัน ทีค่ะในวันแรกที่ fta นี้มีผลบังคับใช้ สินค้าส่งออกสำคัญของไทยที่จะได้รับการยก ยเว้นภาษีภาษีเป็นศูนย์เลยนะคะก็คือข้าว ข้าวโพดหวานผักและผลไม้สดและแปรรูปซอส ปรุงรสเครื่องดื่มอาหารทะเลสดและแปรรูป อัญญมณีและเครื่องประดับนาฬิกาและส่วน ประกอบเครื่องใช้ไฟฟ้าส่วนประกอบ คอมพิวเตอร์เครื่องนุ่งห่มเคมีพันธุ์ยาง ผลิตภัณฑ์พลาสติกและยานยนต์และชิ้นส่วน ยานยนต์โอ้โหสินค้าหลากหลายรายการเลยนะคะ ที่จะเข้าไปทางสมาคมการค้าเสรียุโรปได้ ง่ายขึ้นใช่ค่ะก็ทางด้านของทางการท่ายไทย ก็คาดอ่ะนะคะว่าการเปิดตลาดของไทยให้กับ เอฟต้าจะช่วยลดต้นทุนให้กับผู้ประกอบการ ค่ะในการนำเข้าวัตถุดิบมาผลิตสินค้าเพื่อ ใช้เองในไทยหรือว่าเพื่อส่งออกอีกทีก็ แล้วแต่ซึ่งวัตถุดิบที่ไทยนำเข้าจาก เอฟต้านะคะก็อย่างเช่นทองคำแล้วก็ชิ้น ส่วนนาฬิกาเอฟต้าเปิดโอกาสให้นักลงทุนไทย เข้าไปประกอบธุรกิจถือหุ้นในกิจการได้ 100% ในหลายสาขาที่ไทยเองมีศักยภาพนะคะ อย่างเช่นก่อสร้างโรงพยาบาบาบริการทางการ แพทย์ค้าปลีกท่องเที่ยวโรงแรมร้านอาหาร ธุรกิจความงามและเสริมสุขภาพและการดูแล สัตว์เลี้ยงค่ะนอกจากนี้การเปิดตลาด บริการของไทยเองก็จะดึงดูดการลงทุนจาก เอฟต้าโดยเฉพาะในสาขาที่ใช้เทคโนโลยีและ นวัตกรรมใหม่ๆซึ่งตรงนี้ล่ะค่ะที่เอฟต้า มีความเชี่ยวชาญไทยเองก็อยากจะพัฒนาโนฮา เพื่อเป็นพื้นฐานในการที่จะพัฒนา อุตสาหกรรมอื่นในประเทศเช่นการวิจัยและ พัฒนามาการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ICT และ การซ่อมบำรุงรักษาชิ้นส่วนอากาศสยานค่ะ ค่ะแต่ก็ไม่ใช่มีเฉพาะโอกาสอย่างเดียวมี ข้อกังวลเหมือนกันนะคะถึงแม้ว่ากรอบกฎ หมายที่ของไทยมีอยู่แล้วไม่ต้องปรับ เปลี่ยนอะไรใช้ได้เลยแต่ว่าก็มีความกังวล ในการนำเข้าสินค้ามาจากกลุ่มประเทศใน ยุโรปนี้ในบางรายการนะคะเพราะว่าอาจจะทำ ให้ไทยเสียเปรียบหรือไม่แต่ก็อาจจะไม่ใช่ เป็นการแข่งขันโดยตรงกับสินค้าที่ผลิตใน ประเทศนะคะก็คือการนำเข้าสินค้าประมงจาก กลุ่มเอฟต้าเพราะว่าปลาส่วนใหญ่อย่างที่ เรามักจะชอบรับประทานกันอย่างเช่นแซลมอน และเทร้าเป็นสินค้าเมืองหนาวและก็มีราคา สูงไทยยกเว้นการยกเว้นภาษีนำเข้าอยู่แล้ว บางส่วนนะคะหรือในอัตราที่ต่ำไม่เกิน 5%
แล้วก็จะให้เวลาทั้งหมดในการปรับตัว สำหรับผู้ประกอบการไทย 7-15 ปีค่ะภายใต้ fta ฉบับนี้ก็ยังมีความร่วมมือด้านประมง การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำการถ่ายทอดความรู้ และทักษะในการทำประมงระหว่างกันซึ่งทาง ไทยก็เชื่อว่าจะช่วยเสริมศักยภาพให้กับ ผู้ประกอบการประมงในไทยนะคะอีกเรื่องหนึ ค่ะกระทรวงพาณิชย์อยู่ระหว่างการจัดตั้ง กองทุน fta ซึ่งคณะรัฐมนตรีเห็นชอบในหลัก การไปแล้วเมื่อเดือนมิถุนายนปี 2022 ปัจจุบันก็อยู่ระหว่างการเตรียมการเสนอ ร่างพระราชบัญญัติกองทุนต่อคณะรัฐมนตรีนะ คะตามกระบวนการทางกฎหมายและก็เตรียมยก ร่างกฎหมายกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องเพื่อ รองรับการดำเนินงานตามพรบฉบับนี้ด้วยค่ะ ทางไทยเองก็ต้องปรับในเชิงเทคนิคหลายๆ เรื่องเพื่อที่จะรองรับข้อตกลงการค้าเสรี นี้นะคะค่ะเอาเรื่อง AI กันบ้างเพราะว่า มีการพูดถึงเรื่องนี้อ่ะนะคะอันนี้ก็เป็น เรื่องแห่งยุคแล้วล่ะค่ะที่เวทีหลายๆเวที ก็ต้องพูดนะคะว่าเอ๊ะเราจะรับมือยังไงเรา จะใช้ยังไงให้เกิดประโยชน์สูงสุดทางด้าน ของผู้ก่อตั้งประธานกรรมการบริหาร World Economic forum นะคะ Cloud Shop เนี่ย เค้าก็บอกแบบนี้บอกว่าตอนเเราเปลี่ยนผ่าน จากยุคอุตสาหกรรมมาสู่ยุค AI ทุกอย่าง เกิดขึ้นรวดเร็วมีทั้งความเสี่ยงแล้วก็ โอกาสนะคะสำหรับมนุษยชาติคือในแง่ดีก็คือ ว่าเกิดความก้าวหน้าในองค์ความรู้นะคะไม่ ว่าจะเป็นแขนงไหนก็แล้วแต่แต่ในขณะเดียว กันเขาก็เรียกร้องนะคะว่าให้ทุกภาคส่วน ร่วมมือกันค่ะให้ใช้ความคิดเชิงบวกแล้วก็ สร้างสรรค์แก้ไขปัญหาร่วมกันน่ะนะคะก็ เชื่อมั่นล่ะค่ะว่าศักยภาพร่วมกันของทั้ง โลกเลยเนี่ยก็จะสามารถสร้างยุคแห่ง AI ให้เป็นยุคที่มนุษย์ทุกคนเนี่ยบรรลุ ศักยภาพสูงสุดของตัวเองเกิดประโยชน์สูง ที่สุดได้ค่ะค่ะงานนี้นายกรัฐมนตรีอันวา อิบราฮิมก็ไม่พลาดโอกาสที่จะย้ำนะคะว่า มาเลเซียเองก็ตั้งธงว่า AI จะต้องเป็นแนว ทางในการพัฒนาประเทศมาเลเซียต่อไปนะคะก็ เป็นการวางยุทธศาสตร์ของประเทศเลยเป็น โอกาสที่ได้ไปนำเสนอต่อเวทีนี้ให้ภาค เอกชนทั่วโลกได้รับรู้นะคะท่าทีนี้เขาบอก ว่าไม่มีเวลาที่จะรีรออีกต่อไปมาเลเซียดู แล้วมีแนวคิดที่จะเดินเกมเรื่อง AI ให้ เร็วและยิ่งใหญ่มากยิ่งขึ้นนะคะก่อนหน้า นี้ก็ได้มีการประกาศเขตเศรษฐกิจพิเศษร่วม กับสิงคโปร์เพื่อที่จะพัฒนา AI เป็นความ เคลื่อนไหวที่หลายๆประเทศจับตามองรวมถึง ประเทศไทยด้วยนะคะทางนายกรัฐมนตรี มาเลเซียเนี่ยชี้ว่า AI เป็นเรื่องท้าทาย ใหม่ที่มาเลเซียเองเขาก็ยอมรับว่า มาเลเซียเองก็ยังไม่มีความรู้ไม่มีความ เชี่ยวชาญมากนักเรื่อง AI แต่สำหรับตัว เขาเองสำหรับคุณอันวาเองมองว่า AI เข้ามา หมายถึงการเปลี่ยนระบบการศึกษาบริการด้าน สุขภาพและ blockchain ซึ่งเขายืนยันว่าจะ ต้องเกิดขึ้นค่ะอีกหนึ่งผู้นำในอาเซียน ที่ไปพูดเกี่ยวกับวิสัยทัศน์ AI ก็คือ นายกรัฐมนตรีเวียดนามคุณฟารมิงจิ๋งเน้น ย้ำว่าเวียดนามเองก็ต้องการที่จะมุ่งมั่น เดินหน้าเรื่อง AI ให้มากขึ้นและเตรียม ที่จะจัดตั้งศูนย์วิจัยและพัฒนาให้เข้ม ข้นมากขึ้นนะคะโดยเฉพาะในภาคเทคโนโลยี
ชั้นสูงเพื่อส่งเสริมนวัตกรรมและตำแหน่ง ของเวียดนามที่ต้องการจะตั้งเป้าว่าต้อง ยกระดับให้เวียดนามปักธงในเทคโนโลยีชั้น สูงในระดับภูมิภาคให้ได้โอ้โหเพื่อนบ้าน เรานี่ตื่นตัวมากนะคเผเรื่อง AI เนี่ยใช่ เรื่อง AI เรื่องใหญ่เลยนะคะเพราะว่าขณะ เลขาธิการสหประชาชาตินะคะอันโตนิโอเรสเอง เนี่ยก็ออกมาบอกเลยนะคะว่า AI เนี่ยเป็น สิ่งที่มีศักยภาพสูงนะคะแต่ก็ต้องมีการ ควบคุมล่ะค่ะไม่อย่างนั้นถ้าไม่มีการควบ คุมเนี่ยก็อาจจะไม่เกิดผลดีก็ได้อันนี้ คืออย่างนึงนะคะที่อันโตนิโอกตสเลขาธิการ Un เขาบอกว่าอาจจะเป็นภัยคุกคามระดับโลก ได้เลยแล้วก็อีกอันนึงนะคะก็คือเรื่องของ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนี่แหละค่ะ เขาเตือนแบบนี้บอกว่าความท้าทายเหล่านี้ เนี่ยคือสร้างความเสี่ยงต่อมนุษยชาติโดย ที่ไม่เคยเป็นมาก่อนเลยไม่เคยมีแบบนี้ เพราะฉะนั้นจะภาครัฐภาคเอกชนก็ได้โปรด ร่วมมือกันนะคะศักยภาพของ AI เนี่ยมหาศาล แต่ความเสี่ยงก็มีเยอะถ้าเกิดว่าปล่อยให้ AI ไม่มีการควบคุมแล้วก็ย้ำถึงความ จำเป็นที่จะร่วมมือกันระหว่างประเทศพูด ถึงนโยบาย Global Digital Compact ค่ะ เพื่อลดความเสี่ยงที่เกิดจากเทคโนโลยี ดิจิตัลสหประชาชาติเองรับรองเป็นแผนงาน สำหรับการใช้เทคโนโลยีดิจิตอลอย่างมีความ รับผิดชอบนะคะนอกจากนี้เลขา Un เนี่ยยัง เรียกร้องให้ภาคเอกชนอย่าทิ้งนะคำมั่น สัญญาเกี่ยวกับสภาพภูมิอากาศรวมถึงรัฐบาล ต่างๆด้วยว่าขอให้รักษาคำมั่นสัญญาด้วย อ่ะนะคะว่าจะต้องทำตามแผนปฏิบัติการด้าน สภาพอากาศระดับชาติเลยเพราะว่าเรื่องนี้ กระทบเนี่ยเรื่องเศรษฐกิจเรื่องสังคมคือ มันเป็นเรื่องของอากาศแต่ว่ากระทบกับทุก สิ่งทุกอย่างซึ่งจริงๆเราก็เห็นตัวอย่าง มากมายแล้วอ่ะนะคะว่าด้วยเรื่องของโรค เดือดนะคะอากาศแปรปรวนเนี่ยมันก็ทำให้คาด การณ์อะไรไม่ค่อยได้เวลาจะเกิดน้ำท่วม หรือว่าจะเกิดไฟป่าทุกอย่างดูรุนแรงมาก กว่าที่เราเคยเจอมาเพราะฉะนั้นเป็นเรื่อง ใหญ่ของโลกก็เป็นภารกิจของเลขาธิการ สหประชาชาติแหละที่ต้องมาติงๆแล้วก็บอก ให้ทั้งโลกตระหนักร่วมกันว่าภัยที่จะเกิด ร่วมกันก็คือเรื่องของสภาพภูมิอากาศ เปลี่ยนแปลงนะคะอย่าง Global risk Report ที่เราได้รายงานไปว่าเป็นความ เสี่ยงทั้งระยะสั้นระยะกลางระยะยาวเลย หนักหน่วงมากจริงๆนะคะเอาล่ะค่ะทั้งหมดก็ คือ decoding the world สำหรับวันนี้นะ คะเราถอดรหัสจากเวทีประชุมสภาเศรษฐกิจโลก World Economic forum 2025 ค่ะช่วง นี้คุณเผยวนารัตน์ดิฉันนัฐฐาสวัสดีค่ะ สวัสดีค่ะ [เพลง] เ [เพลง]