This is the Standard podcast Eye Opening for your ears 8 minute history สงครามถือเป็นภัยคุกคามที่น่า สะพรึงกลัวที่สุดตลอดประวัติศาสตร์ของมูล มนุษยชาติแต่ว่าเมื่อสิ้นสุดสงครามโลก ครั้งที่ 2 ครับโลกดูเหมือนกับว่าเรามี สันติภาพมากขึ้นแต่ทว่าครับโดยความ ต้องการในการรักษาและขยายอิทธิพลของบรรดา มหาอำนาจในรูปแบบต่างๆส่งผลกระทบต่อ ประเทศอื่นๆอีกมากมายสงครามเองอาจจะจบลง บนพื้นที่ของมหาอำนาจก็มีแต่ว่าครับมัน ส่งแรงสั่นสะเทือนมหาศาลสู่ประเทศอื่นๆ อย่างมากมายยิ่งผนวกกับความแตกแยกทางการ เมืองของประเทศที่เป็นประเทศเกิดใหม่ยิ่ง ซ้ำเติมให้ความพินาศนั้นหนักหนาขึ้นไปอีก ตัวอย่างครับเกาหลีโดนสงครามกลางเมืองจาก ยุคสงครามเย็นระหว่างสหรัฐภายใต้ ประธานาธิบดีแฮรี่ truman และผู้นำของ สหภาพโซเวียตคือโจเซฟสตาลินยุ 3 ปีคนเผ่า พันธุ์เดียวกันต้องมาฆ่ากันและถูกแบ่ง ประเทศจากวันนั้นสู่วันนี้แต่ยังดีนะครับ ว่าสงครามเกาหลีนั้นยืดเยื้อเพียงแค่ 3 ปีเท่านั้นแต่ทว่าเวียดนามอีกหนึ่ง สมรภูมิสงครามเย็นไม่ได้โชคดีเหมือนกับ เกาหลีที่ทุกอย่างนั้นจบลงภายในเวลาแค่ 3 ปีเพราะหลังจากที่พวกเขาหรือเวียดนามต้อง ตกเป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศสสิ้นสุดสงคราม โลกไปแล้วพวกเขาก็ยังต้องเจอกับสงคราม อินโดจีนกับอดีตเจ้าอาณานิคมเก่าก็คือ ฝรั่งเศสที่ต้องกลับมามีอำนาจเหนือ เวียดนามหลังสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 อีก 8 ปีด้วยกันแต่ยังไม่จบครับพอหลังสงคราม กลางเมืองแล้วเวียดนามถูกแบ่งออกเป็น เวียดนามเหนือและเวียดนามใต้โดยความแตก แยกในเชิงอุดมการแถมยังมีมหาอำนาจหนุน หลังทั้ง 2 ฝ่ายจนกลายมาเป็นสงคราม ระหว่างเวียดนามกับสหรัฐอเมริกาที่เรารู้ จักกันและกินเวลายาวนานอีกร่วม 10 ปีเบ็ด เสร็จแล้วเวียดนามอยู่ในไฟสงครามร่วม 30 ปีน่าจะถือได้ว่าเป็นประเทศที่บอกช้ำมาก ที่สุดประเทศหนึ่งจากภัยสงครามใน ประวัติศาสตร์โลกหลายๆครั้งครับเราได้ยิน ชื่อของสงครามเวียดนามหลายๆครั้งใน ประวัติศาสตร์ที่เราเคยได้ยินเรื่องนี้ แต่อาจจะไม่รู้ว่าเรื่องเหล่านี้มีความ เชื่อมโยงที่ซับซ้อนทับซ้อนกันในหลากหลาย มิติภาพประวัติศาสตร์หลายๆภาพที่เราเคย เห็นแต่เราอาจจะไม่รู้นะครับว่ามันเจ็บ ปวดขนาดไหนจริงๆแล้วประวัติศาสตร์ 8 นาที เราในยุคที่ยังเป็นอิโดละ 8 นาทีนะครับ เราเคยนำเสนอเวอร์ชั่นของสงครามเวียดนาม ไปแล้วแต่ว่าคงจะผิดมากล่ะครับถ้าหากว่า เราไม่หยิบยกเวอร์ชั่นที่มีความสมบูรณ์ แบบของสงครามเวียดนามมาไล่เรียงกันแบบครบ ถ้วนประวัติศาสตร์ 8 นาที 5 Episode นับ จากนี้ต้องบอกก่อนนะครับว่าแต่ละ Episode ไม่ใช่ 8 นาทีอีกต่อไปแล้วน่าจะประมาณ เกือบครึ่งชั่วโมงเลยจะเป็นมหากาบสงคราม เวียดนามที่ไล่เรียงกันตั้งแต่ปฐมบท เวียดนามภายใต้การปกครองของฝรั่งเศสที่
ยาวนาน 87 ปีช่วงชุลมุนในยุคสงครามโลก ครั้งที่ 2 สงสงครามมหาเเอเชียบูรพา สงครามอินโดจีนครั้งที่ 1 และตามด้วย สงครามเวียดนามอเมริกันที่กว่าจะจบลงใช้ เวลายาวนานร่วมหลายทศวรรษจบลงในวันที่ 30 เมษายน 1975 หรือว่า 2518 ถึงแม้ว่าจะจบลงก็จริงครับแต่สิ่ง นี้ฝากรอยแผลเป็นที่บอบชามให้กับเวียดนาม มายาวนานกว่าที่จะฟื้นตัวมาเป็นเสรษฐกิจ ที่มีขนาดใหญ่อันดับที่ 35 ของโลกในเวลา นี้เบื้องต้นก่อนเลยครับเรามามาพรีวิวกัน ก่อนนะครับว่าสงครามเวียดนามที่หลายๆ ครั้งคนมักจะเรียกว่าสงครามอินโดจีนเนี่ย น่ะมีความเป็นมาเป็นไปเกี่ยวพันกับชาติ มหาอำนาจหลากหลายชาติไม่แค่สหรัฐอเมริกา นะครับแต่ยังเชื่อมโยงกับมหาอำนาจอื่นใน ยุคที่โลกนั้นโคตรจะผันผวนเลยครับ ฝรั่งเศสเจ้าอนานิคมเดิมญี่ปุ่นผู้ขยาย อำนาจในพื้นที่เอเชียอาคาเนที่ข้ามผ่านมา ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 รวมถึงจีนใน ยุคที่พวกเขามีการเปลี่ยนผ่านจากจีนคณะ ชาติหรือว่าสาธารณรัฐจีนไปสู่จีน คอมมิวนิสต์หรือว่าสาธารณรัฐประชาชนจีน สิ่งเหล่านี้ที่ไล่เรียงมาล้วนแต่ส่งผล ต่อเวียดนามครับที่ตัวเองก็มีความซับซ้อน ในหลากหลายมิติไม่ว่าจะเป็นความซับซ้อนใน เชิงภูมิศาสตร์ครับเพราะเวียดนามเป็น ประเทศที่มีสันฐานยาวมีชายฝั่งติดทะเลถึง 3260 กมมีความขัดแย้งทางศาสนาไม่ว่าจะ เป็นศาสนาพุทธศาสนาคริสต์นิกาย โรมันคาทอลิกทับซ้อนเข้าไปอีก 1 มิติใน แง่ของตัวบุคคลในประวัติศาสตร์ที่เกี่ยว ข้องล้วนแต่มีประวัติความเป็นมามาที่น่า สนใจเกินกว่าแค่จะเอ่ยชื่อนะครับแมจะเป็น จักรพรรดิบ๋าวใดจักรพรรดิองค์สุดท้ายของ เวียดนามผู้ครองราชย์ 2 ครั้งและถูกปลด 2 ครั้งโงดิ่งเสียมหรือคนไทยเรียกว่าโดิน เดียมผู้นำเวียดนามใต้ผู้ต้องการทำให้ เวียดนามนั้นเป็นรัฐแคทลิจนนำไปสู่วิกฤต พุทธศาสนาที่มีพระภิกษุเผาตัวเองประท้วง จนมรณภาพและนำไปสู่จุดจบของตัวเขาเอง Robert แมกนารัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐผู้มี แบคกราวมาจากการเป็น CEO ของ ford M ค Company ก่อนที่จะมาเป็นผู้บัญชาการหลัก ในสงครามเวียดนามอเมริกันในทศวรรษที่ 60 และแน่นอนที่สุดนะครับคงจะลืมคนนี้ไปไม่ ได้บาร์คโฮหรือว่าลุงโฮหรือว่าโฮจีมิน หรือว่าโฮจีมินที่เรารู้จักผู้นำเวียดนาม ผู้ปลดแอกเวียดนามจากการครอบงำของต่าง ชาติในทุกๆรูปแบบยังไม่ร่วมบุคคลสำคัญ อื่นนะครับวอเวียนซาบเลสวนเหวียนเก่ากี่ ภิกษุทิกวางดึกประธานาธิบดีสหรัฐที่ เกี่ยวพัน 4 คนครับนับตั้งแต่ jfk Lyon Johnson Richard nion geral Ford ยังมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐที่ถือว่าเป็นตำนานของโลกอย่างเนร ิิอซึ่งพิ่งถึงแก่อสัญยกรรมเมื่อปีก่อน ได้วัย 100 ปีทุกภาพทุกเหตุการณ์ทุกฉาก เหล่านี้คือสิ่งที่เราจะเชื่อมโยงให้ฟัง กันในประวัติศาสตร์ 8 นาทีซีรีส์สงคราม
เวียดนามครับเบื้องต้นเลยเท้าความกลับไป เล็กน้อยครับในประวัติศาสตร์โลกในศตวรรษ ที่ที่ 19 ประวัติศาสตร์นั้นถ้าเกิดว่า ตรงกับยุคเราก็คือยุคเริ่มต้นของกรุง รัตนโกสินทร์พอดีครับในช่วงนั้นเราจะได้ ยินนะครับว่ายุครัชสมัยของสมเด็จพระ นั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 3 เรากับ เวียดนามภายใต้การปกครองของราชวงศ์เหวียน ที่มีราชทานีอยู่ที่เมืองเวมีข้อพิพาท เรื่องกัมพูชากันอยู่และในช่วงเวลานั้น เองครับคือยุคเริ่มต้นของราชวงศ์เหวียน ของเวียดนามสำหรับราชวงศ์เหวียนเองนี้คือ ราชวงศ์สุดท้ายของเวียดนามนะครับปกครอง แผ่นดินเวียดนามในปี 1802 ก็คือในช่วงปีที่ 20 แห่งสมัยรัชกาลที่ 1 ของกรุงรัตนโกสินทร์เราและก็มีจักรพรรดิ รวมทั้งหมดเลยของราชวงศ์เหวียน 13 พระ องค์องค์สุดท้ายก็คือจักรพรรดิบ๋าวใดที่ ต่อมาจะเป็นตัวเอกนะครับของช่วง ประวัติศาสตร์นี้ด้วยเช่นเดียวกันถ้าบอก ว่าในยุครัชกาลที่ 3 เวียดนามมีข้อขัด แย้งกับไทยก็แสดงว่าในเวลาดังกล่าวนั้น เวียดนามยังไม่ตกเป็นเมืองขึ้นของ ฝรั่งเศสถูกต้องแล้วครับเพราะว่าในยุค นั้นคือยุคหลังสงครามนโปเลียนที่ตรงกับ ปลายรัชกาที่ 1 ต้นรัชกาลที่ 2 ไปได้ไม่ นานทีนี้พอจบสิ้นสงครามนโปเลียนแล้ว ฝรั่งเศสกลับเข้าสู่ยุคบุบแล้วก็โอริงต่อ เนื่องจวบจนในปี 1848 ครับเริ่มต้นเข้า สู่ยุคสาธารณรัฐที่ 2 ที่ฝรั่งเศสเองมี การเลือกตั้งและคนฝรั่งเศสเองก็เลือกหลาน ลุงของจักรพรรดินโปเลียนก็คือลูสนโล โบนาปาร์ตมาเป็นประธานาธิบดีที่ต่อมาครับ ประธานาธิบดีลูสนโปเลียนโบนาปาร์ต รัฐประหารตัวเองหลังดำรงตำแหน่ง ประธานาธิบดีแค่ประมาณ 3 ปีกว่าตั้งตัว เองขึ้นมาเป็นจักรพรรดินโปเลียนที่ 3 และ ยุคตรงนี้นี่แหละครับตรงกันกับยุคปฏิวัติ อุตสาหกรรมระลอกที่ 2 ฝรั่งเศสเริ่มต้น ล่าอาณานิคมในภูมิภาคของเราและขยายอำนาจ มาสู่เวียดนามทั้งนี้ครับก็เป็นการสร้าง ความยิ่งใหญ่ให้กับจักรวรรดิฝรั่งเศสพวก เขาเริ่มต้นส่งกองทัพเรือมาขยายอิทธิพลใน ภูมิภาคเอเชียอาคเนเป้าหมายที่ 1 คือ เวียดนามตอนใต้เวลาที่ชาติตะวันตกเวลาเขา จะไปไหนขยายอิธิพลที่ไหนครับพวกเขาจะมี พื้นฐานความเข้าใจจของพื้นที่นั้นเป็นทุน เดิมอยู่แล้วในยุคก่อนหน้ายุคดังกล่าว ครับสำนักสงฆ์เยซูอิตเดินทางเข้ามาเผย แพร่ศาสนาที่เวียดนามไปแล้วและบาทหลวง ซิสโกเดปิย่าเริ่มต้นใช้ตัวอักษรลาตินใน การเขียนภาษาเวียดนามนะครับดังนั้นท่านจะ ไม่แปลกใจหรอกครับที่ท่านจะเห็นภาษา เวียดนามในยุคปัจจุบันนี้เนี่ยมีลักษณะ เป็นการใช้ตัวอักษรโรมันหรือว่า riz Language ระบบภาษาเวียดนามที่ใช้ตัว อักษรโรมันนั้นนะครับถูกพัฒนาเพิ่มเติม ด้วย al Song The Host ซึ่งเป็น มิชชันนารีชาวฝรั่งเศสครับที่มีการพัฒนา การใช้ตัวอักษรโรมันกับภาษาเวียดนามที่ เราเห็นปัจจุบันตัวอักษรเวียดนามภาษา เวียดนามที่เป็นตัวอักษรโรมันเรียกกันว่า สือกวกหือที่เป็นตัวอักษรโรมันแล้วก็ใส่ สัญลักษณ์นะครับบังคับเสียงแล้วก็บังคับ สระให้สอดคล้องกันกับภาษาเวียดนามแต่เดิม
ครับเวียดนามนั้นใช้ตัวอักษรจีนที่เรียก ว่าือหั่นก็คือตัวอักษรฮั่นนอกเหนือไปจาก นี้ยังได้มีการเพิ่มตัวตัวอักษรนะครับที่ คนเวียดนามคิดเองเรียกว่าจือโนมแต่ไม่ว่า จะเป็นจื๋อหั่นหรือว่าจือโนมก็ล้วนแต่ยาก ต่อการเรียนรู้ของคนทั่วไปนะครับข้อดีของ ระบบภาษาใหม่ที่ใช้ตัวอักษรโรมันหรือว่า จือก๋ก็คือการที่คนท้องถิ่นนั้นอ่านออก เขียนได้มากขึ้นแต่ว่าครับในทางอีกทาง หนึ่งมันทำให้คนตะวันตกเข้าใจคนเวียดนาม มากขึ้นโดยความที่พวกเขาเข้าใจโลกตะวัน ออกคนตะวันตกที่สามารถเข้าใจคนเวียดนาม ได้ผ่านตัวอักษรที่ตัวเองนั้นวิวัฒนาการ เข้าไปดังนั้นเวลาที่พวกเขาเดินหน้าเข้า มาขยายอิทธิพลในเวียดนามก็สามารถกระทำได้ โดยง่ายขึ้นกลับมาที่นโปเลียนที่ 3 ครับ ด้วยวิทยาการนยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมนะครับ ในปี 1858 กองทัพเรือฝรั่งเศสเริ่มต้นรุก รานเวียดนามในช่วงนั้นตรงกับรัชสมัยของ พระเจ้าตือดึกตามด้วยรัชสมัยต่อมาของพระ เจ้าสุขดึกเริ่มต้นครับก็คือการที่บุกรุก เข้าไปยังพื้นที่ดานังซึ่งอยู่บริเวณกลาง ประเทศไม่ห่างจากราชธานีเวซึ่งราชธานีเว ถ้าเขไปดูแผนที่เวียดนามซึ่งลักษณะเป็น คล้ายๆตัว S นะครับเวจะอยู่ค่อนข้างจะ กึ่งกลางประเทศพอดีพอดีเลยนะครับทัพเรือ ฝรั่งเศสตอนนั้นอยู่ภายใต้จอมพลเรือาสิก เดเยีไม่สามารถเจาะเข้าไปตอนในของ เวียดนามได้ครับจึงเปลี่ยนแผนจากการบุก เข้าไปที่กลางประเทศยกทัพเรือลงใต้ครับ และยึดครองเมืองใหญ่ทางใต้ที่มีชื่อว่า ไส้งอนในปี 1862 ยุคนั้นถ้าเกิดว่าดูประวัติศาสตร์ บ้านเราก็ตรงกับยุครัชกาลที่ 4 สิ่งนี้ ถือเป็นก้าวแรกครับของสิ่งที่ที่เรียกว่า แดชินซสซึ่งฝรั่งเศสเรียกพื้นที่เวียดนาม ตอนใต้ที่มีไส้ง่อนเป็นศูนย์กลางนี้ว่า โคชินชีนคนไทยบางทีเรียกว่าโคชิน China เวียดนามจึงจำเป็นต้องยอมเสียพื้นที่ทีละ น้อยเริ่มต้นจากพื้นที่ทางตอนใต้หลังจาก นั้นครับถึงแม้ว่าฝรั่งเศสเองบนแผ่นดิน ยุโรปพวกเขาจะรบพุ่งกับเยอรมันทางตะวัน ออกที่ช่วงนั้นเยอรมันเองต้องการที่จะรวม รัฐของพวกเขาเป็นหนึ่งที่สุดฝรั่งเศสจบลง ด้วยความพ่ายแพ้อย่างราบคาบในปี 1871 นโปเลียนที่ 3 สละราชบัลลังฝรั่งเศสก้าว สู่ยุคสาธารณรัฐที่ 3 แต่ว่าแม้จะมีการ เปลี่ยนระบอบการปกครองแล้วฝรั่งเศสยังคง เดินหน้ารุกรานเวียดนามจนสามารถครอบครอง พื้นที่บริเวณชายฝั่งจากเหนือจรดใต้ทั้ง หมดสำเร็จในทศวรรษที่ 80 และเข้ายึดครอง บริเวณตอนในจนสมบูรณ์แบบในช่วงเวลาต่อมา ทั้งหมดฝรั่งเศสยึดครองพื้นที่เวียดนาม ทั้งหมดได้ในยุคสมัยรัชกาลที่ 5 บ้านเรา นี้ละครับด้วยความที่เวียดนามเองมี ภูมิประเทศเป็นสันฐานยาวครับมีชายฝั่งยาว กว่า 3,000 กว่ากิโลเมตฝรั่งเศสจึงมีการ แบ่งการปกครองออกเป็น 3 พื้นที่ครับตอนบน สุดบริเวณอ่าวตังเกี๋ยเรียกว่าโลแกงหรือ ว่าบางคนเรียกว่าลคิเมืองสำคัญก็คือฮานอย คือพื้นที่ที่ติดกับมณฑลกว่างซีตอนใต้ของ จีนนั่นแหละครับถัดมาตอนกลางเรียกว่าออนำ มีราชธานีเวะเป็นศูนย์กลางและทางตอนใต้ก็ คือโคชินชีนที่มีไส้ง่อนเป็นเมืองสำคัญนะ ครับโดยที่สถาปนานะครับให้ไส้งอนเป็น เมืองเอกของชิน ซสคำว่าตกเป็นเมืองขึ้นครับบางทีฟังแล้ว มันดูเหมือนทำให้ประเทศเป็นอินเตอร์นะ ครับสามารถพูดภาษาฝรั่งเศสได้มีระบบการง ศึกษาแบบตะวันตกแต่จริงๆแล้วระบอบ จักรวรรดินิยมมีข้อไม่ดีอยู่แล้วล่ะครับ เพราะว่าพวกเขามหาอำนาจเข้ามาปล้น ทรัพยากรกดขี่ข่มเหงคนเวียดนามตลอดเวลา รวมถึงการข่มเหงน้ำใจสารพัด สารเมนทอลเวียดนามไม่สนว่าจะเป็นลูกเขา เมียใครเหมือนให้รู้ว่าฝรั่งเศสคือผู้ปก ครองพื้นที่แห่งนี้เวลามีข้อพิพาทใดๆคน
ฝรั่งเศสสามารถสังหารคนเวียดนามได้และที่ สุดก็หลุดรอดคดีเพราะใช้กฎหมายฝรั่งเศสบน พื้นที่อาณานิคมนอกจากนี้ครับการขยาย อิทธิพลเองก็มาพร้อมกับการเผยแพร่ศาสนา ของเหล่ามิชชันนารีทำให้คนเวียดนามเอง ซึ่งแต่เดิมครับเคยเป็นพุทธศาสนิกชนนิกาย มหายาแตกแยกออกเป็น 2 ฝ่ายด้วยกัน เวียดนามส่วนใหญ่เป็นพุทธมหายานกับ เวียดนามอีกส่วนหนึ่งครับที่เข้ารับศีล จุ่มเป็นเวียดนามแคทลิมีการปะทะกันและแน่ นอนครับว่าในยุคภายใต้การปกครองของ ฝรั่งเศสเวียดนามที่เป็นแคทลิจะได้รับการ ปกป้องจากเจ้าอาณานิคมมากกว่าแต่ก็ไม่ได้ มีความหมายนะครับว่าคนเวียดนามแคทลินั้น อยากอยู่ภายใต้การปกครองของฝรั่งเศสคน เวียดนามแคทลิที่อยากให้เวียดนามเป็น เอกราชก็มีนะครับและหนึ่งในนั้นก็คือ ครอบครัวของบุคคลชั้นสูงของเวียดนามที่มี ชื่อว่าโงดินขาคนนี้เป็นคนเวียดนามแคทลิ ครับได้รับการศึกษาแบบอังกฤษเพราะไปเรียน ที่มาลายูตัวเขาเป็นส่วนผสมระหว่างความ ทันสมัยแบบตะวันตกกับแนวความคิดชาตินิยม แบบขงจื้อแบบตะวันออกหนึ่งในคุณูประการ สำคัญของโงดิ่นขาคนนี้ครับคือการตั้งโรง เรียนมัธยมแนวตะวันตกที่เมืองเวที่มีชื่อ ว่าลีเกอกฮอกลีซครับเป็นภาษาฝรั่งเศสแปล ว่ามัธยมส่วนคำว่ากฮ 2 คำสุดท้ายแปลว่า การศึกษาแห่งชาติโรงเรียนแห่งนี้คือโรง เรียนที่บุคคลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับ สงครามเวียดนามในลำดับต่อไปนี้ได้เข้าไป ศึกษาครับหนึ่งในนั้นก็คือเหวียนสินกุ้ง ซึ่งเป็นชาวจังหวัดเหงะอานที่ต่อมา เปลี่ยนชื่อเป็นโฮจีมินหรือว่าโฮจีมินที่ เรารู้จักรวมถึงบุคคลที่ต่อมานะครับกลาย เป็นมือขวาของเขาที่มีชื่อว่าหวอเหวียน ซาบคนไทยเรียกว่าโวเหงียนเกี๊ยบรวมถึง อดีตนายกรัฐมนตรีของเวียดนามที่มีชื่อว่า ฟ่ามวันดงสำหรับโงดิ่นขาครับมีลูกชายหลาย คนแต่ว่ามีน่าสนใจดังต่อไปนี้โงดิ่นทึกโง ดิ่งเสียมคนนี้คนไทยเรียกโงดินเดี่ยมต่อ มาจะมีบทบาทอย่ามากนะครับในประวัติศาสตร์ ในช่วงเวลาแบบนี้คนที่ 3 โงดิ่งยูและคน สุดท้องโงดิ่งเกินทั้ง 4 คนนะครับเรียน ที่โรงเรียนแห่งนี้คือลิเซกฮและทั้ง 4 คน ต่อมาเป็นผู้ทรงอิทธิพลต่อประเทศที่มี ชื่อว่าเวียดนามใต้หลังถูกแบ่งประเทศไป แล้วโดยเฉพาะอย่างยิเลยนะครับโงดิ่งเสียม พรีวิวนิดนึงต่อมาเขากลายมาเป็น ประธานาธิบดีเวียดนามใต้เป็นไม้เบื่อไม้ เมาของพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามหลังจากที่ เวียดนามเนี่ยถูกบีบให้ตัดแบ่งประเทศออก เป็นเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้ด้วยเส้น ขนานที่ 17 ในปี 1954 เดี๋ยวค่อยเล่ากัน ต่อตรงนั้นอย่างที่กล่าวไ้นะครับเวียดนาม เป็นประเทศที่มีสันฐานยาวนะครับฐานที่ มั่นของบรรดาผู้ที่ต้องการปลดแอกเวียดนาม จากฝรั่งเศสจะอยู่ตอนบนของเวียดนามเนี่ย เป็นหลักเลยดังนั้นไม่น่าแปลกใจนะครับว่า ช่วงแรกของสงครามอินโดจีนสมรภูมิการรบจะ อยู่ตอนบนของเวียดนามน่าสนใจนะครับว่าใน แง่การปกครองของฝรั่งเศสเนี่ยนะครับ ฝรั่งเศสยังคงให้ราชวงศ์เหวียนเป็นประมุข ต่อไปเพียงแต่เป็นผู้ปกครองของท่อนตรง กลางของอาณานิคมนั่นก็คือปกครองอันนำครับ ก็คือระหว่างกลางประเทศค่อนไปทางใต้นะ ครับและในปี 1932 ครับองค์ชายเหวียนฟุก หวินทรีวัย 13 ปีได้ครองราชต่อจากพระชนก ก็คือจักรพรรดิขายดินทรงพระนามว่า จักรพรรดิบาดทรงถือเป็นบุคคลที่มีความ สำคัญต่อวิวัฒนาการทางการเมืองของ เวียดนามในอีก 10 กว่าปีนับต่อมาครับแน่ นอนนะครับว่าตลอดเวลาของการปกครอง ฝรั่งเศสเต็มไปด้วยขบวนการชาตินิยมรโลกร ลอกเล่าทั้งภายในเวียดนามเองเช่นจากฟ่าน บุยเจลฟ่านชูตรินนอกจากนี้ยังมีขบวนการ ชาตินิยมของเจ้าชายเกืองเด๋นะครับแห่ง ราชวงศ์เหวียนซึ่งเป็นเจ้าชายสายชาตินิยม ครับที่เดินทางไปศึกษาต่อที่ญี่ปุ่นและมี การฟอร์มขบวนการชาตินิยมกับฟ้านบุเจที่ เชื่อว่าเป็นความหวังของคนเวียดนามด้วย
ขบวนการชาตินิยมเกิดขึ้นในยุคศตวรรษที่ 20 ชนชั้นน่ำกระจายตัวกันหลายแห่งครับทางใต้ เองโงดิ่นเสียมซึ่งเป็นบุตรของโงดิ่นขา เป็นหนึ่งหนในบุคคลที่เป็นผู้นำทางความ คิดด้วยทางเหนือของเวียดนามครับก็คือ ตังเกี๋ยหรือว่าโตแกงมีผู้บารมีผู้มี บารมีสูงสุดไม่พ้นคนที่มีชื่อว่าเหวียน ซินกุงนักปฏิวัติชาวเหงะอานผู้เลื่อมใสใน ลัทธิคอมมิวนิสต์ที่เขาเปลี่ยนชื่อมา 30 ครั้ง 40 ครั้งและต่อมาใช้ชื่อว่าโฮจีมิน หรือว่าโฮจิมินทีนี้ก่อนที่จะเดินหน้าต่อ ไปนะครับขออนุญาตพูดถึงประวัติของบุคคล นี้กันก่อนครับเหวียนซินกุงคนนี้เกิดปี 1890 ครับพ่อของเขาเป็นนักปราชญ์ที่ต่อ มาสามารถสอบจองหงวนผ่านเข้าไปรับใช้ ราชสำนักเวตอนนั้นก็อยู่ภายใต้การปกครอง ฝรั่งเศสนะครับที่อยู่ที่อันนัมตัวเขา เข้าเรียนที่โรงเรียนนี้เลยครับก็คือลีเ กวกหอกตั้งแต่เด็กเห็นความอยุติธรรมของ ระบอบอาณานิคมฝรั่งเศสและราชสำนักเวเมื่อ เติบใดอายุได้ 21 ปีเดินทางขึ้นเรือของ ฝรั่งเศสไปเป็นกุ๊กในเรือนะครับที่เดิน ทางท่องโลกเริ่มต้นไปที่เมืองมาเซตอนใต้ ฝรั่งเศสต่อมาไปยังสหรัฐอังกฤษโซเวียตและ จีนจีนในยุคนั้นเป็นยุคสาธารณรัฐนะครับ ช่วงการเดินทางครับตัวเขารับอิทธิพลของ ลัทธิคอมมิวนิสต์ร่วมการประชุมคอมมิทที่ ปารีสเลยกลายเป็นคนเอเชียที่มีบทบาทสำคัญ ต่อความเคลื่อนไหวของพรรคคอมมิวนิสต์ใน ยุโรปแน่นอนครับว่าตัวเขาถึงแม้จะโกง อินเตอร์แต่ไม่เคยละทิ้งความห่วงใยที่มี ต่อบ้านเมืองเขาติดต่อกับคนเวียดนามที่ ต้องการไล่อาณานิคมฝรั่งเศสออกจากแผ่นดิน ของเขาโดยต่อเนื่องและตัวเขาเองเปลี่ยน ชื่อหลักเป็นชื่อที่ 2 จากเหวียนซินกุงมา เป็นเหวนไกอกแปลว่าเหวียนผู้รักชาติ ประวัติของเขาหลายคนบอกไม่ชัดเจนครับ เพราะว่าเขาเปลี่ยนชื่อในการย้ายถิ่นฐาน มา 30 ครั้ง 40 ครั้งตัวเขาเคยมาอยู่ที่ ประเทศไทยด้วยนะครับที่จังหวัด นครพนมต่อมาก็ย้ายถิ่นฐานไปอยู่ที่จีนตัว เขาดวนรัฐบาลจีนคณะชาติของเจียงไคเช็คที่ ต่อต้านคอมมิวนิสต์นี้เนี่ยจับกุมตัวหลัง จากถูกจำคุก 1 ปีที่จีนครับมีนายทหาร ก๊กมินตั๋งผู้ที่มีชื่อว่าเหอจื้อหมิงนะ ครับปลดปล่อยตัวเขาให้เป็นอิสระตัวของเขา เองนะครับโฮจิมินชื่นชอบนายทหารคนนี้เหอ จื้อหมิงและจึงเปลี่ยนชื่ออีกครั้งหนึ่ง นะครับตัวหนังสือถ้าเราไปดูเป็นตัว หนังสือจือหั่นตัวหนังสือที่เป็นแบบจีนนะ ครับชื่อใหม่ของเขาที่เป็นภาษาเวียดนาม จึงเลียนแบบชื่อของเหอจื่อหมิงครับนั่นก็ คือชื่อว่าหูจื้อหมิงอ่านเป็นแบบเวียดนาม ือก็คือว่าโหจี๋มินแปลว่าผู้ที่มี อุดมการณ์และผู้ที่มีแสงสว่างต่อมาครับ เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 2 อุบัติขึ้นในปี 1939 ครับชายคนนี้ก็คือโฮจีมินหรือว่า โฮจิมินนะครับมองแล้วว่าฝรั่งเศสเดี๋ยว ต้องอ่อนแอลงครับเพราะจะต้องสู้รบกับนาซี เยอรมันในภูมิภาคยุโรปจึงเป็นโอกาสที่พวก เขาน่าจะสามารถเริ่มต้นขบวนการกู้ชาติไล่ ฝรั่งเศสออกไปได้เขาจึงรวมตัวกันกับสหาย ที่เคารพตัวเขาอย่างมากเช่นวอเวียนซาบคน ไทยเรียกว่าวงเห็นเกี๊ยบเลสวนคนไทยเรียก ว่าเลวฟ้ามวันด่งรร่วมกันตั้งขบวนการปลด แอกเวียดนามที่มีชื่อภาษาเวียดนามว่า เวียดนามด่งหลับด่งมินหรือที่เรารู้จัก กันในนามของเวียดมินห์ ครับว่าระหว่างเตรียมเนื้อหานี้ด้วยความ ที่รายการต้องการคงอรรถรสของบริบทประเทศ ที่เป็นท้องเรื่องของประวัติศาสตร์ด้วย การอ่านออกเสียงให้ถูกต้องครับแต่ตัวเรา นี่นะครับเราไม่รู้จักภาษาเวียดนามจึงขอ ความอนุเคราะห์ไปยังรองศาสตราจารย์ดร มนธิราราโทอาจารย์ประจำภาควิชชาภาษา เวียดนามคณะอักษรศาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ครับที่อาจารย์ให้ความอนุเคราะห์ในการ อ่านออกเสียงจากือก๊กก๋นะครับซึ่งเป็น ภาษาเวียดนามที่ใช้ตัวอักษรโรมันในการ อ่านออกเสียงให้เป็นภาษาไทยอย่างถูกต้อง ตามหลักเวียดนามมากที่สุดนะครับแต่ส่วนผม อ่านเพียนมนี่อีกเรื่องนะฮะยังไงก็ตาม
ต้องขอกราบขอบพระคุณอาจารย์มนทิราราโทมาณ ที่นี้ด้วยนะครับทีนี้การเป็นดังที่ โฮจิมินคาดการณ์เอาไว้ครับฝรั่งเศสแข็ง แกร่งขนาดไหนก็ตามแต่เจอสงครามโลกครั้ง ที่ 2 อุบัติขึ้นฝรั่งเศสในยุค ประชาธิปไตยสาธารณรัฐที่ 3 นั้นอ่อนแอและ ไม่สามารถต้านทานการรุกรานจากนาซีเยอรมัน ที่นาซีเยอรมันใช้เวลาไม่กี่เดือนสามารถ เผด็จศึกฝรั่งเศสกองทัพนาซีเยอรมันครับ เหยียบแผ่นดินปารีสได้นะครับในปี 1940 นาซีเยอรมันตั้งจอมพลฟิลิปเปตงเป็นรัฐบาล หุนเชิดที่เรียกกันว่า ชิฟกลุ่มเคลื่อนไหวเพื่อกอบกู้เอกราช เวียดนามตอนบนโดยเฉพาะอย่างยิ่งเลยนะครับ เวียดนามดงหลักดงมินหรือขอเรียกสั้นๆว่า เวียดมินนะครับหรือเวียดมินนี้เนี่ยหรือ ว่าเพสันนิบาตเพื่อเอกราชเวียดนามภายใต้ โฮจิมินหวอเหวียนซัเลือสวนที่ถูกตั้งขึ้น พร้อมกับพรรคคอมมิวนิสต์นะครับเวียดนามใน ปี 1941 มีการตั้งกองกำลังฐานอยู่ที่ทางทิศ เหนือของเวียดนามเวียดมินครับฉวยโอกาสตรง นี้ในการขับไล่ฝรั่งเศสออกไปเพราะตระหนัก ดีว่ากำลังของฝรั่งเศสแค่จะปกป้องตัวเอง ยังทำไม่ได้เลยแต่มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น ครับเพราะท่านต้องไม่ลืมว่าช่วงเวลานั้น ญี่ปุ่นเองเริ่มต้นต้องการขยายอำนาจ จักรวรรดิมหาเอเชียบูรพาใช้โอกาสนแหละ ครับในการรุกรานขยาอำนาจเข้าสู่พื้นที่ ของฝรั่งเศสณจุดนั้นไม่ได้เรียกว่าสงคราม ระหว่างญี่ปุ่นกับฝรั่งเศสนะครับแต่เรียก ว่าการรัฐประหารของญี่ปุ่นในฝรั่งเศสก็ คือในเวียดนามนั่นแหละครับจริงๆแล้วมันก็ คือการรุกรานนะครับพื้นที่อาณานิคมภายใต้ ฝรั่งเศสนะครับแต่ว่าเรียกแบบนั้นเผลินๆ แล้วเนี่ยท่านอาจจะมองว่าญี่ปุ่นอยู่ฝ่าย อักษะฝรั่งเศสเป็นฝ่ายสัมพันธมิตรน่าจะ เรียกว่าสงครามแต่จริงๆแล้วที่เขาไม่ เรียกสงครามเพราะอะไรครับฝรั่งเศสภายใต้ รัฐบาหุนเชิดจอมพลเปตงหรือว่าี่ fr ถือ ว่าเป็นฝ่ายอักษะไปด้วยนะครับเพราะอยู่ ภายใต้เยอรมันดังนั้นเวียดนามก็คือสมบัติ ของฝ่ายอักษะที่ญี่ปุ่นนั้นเดินหน้าเข้า ไปและครอบครองดูแลจากมิตรประเทศที่เป็น อักษะด้วยกันอย่างชิฟจักรพรรดิเบาดครับ ตอนนั้นเป็นผู้ใหญ่แล้วประมาณอายุ 20 ปลายๆนะครับใกล้ 30 ละกลับมาประทับที่ ราชธานีเวฟเป็นจักรพรรดิของระบอบ จักรวรรดินิยมเพียงแต่ว่าช่วงนั้นก็เลย ได้กลายเป็นจักรพรรดิขุ่นเชิดของพวก ญี่ปุ่นตัวเจ้าชายเกืองเด๋ครับที่บอกว่า เป็นเจ้าชายชาตินิยมที่เรียนหนังสือที่ ญี่ปุ่นนะครับด้วยความที่พระองค์เองคุ้น เคยกับญี่ปุ่นก็เลยไม่ได้พยายามต่อต้าน จักรวรรดินิยมญี่ปุ่นและรับตำแหน่งเป็น เสนาบดีในราชสำนักเวภายใต้การปกครองของ ญี่ปุ่นต่อมากองกำลังที่สำคัญที่สุดครับ ก็คือเวียดหมินนะครับก็เลยกลายเป็นกอง กำลังที่ต้องการที่จะผลักดันไม่ว่าจะเป็น ฝรั่งเศสหรือญี่ปุ่นก็ตามแต่สำหรับเวียด มินแล้วไม่ว่าจะเป็นชาติไหนก็คือ จักรวรรดินิยมที่กดหัวเวียดนามอยู่ดีพวก เขาต้องการปลดแอกจากจักรวรรดินิยมญี่ปุ่น ครับไม่แตกต่างจากที่ต้องการที่จะไล่ ฝรั่งเศสออกไปแต่แน่นอนการสนับสนุนจาก ต่างชาติในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เมี ค่อนข้างจำกัดครับเพราะว่าจีนในช่วง สาธารณรัฐที่มีเจียงไคเช็คเนี่ยนะครับ เป็นประมุขแล้วก็มีจีนคอมมิวนิสต์ก็ยัง ไม่สามารถที่จะช่วยเหลือแม้ทั่งช่วยเหลือ ตัวเองได้นะครับเพราะว่ากำลังโดนญี่ปุ่น เนี่ยรุกรานหนักดังนั้นเวียดมินจึงไม่ได้ รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จากจีนสักเท่า ไหร่โงดิ่งเสียมเองทางใต้ครับไม่ต่างกัน พวกเขาต้องการปลดแอกจากญี่ปุ่นแต่ไม่ สามารถที่จะร่วมกับพวกเวียดหมินได้เพราะ พวกเขาไม่เชื่อในระบอบคอมมิวนิสต์โงดิ่ง เสียมเองครับเคยเดินทางขึ้นเหนือไปพบกับ โฮจิมินเพื่อต้องการหาทางออกร่วมกันขบวน การชาตินิยมทั้งทางเหนือที่เป็น คอมมิวนิสต์และทางใต้โดยโงดิ่งเสียมแต่ ที่สุด 2 คนไม่สามารถเดินหน้าร่วมกันได้ ช่วงวันนั้นเวียดนามครับตกเป็นของญี่ปุ่น และเหมือนโดนกระทำชำราซ้ำครับเพราะทหาร ญี่ปุ่นนั้นยึดข้าวและบังคับให้ชาว
เวียดนามปลูกข้าวให้เพียงพอกับความ ต้องการกองทัพญี่ปุ่นจนคนเวียดนามเองต้อง อดอาหารตายเป็นเบือตัดภาพมาครับพฤษภาคม 1945 สงครามโลกครั้งที่ 2 ในสมองรับคุม ยุโรปจบลงญี่ปุ่นเองตระหนักดีว่าไม่นาน สหรัฐและสัมพันธมิตรต้องเผด็จศึกญี่ปุ่น แน่นอนเวียดหมิและขบวนการชาตินิยม เวียดนามเดินเกณฑ์ในการขับไล่ญี่ปุ่นออก ไปได้อย่างรวดเร็วเรียกว่าการปฏิวัติ สิงหาคมในกระบวนการนั้นครับเวียดนามเอง ไม่ค่อยมียุทโธปกรณ์เพียงพอในการทำการขับ ไล่ผู้รุกรามโฮจิมินเองหรือเรียกกันว่า บาร์คโฮหรือว่าลุงโฮต้องเรียกร้องให้คน เวียดนามครับเอาทองคำที่แต่ละครอบครัว สะสมเอาไว้ไปขายเอามาซื้ออาวุธต่อต้านผู้ รุกรานในครั้งนั้นคนเวียดนามเสียสละร่วม กันลงขันซื้ออาวุธจากสหรัฐและจีนคณะชาติ มาได้ไม่น้อยแน่นอนที่สุดว่าญี่ปุ่นใน ช่วงโค้งสุดท้ายของสงครามโลกถูกสหรัฐและ สัมพันธมิตรรุกคืมจากตอนใต้ของญี่ปุ่น พ่ายแพ้ต่อระเบิดปรมณู 2 ลูกในเดือน สิงหาคมและยอมพ่ายแพ้อย่างเป็นทางการ 2 กันยายน 1945 วันนั้นเองครับเป็นวันที่ โฮจิมินผู้นำกลุ่มชาตินิยมที่มีบารมีมาก ที่สุดและขับคลื่นการต่อสู้เพื่อเอกราชนะ ครับเริ่มต้นสาธารณรัฐประชาธิปไตย เวียดนามเป็นจุดเริ่มต้นของเวียดนามยุค ใหม่ที่เป็นเอกราชและปลอดจากการครอบงำของ ชาวต่างด้าวแล้วในแง่การปกครองครับ จักรพรรดิขุนเชิดหรือบ๋าวใดต้องสละ ราชบัลลังก์ไปด้วยเพราะเวียดนามก้าวสู่ ระบอบการปกครองใหม่ไปแล้วแต่สำหรับลุงโฮ มองว่าว่าการที่จะรวมเวียดนามให้เป็น หนึ่งเดียวได้ต้องอาศัยบารมีของจักรพรรดิ เบ๋าใดจึงทูลเชิญพระองค์นี่แหละครับใน ฐานะของเหวียนฟุกหวนถี่ก็คือพระนามสามัญ มาเป็นที่ปรึกษากิตติมศักดิ์เพราะว่าตัว พระองค์เองนะครับถึงแม้ว่าจะไม่ค่อยได้ปก ครองประเทศสักเท่าไหร่ก็มีคนภักดีต่อพระ องค์จำนวนมากมายอย่างน้อยที่สุดครับก็คือ พื้นที่ทางใต้ที่เวียดมินห์ คอมมิวนิสต์แบบลุงโฮแต่ทีนี้ครับชะตา ชีวิตของประเทศเล็กอย่างเวียดนามยิ่งเป็น อดีตอาณานิคมไม่ได้อยู่ที่มือของตัวเองสิ ครับแต่ว่าอยู่ในมือของเหล่ามหาอำนาจที่ ถือว่าเป็นตัวแทนของนานาชาติที่ว่าพวกเขา จะยอมรับรัฐเกิดใหม่ของคนเวียดนามกันขนาด ไหนสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ในแง่ ระเบียบโลกนะครับคนที่ดูแลดินแดนเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้หลังการพ่ายแพ้สงคราม ญี่ปุ่นก็คือ์ดวส M batt ที่เป็นผู้ บัญชาการสูงสุดเลยของกองทัพผสม สัมพันธมิตรในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ กองทัพของเขายกพลขึ้นบกที่ตอนใต้เวียดนาม ก็คือโคชินชีนก็คือบริเวณไส้งอนและแบ่ง เวียดนามออกมาเป็น 2 ส่วนตามแนวเส้นขนาน ที่ 16 องศาเหนือเป็นดินแดนของสาธารณรัฐ ประชาธิปไตยเวียดนามภายใต้โฮจิมินส่วนตอน ใต้คือโคชินชีนยังคงเป็นการดูแลภายใต้ ฝ่ายสัมพันธมิตรของฝรั่งเศสกลับมาอีกแล้ว ครับต้องบอกก่อนนะครับว่าไม่ได้พูดผิดนะ ครับว่าการแบ่งในตอนนั้นคือคือเส้นขนาน ที่ 16 องศาเพราะเส้นขนานที่ 17 องศที่ แบ่งเวียดนามเหนือและใต้ตามแนวแม่น้ำเบ่น หายที่จังหวัดกวางตรีอันนี้เป็นคนละเส้น คนละเหตุการณ์นะครับการแบ่งตอนนี้ใช้เส้น ขนาดที่ 16 องศาเหนืออยู่ว่าง่ายๆครับก็ คือการที่ล์ดวส M batt นั้นไม่ยอมมอบ เอกราชเวียดนามนั้นให้กับโฮจิมินทั้งหมด เพราะเวียดนามอีกครึ่งหนึ่งยังคงอยู่ภาย ใต้การดูแลของอดีตเจ้าอาณานิคมที่กำลังจะ กลับมานั่นคือฝรั่งเศสทีนี้ละครับมันก็ ขึ้นอยู่กับที่ว่าฝรั่งเศสเจ้าอาณานิคม เดิมจะเอาอย่างไรกับอดีตอาณานิคมที่พวก
เขาเนี่ยเสียไปให้กับญี่ปุ่นในช่วงสงคราม มหาเอเชีย บูรพามีความหมายนะครับว่าสำหรับโฮจิมิน แล้วพวกเขาหลังจากสู้กับญี่ปุ่นจนเสร็จจะ กลับมาเหมือนเดิมที่พวกเขาต้องลงไปไล่ ฝรั่งเศสทางตอนใต้อีกหรือเปล่าสำหรับคน เวียดนามจบสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้ว มันควรจะเป็นจุดจบที่มาพร้อมกับเอกราชของ พวกเขาในดินแดนที่มีบูรณภาพจากเหนือจรด ใต้แต่จริงๆแล้วมันไม่ใช่ครับเพราะมัน เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นของสงครามที่จะ ยืดเยื้อยาวนานอีกต่อไปร่วม 2 ทศวรรษ ครึ่งฝรั่งเศสจะกลับเข้ามาแล้วเวียดนาม ที่บอบช้ำอยู่แล้วจะเจอกับอะไรเดี๋ยว Episode หน้าเรามาติดตามกัน ครับ The Standard podcast Eye Opening for your ear This is the Standard podcast Eye Opening for your ears 8 minute history สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ครับที่ญี่ปุ่นผู้รุกรานครอบครองเวียดนาม ประมาณ 5 ปีพ่ายแพ้สงครามโลกขณะที่ ฝรั่งเศสที่แทบเอาตัวไม่รอดหลังสงครามโลก ครั้งที่ 2 จนต้องเสียอินโดจีนจริงๆก็บอบ ช้ำจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ไม่น้อยครับ แต่ในที่สุดนานาประชาคโลกภายใต้การตัดสิน ใจของผู้บัญชาการทหารสูงสุดกองผสม สัมพันธมิตรที่เอเชียอาคเนคือดลสมาบลาก เส้นขนานที่ 16 องศายอมรับเอกราชของรัฐ ใหม่สาธารณรัฐเวียดนามใต้ภายใต้การนำของ ชิมิเพียงแค่ครึ่งประเทศตอนบนแค่นั้นรัฐ เกิดใหม่เวียดนามจึงยังไม่มีสิทธิในการ ตัดสินชะตาชีวิตของตัวเองโดยสมบูรณ์เพราะ ตอนใต้ยังคงอยู่ในมือของมหาอำนาจสิ่งนี้ เองที่ทำให้เวียดนามผ่านการต่อสู้ขบวนการ กอบกู้เอกราชเวียดมนภายใต้การนำของ โฮจิมินหวอเหวียนซาบเลสวรฟ่ามวันดงเหลือ เพียงแค่ภาพลวงตาของเอกราชชาติเวียดนาม ทั้งประเทศประวัติศาสตร์ 8 นาทีอิโดนี้จะ ไล่เรียงถึงเวียดนามหลังสงครามโลกครั้ง ที่ 2 ครับที่พวกเขาต้องเผชิญกับการกลับ มาของฝรั่งเศสที่ไม่ยอมสูญเสียอาณานิคม เดิมไปชัยชนะของพวกฝรั่งเศสภายใต้นายพล อองรีนาวาที่สมรภูมินาสาก่อนที่จะจบลง ด้วยชัยชนะประวัติศาสตร์ที่เดีนเบียนเฟู ในปี 1954 ชัยชนะปี 1954 ต้องบอกว่ามันคง ไม่แตกต่างไปจากปี 1945 ที่มันเป็นเพียง แค่หมอควันของเอกราชชาติเวียดนามแถมนำไป สู่ความขัดแย้งครั้งสำคัญที่ยืดยื้อต่อไป อีกนับ 10 ปีกว่าที่พวกเขาจะได้สัมผัสกับ สิ่งที่เรียกว่าเอกราชเอกภาพและ สันติภาพก่อนมาที่เวียดนามครับอย่างที่ บอกนะครับเวียดนามเองเป็นประเทศเกิดใหม่ ที่มีขนาดไม่ใหญ่ไม่โตครับดังนั้นสถานภาพ ของเขาก็ขึ้นอยู่ว่ามหาอำนาจที่อยู่ราย รอบนั้นจะเดินเกมอย่างไรเราไปดูกันที่
ปารีสกันก่อนครับว่าหลังสงครามโลกครั้ง ที่ 2 นั้นเกิดอะไรขึ้นกับฝรั่งเศสเปรียบ เทียบกันกับอังกฤษก่อนสิ้นสงครามโลกครั้ง ที่ 2 ในสมรภูมิยุโรปไปแล้วอังกฤษมีการ เลือกตั้งครับที่ผลออกมาพลิกล็อกมากเพราะ ว่าวีรบุรุษสงครามคือ Winston เชิพ่ายแพ้ การเลือกตั้งต่อผู้นำพรรคเลเบอร์ภายใต้ การนำของ CL ล CL ลครับเลือกที่จะไม่ รักษาสถานภาพของจักรวรรดิิิหรือ British Empire เพราะการที่จะคงสถานภาพนั้นไว้ ต้องใช้ทรัพยากรมหาศาลในการรักษาอาณานิคม แต่เลือกครับที่จะปล่อยเอกราชให้กลับไป กับประเทศที่อยู่ภายใต้ British Empire และเอางบประมาณในการที่จะไปดูแลอาณานิคม กลับมาเป็นสวัสดิการให้กับคนในประเทศตัว เองจะดีกว่าดังนั้นจะเห็นว่าในช่วงเวลา ของ clement ลียอินเดียที่ถือว่าเป็นเพชร ยอดมงกุฎของอังกฤษก็ได้รับเอกราชไปรวมไป ถึงประเทศอื่นๆทีละน้อยฝรั่งเศสล่ะครับ เหมือนกันไหมฝรั่งเศสภายใต้ยุค ประชาธิปไตยสาธารณรัฐที่ 4 คิดแตกต่างกัน กับพวกอังกฤษครับเพราะพวกเขายังคงต้องการ ไปควบคุมอาณานิคมเดิมเหมือนก่อนสงคราม ทั้งอาณานิคมที่แอฟริกาแอฟริกาเหนือเช่น แอลจีเรียเวียดนามและอินโดจีนก็ไม่แตก ต่างกันครับฝรั่งเศสเองครับไม่มีความคิด ที่จะปลดปล่อยเวียดนามพวกเขาจะใช้ตอนใต้ ก็คือโคชินชีนที่พวกเขานั้นยังคงมีสิทธิ์ จากการแบ่งเวียดนามบนเส้นขนานที่ 16 และ วางแผนใช้พื้นที่ในตอนใต้เป็นฐานทัพในการ รุกคืบเขมือบเวียดนามทั้งประเทศอีกครั้ง หนึ่งรวมถึงพื้นที่เวียดนามตอนเหนือที่ ตอนนั้นกลายมาเป็นสาธารณรัฐประชาธิปไตย เวียดนามภายใต้การนำของโฮจิมินไปแล้วก่อน เดินหน้าขออธิบาย 2 ประเด็นก่อนนะครับ อย่างที่บอกเส้นขนานที่ 16 นี้เนี่ยเฮีย ไม่ได้อ่านผิดนะครับเพราะว่าเส้นขนานที่ 16 นี้ไม่ใช่เส้นขนานที่ 17 ที่เป็นการ ตัดแบ่งเวียดนามเหนือกับเวียดนามใต้เส้น ขนานที่ 16 ถูกลากขึ้นมาโดยลอร์ดวส M Battle 1945 ในขณะที่เส้นขนานที่ 177 นะครับใช้แนวของแม่น้ำเบ่นหายถูกตัดขึ้น นะครับ 9 ปีหลังจากนั้น 1954 เป็นคนละ เส้นและคนละเหตุการณ์ต่อมาครับคำว่าเวียด มินนะครับหรือว่าเวียดมินบางคนอาจจะสับสน เพราะเคยได้ยินว่าเดี๋ยวต่อมาก็มีเวียดกง แล้วมันต่างกันมาอย่างไรนะครับเวียดมินนะ ครับเวียดนามดงหลับดงมินคือชื่อของกระบวน การหรือสันนิบาตเรียกร้องเอกราชเวียดนาม ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ที่เวียดนาม นั้นอยู่ภายใต้ฝรั่งเศสและญี่ปุ่นถือ กำเนิดขึ้นในปี 1941 เป็นองค์กรที่อยู่ ภายใต้การบังคับบัญชาของโฮจิมินหวอเหวียน ซัเดมินเป็นกองกำลังนะครับของฝ่าย เวียดนามจนกระทั่งสิ้นสุดสงครามอินโดจีน ครั้งที่ 1 ที่เรากำลังจะไล่เรียงกันตอน Episode
นี้ในขณะที่เวียดกงครับคือขบวน การของเวียดนามเหนือถ้าพูดว่าเวียดนาม เหนือก็แสดงว่าเกิดขึ้นหลังจากที่ เวียดนามถูกแบ่งออกเป็นเหนือและใต้ในปี 1954 แล้วนะครับเวียดกงคืออะไรครับคือ กองกำลังที่ต่อสู้กับภัยคุคามต่างด้าวก็ คือเวียดนามใต้ที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของ จักรวรรดินิยมอเมริกันเพราะฉะนั้น เวียดมินห์ สนและจะได้ไม่งงต่อไปครับแล้วกลับมาที่ ฮานอยครับซึ่งเป็นศูนย์กลางอำนาจของรัฐ เวียดนามทางตอนเหนือหรือว่าสาธารณรัฐ ประชาธิปไตยเวียดนามกันก่อนเมื่อโฮจิมิน รู้ครับว่ามหาอำนาจฝรั่งเศสกลับมาในตอน ใต้เป้าหมายหลักยังคงเดิมคือต้องการที่จะ ทำอย่างไรก็ได้ให้เวียดนามของเขาเป็น เอกราชและเป็นหนึ่งเดียวแต่ด้วยสถานการณ์ ตอนนั้นทำให้โฮจิมินที่ตกครองพื้นที่ทาง ตอนเหนือคือตังเกียและบางส่วนของอันนจำใจ ต้องเจรจากับฝรั่งเศสครับและหลงท้ายด้วย การทำสัญญาที่มีชื่อว่าสนธิสัญญาโฮแซงเตี นะครับโฮก็คือโฮจิมินก็คือโฮจิมินแซนตีก็ คือชองซองเตีเป็นข้าหลวงนักการทูตของ ฝรั่งเศสนะครับที่มีการตกลงกัน 3 มีนาคม 1946 นะครับใจความสำคัญคือการที่ ฝรั่งเศสยอมรับสถานภาพของรัฐเอกราชของ สาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนามก็คือ เวียดนามภายใต้การปกครองโฮจิมินทางตอน เหนือนะครับเพื่อที่ตัวเขาเองจะได้ค่อยๆ แผ่ทางสู่การรวมชาติในในอนาคตพูดง่ายๆตอน นี้รบกันไม่ได้เอาแบบนี้ก็แล้วกันยอมรับ รัฐทางตอนเหนือไปก่อนแต่ในทางปฏิบัติครับ ฝรั่งเศสเองกลับส่ง่าหลวงซึ่งเป็นพลเรือ เอกยอเคีดักองเข้ามาสถาปนารัฐโคชินชีนทาง ตอนใต้ของฝรั่งเศสแบบไม่แครข้อตกลงที่มี อยู่ก่อนหน้าเป็นอันชัดเจนแล้วครับว่า ฝรั่งเศสดูเหมือนกับจะให้สถานภาพกับ เวียดนามแต่ขณะเดียวกันพวกเขาส่งทัพเรือ มาปกครองทางตอนใต้ดักจลอครับเดินเกมด้วย การทูลเชิญอดีตจักรพรรดิเบาดหรือว่า เหวียนฟลุกหวินทรีที่ครองราชย์ที่โคชิน ชีนเพื่อที่จะเป็นประมุขสร้างความชอบธรรม ให้กับการกลับมาของฝรั่งเศสแต่ว่า จักรพรรดิเบ๋าไดดปฏิเสธครับเพราะตระหนัก ดีว่ามันคือการพาตัวพระองค์เองไปขัดแย้ง กับคนเวียดนามจำนวนมากและเลือกที่จะบอก ฝรั่งเศสว่าจะรับเป็นประมุขก็ต่อเมื่อ เวียดนามนั้นถูกรวมเป็นหนึ่งเดียวแล้ว เท่านั้นฝรั่งเศสครับในช่วงเวลานั้นใช้ โมเดลแบบ commonwealth แบบอังกฤษด้วยการ จัดตั้งพื้นที่ที่เรียกกันว่าอุงซสคือการ รวมตัวกันอย่างหลวมๆของอดีตอาณานิคม ฝรั่งเศสโดยให้เอกราชกับรัฐอาณานิคมเดิม ในระดับที่แตกต่างกันแล้วแต่แรงตั้งต้าน ทานหวังให้เวียดนามตอนเบิร์นก็คือตังเกีย และอันนำยอมอยู่ที่อุนซสพูดง่ายๆเดินเข้า มายึดครองพื้นที่ทางใต้และบอกว่าจะจัด ตั้งสหพันธรัฐที่อยู่ภายใต้อูซสและเชื้อ เชิญให้เวียดนามของโฮจิมินเข้ามาอยู่ภาย ใต้เครือข่ายนี้ด้วย 1946 ครับโฮจิมิน เดินทางไปยังองตเบลอเพื่อพบกับรัฐมนตรี กระทรวงอาณานิคมฝรั่งเศสสาธารณรัฐที่ 4 ที่มีชื่อว่ามาคุสมูตวิญญาณนักสู้ เวียดนามครับคือไม่ยอมทุกข้อตกลงยืนยัน ที่จะต้องมีเอกราชบนแผ่นดินตัวเองแต่จะ ต้องยอมตกลงกับสถานการณ์ครึ่งๆกลางๆไป ช่วงนั้นก่อนสถานการณ์ครึ่งๆกลางๆในทางกฎ หมายภาษาละตินเเรียกว่ามุวดีเป็นแผนการ ชั่วคราวครับที่ทำให้คู่ขัดแย้งสามารถ อยู่ร่วมกันได้โดยไม่บานปลายนำไปสู่ความ ขัดแย้งที่ใหญ่กว่าที่ฮานอยครับรัฐบาล เกิดใหม่ร่างรัฐธรรมนูญโดยปราศจากวลีใด ที่พูดถึงบทบาทของฝรั่งเศสในขณะที่ ฝรั่งเศสเองตอบโต้ด้วยการเตรียมรุกราน เวียดนามตอนบนต่อไปมารูปการนี้ไม่ต่างจาก ที่คาดการณ์เอาไว้ครับความขัดแย้งความตึง เครียดมีอยู่เต็มพิกัดปลายปี 1946 ครับ เรือฝรั่งเศสที่เข้ามาตรวจการและจัด ระเบียบบริเวณเมืองท่าไฮฟองบริเวณอ่าว ตังเกี๋ยซึ่งเป็นเขตของสาธารณรัฐ ประชาธิปไตยเวียดนามที่สถานการณ์ดูแล้ว เหมือนปกติครับแต่ทางฝรั่งเศสบอกว่าเจ้า หน้าที่ชายฝั่งเวียดนามไฮฟองเนี่ยเริ่ม ต้นเปิดการยิงกราดยิงเรือฝรั่งเศสเข้าไป ชุดใหญ่ทำให้ทหารฝรั่งเศสเสียชีวิต 23 นายไม่รู้ว่าเพราะอะไรทหารเวียดนามจึงมี การกราดยิงฝรั่งเศสไปก่อนแต่เอาเป็นว่า มันกลายเป็นข้ออ้างในการที่ฝรั่งเศสภาย
ใต้การตัดสินใจของจอมพลดักจองลิอส่งเรือ รบที่มีชื่อว่าซูคองประชิดอ่าวตังเกียแรก ที่เดียวยิงกันประปรายครับกลายมาเป็นการ ที่ฝรั่งเศสเริ่มต้นระดมยิงจรวดเข้าใส่ เมืองไฮฟองมีผู้เสียชีวิตนะครับเป็นทหาร และพลินท์เวียดนามกว่า 6,000 คนด้วยกันมา แบบนี้ชัดเจนแล้วครับว่าฝรั่งเศสต้องการ ประกาศสงครามและผนกเวียดนามทั้งแผ่นดิน เป็นของฝรั่งเศสแล้วเวียดนามเองครับ ยุทโธปกรณ์ไม่เพียงพอเจอแบบนี้เข้าไปครับ ในที่สุดครับผู้นำของสาธารณรัฐ ประชาธิปไตยเวียดนามอย่างโฮจิมินต้องหลบ หนีออกจากเขตเมืองแล้วไปกบดานที่เขตชนบท รับรู้ทันทีว่าพวกเขานิ่งเฉยไม่ได้แล้ว ต้องจับอาวุธขึ้นสู้กับพวกฝรั่งเศสผู้ที่ กลับมาต้องการเขมือบเวียดนามทั้งประเทศ อีกครั้งหนึ่งแล้วครับคำถามที่น่าสนใจ ครับแล้วนานาชาติล่ะปล่อย 2 ชาตินี้ เวียดนามกับฝรั่งเศสซัดกันเองแล้วไม่ดู ดายอย่างงั้นเหรอน่าสนใจครับย้อนกลับไป นิดนึงช่วงก่อนสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 ประมาณเมษายน 1945 เจ้าโลกใหม่ก็คือสหรัฐ อเมริกาภายใต้ประธานาธิบดีรเวลมองข้าม ช็อตและบอกกับฝรั่งเศสว่าจบสงครามโลก ครั้งที่ 2 แล้วอย่าไปแตะต้องอาณานิคม เดิมอย่างเวียดนามอีกแล้วก็มองไปที่ เจียงไคเช็คบอกว่าเจียงไคเช็คท่านไปดูแล เวียดนามได้มยจรงใคเช็คตอบชัดเจนบอกว่าขอ ไม่ยุ่งเกี่ยวครับเพราะอย่างมากก็ขอส่ง กองกำลังไปรักษาความสงบในช่วงชายแดน บริเวณเปลี่ยนผ่านเพราะตัวเองยังรบกับ คอมมิวนิสต์อยู่แต่แล้วครับรเวลถึงแก อสัญยกรรมไปเจียงไคเช็คในฐานะผู้นำสงคราม ที่บอบช้ำส่งกำลังพลจากมณฑลหยวนหนานภาย ใต้การนำของนายพลลู่ฮั่นลงไปควบคุมพื้น ที่ตอนบนของเวียดนามเหนือเส้นขนานที่ 16 ในขณะที่ทางใต้ครับก็อยู่ภายใต้การดูแล์ด ู M batt ในกรอบเวลาช่วงนั้นครับโฮจิมิน เดินเกมการทูตไปที่วอชิงตันกับ ประธานาธิบดีใหม่ก็คือแฮรี่ truman ที่ ช่วงนั้นเริ่มต้นเร่งอุณหภูมิสงครามเย็น กับสหภาพโซเวียต CL ลียนายกรัฐมนตรีของ เลเบอร์ได้รับจดหมายเหมือนกันครับแต่ว่า พวกเขากำลังโฟกัสกับอังกฤษหลังสงครามโลก ด้วยการสร้างระบอบสวัสิการในอังกฤษ เจียงไคเช็คครับนอกเหนือไปจากการที่ส่ง นายพลลู่ฮั่นไปที่หวินหนานส่งไปเรียบร้อย ดูแลความสงบที่ชายแดนแล้วถอนทหารกลับไป ครับเพราะว่าจะต้องเข้าไปดูแลสถานการณ์ ระหว่างกกมินตั๋งกับคอมมิวนิสต์ดังนั้น ไม่มีเสียงตอบรับจากปลายทางจากการติดต่อ ไปของโฮจิมินแม้แต่น้อยจนกระทั่งนำไปสู่ การที่ฝรั่งเศสเข้าไปครอบครองเวียดนามอีก ครั้งหนึ่งจากชนวนการโจมตีที่ไฮฟอง 1946 พูดง่ายๆ 6 โฮจิมินเหมือนไม่มีพรรคพวก ต้องอยู่แต่เพียงลำพังในการต่อสู้กับ ฝรั่งเศสระหว่างปี 47 กับ 48 ครับณเวลา นั้นฝรั่งเศสสามารถควบคุมพื้นที่เวียดนาม ได้มากขึ้นมากขึ้นพวกเขาเริ่มต้นผนวกพื้น ที่ตอนบนซึ่งแต่เดิมเคยเป็นพื้นที่ สาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนามของโฮจิมิน ได้แล้วและสถาปนาพื้นที่ดังกล่าวเป็น เอต้ายเวียดนามหรือว่ารัฐแห่งเวียดนามใน ปี 1948 ผ่านสนธิสัญญาลองเบยกเลิกสิ่งที่ เป็นมาหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แต่งตั้ง จักรพรรดิบาวใดขึ้นมาเป็นประมุขอีกครั้ง หนึ่งและตั้งเหวียนหวัซวนเป็นนายก รัฐมนตรีพูดง่ายๆฝรั่งเศสกลับมาครองทั้ง ประเทศอีกครั้งหนึ่งและนั่นละครับคือการ ระเบิดขึ้นของสงครามอินโดจีนลค แดชิระหว่างคู่กรณีฝรั่งเศสที่กลับมาใหม่ ครองทั้งประเทศกับเวียดนามที่ตอนนี้เข้า
ไปรบแบบกองโจรในพื้นที่ชนบทของเวียดนาม สงครามนี้ยืดเยื้อยาวนานต่อมาอีก 7 ปี กว่าๆฝรั่งเศสครับอัญเชิญจักรพรรดิเบาด ขึ้นมาเป็นประมุขครั้งนี้เป็นการครอง ราชย์สมัยที่ 2 หลังจากที่สละราชบัลลังก์ ไปหลังการพ่ายแพ้ของญี่ปุ่นที่ก็ไม่น่า แปลกใจล่ะครับที่โฮจิมินจะประนามเหวียน ฟุกหวินทรีหรือบ๋าวไดดจวบจนลมสุดท้ายของ ชีวิตว่าบ๋าวไดดคือผู้ทรยศชาติก่อนที่จะ เดินหน้าครับไหนๆคุยถึงพระจักรพรรดิเบ๋า ใด่หรือว่าเหวียนฟุกหวินทรีนะครับเพราะ ว่าพูดถึงคนนี้หลายครั้งเลยเหลือเกินไล่ เรียงประวัติย่อสักนิดนึงครับเหวียนฟุก หวินทีก็คือชื่อสามัญของจักรพรรดิเบาด เป็นจักรพรรดิองค์ที่ 13 และองค์สุดท้าย ของราชวงศ์เหวียนที่ปกครองเวียดนาม 143 ปีพระองค์เกิดในปี 1913 ครองบัลลังก์ใน วัย 13 ปี 1926 ที่เป็นจักรพรรดิแห่งอัน นำและโคชินชีนภายใต้การปกครองของฝรั่งเศส บาดใช้ชีวิตส่วนใหญ่ที่ต่างประเทศครับ เพื่อเรียนหนังสือที่ฝรั่งเศสจึงเป็น ราชนิกุลที่มีไลฟ์สไตล์กับแนวความคิดแบบ ตะวตกไม่รู้สึกเป็นดือดเป็นร้อนล่ะครับ ที่เวียดนามอยู่ภายใต้การปกครองต่างด้าว ไม่จะเป็นฝรั่งเศสหรือญี่ปุ่นเพราะพระ องค์นั้นเสพสุขจนเป็นนิดและได้ฉายาว่า ฮ่องเต้ไนคลับแม้ว่าอย่างไรครับก็จะมีผู้ ภักดีต่อพระองค์และระบอบเดิมอยู่ไม่น้อย จนโฮจิมินดังที่ได้บอกไปใน Episode ที่ แล้วครับในช่วงที่สามารถเอาชนะสงคราม เหนือญี่ปุ่นได้จึงเชิญพระองค์เนี่ยมา เป็นที่ปรึกษาข้างการในช่วงหลังสงครามโลก ครั้งที่ 2 ด้วยสถานภาพของพระองค์นี่แหละ ครับเป็นที่ต้องการของหลายฝ่ายเลยไม่จะ เป็นฝ่ายคอมมิวนิสต์ของโฮจิมินในช่วง หนึ่งฝรั่งเศสรวมถึงฝ่ายชาตินิยมนะครับ ดังนั้นพระองค์จึงรับคำเชิญของฝรั่งเศส และก้าวขึ้นมาเป็นประมุขนะครับของอนินซส เวียดมินห์ เวนซาฟมีกำลังพลเยอะกว่าแน่นอนครับเพราะ ว่าเป็นประเทศพวกเขาแต่ยุทโธปกรณ์ของพวก ฝรั่งเศสทันสมัยกว่าครับทำให้สิ่งที่ เวียดมินห์ โจรสิ่งที่พวกเขาทำได้นะครับก็คือการรบ แบบจรยุทธรบในชนบทที่เวียดนามตอนบนและการ วกเข้าสู่ประเทศเพื่อนบ้านก็คือสปปลาวที่ ตอนนั้นก็คือประเทศลาวเป็นพื่อนบ้านทาง ตะวันตกของเวียดนามในการตีโอบกลับ ฝรั่งเศสจากการใช้พื้นที่ประเทศลาวเป็น พื้นที่ในการลำเลียงกำลังพลด้วยขีดจำกัด ทางยุทโธปกรณ์ครับและการที่ไม่มีมหาอำนาจ ชาติใดเข้ามาช่วยเหลือเวียดมินห์เวียด ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้มากนักและสไตล์ ฝรั่งเศสครับกลับเข้ามาต้องการแสดงออก ซึ่งความเหนือกว่าข่มเหงทรมานคนเวียดนาม ให้เกิดความหวาดกลัวไม่กล้าร่วมกับฝั่ง เวียดมินห์ คุโชนมากขึ้นและต้องการไล่พวกเขาออกไปจาก แผ่นดินให้เร็วที่สุดขอแวะขึ้นเหนือไปที่ จีนกันบ้างครับเพราะว่าอีกหนึ่งเหตุการ สำคัญที่จีนและส่งผลกระทบต่อเวียดนามและ เป็นผลบวกต่อเวียดมินห์ ครั้งที่ 2 เนี่ยจีนดูไม่มีบทบาทอะไรนะ ครับภายนอกเท่าไหร่เพราะพวกเขาเจอสงคราม กลางเมืองครั้งที่ 2 ระหว่างจีนคณะชาติ ขัวหมินตังของเจียงไคเช็คกับพรรค คอมมิวนิสต์จีนนำโดยเหมาเสือตุงและที่สุด แล้วครับจบลงด้วยชัยชนะของคอมมิวนิสต์ เหมาเจ๋อตงที่สถาปนาสาธารณรัฐประชาชนจีน ในเดือนตุลาคม 1000 1949 การพลิกคู่ของจีนครับจากรัฐบาลจีน ไคเช็คสู่คอมมิวนิสต์มีความหมายว่า เวียดนามที่เป็นคอมมิวนิสต์ของโฮจิมินมี อุดมการณ์ทางการเมืองเดียวกันกับพี่ใหญ่ ทางตอนบนอย่างจีนแล้วไงครับดังนั้นเหมือน เวียดมินห์ ของโฮจิมินหวอเหวียนทรัพยมากกว่ายุคก่อน
หน้านั้นแล้วและนี่เองคือตัวพลิกเกมที่ทำ ให้เวียดมินห์กับฝรั่งเศสตอนนี้รบกันได้ แบบสูสีขึ้นอีกเยอะแล้วหันมาดูรัฐ เวียดนามที่เป็นรัฐฝรั่งเศสที่ตั้งขึ้นมา ใหม่นี้นะครับอยู่ภายใต้อุงชิสของ ฝรั่งเศสพวกเขาก็มีบ๋าวไดดล่ะครับแล้วก็ มีนายกรัฐมนตรีที่เป็นคนเวียดนามแต่เป็น เพียงแค่หุนเชิดเท่านั้นเองระหว่างนี้ ครับทางตอนใต้ของเวียดนามเองบุคคลที่เป็น ผู้นำลัทธิชาตินิยมก็เลยถือกำเนิดขึ้นมา อีกคนหนึ่งทางตอนใต้บุคคลคนนั้นก็คือโง ดิ่นเสียมคนไทยเรียกชื่อว่าโงดินเดียมจำ ได้มยครับว่าคนๆนี้คือบุตรชายนะครับที่ สำคัญมากของโงดินขานักปราชญ์และผู้นำชน ชั้นนำคนสำคัญที่ตั้งโรงเรียนที่มีชื่อ ว่าลีซกอกฮอกที่โฮจิมินเป็นศิษย์เก่าและ โงดิ่งเสียมคนนี้ก็เป็นหนึ่งในศิษย์เก่า เช่นเดียวกันชื่อนี้คนไทยจะได้ยินบ่อย ครับในยุค 60 และ 70 เพราะต่อมาเขากลายมา เป็นบุคคลที่เป็นประธานธานาธิบดีของ เวียดนามใต้ในนๆพูดถึงโงดิ่งเสียมแล้วนะ ครับงวดที่แล้วเราบอกว่าโงดิ่นขามีลูกชาย หลายคนโงดิ่งเสียมต่อมาเป็นประธานาธิบดี เวียดนามใต้แต่อีกคนหนึ่งไม่พูดไม่ได้เลย ครับก็คือบุตรชายคนโตที่มีชื่อว่าโงดิ่ง ทุกขคนนี้ครับต่อมากลายมาเป็นพระราชาคณะ ของคริสตจักรโรมันแคทลิของเวียดนามนั่น เองมีความหมายว่าให้ลูกชายบวชเข้านะครับ เป็นเณรแล้วก็เป็นพระในศาสนจักรนิกาย โรมันคาทอลิกซึ่งต่อมาก้าวไปจนทั่งกลาย เป็นบิชอปหรือพระราชาคณะของนิกาย โรมันคาทอลิกที่เวียดนามอีกคนหนึ่งครับ ซึ่งต่อมาจะมีบทบาทค่อนข้างเยอะก็คือโง ดินยูนะครับแล้วก็โงดินเกิน 2 คนนี้ต่อมา จะมีบทบาทต่อการครองอำนาจของตระกูลโงใน เวียดนามใต้กลับมาที่โงดิ่นเสียมในช่วง เวลาแบบนี้กันบ้างครับโงดินเสียมก็เป็นคน เวียดนามนะครับแต่นับถือศาสนาคริสต์นิกาย โรมันคาทอลิกนะครับตอนเด็กเขาเกือบที่จะ ไปบวชนะครับตามพี่ชายเข้าสู่การเป็นเณรใน คริสตศาสนาแต่แล้วเปลี่ยนใจครับออกมาเป็น ฆราวาสและเข้ารับราชการให้กับราชสำนักที่ เวรับตำแหน่งสูงหลากหลายตำแหน่งครับแต่ ขณะเดียวกันก็ไม่พอใจราชสำนักที่ยอมโอน อ่อนผ่อนตามเป็นแค่หุ่นเชิดฝรั่งเศสใน ช่วงการเรียกร้องเอกราชจากญี่ปุ่นนะครับ ตัวเขาก็หนึ่งในผู้นำเรียกร้องเอกราชที่ จะปฏิเสธไม่ร่วมนะครับกับญี่ปุ่นฝรั่งเศส และปฏิเสธที่จะเชื่อมโยงนะครับกับกลุ่ม เวียดมินห์ ยังมีอุดมการณ์แรงกล้าในการขับไล่ ฝรั่งเศสออกจากประเทศไปนะครับด้วยความที่ ตัวเขาเนี่ยมีความสัมพันธ์ที่ดีนะครับกับ ชาติตะวันตกหลากหลายชาติทำให้ตัวเขาหลายๆ ฝ่ายมองว่าน่าจะกลายมาเป็นหนึ่งในผู้นำ ที่ปลดแอกเวียดนามจากฝรั่งเศสได้ในอนาคต กลับมาที่การสึกที่ตอนบนนะครับของ เวียดนามกันบ้างท้าลเรียงทุกสมรภูมิของ สงครามอินโดจีนระหว่างเวียดมินห์คงกลาย เป็นประวัติศาสตร์ 8 ชั่วโมงแต่เอาเป็น ว่านะครับแล้วตัดภาพมาเลยการต่อสู้เรื่อย มาจนทั้่งปี 1952 ครับเวียดมินห์ นะครับก็คือการสงครามกองโจรที่เรียนรู้ เพิ่มเติมนะครับมาจากกองกำลังคอมมิวนิสต์ จีนเน้นอาการเอาชนะในพื้นที่ชนบทแบบป่า หลอเมืองแต่แล้วครับสงครามเกือบถึงจุด ไลแมกแล้วไปดูกันที่สงครามหน่าสาที่ จังหวัดเซลาปลายปี 1952 ครับกองกำลัง ฝรั่งเศส 2 กองพันนำโดยพลจัตวาชองยีสหา วิธีการในการดึงกองทัพเวียดหมิ่นนะครับ ที่เน้นการโจมตีจรยุทธ์แบบกองโจรออกมาจาก ที่มืดและบดขยี้ในที่แจ้งจนกำลังของ เวียดมินห์ จังหวัดเซลาถูกจับเป็นเชลย 2,000 กว่าคน บาดเจ็บร่วม 6,000 คนถือเป็นสมรภูมิที่ ผู้นำทางการทหารของเวียดมินห์ และกองกำลังเวียดมินเรียนรู้ได้มมากที่ สุดเพราะว่าหวอเหวียนซาบถอดบทเรียนมัน อย่างละเอียดว่าฝรั่งเศสคิดอะไรก่อนเดิ หน้าสงครามกันต่อครับไปดูกันสักนิดนึงยอด ผู้นำทางการทหารของเวียดมินห์ คนไทยเรียกเห็นตรงๆก็อ่านตรงๆก็คือวงเห็น
เกี๊ยบนะครับชัยชนะของท่านเหนือฝรั่งเศส ต่อมาที่สมรภูมิดินเวียนฟูทำให้ชื่อของ ท่านถูกจารึกไว้ตลอดกาลท่านนี้ครับวอ เหวียนซาบต่อมาเป็นผู้บัญชาการทหาร เวียดมินห์ ตัวท่านเองน่าสนใจครับตัวท่านไม่เคยเรียน โรงเรียนทหารเลยไม่เคยมีประสบการณ์ทางการ รบอย่างเป็นทางการก่อนสงครามโลกครั้งที่ 2 เลยแต่พัฒนาอัจฉริยภาพทางการทหารแบบครู พักรักจำและการลงสนามจริงครับท่านเกิดปี 1911 แปลว่าอายุน้อยกว่าลุงโฮหรือว่า บาโฮ 21 ปีเป็นคนจังหวัดกวางบิตอนกลาง เวียดนามเรียนโรงเรียนเดียวกันอีกก็คือ มัธยมลีซกวักหอกที่ราชธานีเวหลักสูตรที่ ท่านเรียนท่านเรียนอะไรบ้างครับท่านเรียน คณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์ประวัติศาสตร์ วรรณคดีก็ตามปกติของหลักสูตรชาติตะวันตกล ครับเช่นเดียวกันครับเพื่อนร่วมรุ่นของ ท่านที่ต่อมากลายเป็นแกนนำและเป็นนายก รัฐมนตรีของเวียดนามต่อมาก็คือฟ้ามวันดง ตัวเา้าครับหวอเหวียนซาบนะครับพูดเสมอ เสมอว่าได้รับอิทธิพลทางการทหารจาก จักรพรรดินโปเลียนที่ 1 และคนร่วมยุคสมัย ของเขาก็คือสายลับของ British Empire ใน ตะวันออกกลางที่มีชื่อว่า thom ดวด laurence TE laurence หรือเรารู้จัก กันในนามของ laurence of arabia ผ่าน การหนังสือที่มีชื่อว่า Seven pillar of Wisdom ฝรั่งเศสครับหลังชัยชนะที่หน่า สานเซลาย่ามใจและรู้ดีว่าเวียดมินเองก็ ไม่ใช่ว่าจะเก่งเสมอไปและรู้ดีนะครับว่า เส้นเลือดใหญ่ของเวียดมินห์ ถ้าเกิดสามารถตัดเส้นทางลำเลียงเสบียง ยุทธภัณฑ์และก็กำลังพลที่ลาวได้ก็สามารถ ทอนความแข็งแกร่งของเวียดมินห์ การทหารคนแล้วคนเล่าของฝรั่งเศสไม่สามารถ เผด็จศึกเวียดมินห์ เฮนมายอร์แต่งตั้งจอมพลอองรีนาวาเข้ามา เพื่อเผด็จศึกอองรีนาวามองนะครับว่าพื้น ที่ยุทธศาสตร์บริเวณที่ไม่ไกลจากตะเข็บ ชายแดนนะครับลาวเวียดนามพื้นที่ตรงนั้นมี ชื่อว่าเดียนเบียนฟูเนเบนฟูภูมิศาสตร์ แล้วเนี่ยเป็นพื้นที่ราบครับเคยเป็นพื้น ที่จอดเครื่องบินของญี่ปุ่นมาก่อนถูกแวด ล้อมไปด้วยหุบเขาครับฝรั่งเศสใช้ในการ ลำเลียงพลด้วยการใช้เครื่องบินลำเลียงพล ส่งกำลังพลโดดล่มลงมาในหุบเขาตั้งค่า อย่างรวดเร็วปฏิบัติการครั้งนี้อองรีนาวา ส่งคริงเดแสีเป็นผู้บัญชาการในแนวหน้า สหรัฐอเมริกาตอนนี้ยังไม่มีบทบาทเลยนะ ครับให้การสนับสนุนด้วยการส่งนะครับ เฮลิคอปเตอร์ Fair ch c11 นาน 12 ลำ เข้ามาให้ความช่วยเหลือการตั้งกระบวนทัพ ของฝรั่งเศสที่เยนเบนฟูครับจัดออกเป็น ป้อมปประการบ้านนอกได้แก่กาลทางตอนเหนือ แนมารีทางทิศตะวันออกอิซาเบลทางตอนใต้และ เบริทางตะวันตกป้อมใจกลางเป็นชั้นในชั้น ที่ 2 ประกอบไปด้วยค่ายักอินเอน dominic มีพื้นที่สถานการณ์จอดอากาศสยานอยู่ตรง กลางและนี่ครับคือปฏิบัติการกัตของ ฝรั่งเศสในการตัดเส้นทางลำเลียงซัพพลาย ของเวียดมินวอเหวียนซาบมองครับว่าเียน เบนฟูก็เป็นเหมือนฉามข้าวล่ะครับรู้ว่า ยากในการที่จะลำเลียงยุทธภัณฑ์ขึ้นไปล้อม อยู่บนพื้นที่สูงข่มแต่ถ้าเกิดว่าพวกเขา สามารถที่จะลำเลียงปืนใหญ่แล้วก็ปืนต่อ สู้อากาศยานที่พวกเขาได้มาจากโซเวียต ยุทธภัณฑ์ต่างๆขึ้นไปสู่สันเขาได้มีความ หมายว่าพวกเขาจะสามารถยืนอยู่บนที่สูงข่ม
ฝรั่งเศสจะถูกล้อมกรอบไม่ตายก็เลี้ยงไม่ โตลครับครับเพราะไม่สามารถที่จะส่งเสบียง ลำเลียงและส่งกองกำลังบำรุงได้ง่ายๆพูด ง่ายๆเป็นยุทธศาสตร์แบบงูรัดเขียดแต่ ฝรั่งเศสเองคิดครับคงเป็นไปไม่ได้หล่ะ ครับที่ชาวเวียดนามจะสามารถนำลำเลียงพล และลำเลียงยุทธภัณฑ์ขึ้นไปอยู่ที่สันเขา และสามารถอยู่บนพื้นที่ที่เป็นสูงข่มและ โจมตีกองทัพฝรั่งเศสได้ไม่รู้ว่าฝรั่งเศส ชะล่าใจหรือไม่เชื่อว่าเวียดเมนจะทำได้ เหตุประการใดก็ไม่รู้แต่ตัดเข้าสั้นเลย ครับสมรภูมินี้ที่เียนเบียนฟูกินเวลาแค่ 54 วัน 1 เดือน 3 สัปดาห์ 3 วันมหาอำนาจ อย่างฝรั่งเศสที่มียุทธภัณฑ์เหนือกว่า เวียดมินถูกล้อมเอาไว้ตามแผนที่หวอเหวียน ซาฟวางแผนเอาไว้ฝรั่งเศสสิ้นหนทางทหาร ฝรั่งเศสกว่าพันคนหนีไปยังประเทศลาวที่ เหลือสู้รบไม่ได้และในที่สุดครับ 18 น2น ของวันที่ 7 พฤษภาคม 1954 พันตรีองนิโกลาผูกธงขาวเอาไว้ที่ ปลายปืนชูขึ้นเป็นสัญลักษณ์ว่าฝรั่งเศส หนึ่งในมหาอำนาที่ิอย่างยิ่งใหญ่ที่สุดบน โลกใบนี้ยอมแพ้ต่อเวียดมินแล้วพันเอก พิเศษคริสยองเดกัีผู้บัญชาการฝรั่งเศสที่ เดียนเบนฟูถูกจับกุมอยู่ในบังเกอร์หมด สภาพมหาอำนาจโดยสิ้นเชิงไม่กี่ชั่วโมง หลังจากนั้นฝรั่งเศสประกาศยุติบทบาททั้ง หมดในเวียดนามสำหรับชาวเวียดนามแล้วครับ สิ่งที่พวกเขาต่อสู้มาเจปีจบลงแล้วนับแต่ นี้คือเอกราชของชาวเวียดนามเหนืออูนิ แดชิฝรั่งเศสจะไม่กลับมาเป็นภัยคุกคามของ ชาวเวียดนามอีกต่อไปแล้วตัวเลขที่น่าสนใจ ครับแม้ว่าเวียดนามอาจจะมียุทโธปกรณ์ที่ ด้อยกว่านอกจากกลยุทธ์แล้วพวกเขามีใจของ คนเวียดนามครับที่ยอมตายดีกว่ายอมเป็นทาส ฝรั่งเศสมีกำลังพล 14,000 นายตายประมาณ 2,000 นายแต่เวียดนามครับที่สมรภูมิดีน เบนฟูมีกำลังพลมากกว่า 3 เท่าก่าคือ ประมาณ 50,000 นายนะครับตายไป 8,000 คน มากกว่าฝรั่งเศส 4 เท่าตัวทหารฝรั่งเศสใน สงครามบอกว่าไม่รู้ว่าพวกเขามาจากไหนเรา ยิงพวกเขาตายพวกเขาก็โผล่มาอีกเรายิงพวก เขาตายเขาก็โผล่มาอีกเหมือนมดที่ไม่รู้ จักจบจักสิ้นไม่รู้ว่าเพราะอะไรแต่เอา เป็นว่าฝรั่งเศสสิ้นศักดิ์ศรีทหาร ฝรั่งเศสถูกจับเป็นเฉลยร่วมหมื่นคนคือ เกือบทั้งหมดที่เหลือนั่นแหละครับเวียด หมิ่นที่ไม่มีอากาศยานเลยสามารถทำลาย อากาศยานฝรั่งเศสได้ 62 ลำและถล่มรถังได้ 10 คันสำหรับเวียดมินห์ ตระหนักถึงความเก่งกราดนะครับของเจ้าของ แผ่นดินนั่นก็คือคนเวียดนามเองไปแล้วใน ช่วงนั้นภายใต้ประธานาธิบดีเฮนโกตีและ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ก็คือเคองดองตัดสินใจ ถอนทหารจากโดจีนตลอดกาลแต่ว่าครับฝันแห่ง เอกราชเอกภาพและสันติภาพของคนเวียดนามไม่ ได้เริ่มต้นขึ้นอีกนะครับแต่ว่าจุดนี้ กลายเป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นของไฟสงคราม อีกระลอกใหญ่ที่ครั้งนี้ยืดเยื้อยาวนาน ต่อไปไม่แพ้กันไฟสงครามที่เริ่มต้นจาก ความขัดแย้งไม่เพียงแต่ต่างชาติกับ เวียดนามแต่ระหว่างคนเวียดนามด้วยกันเอง ที่ยึดถือคนละอุดมการณ์คนละศาสนาไม่ได้ เห็นภาพแห่งเวดเวียดนามหนึ่งเดียวที่มี เอกราชเอกภาพและสันติภาพฟังแล้วต้องให้ นึกถึงเพลงเรฟูจีของคาราบาวล่ะครับที่ ร้องว่ากินมีเหลือเผื่อแผ่กันวันนั้นวัน นี้คงไม่ต้องล่องเรือเกลือจิ้มเกลือเหลือ เพียงเรือล่องมามาเข้ามาเข้ามาเรฟูจีความ ขัดแย้งระหว่างกันครับที่ชักพาต่างชาติ เข้ามาย่ำยีเวียดนามอีก 1 ระลอกยาวนามร่ม 2
ทศวรรษมันเกิดอะไรขึ้นและทำไมสหรัฐ อเมริกาที่ไม่เคยแสดงท่าทีฟักไฟฝ่ายใดเลย จึงเข้ามาเกี่ยวข้องและยอมทุ่มเทสรพกำลัง มหาศาลไปกับสงครามในครั้งนี้ Episode หน้ามาติดตามกัน ครับ The Standard podcast ey Opening for your ear This is the Standard podcast Eye Opening for your ears 8 minute history ฝรั่งเศสนั้นปกครองเวียดนามมา ยาวนานนะครับตั้งแต่สมัยจักรวรรดิที่ 2 หรือว่านโปเลียนที่ 3 นะครับรุกราน ฝรั่งเศสทางตอนใต้และสถาปนาเป็นพื้นที่ โคชินชีนตั้งแต่ปี 1862 และไม่ยอมปล่อย เวียดนามจวบจนกระทั่งพ่ายแพ้ต่อเวียดนาม อย่างหมดรูปที่สมรภูมิเนเบนฟูในปี 1954 ครับฝรั่งเศสเองจำยอมต้องถอยออกมาจาก เวียดนามแบบถาวรครับและทศวรรษนั้นก็คือทศ สวัทิฝรั่งเศสเี่เจอกับปัญหานานาประการ เลยเพราะว่าที่แอฟริกาเหนือพวกเขาก็เจอ วิกฤตการณ์แอลจีเรียนะครับที่ชาว แอลจีเรียเองเรียกร้องเอกราชจากฝรั่งเศส ในปี 1958 ในสาธารณรัฐที่ 4 ซึ่งช่วงนั้นเอง ครับรัฐบาลฝรั่งเศสเองเจอมรสุมเยอะมากมาย จนต้องเปิดทางให้จอมพลชาลส์ The Gold ก้าวเข้ามาแก้ไขปัญหาก้าวสู่สาธารณรัฐที่ 5 ต่อไปเรากลับมาสู่เวียดนามกันบ้างครับ หลังจากสิ้นสุดสงครามเนเบนฟู 1954 แล้ว สงครามสิ้นสุดลงก็จริงครับแต่เรื่องการ ยอมรับสถานภาพของเวียดนามในสายตาประชาคม โลกกลายเป็นอีกมิติหนึ่งที่เวียดนามต้อง ฝ่าไปให้ได้ครับแม้ว่าเวียดมินเองจะพิชิต ศึกเหนือฝรั่งเศสไปแล้วครอบครองพื้นที่ เวียดนามตั้งแต่เหนือจรดใต้แล้วแต่เรื่อง มันไม่ได้จบแค่นั้นครับเพราะระหว่างการทำ สงครามกันยุทธภูมิเดียนเบียนฟูประชาคมโลก มีการจัดการประทุมชิเจนิวาครับว่าได้ เรื่องการกำหนดอนาคตของคาบสมุทรเกาหลีและ ของเวียดนามด้วยผลการประชุมที่ยืดเยื้อ คร่อมช่วงสงครามเดียนเบียนฟูมีมติว่าตัด แบ่งเวียดนามออกเป็น 2 ส่วนครับกล่าวคือ ทางตอนเหนือครับสาธารณรัฐประชาธิปไตย เวียดนามหรือเรียกกันว่าเวียดนามเหนือและ สาธารณรัฐเวียดนามหรือว่า rov Republic of เียดนามหรือเวียดนามใต้โดยเซนขนาที่ 17 โดยมีกำหนดจะมีการเลือกตั้งร่วมกัน ระหว่าง 2 รัฐของเวียดนามในปี 1956 หรือ 2 ปีให้หลังครับผลการรบนะครับ ที่ผลักดันให้ฝรั่งเศสออกไปนั้นไม่ได้ ช่วยเหลือครับให้ประชาคมโลกนั้นเปลี่ยน ชะตาชีวิตของเวียดนามที่ที่จะต้องถูกตัด แบ่งเป็น 2 ส่วนแต่อย่างใดพวกเขาชนะ ฝรั่งเศสได้เจริงแต่จะต้องมาเผชิญกับ
ปัญหาการที่ประเทศตัวเองถูกแบ่งออกเป็น 2 ซีกแน่นอนสิ่งนี้ขัดต่อสิ่งที่เวียดนาม แล้วก็บารโฮหรือว่าโฮจิมินหรือว่าโฮจิมิน ที่เรารู้จักกันนั้นไม่ต้องการแน่นอน เพราะเวียดนามที่เป็นรัฐจะต้องเป็นรัฐ หนึ่งเดียวมีเอกภาพมีบูรณภาพและมีเอกราช โดยสมบูรณ์สาธารณรัฐประชาธิปไตยเวียดนาม หรือเวียดนามเหนือจึงปฏิเสธในการลงนามใน ท้ายของ สนธิสัญญาแล้วต้องยอมรับแบบนี้ครับว่าชน ชั้นนำเวียดนามเองนะครับไม่ใช่ทุกคนครับ ที่เห็นภาพเวียดนามแบบเดียวกันเพราะว่า กลุ่มที่มิใช่คอมมิวนิสต์ก็คือกลุ่มที่มิ ใช่โฮจิมินนั้นก็ไม่ได้ต้องการที่จะรวม เวียดนามเป็นหนึ่งครับโดยเฉพาะกลุ่มชาว เวียดนามที่อยู่ทางใต้ที่พวกเขาต้องการ รัดเอกราชแต่ไม่ต้องการการปกครองด้วย ระบอบ คอมมิวนิสต์ช่วงกรอบเวลานั้นเองครับ 1954 - 1963 ครับเป็นปีที่สหรัฐนั้นยกระดับ ความขัดแย้งกับเวียดนามเหนือแล้วก็ เวียดกง โดยการส่งทหารจากหลักร้อยเป็นหลักหมื่น นายแล้วก็ได้กลายมาเป็นปฐมบทของสงคราม ครั้งใหม่ก็คือสงครามเวียดนามที่เรารู้ จักนี้กลายเป็นสมรภูมิสงครามเย็นที่รุโหด และยืดเยื้อยาวนานอีกถึง 12 ปีด้วยกัน ประวัติศาสตร์ 8 นาที Episode นี้จะมีการ ไล่เลียงเรื่องราวนะครับนับตั้งแต่การ ประชุมเจนีวาที่มีการตัดแบ่งเวียดนามออก เป็น 2 ส่วนสถานการณ์ที่เวียดนามใต้ภาย ใต้ประธานาธิบดีโงติ่งเสียมหรือว่าโงดิน เดียมนโยบายการเปลี่ยนเวียดนามของของเขา จากรัฐที่เพุทธศาสนานำกลายเป็นรัฐแคทลิ ซึ่งส่งผลให้เกิดปรากฏการณ์สำคัญนั่นก็ คือวิกฤตพุทธศาสนาในเวียดนามที่นำไปสู่ การเผาตัวเองของพระภิกษุทิกกวางดึกซึ่ง เป็นภาพที่แสนสะเทือนใจที่สุดภาพหนึ่งใน ประวัติศาสตร์ของมูลมนุษยชาติอันเป็นจุด ที่สหรัฐอเมริกานั้นเริ่มต้นปฏิบัติการใน เวียดนามใต้หลายท่านฟังแล้วบอกว่ามัน เกี่ยวข้องกันยังไงเดี๋ยวมาไล่เรียงกัน ครับ Episode นี้ยังจะมาไล่เรียงกันต่อ สู่การที่มหาอำนาจโลกเสรีคือสหรัฐอเมริกา นั้นกล้าวมาเป็นส่วนหนึ่งของคความขัดแย้ง ที่ยาวนานร่วมทศวรรษทรงกำลังพลรวมกันใน ทุกๆลัดในกรอบเวลานั้นกว่า 3 ล้านนายด้วย กันแต่ก่อนที่เราจะเดินหน้าครับขออนุญาต นะครับว่าการออกเสียงชื่อเวียดนามของ บุคคลสำคัญๆนะครับในซีรีส์นี้เราได้รับ ความช่วยเหลืออย่างดีเลิศเลยนะครับจากรอง ศาสตราจารย์ดรมนทิราราโทจากภาควิชาภาษา เวียดนามคณะอักษรศาสตร์จุฬาลงกรณ์ มหาวิทยาลัยก็ขอกราบขอบพระคุณอาจารย์มาณ ที่นี้ด้วยนะครับเราย้อนกลับไปครับที่วัน แห่งชัยชนะอันยิ่งใหญ่ในสมรภูมิดีนเบนฟู ที่ที่ตะเข็บชายแดนทางตอนเหนือของ เวียดนามระหว่างเวียดนามกับสปปลาวหรือว่า ประเทศลาวในเวลานั้นในปี 1954 ที่ ฝรั่งเศสพ่ายแพ้และไม่กลับมาที่เวียดนาม อีกเลยหลังสงครามขับไล่ฝรั่งเศสออกไป สำเร็จแล้วนะครับกองกำลังเวียดมินห์ นะครับก็เลยกลายมาเป็นกองกำลังของรัฐบาล เวียดนามเหนือนะครับที่มีศูนย์กลางอำนาจ ที่ฮานอยดังนั้นเราจะไม่ได้ยินคำว่าเวียด มินอีกต่อไปแล้วนะครับเพราะว่าพวกเขากลาย เป็นกองกำลังของรัฐบาลเวียดนามเหนือไป แล้วทีนี้ทางตอนใต้ของเวียดนามครับแม้ว่า อิทธิพลของลัทธิคอมมิวนิสต์แล้วก็ เวียดมินห์ ที่อยู่ในเวียดนามพื้นที่ตอนใต้ใต้เส้น ขนานที่ 17 นั้นมีอยู่จำนวนไม่น้อยครับ และไม่ว่าจะเป็นเวียดนามทางตอนเหนือก็ดี หรือคู่ฝักใฝ่คอมมิวนิสต์ที่อยู่ใน เวียดนามใต้ก็ดีพวกเขาต้องการที่จะยึด ครองเวียดนามทั้งประเทศเพราะเขามองว่า เมื่อชนะสงครามเดียนเบียนฟูไปแล้วความฝัน ของพวกเขาใกล้จะเป็นจริงเหลืออีกเพียงแค่ ก้าวเดียวกล่าวคือการยึดครองเวียดนามใต้ และสถาปนารัฐเวียดนามที่เป็นเอกราชและ
เป็นหนึ่งเดียวหลายท่านจะตั้งคำถามนะครับ ว่าเส้นขนานที่ 17 นั้นอยู่ตรงไหนกันบ้าง อย่างที่บอกครับเส้นขนานที่ 17 นี้เนี่ย เป็นเส้นที่ที่ประชุมของการประชุมที่ เจนีวานั้นใช้ในการแบ่งเวียดนามออกเป็น 2 ส่วนก็คือเวียดนามเหนือและเวียดนามใต้ เส้นขนานนี้เส้นขนานที่ 17 องศาขนานกับ แนวแม่น้ำที่มีชื่อว่าแม่น้ำเบ็นหายสิ่ง สำคัญครับที่เวียดนามเหนือนะครับโดยเฉพาะ เวียดมินทรได้มาใหม่ก็คือเอกราชเหนือ เวียดนามแค่เฉพาะตอนบนแต่เพียงอย่างเดียว นะครับกล่าวคือถ้าเราดูแผนที่ในปัจจุบัน ก็คือตั้งแต่จังหวัดกวางบินเป็นต้นไปขึ้น ไปจนกระทั่งจดทางเหนือก็คือซาปาในขณะที่ รัฐเวียดนามนะครับทางใต้ลงมาก็คือใต้เส้น ขนานที่ 17 ได้แต่จังหวัดขวางตรีลงมาที่ เถื่อเทียนเวซึ่งก็เป็นที่ตั้งของราชธานี ก็คือเมืองเวจนกระทั้งใต้้ที่สุดเลยนะ ครับพื้นที่ในส่วนนั้นก็คือเวียดนามใต้นะ ครับแต่เดิมเป็นพื้นที่ที่ฝรั่งเศสเรียก ว่า Union ess นับแต่นี้จะเรียกกันว่า rov สาธารณรัฐเวียดนามหรือว่าเวียดนาม ใต้นะครับโดยในพื้นที่ดังกล่าวเส้นขนาด ที่ 17 ขึ้นไปตอนเหนือ 10 กมและลงใต้ 10 กมเป็นพื้นที่ที่เรียกว่า demilitarized Zone หรือว่า dmz ทั้ง 2 ฝ่ายไม่สามารถ ส่งกำลังทหารไปยังพื้นที่การชนนี้ได้คำ ถามก็คือหลายท่านจะถามว่าทำไมจึงจะต้องมี การแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วนในช่วงปีดัง กล่าวครับประมาณทศวรรษที่ 50 นี้เนี่ย เป็นยุคที่สงครามเย็นทวีความเข้มข้นมาก ขึ้นนะครับการงัดข้อกันของมหาอำนาจทั้ง 2 ฝ่ายก็คือสหรัฐอเมริกาจากโลกเสรีและสหภาพ โซเวียตก็คือโลกคอมมิวนิสต์คุกรุ่นกันมา ยาวนานต่อเนื่องนะครับถ้าหากว่าเวียดนาม ทั้งหมดเลยตกเป็นของฝ่ายเหนือก็คืออยู่ ภายใต้การนำของบาร์โฮหรือว่าโฮจิมินก็ เท่ากับว่าอินโดจีนจะตกอยู่ภายใต้อิทธิพล ของคอมมิวนิสต์และแน่นอนที่สุดนะครับว่า ฟากสหรัฐอเมริกาเองวิตกกังวลครับถ้าหาก ว่าเวียดนามทั้งประเทศกลายเป็น คอมมิวนิสต์ไปแล้วทฤษฎีโดมิโน่ก็จะส่งผล กระทบต่อประเทศลาว กัมพูชาเป็นเพื่อนบ้านที่มีพรหมแดนติดกัน กับเวียดนามและต่อมาก็คงไม่พ้นประเทศไทย ที่น่าจะเผชิญชะตากรรมเดียวกันด้วยเดี๋ยว เรื่องของบทบาทสหรัฐค่อยมาดูนะครับว่าบท บาทที่เขาเข้าไปในเวียดนามนั้นเเข้าไป อย่างไรจี้ละครับในฐานะที่เป็นผู้ให้การ สนับสนุนเวียดมินนะครับซึ่งตอนนี้ก็กลาย เป็นรัฐบาลของเวียดนามเหนือไปแล้วคิด อย่างไรกับการที่เวียดนามนั้นถูกแบ่งเป็น 2 ครับจีนในตอนนั้นเองถือว่าเป็นยุค เริ่มต้นของเหมาแม้ว่าจะให้การสนับสนุน ต่อเวียดมินห์ ภายใต้การปกครองของเหมาแล้วก็โจเอินไหลนะ ครับมองว่าถ้าเวียดนามรวมตัวกันได้เป็นหน อาจจะแข็งแกร่งและในที่สุดอาจจะกลายมา เป็นก้อนกรวดในรองเท้าของจีนดังนั้นถ้า เกิดว่าพวกเขาถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนก็น่า จะดีสำหรับจีนมากกว่าเพราะว่าพวกเขาเหนือ กับใต้ก็คงจะรบกันต่อไปคำถามก็คือถ้าเกิด แบ่งกันดื้อๆเลยมาดููทุเรศไปหน่อยครับดัง นั้นที่ประชุมเจนีวานะครับเลยมีการเปิด ทางเอาไว้บอกว่าหลังจากสนธิสัญญานี้เดิน หน้ากันไปได้ 2 ปีคือในปี
1956 ให้ เวียดนามเหนือและเวียดนามใต้นะครับลง ประชามติร่วมกันและมีการเลือกตั้งไปเลย ว่าพวกเขาอยากจะรวมประเทศเป็นหนึ่งหรือ ไม่และถ้าเกิดว่ารวมประเทศเป็นหนึ่งแล้ว พวกเขาจะเลือกใครมาเป็นผู้ปกครองผู้นำทาง ด้านเหนือครับก็คือโฮจิมินหรือว่าบาร์โฮ ลุงโฮ ก็คงคิดเหมือนกันกับคนเวียดนามนะครับที่ อยากจะรวมเวียดนามเป็นหนึ่งมีเอกภาพนะ ครับแต่ว่าต้องยอมรับว่าคนเวียดนามเหนือ คิดอย่างหนึ่งทางใต้อาจจะคิดแตกต่างกันไป ทีนี้เราหันมามองทางฝั่งใต้กันบ้างครับ ตอนใต้ของเส้นขนานที่ 17 ก็คือเวียดนาม ใต้คำถามคือแล้วใครล่ะครับจะมาเป็นผู้นำ เพราะผู้นำคนนั้นจะต้องเป็นผู้นำที่ไม่ ฝักใฝ่คอมมิวนิสต์และอีกส่วนหนึ่งจำเป็น มากต้องเป็นมิตรกับชาติตะวันตกนะครับผู้ นำคนนั้นไม่ใช่ใครอื่นครับก็คืออดีต ประมุขนะครับของทางด้านของเวียดนามในตอน ล่างนั่นก็คืออดีตจักรพรรดิบ๋าวใดหรือที่ เรามีฉายากันว่าฮ่องเต้ไทคลับนะครับที่ ยังคงมีอิทธิพลนะครับตั้งแต่ตอนกลางของ ประเทศนั่นก็คืออันนำลงมาสู่โคชินชีนก็ คือเวียดนามตอนกลางนะครับตั้งแต่จังหวัด กวางตรีเถื่อเทียนเวลงมาเรื่อยๆด้วยส่วน บุคคลที่ต่างชาติให้ความไว้วางใจจะเป็น ใครครับแน่นอนคุณสมบัติข้อที่ 1 ต้องเป็น คนที่เป็นปฏิปักษ์กับฝ่ายซ้ายคอมมิวนิสต์ ต้องเป็นคนที่สามารถเข้ากับต่างชาติโลก ตะวันตกได้ดีคนๆนี้ไม่พ้นคนนี้ครับโงดิ่น เสียมที่เคยเป็นหนึ่งในผู้มีอิทธิพลใน ขบวนการชาตินิยมฝ่ายขวาที่เป็นปฏิบัติกับ คอมมิวนิสต์ที่ก่อนหน้านั้นลี้ภัยไปยัง ต่างประเทศตั้งแต่ปี 1950 เพราะณเวลานั้น โงดิ่งเสียมรับไม่ได้ที่จักรพรรดิบาวใด่ ยอมเป็นจักรพรรดิขุนเชิดให้กับฝรั่งเศส เวียดนามใต้ยุคใหม่ภายใต้สนธิสัญญาเจนีวา ก็ก่อกำเนิดขึ้นเป็นรัฐใหม่ครับประมุขคือ จักรพรรดิบาวใดหรือว่าพระนามสามัญก็คือ เหวียนฟุกหวินรีที่เชิญนะครับให้โงดิ่น เสียมก้าวขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีแต่ครั้ง นี้โงดิ่นเสียมหรือว่างัวดินเดียมยอมรับ ครับเพราะว่าตอนนี้ไม่มีอิทธิพลฝรั่งเศส แล้วแต่ว่าตัวเขาเองครับรับตำแหน่งนายก รัฐมนตรีไม่ได้เข้ามาแบบธรรมดานะครับ เพราะเขามีแผนบางอย่างอยู่ในใจแล้วโมงแบบ โลกสวยครับตามส่วนที่สัญญาเจนีวาก็คืออีก 2 ปีรัฐบาลทั้ง 2 เวียดนามคือเหนือกับ ใต้หันมาจับมือกันทำประชามติรวมประเทศ เป็นหนึ่งมีการจัดตั้งรัฐบาลผสมเวียดนาม มีเอกราชแล้วก็มีเอกภาพด้วยแต่ในความเป็น จริงเป็นแบบนั้นมครับไม่ใช่เลยครับต้อง นึกย้อนไปที่เพลงคาราบาวครับเพลงเรฟูจี หลายท่านอาจจะจำกันได้ที่บอกว่าเกลือจิ้ม เกลือเหลือเพียงเรือล่องมาแล้วเกลือจิ้ม เกลืออะไรเป็นอะไรจนกระทั่งนำไปสู่การที่ ชาวเวียดนามต้องหนีออกมาจากเวียดนามกลาย เป็นเรฟูจีมหาชีวิตใหม่ที่โลกอื่นเดี๋ยว ไปดูกันนะครับทีนี้เรามาดูดูกันบ้างครับ ว่าการเมืองในส่วนต่างๆเองนะครับไม่จะ เป็นฝ่ายเหนือฝ่ายใต้และสหรัฐนั้นเป็น อย่างไรมาดูฝ่ายเหนือกันบ้างครับ อุดมการณ์พวกเขาชัดเจนนะครับตอนนี้พวกเขา มีเสถียรภาพพวกเขามีกองกำลังเวียดมินมี รัฐบาลคอมมิวนิสต์ไปแล้วนะครับกองกำลัง ของพวกเขาที่มีอยู่ทางใต้เองบางส่วนครับ เดินทางขึ้นเหนือบางส่วนยังคงคงกำลังอยู่ ไว้นะครับในตอนใต้ของประเทศรอวันให้ สงครามนั้นปะทุฝ่ายกำลังของทางเหนือเองนะ ครับถือว่าเวียดมินห์ ภายใต้นะครับเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ก็ คือลุงโฮหรือว่าโฮจิมินในขณะเดียวกันครับ ฝ่ายคอมมิวนิสต์เองยังมีกองกำลังครับอยู่ ในพื้นที่ของเวียดนามใต้นะครับโดยที่มี เหวียนหิวเถาะนะครับฟอร์มตัวเป็นกองกำลัง เพื่อเตรียมการในการปลดปล่อยเวียดนามใต้ นะครับภาษาเวียดนามเรียกกองกำลังของ เหวียนหิวเถาะนี้ว่าหมัดเส่นเซนตกสายฟอง เวียดนามที่เรารู้จักกันในนามของเวียดกง หรือว่าเวียดกงนี่แหละครับเดี๋ยวเวียดกง จะค่อยๆเข้ามามีอิทธิพลเพราะเวียดกงก็คือ คู่ฟัดกับสหรัฐอย่างยาวนานในช่วงต่อไปนะ ครับทีนี้ครับในช่วง 1954 ที่มีการแบ่ง ประเทศครับคนที่มีอุดมการณ์คอมมิวนิสต์ แต่ว่าดันไปอยู่ทางใต้นะครับประมาณ 52,000 คนอพยพเดินทางขึ้นเหนือไปอยู่กับรัฐบาล
ของเวียดมินห์ ปฏิเสธอยู่ภายใต้การปกครองนะครับของ คอมมิวนิสต์เลือกที่จะย้ายถิ่นฐานลงใต้ กลุ่มนี้รวมแล้วเยอะกว่าครับ 450,000 คน นะครับศาลกการอพยพคนฝั่งเหนือนะครับลงไป ฝั่งใต้ได้รับการช่วยเหลือจากรัฐบาลสหรัฐ ด้วยปฏิบัติการทางทหารที่มีชื่อว่า Operation passage to Freedom ทีนี้ ครับพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามครับเมื่อพวก เขามีรัฐอธิปไตยทางตอนเหนือแล้วถามว่าเขา เดินหน้าอย่างไรต่อไปพวกเขาต้องคิดนะครับ ว่าโฟกัสของเวียดนามเหนือเวลานั้นจะเป็น อะไรระหว่างทางเหนือก่อนกับทางใต้ก่อนคำ ว่าทางเหนือก่อนแปลว่าอะไรครับมีความหมาย ว่าความสำคัญอำดับแรกคือการพัฒนาเศรษฐกิจ แล้วก็ประเทศของตัวเองทางฝั่งเหนือหลัง จากนั้นจึงค่อยคิดเดินหน้าปฏิบัติการขยาย อิทธิพลทางทหารต่อเวียดนามใต้ต่อไปและถ้า เกิดเป็นใต้ก่อนล่ะครับก็คือความสำคัญคือ เอาชนะเวียดนามใต้รวมประเทศก่อนแล้วจึง ค่อยพัฒนาเศรษฐกิจทีหลังผลคือสำหรับ เวียดนามเหนือนะครับมองว่าต้องผลักดันแนว ความคิดใต้ก่อนนโยบายที่เลือกใต้ก่อนเป็น นโยบายที่ชัดเจนครับจากเสียงส่วนใหญ่ของ แกนนำพรรคคอมมิวนิสต์ที่ในเวลานั้นจะมี แกนนำรุ่นที่ 2 ต่อจากลุงโฮได้แก่เลสวรคน ไทยอ่านว่าเลนนะครับซึ่งต่อมาคนนี้เอง ครับเลสวนกลายมาเป็นเลขาธิการพรรค คอมมิวนิสต์ต่อจากลุงโฮด้วยถัดมาก็คือ โต๊ะหือคนต่อมาคือเจืองจินและนายก รัฐมนตรีคนใหม่ของเวียดนามเหนือมีชื่อว่า ฟ้ามวันดงทั้ง 4 เห็นพ้องต้องกันในการที่ จะใช้นโยบายใต้ก่อนวิธีการของพวกเขาคือ การตระหนักครับว่าฝั่งใต้เองก็คงจะใกล้ ชิดกับมหาอำนาจตะวันตกที่ให้การสนับสนุน ทางทหารดังนั้นถ้ามีปฏิบัติการทางทหารรุก รานฝั่งใต้การลำเลียงกำลังพลและเสบียง ผ่านตอนกลางของเวียดนามที่มีสันฐานแคบจุด แคบที่สุดของเวียดนามแค่ 48 กมเท่านั้น เองนะครับน่าจะยากลำบากมากจึงมีการขยาย พื้นที่ในการลำเลียงพลไปยังประเทศเพื่อน บ้านครับทางตอนเหนือก็คือประเทศลาวแล้วก็ ทางตอนใต้นะครับก็คือกัมพูชาเพื่อสร้าง เส้นทางลำเลียงพลนะครับเส้นทางนั้นต่อมา เป็นเส้นทางที่สหรัฐเรียกมันว่าเส้นทาง โฮจิมินหรือว่าโฮจิมินเทลน่าสนใจมากนะ ครับว่าแล้วกัมพูชาในช่วงเวลานั้น เวียดนามเหนือขยายเส้นทางตัวเองเข้าไป อยู่ทับซ้อนกับพื้นที่ตัวเองมีท่าทีอย่าง ไรกัมพูชาในช่วงนั้นครับอยู่ภายใต้เจ้า นโรดมสีหนุนะครับที่ดูแล้วน่าจะหวาดกลัว คอมมิวนิสต์สิแต่จริงๆไม่ใช่ครับภายใต้ เจ้าโรดมศรีอนุกัมพูชาเลือกให้การ สนับสนุนเวียดนามเหนือและไม่ปฏิเสธการที่ เวียดนามเหนือขยายอิทธิพลเข้ามาที่เส้น ทางโฮจิมินบนแผ่นดินของตัวเองด้วยแน่นอน นะครับว่าสหรัฐมองท่าทีของกัมพูชาที่สนิท สนมทั้งกับเวียดนามเหนือและจีนด้วยความ วิตกกังวลด้วยสำหรับการปฏิบัติการทางทหาร ของเวียดนามเหนือนะครับที่เรียกกันว่าใต้ ก่อนนะครับกองทัพเวียดนามเหนือไม่ได้ลงไป รบแบบตาต่อตาฟันต่อฟันนะครับแต่ใช้ให้กอง กำลังคอมมิวนิสต์ที่อยู่ในตอนใต้ของ ประเทศที่เรียกกันว่าเวียดกงภาษาเวียดนาม เรียกว่าเวียดกงคนอเมริกันเรียกว่า VC นะ ครับที่เป็นกองกำลังนอกรูปแบบที่ปฏิบัติ การอยู่ในพื้นที่ของเวียดนามใต้นะครับพูด ง่ายๆพวกเขาเป็นพันธมิตรเวียดนามเหนือ นั่นแหละครับแต่ว่าตัวเขาเนี่ยโดยกายภาพเ อยู่ที่เวียดนามใต้โดยจะมีการประสานกัน อย่างต่อเนื่องก็ได้แก่กองกำลังเวียดนาม เหนือกับกองกำลังเวียดกงโดยเฉพาะอย่าง ยิ่งเลยจุดแข็งแกร่งของพวกเขาก็คือการ ครองพื้นที่ห่างไกลและพื้นที่ชนบทและก่อ กวนกันเรื่อยมาที่เดี๋ยวเราจะไล่เรียงกัน ต่อไปนะครับทีนี้มาดูการเมืองกับเศรษฐกิจ ของเวียดนามเหนือกันบ้างในช่วงเวลานั้น นโยบายสำคัญที่สุดคือการปฏิรูปที่ดินครับ ตามอย่างอุดมการณ์พรรคคอมมิวนิสต์ภายใต้ โฮจิมินรัฐบาลเวียดนามเหนือกวาดล้างบรรดา ชนชั้นนำเจ้าของที่ดินเพื่อมอบที่ดินกลับ ให้กับสหายพูดง่ายๆก็คือคนทุกคนนะครับของ เวียดนามเหนืออย่างต่อเนื่องว่ากันว่าใน ช่วงนั้นชนชั้นเจ้าของที่ดินถูกประหาร ชีวิตถ้ายึดตัวเลขของเวียดนามเหนือคือ ประมาณแสนต้นๆแต่ถ้ายึดมุมมองจากโลกตะวัน
ตกว่ากันว่ามีชนชั้นเจ้าของที่ดินเนี่ยนะ ครับถูกประหารไปหลายแสนคนด้วยกันที่ต่อมา ครับโฮจิมินเองยอมรับว่าการเดินหน้านะ ครับในการปฏิรูปที่ดินจากกลุ่มที่เป็น เจ้าของที่นั้นหนักข้อจนเกินไปอย่างไรก็ ตามสำหรับทางเหนือครับพวกเขาเลือกแล้วว่า ใต้ก่อนส่วนอย่างไรเดี๋ยวมาตามกันครับหัน กลับมามองสหรัฐกันบ้างครับว่าสหรัฐมีท่า ทีอย่างไรกันบ้างนะครับโดยสหรัฐอเมริกาใน ช่วงนะครับหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้ว เนี่ยพวกเขาเหมือนไม่ได้มีบทบาทใน เวียดนามเลยแต่ภายหลังอะไรเป็นฉนวนที่ทำ ให้พวกเขาเข้าไปขยายอิทธิพลในเวียดนามจน กระทั่งส่งกองกำลังไปมากถึงประมาณ 3 ล้าน คนทุบผลัดร่วมกันย้อนความเดิมตรงนี้ครับ ว่าก่อนสิ้นสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้ว ประธานาธิบดีวลประกาศเลยนะครับว่าจะไม่ ยุ่งเกี่ยวกับเวียดนามและห้ามไม่ให้เจ้า นานิคมเดิมคือฝรั่งเศสเข้าไปยุ่งเกี่ยว แล้วก็โอนนะครับให้เจียงไคเช็คไปดูแล เวียดนามแต่เจียงไคเช็คปฏิเสธครับแต่พอดี ว่ารเวลนั้นถึงแก่อสัญกรรมก่อนที่จะมีชัย ชนะที่สมรภูมิแปซิฟิกประธานาธิบดีคนต่อมา คือแฮรี่ทูมใส่ใจแต่กับสงครามเกาหลีเป็น หลักครับแต่ว่าได้ตัดสินใจในการให้การ สนับสนุนปฏิบัติการของฝรั่งเศสที่รบกับ เวียดนามในเวลานั้นโดยการส่งอาวุธเข้าไป ช่วยเหลือเช่นกรณีของการที่ douglas แอ ส่งเครื่องบินลำเลียงคลแรช c119 ทั้งหมด 12 ลำตามคำขอของพลเอกอองรีนาวาที่ใช้ใน สงครามอินโดจีนนะครับโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เลยที่เดียนเบนฟูต่อมาครับนายพลไวท ฮาเวอร์เริ่มตระหนักถึงการขยายตัวของภัย คอมมิวนิสต์จนกระทั่งเป็นโดมิโน่นะครับ และส่งผลกระทบต่อประเทศอื่นๆในภูมิภาค เอเชียอาคเนได้แก่ลาวกัมพูชาและไทยแต่ว่า the white ไซน har ตัดสินใจยังไม่ส่ง กำลังพลแบบคบตกล่าวคือรบกันโดยตรงไปที่ เวียดนามครับ 1 พฤศจิกายน 1955 ครับยุค ไอเซนฮาวร์สหรัฐส่งคณะทหารเพื่อไปถ่ายทอด ความรู้และฝึกกำลังคนของกองทัพเวียดนาม ใต้ที่มีชื่อว่า Army of the Republic of Vietnam หรือว่าอาวินชื่อนี้คือกอง ทัพเวียดนามใต้นะครับจุดนี้เองถือว่าเป็น จุดเริ่มต้นของการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับ สงครามเวียดนามผ่านการให้การสนับสนุน เวียดนามใต้อย่างเป็นทางการครับแต่ว่าพวก เขายังไม่ส่งกำลังพลเข้าไปรบเพื่อสมทบกับ กองกำลังเวียดนามใต้จวบจนกระทั่งยุคต่อมา ของ jfk John Fit jal kennedy ที่ เริ่มต้นจากการส่งกำลังพล 900 นายนะครับ ไปในปีแรกของเขา 1961 สู่ 16,000 นายในปี 1963 เดี๋ยวไปดูนะครับว่าทำไมเคนเนดี้ จึงต้องยกระดับด้วยไปดูเวียดนามใต้กัน บ้างครับหลังจากการแยกประเทศไปแล้ว จักรพรรดิบาวใดเป็นประมุขของเวียดนามใต้ เลือกโงดิ่งเสียมหรือว่าโดินเดียมมาเป็น นายกรัฐมนตรีใน Episode ที่แล้วเราบอกไป แล้วนะครับว่าโดินเดียมคนนี้เป็นหนึ่งใน แกนนำผู้เรียกร้องเอกราชจากฝรั่งเศสแต่
เขาปฏิเสธร่วมกันกับลัทธิคอมมิวนิสต์ ระหว่างที่เขาลี้ภัยไปยังต่างประเทศ 4 ปี ตัวเขาสร้างฐานอำนาจได้อย่างไรจนกระทั่ง กลายมาเป็นนายกรัฐมนตรีและต่อมาเป็น ประธานาธิบดีเลยนะครับระหว่างช่วงที่เลี้ ภัยทางการเมืองเขาไปพำนับหลายประเทศครับ ไม่จะเป็นญี่ปุ่นโลกตะวันตกอย่างสหรัฐ อเมริกาจนกระทั่งได้รับการสนับสนุนจาก ประชาคมนานาชาติรวมถึงนักการเมืองสหรัฐ หลายคนรวมถึงนะครับคองเกรส Man ของพรรค เดโมแครตที่มีชื่อว่า jfk ด้วยเช่นเดียว กันในแง่ฐานอำนาจในเวียดนามเองครับพี่ชาย ของเขาโงดทุกได้เป็นิอหรือพระราชาคณะที่ ได้รับการสนับสนุนจากแคทลิในเวียดนามตลอด มาในขณะที่น้องชายของเขามีชื่อว่าโดินยู เดินเกมในการขยายอิธิพลให้กับตระกูลโงรวม ถึงพี่ชายอย่างต่อเนื่องไม่จะเป็นการ ประสานประโยชน์กับบรรดากลุ่มต่อต้าน คอมมิวนิสต์เช่นกลุ่มห่าหาวลัทธิก้าวดาย ตั้งกลุ่มการเมืองที่มีชื่อว่าเกริ่นลาว เพื่อเป็นอำนาจให้กับพี่ชายในเวียดนามคำ ว่ากลุ่มการเมืองท่านอาจจะถามว่ามันคือ อะไรนะครับแรงบันดาลใจโมเดลของเขาของพรรค เกริ่นลาวก็คือกลุ่มนาซีหรือฟาสซิสมุลินั แหละครับคือปฏิบัติทางการเมืองกำจัดผู้ เห็นต่างนอกระบบควบคู่ไปกับการวางเส้นทาง ทางการเมืองในระบบด้วยดังนั้นเมื่อโอกาส มาถึงโงดิ่งเสียมหรือโดินเดียมผู้มีบารมี มากที่สุดในบรรดาผู้นำเวียดนามที่ไม่ฝัก ใฝยคอมมิวนิสต์ก้าวขึ้นมาเป็นนายก รัฐมนตรีคนแรกของเวียดนามใต้โดยความที่ เขาต้องการรวบอำนาจมาตั้งแต่ต้นครับแม้ ว่าบ๋าวดเองจะเป็นผู้ให้การสนับสนุนเขา ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรีแต่ตัวเขาเลือกที่ จะเขี่ยจักรพรรดิบาวด่ายจักรพรรดิเสเพล ออกจากตำแหน่งครับอาศัยความนิยมที่ตัวเอง มีเขาทำประชามติในวันที่ 23 ตุลาคม 1955 ก็คือ 1 ปีปิเศษหลังการเป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อถามประชาชนว่าต้องการให้เวียดนามใต้ เป็นราชอาณาจักรมีจักรพรรดิหรือเป็น สาธารณรัฐที่มีเขาเป็นผู้นำเป็น ประธานาธิบดีผลคือ 98.2 per ครับต้องการ ให้เวียดนามใต้เป็นสาธารณรัฐแต่ถ้าดูจาก ผลการลงคนาแล้วจะพบนะครับว่าแปลกประหลาด มากครับเพราะจำนวนของคะแนนที่ออกมามันมี มากกว่าจำนวนของผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิ์ เนี่ย 400,000 กว่าคะแนนจำนวนผู้ใช้ สิทธิ์ไปลงคะแนนให้โงดิ่งเสียมมีมากถึง 6 แสนกว่าคนในขณะที่มีผู้มีสิทธิ์อยู่แค่ 400,000 กว่าคนแต่ที่สุดแล้วมันคือการ ปิดตำนานจักรพรรดิองค์สุดท้ายแห่ง เวียดนามก็คือจักรพรรดิบาวใดซึ่งณเวลา นั้นก็เลยกลายเป็นแต่ประชาชนเหวียนฟุก หวินถี่หลังจากนั้นก็ลีภัยไปยังต่าง ประเทศแต่เอาเป็นว่าเวียดนามใต้ครับก็ กลายเป็นสาธารณรัฐตั้งแต่ปี 1955 ครับใน แง่ความมั่นคงครับสหรัฐในบริบทสงครามเย็น ต้องการให้ตัวเขางดิ่งเสียมเป็นตัวหลักใน การต่อสู้กับเกำลังคอมมิวนิสต์ทั้ง เวียดนามเหนือและเวียดกงกองกำลัง คอมมิวนิสต์ที่รบกวนอยู่ทางตอนเหนือของ เวียดนามใต้ตัวก็ทำหน้าที่ได้ไม่เลวครับ จนกระทั่ง the white isen H ออกปากชม ตัวเขาระหว่างการยืนสหรัฐในปี 1957 ว่า He is amical Man โงดินเดียมเป็นมนุษย์ มหัศจรรย์แต่ว่าฟังมาถึงตรงนี้ท่านจะถาม ว่าแล้วการทำประชามติรวมประเทศที่ สนธิสัญญาเจนีวากำหนดเอาไว้ในปี 1956
ตก ตกลงมันมีจริงหรือเปล่าแน่นอนครับ เวียดนามเหนือก็ไม่อยากรวมเวียดนามใต้ก็ ไม่อยากรวมครับในที่สุดก็เลยกลายเป็น เพียงแค่ภาพลวงตาเท่านั้นแต่ในขณะเดียว กันครับกองกำลังเวียดกงก็คือคอมมิวนิสต์ ที่อยู่ในเวียดนามใต้เดินหน้าในการทำ สงครามนะครับกับทางอาวินหรือว่ากองกำลัง เวียดนามใต้โดยต่อเนื่องด้วยอย่างไรก็ตาม ครับการเมืองภายใต้การปกครองของเวียดนาม ใต้ในยุคเอกราชครับคนเวียดนามปกครองกัน เองแต่ไม่ได้เป็นอย่างฝันนะครับเพราะ ตระกูลโงกินรวบทุกอย่างโงดิ่งยูน้องชายโง ดิ่งเสียมกินรวบกิจการค้าสินค้าเกษตรทุก ประเภทมีอำนาจในการแต่งตั้งบุคคลระดับสูง ทุกคนไม่เพียงแต่แค่นั้นครับภรรยาของเขา เจิ่นเหละซวงมีฉายว่ามาดามยูลุแก่อำนาจ ใช้อำนาจสามีและตระกูลสามีในการหาผล ประโยชน์รอบตัวนอกจากความไม่เป็นธรรมทาง สังคมแล้วอีกหนึ่งมิติที่ปลุกเร้าความขัด แย้งใหญ่ขึ้นมาก็คือมิติความขัดแย้งทาง ศาสนาอย่างที่บอกนะครับว่าโงดิ่งเสียมคน นี้เป็นบุตรของโงดินขาซึ่งเป็นเวียดนาม แคทลิศรัทธาในคริสตศาสนาอย่างแรงกล้าพี่ ชายของเขาคือโงดิ่งทึกเป็นนักบวชใน คริสตศาสนานิกายโรมันคาทอลิกเป็นถึงพระ ราชาคณะที่ไส้ง่อนหนึ่งในฝันของเขาครับ คือการที่ทำให้รัฐเกิดใหม่อย่างเวียดนาม ใต้เป็นรัฐแคทลิด้วยแต่ในความเป็นจริง แล้วในพื้นที่เวียดนามใต้ผู้คน 80% เป็น พุทธศาสนิกชนนิกายมหายาเหตุการณ์นี้บาน ปลายได้อย่างไรและนำไปสู่การเผาตัวเองของ พระภิกษุงูดินทึกที่ส่งแรงสั่นสะทือนไป ที่ Washington ดีซทำให้ jfk พิจารณา เพิ่มบทบาทของตัวเองในเวียดนามปอย่างไร Episode หน้ามาติดตามกัน ครับ The Standard podcast ey Opening for your ears This is the Standard podcast Eye Opening for ear 8 minute history หลังจากการแบ่งเวียดนามออกเป็น 2 ส่วนแล้วรัฐบาลเวียดนามใต้เองนะครับก็มี การจัดประชามติและในที่สุดแล้วจักรพรรดิ บาใด่เองก็ถูกบังคับให้สลราชสมบัติโงดิ่ง เสียมหรือว่าโงดินเดียมก้าวขึ้นมากลาย เป็นประธานาธิบดีของเวียดนามใต้ในช่วง เวลาดังกล่าวครับด้วยความทะเยอทะยานของ เขานอกเหนือไปจากมิติเศรษฐกิจเองที่มีการ กินรวบโดยตระกูลโงแล้วในมิติสาสตรศานา ครับตัวเขาเองในฐานะที่เป็นแคทลินะครับ เขาต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงเวียดนามใต้ ซึ่งมีชาวพุทธศาสนานิกายมหายานมากกว่า 70% นั้นให้กลายเป็นรัฐแคทลิไปด้วยครับในขณะ เดียวกันครับ John f เคนเนดี้ในช่วงเวลา นั้นก้าวขึ้นมาสู่ตำแหน่งได้ประมาณปี 2 ปีสถานภาพและความนิยมของเขาค่อนข้างตกต่ำ จากปัญหาการเมืองต่างประเทศเป็นอย่างไร กันบ้างและสิ่งนี้ส่งผลให้สหรัฐอเมริกา เองยกระดับสงครามในเวียดนามขึ้นมาอย่างไร และยืดเยื้อยาวนานจากทหารแค่ 600 คนก้าว เข้าไปสู่ทหาร 10,000 กว่าคนในยุคของ เคนเนดี้และก้าวไปสู่หลัก 500,000 กว่าคน ในรัฐบาลต่อไปเป็นอย่างไร Episode
นี้มี คำตอบครับเราเริ่มต้นไปที่วอชิงตันดีซกัน ก่อนเลยนะครับว่าในปี 1960 ครับ John f kenedy จากพรรคเมตสามารถเอาชนะ candidate จากพรรค repubic ก็คือ Richard nion ได้ เป็นผลสำเร็จในช่วงต้นทศวรรษ 60 เองครับ เป็นช่วงที่มีความท้าทายสำหรับผู้นำหนุ่ม อย่าง jfk เป็นอย่างมากเพราะในช่วงเวลา นั้นครับเกิดเหตุรัฐประหารรัฐบาลคิวบาโดย ฟิลกาสโตรสหรัฐเองภายใต้ jfk สร่งกอง กำลังเพื่อไปช่วยยึดอำนาจคืนแต่ว่าล้ม เหลวครับสหรัฐก็เลยกลายเป็นตัวตลกในเวที โลกนอกจากนี้สถานการณ์ยังบานปลายไปสู่ วิกฤตการณ์นิวเคลียร์กับสหภาพโซเวียตที่ สหรัฐเบื้องต้นเองเลือกที่จะไม่ใช้กำลัง ทำให้ภาคลับของเคนเนดี้นั้นดูอ่อนแอเมื่อ เทียบกันกับทหารเก่าที่เก๋าเกมอย่างไท ไอเซนฮาวร์ในช่วงเดียวกันเลยนะครับ เยอรมันตะวันออกกับสหภาพโซเวียตเองมีการ สร้างกำแพงเบอร์ลินเร่งอุณหภูมิของสงคราม เย็นไปอีกดังนั้นครับการปกป้องเวียดนาม ใต้จากการตกเป็นของเวียดนามเหนือจึงเป็น อีกหนึ่งความสำคัญที่รัฐบาลเคนเนดี้ที่ เจอวิกฤตศรัทธาโถมใส่มหาศาลเริ่มต้นทวี ความสำคัญมากขึ้นเคนเนดี้เองครับต้อง มอนิเตอร์สถานการณ์ที่เวียดนามใต้อย่าง ใกล้ชิดแต่แล้วครับในเดือนมกราคมของปี 1963 ก็เกิดเหตุเสียหน้ารุนแรงอีกเมื่อ กองพลที่ 7 แห่งเวียดนามใต้หรือว่าอาวิน ที่ที่มีกำลังมากกว่าเวียดกง 10 เท่าปิด ล้อมกำลังพล 2 กองพันุ์ของเวียดกงเอาไว้ ที่เอิร์บจังหวัดเตียนซางแน่นอนที่สุด ครับว่าอาวินเองได้รับการฝึกจากทหาร อเมริกันยุทโธปกรณ์ สามารถเอาชนะกองกำลังของอาวินที่ฝึกโดย สหรัฐได้หนีเข้าไปในป่าความสูญเสียของพวก เวียดกงที่เอิฟบัถือว่าเล็กน้อยมากถ้ามอง ว่าถูกรุมด้วยกองกำลังที่เหนือกว่า ยุทโธปกรณ์ที่ทันใหม่ที่สุดในโลกนะครับใน เวลานั้นมีการกระหน่ำยิงนะครับกลุ่มทหาร ของอาวินอย่างหนักหน่วงเวียดกงมีกำลัง เสียชีวิตแค่ 18 นายแค่นั้นเองบาดเจ็บแค่ 39 นายในขณะที่ฝ่ายของอาวินหรือว่ากอง กำลังเวียดนามใต้สูญเสียหนักกว่าเหตุ การณ์ที่เฟบครับถือเป็นการสร้างขวัญและ กำลังใจที่สำคัญของฝ่ายเวียดกงในขณะเดียว กันครับมันเป็นความน่าอับอายไม่แต่กอง กำลังเวียดนามใต้แต่ยังเป็นความน่าอับอาย ของกองทัพสหรัฐที่เริ่มต้นเข้าไปให้ความ ช่วยเหลือเริ่มต้นในเวลานั้นแน่นอนที่สุด ครับว่ามันคือสัญญาที่รัฐบาลวอชิงตัน เริ่มมองโง้ดิ่งเสียมด้วย Big question Mark คำถามใหญ่โตมากรัฐบาลโงดิ่งเสียมทำ อะไรอยู่นะครับนอกจากนี้ยังได้มีการส่อง ต่อไครับว่ารัฐบาลโงดิ่งเสียมเองกำลัง ทำลายตัวเองด้วยปัญหาคอร์รัปชั่นและการ กินรวบประเทศที่รุนแรงแถมยังไร้ความ สามารถในการสู้รบกับเวียดกงที่ใช้ ยุทธวิธีกองโจรจนสามารถเอาชนะได้ที่อิฟ buu นะครับซิ่งเหล่านี้เองเองครับทำให้ สหรัฐหันมามองว่าโงดิ่งเสียมสามารถที่จะ เป็นหลักประกันสถานภาพของโลกเสรีในเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ได้มากขนาดไหนรัฐบาล วอชิงตันเองครับโดยเฉพาะเคนเนดี้เห็น สถานการณ์ความเน่าเฟะของเวียดนามใต้ภาย ใต้ตระกูลโงส่ายหัวครับเพราะมันคือการผูก ระเบิดเวลาติดเอาไว้กับเวียดนามป้ายจึง คิดอยู่ว่าควรจะส่ง cia
เข้าไปล้มร่าง รัฐบาลโงดิ่งเสียมหรือเปล่านะครับ เคนเนดี้เองก็เลยส่งมือขวาครับรัฐมนตรีก โหมที่มีชื่อว่า Robert แนาไปยังเวียดนาม ใต้เพื่อไปดูสถานการณ์ให้เห็นกับตาแมกนา คนนี้ที่เดี๋ยวจะมีบทบาทสูงนะครับใน สงครามเวียดนามกลับมารายงานประธานาธิบดี เคนเนดี้แล้วพูดว่ามิส President ท่าน ประธานาธิบดีเวียดนามใต้ไม่มีอะไรน่าห่วง เลยเดี๋ยวจะมาไล่เรียงนะครับว่ารัฐมนตรี กลาโหมคนนี้ Robert แมกนาประวัติน่าสนใจ มากเป็นอย่างไรกันกลับไปดูที่เวียดนามใต้ กันต่อครับสิ่งที่ถือว่าทำให้สถานการณ์ ย่ำแย่คงไม่ใช่เฉพาะเรื่องการกินรวบ ประเทศของตระกูลโงครับแต่ยังเป็นเรื่อง ของความพยายามในการแปลงเวียดนามให้กลาย เป็นรัฐแคทลิด้วยเรื่องราวเกิดขึ้นใน เดือนพฤษภาคมของปี 1963 ครับในช่วงเดือน วิสาขะของชาวพุทธที่ปกติแล้วเนี่ย พุทธศาสนิกชนเองจะมีการประดับประดาประดับ ธงเตรียมฉลองวันวิสาขบูชาแต่แล้วครับเจ้า หน้าที่ของเวียดนามใต้สั่งให้มีการปลดธง ลงเพราะว่ากำลังจะมีพิธีคริสต์แคทลิโดย ที่จะมีพระราชาคณะโงดินทึกเข้ามาในกรอบ เวลาเดียวกันผลคือคือชาวพุทธมหายานที่ เวียดนามใต้ไม่พอใจและมีการประท้วงที่ไส้ งอนและอีกหลายเมืองเจ้าหน้าที่รักษาความ สงบภายใต้การบังคับบัญชางดิ่งยูปราบปราม ผู้ประท้วงชาวพุทธตายไป 9 คนมีการปะทะกัน ระหว่างชาวคริสต์กับชาวพุทธต่อเนื่องและ มีการบุกรุกวัดพุทธอย่างต่อเนื่องด้วยจน กระทั่งวันที่ 11 มิถุนายนปี 1963 ครับ พระภิกษุทิกขวางดึกเดินทางมาที่สี่แยกใน เขตชุมชนที่ไส้ง่อนแล้วท่านจุดน้ำมันและ เผาตัวท่านเองจนมรณภาพเป็นการประทุต่อ นโยบายการเลือกปฏิบัติต่อผู้ที่นับถือ พุทธศาสนาในเวียดนามใต้เหตุโศกนาฏกรรมนี้ เรียกว่าวิกฤตพุทธศาสนาในเวียดนามใต้หรือ ว่า Buddhist crisis เป็นเหตุการณ์ที่ น่าสะเทือนใจแต่อย่างยิ่งไม่แต่เพียงชาว เวียดนามเท่านั้นแต่ยังชาวโลกทุกคนที่ได้ เห็นภาพดังกล่าวเหตุการณ์นี้ส่งแรงสั่น สะเทือนไปถึงวอชิงตันดีซีครับเพราะว่า เหตุการณ์การเผาตัวเองของพระภิกษุอีกหลาย รูปรวม 6 รูปที่เวียดนามใต้มันคือจุดที่ รัฐบาลวอชิงตันเกินทนต่อตระกูลโงงผู้ครอง อำนาจที่กำลังทำลายเสถียรภาพของเวียดนาม ใต้ท่ามกลางช่วงหน้าสิวหน้าขวาน jfk John f kenedy ให้สัมภาษณ์ทางทีวีกับ Walter ค christ ผู้ดำเนินรายการข่าวชื่อดังของ สหรัฐในช่วงทศวรรษ 60 ว่าง is totally out of Touch แปลเป็นภาษาไทยว่าโงดิ่ง เสียมเสียสติไปแล้วเมื่อสักครู่ครับ เราพูดถึงน้องสะใภ้ของโงดิ่งเสียมที่มี ชื่อว่ามาดามยูหรือว่าเจนเละซวงภรรยาของ โงเดิ่งยูด้วยความลุแก่อำนาจของนางต้อง บอกแบบนี้ครับว่าตัวนางเองเนี่ยนะครับมี ชาติกำเนิดเป็นไฮโซเวียดนามเบื้องต้นเลย เธอเป็นพุทธศาสนิกชนนิกายมหายาเสร็จแล้ว เธอก็เปลี่ยนมาเป็นแคทลิเซนซวนคนนี้ล่ะ ครับคอมเมนต์ต่อเหตุการที่พระภิกษุทิขวาง ดึกท่านเผาตัวเองจนมรณภาพและเหตุการณ์ที่ มีพระภิกษุอีก 5 รูปเผาตัวเองจนมรณภาพ ด้วยการบอกว่าถ้าใครหมายถึงพระภิกษุจะทำ บาร์บีคิวอีกคือเผาตัวเองอีกบอกฉันนะฉัน
จะเอาน้ำมันกับไฟแช็คไปให้สถานการณ์เหล่า นี้เองครับทำให้เกิดวิกฤตชุมชนชาวพุทธใน เวียดนามใต้และส่งผลกระทบต่อทั้งสงฆ์และ ฆราวาสพฤติกรรมไฮโซปากเปราะของเจินเหละ ซวนคนนี้ผนวกับสถานการณ์ที่เปราะบางอยู่ แล้วก็คือพื้นฐานที่อเมริกันประเมินแล้ว ครับว่าถ้าพวกเขายังคงพึ่งตระกูลโงต่อไป เป็นอันว่าโดมิโน่ตัวแรกล้มแน่ๆเวียดนาม ใต้คงสิ้นแผ่นดินเพราะแพ้เวียดกงและ เวียดนามเหนือจากนั้นก็คงเป็นชาติต่อไปใน เอเชียอาคเนนี่แหละครับพฤศจิกายนของปี นั้น 1963 ครับจึงเหตุการณ์การรัฐประหาร ที่เวียดนามใต้เพื่อโค่นล้มอำนาจของโง ดิ่งเสียมและโงดิ่งยูโดยทางกองทัพของ เวียดนามใต้สำหรับโงดิ่งเสียมและโงดิ่งยู ครับถูกสังหารใน 1 วันถัดมา 2 พฤศจิกายน 1963 ปิดฉากอำนาจของตระกูลโงในเวียดนาม ใต้และแน่นอนว่าสหรัฐอเมริกาคือผู้ที่ อยู่เบื้องหลังการโค่นอำนาจผ่าน cia ท่าน อาจจะถามว่ารู้ได้ยังไงเพราะโดยโปกติแล้ว ครับเอกสารชั้นความลับสูงสุดของ cia ที่ เรียกกันว่า classify จะถูกปลดชั้นความ ลับหรือว่า de classify โดยประมาณ 25 ปี หลังจากนั้นแล้วก็ถูกเปิดเผยสู่ชาวโลกนี่ แหละครับถามว่าทำไมต้องทำวัตถุประสงค์ทบ ทุนอีกครั้งครับเพราะสหรัฐต้องการผู้นำ เวียดนามใต้ที่สามารถประคับประคอง เวียดนามใต้ไม่ให้ล่มสลายและกลายเป็น คอมมิวนิสต์ด้วยฝีมือของเวียดนามเหนือ 20 วันต่อมาครับ John f kenedy ถูกสังหาร ที่เกัรองประธานาธิบดี Lyon เ Johnson นะ ครับหรือว่า Y bj ก้าวขึ้นมาเป็น ประธานาธิบดีแทนที่ดังนั้นครับเรามามอง กันบ้างบทบาทของสหรัฐในเวียดนามในยุคของ เคนเนดี้ 3 ปี 1961 - 1963 นั้นรวมกัน แล้วเป็นอย่างไรบ้างในปีแรกเลยครับสหรัฐ อเมริกาส่งกำลังไปที่เวียดนามใต้ 900 คน จากนั้นภายใน 3 ปีขยับขึ้นมาเป็น 16,000 นายในปีสุดท้าย 1953 เป็นการส่งสัญญาณถึง ความสำคัญครับของสมรภูมิเวียดนามนโยบาย ต่างประเทศของสหรัฐอเมริกาก่อนที่เราจะ เดินหน้าว่ายกระดับไปส่วนนั้นแล้ว lingon Johnson มาต่อจิ๊กซออย่างไรจนกระทั่ง กลายเป็นช่วงที่สงครามนั้นใหญ่ที่สุดนะ ครับเรามาทำความเข้าใจกับองค์ประกอบสำคัญ ของสงครามเวียดนามในยุคของรัฐบาล Johnson เพื่อที่เราจะได้ไม่งงกับศัพท์ต่างๆกัน ต่อไปอีกนะครับหลายคนจะสงสัยกับคำเหล่า นี้กับชื่อบุคคลเหล่านี้ครับว่าตกลงแล้ว ใครเป็นใครกันบ้างนะครับเราจะได้ยิน เวียดกงเวียดมินเคยมีหายไปไหนบุคคนสำคัญ อย่างรัฐมนตรีกาหชื่อโรเบิร์ตแมกนามีที่ มาอย่างไรศูนย์บัญชาการทหารในเวียดนามที่ เรียกว่าแวคืออะไรสอดประสานกันอย่างไรกับ
กองกำลังเวียดนามใต้พลเอกิมเสมอนเป็นใคร มาจากไหนเรามาไล่เรียงกันก่อนเลยนะครับ ข้อแรกครับเวียดหมิจำได้มยครับหรือว่า เวียดหมิชื่อเต็มนะครับเวียดนามดกเหลบดง หมิ่งหรือว่าเวียดมินห์เป็นขบวนการกู้ ชาติต่อสู้กับฝรั่งเศสจนชนะที่ดินเบนฟู ถามว่าหายไปไหนคำตอบคือไม่ได้หายครับ เพราะพวกเขากลายเป็นกองกำลังของรัฐบาล ใหม่ของเวียดนามเหนือไปแล้วคำต่อมาครับ เวียดกงหรือเวียดกงบัดจัเซนตกสายฟอง เวียดนามแนวร่วมแห่งชาติปลดปล่อยเวียดนาม ป้ายโผล่มาจากไหนเวียดกงก่อตั้งโดยเหวียน หิวเถาะเป็นกองกำลังจรยุทธ์คอมมิวนิสต์นะ ครับพูดง่ายๆอยู่ฝั่งเดียวกันกับกองทัพ เวียดนามเหนือนะครับเป็นคอมมิวนิสต์เพียง แต่ถิ่นฐานของเขาอยู่ในเวียดนามใต้นะครับ ตั้งแต่จังหวัดกวางตรีลงไปก็คือเส้นขนา ที่ 17 ลงไปดังนั้นเวลาไล่เรียงเราจะ เรียนคำว่าเวียดนามและกองทัพเวียดนาม เหนือจริงๆคือพวกเดียวกันนะครับแต่ว่า อยู่คนละที่เรียกว่าแยกกันตีถือว่าไม่ใช่ กองทัพที่เป็นทางการของเวียดนามเหนือดัง นั้นคู่สงครามของสงครามเวียดนามได้แก่กอง ทัพผสมของสหรัฐอเมริกาที่มีฐานทัพชื่อว่า แมวกับกองทัพเวียดนามใต้มีชื่อย่อฝรั่ง ว่าอาวินอีกฝ่ายหนึ่งคือเวียดกงที่ได้รับ การสนับสนุนโดยเวียดนามเหนือนะครับสำหรับ เวียดกงนั้นคนอเมริกันเรียกย่อๆว่า VC หรือว่า Victor ชาลีนะครับชื่ออย่างเป็น ทางการคือ nfl ครับ National front of liberation ไม่ใช่ National Football League นะครับ nfl คือเวียดกงบางทีไป อ่านแล้วจะได้ไม่งงทีนี้กองบัญชาการทหาร สหรัฐในเวียดนามมีชื่อว่าแวย่อมาจาก military Assistant Command in Vietnam ก่อตั้งขึ้นในปี 1962 ก็ในยุค เคนดี้ล่ะครับผู้บัญชาการคนแรกชื่อว่า Paul hawkins เขาดำรงตำแหน่งต่อมาจนถึง ปี 1964 ครับต่อมาพลเอก William West mand เข้ามารับตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการ สูงสุดและเขาคนนี้เลยคือผู้ที่ร่วม ปฏิบัติการจนเกือบช่วงสุดท้ายปลายทศวรรษ ที่ 60 ภายใต้รัฐบาลของ Lyon Johnson ซึ่งในช่วงนั้น Lyon Johnson เริ่มต้นทบ ทวนแล้วครับว่าจะเอาอย่างไรดีนายทหารคน นี้ William เมนคือคนที่รัฐมนตรีกลาโหม สหรัฐหรือว่า Secretary of Defense Robert mcnamara เป็นคนเลือกขึ้นมาและ เสนอต่อ jfk ด้วยตัวเองโดยเขายืนยันกับ kennedy ว่า West moron is the
best man We Have of question West moren เป็นคนที่ดีที่สุดที่เรามีไม่มี ข้อสงสัยใดๆก่อนที่เราจะเริ่มต้นไล่เรียง ความขัดแย้งกันนะครับขออนุญาตพูดถึง Robert แนารัฐมนตรีต่างประเทศที่อยู่ใน เกือบจะทุกขั้นทุกตอนของสงครามเวียดนาม เลย Robert mcnamara คนนี้นะครับดังที่ เกริ่นเอาไว้ตั้งแต่ EP แรกเลยนะครับมี พื้นหลังที่หลายคนสงสัยว่ามาอย่างไรเพราะ ก่อนหน้าที่เขาจะเข้าไปดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีกลาโหมสรัฐหรือว่า Secretary of defend ในชุดของ jfk เขาเป็น CEO ของ บริษัท Ford M Company มาก่อนไม่ผิดนะ ครับเาเป็น CEO ของบริษัทรยนต์ Ford มา ก่อนคำถามคือจาก CEO ของบริษัท Ford แล้ว มาเป็นนัฐมนตรีกลาโหมได้อย่างไรนะครับ Robert mcnamara คนนี้ครับเป็นคน แคลิฟอร์เนียเขาจบปริญญาตรีจาก uc berly ก่อนที่จะเรียนปริญญาโท mba ครับที่ harvard Business School หรือว่า hbs ได้คะแนนเกียรตินิยมสูงสุดก่อนที่จะเข้า ไปเป็นอาจารย์เลยที่ hbs ที่เขาจบมา ระหว่างที่เป็นอาจารย์ครับก็เกิดสงคราม โลกครั้งที่ 2 พอดีตัวเขาก็เลยเข้าร่วม กับกองทัพอากาศสหรัฐในตำแหน่งเรืออากาศ เอกหรือว่าแคปชถามว่ามันมาไงไปยังไงนะ ครับเอาอาจารย์ไปเป็นทหารคำตอบก็คือว่า ระหว่างที่เขาเป็นอาจารย์หนุ่มนะครับอยู่ ที่ hbs เขาทำงานวิจัยป้อนการทำงานของกอง ทัพสหรัฐอยู่แล้วสิ่งที่เขาทำคือเป็นนัก วิเคราะห์ข้อมูลของเครื่องบินทิ้งระเบิด ของสหรัฐในพื้นที่ต่างๆว่าง่ายๆถ้าเป็น ศัพ์ปัจจุบันเเรียกว่าเป็น Data analy นะครับอาจจะถามว่าบอกทำไมเพราะการเป็น บุคคลที่ใช้ข้อมูลในการอ้างอิงเป็น KPI ของการทำสงครามมีผลในการตัดสินใจของสหรัฐ ในเวลาต่อไปด้วยแนวทางของการทำงานแบบ Data analy ของเขามีความสำคัญพอสมควรเดี๋ยวจะ มาให้เรียนกันต่อนะครับทีนี้เมื่อจบ สงครามโลกครั้งที่ 2 นะครับบริษัท Ford morter Corporation เห็นแววของดาวรุ่ง ในกองามสหรัฐและได้มีการคัดเลือกดาวรุ่ง
เหล่านี้นะครับจากกองทัพสหรัฐเข้าไปทำงาน ใน Ford mot Corporation กลุ่มคนเหล่า นี้ถูกเรียกว่า vis Kids พูดง่ายๆเป็น กลุ่มแบบพวกเด็กมหัศจรรย์นะครับซึ่งมี Robert mcnamara ไปด้วยด้วยผลงานที่ดี ครับตัวเขาได้รับการโปรโมทให้เป็นประธาน ของบริษัทนี้นะครับในปี 1960 ถือเป็น CEO คนที่ 2 นอกตระกูลร์ด เลยอยู่ในตำแหน่งได้ประมาณแค่ 2 เดือน ครับได้รับการท่าทานจากรัฐบาลเดโมแครตที่ เพิ่งเอาชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีโดย jfk ในปี 1960 ให้เป็นรัฐมนตรีกลาโหมเา ถาม John f kenedy ครับระหว่างที่พบกัน ครั้งแรกบอกว่าท่านเลือกผมมาได้ยังไงผม เป็นคนที่ไม่ได้มีความรู้เรื่องการเมือง เลยเคนเนดี้ตอบกลับครับผมเองก็ไม่มี ประสบการณ์เป็นประธานาธิบดีเหมือนกันเรา 2 คนเรามาลองทำสิ่งใหม่ๆไปด้วยกันมยดูจากปี ที่เขารับตำแหน่งครับเขาคือคนที่อยู่ข้าง การเคนเนดี้ตลอด 3 ปีและเป็นคนสำคัญในการ เคลียคลายวิกฤตนิวเคลียร์ที่คิวบาในปี 1962 และความตึงเครียดสงครามเย็นที่ เบอร์ลินถึงแม้ว่าเคนเนดี้จะถูกสังหาร ครับในปี 1963 แต่ว่าผู้สืบทอดของ เคนเนดี้คือ lingon เ Johnson รอง ประธานาธิบดีที่ก้าวขึ้นมาเป็น ประธานาธิบดียังคงไว้วางใจให้เขาทำหน้า ที่รัฐมนตรีกลาโหมต่อไปทีนี้เราไปสั้นๆ ที่เวียดนามใต้ครับหลังจากการล้มลงของ รัฐบาลโงดิ่งเสียมและการล้มสลายของตระกูล โงในเวียดนามใต้เวียดนามใต้ได้ผู้ปกครอง คนใหม่ครับก็คือประธานอธิดีเหวียนวัน เทียวโดยมีเหวียนเกาีเป็นอดีตทหารอากาศนะ ครับสายอเมริกันมาเป็นนายกรัฐมนตรี lingon Johnson ก็ส่งแมกนาไปดูลาดลาวเพื่อที่จะ ไปดูตัวว่าเหวียนวันเทียวและนายกรัฐมนตรี เหวียนเกี่นั้นเป็นอย่างไรแมกนาพบกับ เหวียนเกี่ที่ต่อมาเป็นนายกรัฐมนตรีและ เป็นรองประธานาธิบดีเวียดนามใต้ในวันที่ พบกันเหวียนกกกี่สวมเครื่องแบบที่ออกแบบ เองท่อนบนสีขาวท่อนล่างสีดำแมกนาบอกกับ สื่อว่าเหวียนเกาีแต่งตัวเหมือนกับนัก ร้องในไทคับเกรด 2 ที่อเมริกกล่าวอย่างไร ก็ตามครับทั้ง 3 คนนี้มีบทบาทต่อสงคราม เวียดนามจนเกือบวันสิ้นสุด 30 เมษายน 1575 เลยระหว่างที่ดูเชิงกันอยู่ครับฝ่าย เวียดนามเหนือเวียดกงเวียดนามใต้และสหรัฐ นะครับเหตุการณ์ที่เป็นชนวนของความรุนแรง ทำให้ทั้ง 2 ฝ่ายต้องมารบกันคือวันที่ 2 สิงหาคม 1964 ครับทหารชายฝั่งของเวียดนาม เหนือที่ตังเกี๋ยพบเรือรบสหรัฐ USS MX
ที่ล่าตระเวนที่ชายฝั่งเวียดนามเหนือทั้ง สองมองว่าต่างฝ่ายยั่วยุซึ่งกันและกัน ฝั่งสหรัฐบอกว่ายามชายฝั่งเวียดนามใต้ เปิดการโจมตีก่อนทำให้เรือสหรัฐทั้ง USS maddock และ USS Turn Joy จำเป็นต้อง มีการยิงตอบโต้ฟังแล้วคุนๆมยครับเหมือน กับเหตุการณ์ที่เป็นชนวนสงครามระหว่าง ฝรั่งเศสกับเวียดนามหลังสงครามโลกครั้ง ที่ 2 ไม่มีผิดยั่วยุกันโจมตีซึ่งกันและ กันนำไปสู่ชนวนสงครามและสิ่งนี้ล่ะครับก็ เลยกลายเป็นจุดชนวนของสงครามพฤศจิกายนของ ปี 6 64 คือฤดูการเลือกตั้งประธานาธิบดี ที่ lingon Johnson รักษาการ ประธานาธิบดีลงสมัครรับเลือกตั้งในนามของ เมตและสามารถเอาชนะคู่แข่งอย่างแี่ Gold W จาก republican ได้ขาดรอย 486 ต่อ 52 คะแนนถ้ามองเป็น Popular โต 43 ล้านต่อ 27 ล้านเรียกง่ายๆว่า Land ครับ Land สลชัย ชนะของ lingon Johnson บอกว่าอะไรครับ บอกว่าคนอเมริกันให้ความไว้เนื้อเชื่อใจ ต่อ lingon Johnson มากขนาดไหนทั้งนี้ รวมถึงการที่เขาจะเพิ่มกำลังเพื่อแสดง แญญานุภาพของกองทัพสหรัฐในเวียดนามที่พวก เขามั่นใจมากว่าสมรภูมินี้เราชนะแน่ lingon Johnson ยังคงให้ความไว้วางใจ กับ rober แมกนารัฐมนตรีกหคนเดิมอย่างต่อ เนื่องและยังคงให้ West mor เป็นผู้ บัญชาการของแมวในเวียดนามต่อไปอย่างที่ บอกล่ะครับแมนเป็นสายข้อมูลพวกเขาดูข้อ มูลนะครับจะพบว่าตัวชี้วัดหรือ KPI ในการ ทำสงครามของเขาคือ Body count หรือว่า การนับศพว่าใครระหว่างสหรัฐเวียดนามใต้ กับเวียดกงเวียดนามเหนือตายมากกว่ากันแทน ที่จะใช้ตัวชี้วัดอื่นๆซึ่งเดี๋ยวจะไล่ เรียงต่อไปว่าควรใช้ตัวชี้วัดอะไรกำหนด ตัวชี้วัดเป็นบอดี้เาสำคัญนะครับตรงนี้ใน ช่วงปีนั่นเองครับสหรัฐอเมริกาส่งทหาร เข้าเวียดนามเพิ่มเติมไปอีกนะครับจาก 16,000 กว่านายในปี 63 มาเป็น 300,000 นายในปีต่อมาและในปีปี 65 เพิ่มทหารเข้า ไปอีกนะครับโดยมีกำลังเพิ่มจากกองกำลัง โอกินาวาในฐานทัพสหรัฐที่ญี่ปุ่น พฤศจิกายนครับของปี 64 สงครามหนักขึ้น ครับเริ่มต้นที่สงครามที่มีชื่อว่าสงคราม
เปลียกูในพื้นที่เวียดนามใต้สมรภูมิที่ ถือได้ว่าเป็นสงครามเต็มรูปแบบครับ ระหว่างกองกำลังผสมอวินแม็กวีก็คือฝั่ง สหรัฐกับเวียดนามใต้ภายใต้รหัสปฏิบัติการ Operation rolling thunder ในครั้ง นั้นสงครามเปลียกูมีสมรภูมิที่มีชื่อว่าย ดรังในเขตเวียดนามใต้สหรัฐในการทำสงคราม ในครั้งนี้ครับพวกเขามาพร้อมกับนวัตกรรม ยุทธภัณฑ์ใหม่ๆหลากหลายอย่างครับอย่างแรก ครับคุ้นเคยกันดีเลยปืนกล M16 ต้องเรียก ว่าพรีเมียร์ที่เวียดนามใต้เลยเบากว่า แม่นยำกว่าโหลดกระสุนได้มากกว่ามีระบบ ออโตเมติกที่ว่องไวกว่านี่คือถือว่าเป็น อาวุธสำคัญเลยนะครับของทหารสหรัฐใน เวียดนามใต้และณเวลานั้นสหรัฐครับหลังจาก ที่สังเกตการมาหลายปีพวกเขาตระหนักดีว่า การเข้าถึงภูมิประเทศเวียดนามใต้นั้นที่ เป็นร้อนชื้นมีหนองน้ำมีป่ารกที่เข้าถึง ยากแม้แต่ยานเกราะสะเทินน้ำสะเทินบกก็ไม่ สามารถเข้าถึงได้ง่ายจึงใช้ยุทธวิธีใหม่ ครับคือการใช้กำลังทางอากาศเป็นหน่วย สนับสนุนมีทั้งหน่วยพลร่มทหารม้า นาวิกโยธินใช้ความเหนือกว่าทางอากาศที่เ เรียกว่า air mobility เป็นการสร้างความ ได้เปรียบในแง่นี้พวกเขามีเครื่องบินทิ้ง ระเบิด boing b52 strato Fortress และ เครื่องบินลำเลียงพล B uh1 OC หลายคนบอกว่าชื่อจำยากจจังเลยท่านไม่ ต้องจำเยอะเฮลิคอปเตอร์รุ่นนี้คนไทยคุ้น เคยกันดีครับมันมีชื่อย่อว่าฮิวอี้นี่ แหละครับการสู้รบที่ยาดรังภายใต้ปฏิบัติ การชื่อว่า Operation silver bionet หรือว่าด่าบปลายปืนสีเงินของสหรัฐกินเวลา 4 วันเมื่อผนกับยุทธการเปลียกูซึ่งเป็น สงครามที่ใหญ่กว่าแล้วกองกำลังสหรัฐ เวียดนามใต้สูญเสียจำนวนน้อยมากครับ 600 นายเทียบกับเวียดนามเหนือและเวียดกงที่ สูญเสียมากกว่า 10 เท่าอัตราส่วนคนตายของ ฝั่งตรงข้ามกล่าวคือเวียดกงและเวียดนาม เหนือ 10 เท่าถ้าเทียบกันกับของฝั่งสหรัฐ และเวียดนามใต้สำหรับสหรัฐแล้วครับพวกเขา มองว่าการปะทะกันครั้งนี้พวกเขาคือผู้ชนะ เพราะระบบการวิเคราะห์ข้อมูลของโรเบิร์ต แมกนาคือการนับศพเขาตายมากกว่า 10 เท่า แสดงว่าเราเหนือกว่าเยอะในขณะที่ฝั่ง เวียดนามเหนือกับเวียดกงเขามองคนละอย่าง ครับโฮจิมินมองว่าก็ไม่ต่างจากสงคราม ครั้งอื่นๆเลยที่เวียดนามนั้นมีคนตายมาก กว่าศัตรูเป็นเท่าตัวรวมถึงสมรภูมิที่ดิน เบนฟูที่พวกเขาตายมากกว่าฝรั่งเศส 3 เท่า ตัวนะครับแต่ท้ายที่สุดพวกเขาชนะสงคราม ครับครั้งนี้ที่เปลียกูและยาดรังพวกเขา รู้แล้วว่าแม้ว่ากองกำลังสหรัฐจะมีแอร์ mobility เคลื่อนไหวทางอากาศแต่การกด อากาศยานสหรัฐให้ต่ำลงและยิงถล่มคือพิมพ์ เขียวในการปฏิบัติการที่พวกเขาใช้ดำเนิน ต่อไปอีกส่วนหนึ่งครับพวกเขามีอาวุธลับ ครับก็คืออุโมงค์กู๋จีไงครับเครือข่ายการ เคลื่อนกำลังพ้นการตั้งฐานทัครับที่สหรัฐ และฝ่ายเวียดนามใต้คืออาวินมองไม่เห็นอีก ด้วยแม้ว่าสหรัฐเองจะค้นพบอุโมงค์กู๋จีนะ ครับใน 1 ปีหลังสงครามและมีการเปิด ปฏิบัติการที่เรียกว่า Operation ิและ seeda 4 เป็นปฏิบัติการถล่มอุโมงค์กูจี
แต่ปฏิบัติการเหล่านี้เน้นการปูพรมทิ้ง ระเบิดจากภาคอากาศให้อุโมงค์ทรุดตัวรวม ถึงการหย่อนระเบิดลงไปในหลุมที่มันแคบมาก ๆครับแต่สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถตัดเส้นทาง อุโมงค์กู๋จีของเวียดกงได้สักเท่าไหร่เลย เพราะอุโมงค์ยังคงเป็นเส้นเลือกหลักของ การยุทธของเวียดกงต่อมาอีกยาวนานด้วยพูด ถึงในปีนั้นครับปี 6465 โฮจิมินอยู่ในวัย 75 ปีครับเริ่มต้นมีอาการป่วยผู้นำรุ่น ใหม่ของเวียดนามเหนือเริ่มต้นตัดสินใจ นโยบายต่างๆโดยไม่ปรึกษากับโฮจิมินแล้ว โดยที่พวกเขามีเลสวนเป็นผู้นำพรรคโต๊ะหือ เจืองจินฟ่ามวันดงนัดประวัติศาสตร์ตะวัน ตกใช้คำว่าโฮจิมินค่อยๆถูกผลักออกจากวง การตัดสินใจสำคัญเรื่อยๆ การรบทั้ง 2 ฝ่ายครับเดินหน้าต่อไปหลักๆ ครับคือฝ่ายอาวินเวียดนามใต้ก่าสหรัฐ รักษาฐานที่มั่นคือเมืองเอาไว้ได้ในขณะ ที่เวียดกงกับเวียดนามเหนือไม่สามารถรุก คืบเข้าเขตเมืองได้แต่ตรึงกำลังเอาไว้ที่ ชนบทอย่างเหียวแน่นสหรัฐเองครับเหนื่อย ล้ากับสงครามในครั้งนี้อย่างมากแต่ว่า รัฐบาลของ Johnson ยังคงทุ่มเทสรรพ กำลังและงบประมาณเข้าสู่สงครามอย่างต่อ เนื่องเพิ่มกำลังพลจาก 300,000 นายในปี 65 สู่ระดับ 385 5000 นายในปี 66 และ 500,000 นายในอีก 2 ปีต่อมาคือ 1968 งบ ประมาณไม่ต้องพูดถึงครับเพราะมันมหาศาล เหลือเกินวอชิงตันครับแมกนาให้ข้อมูลใน การนับศพเวียดกงเป็นดัชนีชี้วัดของสงคราม เขาเชื่อมั่นว่าพวกเขาเข้าใกล้ชัยชนะเข้า ไปทุกทีนอกจากนี้เองก็ยังไม่มีสิ่งบ่งชี้ อื่นใดเลยที่บอกว่าเวียดกงสามารถเข้าสู่ เขตเมืองได้แม้แต่เมืองเดียวของเวียดนาม ยังคงตรึงกำลังได้แค่เขตชนบทแต่แล้วครับ เวเดกงภายใต้ข้อเสนอของแกนนำอย่างเหวียน หวัลินจำชื่อนี้ไว้ดีๆนะครับเหวียนหวัลิน เหวียนวลินแกนนำเวียดกงครับวางแผนในการ รุกเข้าเมืองโดยเฉพาะเมืองใหญ่เพื่อขยาย อิทธิพลในพื้นที่ที่พวกเขายังไม่เคยเข้า ไปได้เลยไม่ว่าจะเป็นเวราชธานีเดิมที่ตอน นี้อยู่เกือบเหนือสุดของเวียดนามใต้อีก เมืองหนึ่งคือไส้งอนเวียดนามครับอย่างที่ เราทราบใกล้ชิดกับจีนมาเป็นเวลานับ 1000 ปีเมื่อจีนมีตรุษจีนครับในช่วงเวลาเดียว กับเลยเวียดนามเขาก็มีตรุษเวียดนามก็คือ วันปีใหม่ตามปฏิทินจันทรคติตรุษเวียดนาม นั้นมีชื่อภาษาเวียดนามว่าเตดเวียนตานที่ ก็จะมีในช่วงปลายเดือนมกราคมต้นเดือน กุมภาพันธ์ก็แล้วแต่ปฏิทินปีจันทรคติแต่ ละปีครับโดยปกติแล้วชาวเวียดนามจากเขต ชนบทจะเดินทางเข้าไปในเมืองใหญ่ในช่วงวัน ตรุษหรือเรียกว่าเต็ดอยู่แล้วแต่ว่าตรุษ เวียดนามของปี 1968 ครับดูเหมือนมีคนหน้า ตาแปลกๆครับโดยเฉพาะชายชกรที่ดูร่ำสรเข้า ไปในเขตเมืองหลักๆเยอะแยะมากมายมันก็ไม่ น่าแปลกใจครับช่วงเวลาเฉลิมฉลองใครๆก็ เข้าไปซื้อของในเมืองแต่แล้วครับกลุ่มชาย ชกรที่สวมชุดพลเรือนเข้าไปในเมืองไม่ว่า จะเป็นเวะเป็นไส้ง่อนต้องบอกว่า 2 เมือง นี้ห่างกันเป็น 100 กลนะครับกลับเริ่มต้น ปฏิบัติการทางการทหารถอดชุดพลเรือนสวม เครื่องแบบทหารฉวยโอกาสที่ชาวเวียดนามใต้ รวมกับกองกำลังอาวินออกเวรเพื่อเฉลิมฉลอง วันปีใหม่เวียดนามในการโจมตีพวกเขาไม่ใช่ ใครที่ไหนครับพวกเขาคือกองกำลังเวียดกง ที่สวมเสื้อผ้าชุดพลเรือนแทรกตัวเข้าไปใน อุโมงค์กู๋จีเดินทับผ่านเส้นทางโฮจิมิน เข้าไปในเขตเมืองพวกเขาไม่ได้เข้ามาฉลอง แต่เข้ามาเปิดฉากปฏิบัติการยึดเมืองใหญ่ ในเวียดนามเป็นเซอร์ไพรสอคมากกว่า 90 เมืองในเวียดนามไม่มีใครคาดคิดไม่ว่าจะ
เป็นกองกำลังเวียดนามใต้หรือแม้กระทั่ง แม็กวีของสหรัฐการศึกในครั้งนี้ใครชนะส่ง ผลสะเทือนอย่างไรต่อทั้งเวียดนามเหนือ เวียดกงชิตันดีซและเวียดนามใต้เดี๋ยว Episode หน้าเรามาตามครับว่าการยุดตรุด ญวนหรือเเหวียนตานั้นเป็นอย่างไร ครับ The Standard podcast I Opening for your ears This is the Standard podcast ey Opening for your ears hist ปฏิบัติการของสหรัฐอเมริการ่วมกันกับ อาวินของเวียดนามใต้นะครับกับทางเวียดนาม เหลือและเวียดกงดำเนินมา 4 ปีตั้งแต่ปี 1964 นะครับก็คือการเอ่อชนะการเลือกตั้ง ของิน Johnson จนกระทั่งมาปีท้ายๆของการ ดำรงตำแหน่งของ lind Johnson ในเวลานั้น ในปี 1968 ครับในช่วงตรุดเต็ดเหวียนตาน หรือว่าตรุษญวนของเวียดนามกองกำลังของ เวียดกงแทรกซึมเข้ามาแต่งกลายเป็นพลเรือ แล้วบุกรุนะครับในพื้นที่ต่างๆซึ่งเป็น เขตเมืองของเวียดนามใต้เป็นร่วม 100 จุด ด้วยกันวันนี้เรามาต่อกันนะครับว่า ปฏิบัติการตรุดยวนในครั้งนั้นที่จบลง อย่างหนึ่งแต่สหรัฐตัดสินใจอีกอย่างหนึ่ง และนำไปสู่จุดพลิกผันนะครับของสงครามใน ครั้งนี้เป็นอย่างไรกันบ้างครับปฏิบัติ การในครั้งนี้ปฏิบัติการตรุษเวียดนามหรือ ว่าเท offensive นะครับเป็นปฏิบัติการที่ ฝ่ายเวียดกงนั้นเดินทางเข้ามานะครับในเขต เมืองต่างๆของเวียดนามใต้โดยเริ่มต้น ปฏิบัติการพร้อมกันในวันที่ 30 มกราคม 1968 ครับเป็นวันทิงอย่างที่เล่าไปใน Episode ที่แล้วครับทหารเวียดโก่งกรนั้น ปะปนเข้ามาในเมืองด้วยการแต่งกลายเป็น เครื่องแบบพลเรือนในหลายๆจุดในเวียดนาม พร้อมปฏิบัติการทางทหารพร้อมกันในหลายๆ จุดรวมกว่า 100 จุดด้วยกันในเมืองต่างๆ รวมถึงเมืองหลวงของจังหวัด 36 เมืองจาก 44 จังหวัดของเวียดนามใต้พร้อมกันในเวลา เดียวกันจุดที่สำคัญครับแน่นอนคือไส้งอน เมืองหลวงของเวียดนามใต้อีกจุดที่สำคัญ และเปราะบับางมากครับเพราะอยู่ใกล้กันกับ เส้นขนานที่ 17 แทบจะอยู่ตรงกลางประเทศ เลยนะครับก็คือชายแดนเวียดนามเหนือก็คือ เมืองเวราชธานีเดิมนะครับของราชวงศ์ เหวียนซึ่งอยู่ในจังหวัดเถื่อเทียนเวทุก ที่ทุกจุดที่มีการเปิดการโจมตีเหมือนกัน ครับเพราะกองกำลังเวียดกงผสมเวียดนาม เหนือรวมทุกจุดเลยนะครับ 80,000 นายโจมตี สายฟ้าแลบเบื้องต้นแน่นอนว่าทั้งทหาร เวียดนามใต้และสหรัฐไม่ทันตั้งตัวสูญเสีย จำนวนมากไม่ต้องพูดถึงพลเรือในเขตเมืองนะ ครับที่พวกเขาไม่เคยเจอภัยสงครามในเขต เมืองมาก่อนเลยสำหรับที่เมืองเหวเวียดกง เองสามารถเข้าไปถึงยังกำแพงชั้นในของ เมืองเวประสานงานกับกองทัพเวียดนามเหนือ
ครองพื้นที่ภายในเมืองได้สำเร็จแต่แล้ว ครับกองกำลังแม็กวีผสมกันกองกำลังอาวิน เวียดนามใต้สามารถโต้กลับจนยึดพื้นที่ใน บางส่วนและสามารถครองพื้นที่ชักธง เวียดนามใต้กลับขึ้นมาได้อีกในวันที่ 20 มีนาคมพูดง่ายๆใช้เวลาประมาณ 20 วันในการ เผด็จศึกนะครับเวียดกงแล้วก็เวียดนาม เหนือในส่วนของเมืองเวแต่เรื่องไม่จบแค่ นั้นครับเพราะที่เมืองอื่นๆกว่าที่จะสงบ ลงได้ปฏิบัติการนี้ยืดเยื้อถึงเดือน สิงหาคม 1968 อย่างเป็นทางการแล้วครับสหรัฐ อเมริกาและเวียดนามใต้เสียชีวิตรวมหมื่น กว่านายฝ่ายเวียดกงกับเวียดนามเหนือตาย มากกว่า 100,000 นี้ยังไม่รวมความเสียหาย ที่เกิดขึ้นกับพลเรือนนะครับเพราะการรบใน ครั้งนี้แตกต่างไปจากการรบครั้งอื่นคือรบ กันในเขตเมืองสานคนเวนะครับ 1 ใน 3 กลาย เป็นผู้ที่ไม่มีบ้านจะอยู่โดยรวมครับ สงครามครั้งนี้จบลงด้วยชัยชนะของกองกำลัง ผสมแม็กวีจากสหรัฐกับอาวินเวียดนามใต้แต่ มันกลายเป็นจุดพลิกผันนะครับกลายเป็นชัย ชนะที่นำไปสู่ความพ่ายแพ้ระยะยาวท่านอาจ จะงงชนะแล้วพลิกผันเป็นความพ่ายแพ้เดี๋ยว มาตามกันครับแต่ก่อนที่จะไปมิติสงครามและ ผลต่อเนื่องการรุกตรุดญวนในครั้งนี้ขอ เสริมนะครับว่าภาพสำคัญภาพหนึ่งใน ประวัติศาสตร์จากเหตุการณ์ในครั้งนี้มี เล็กน้อยครับเพราะพูดถึงกันค่อนข้างบ่อย ก็คือภาพที่อธิบดีกรมตำรวจของเวียดนามใต้ ชักปืนสั้นออกมาแล้วฆ่าชายที่อยู่ในชุด พลเรือนที่ไม่มีทางต่อสู้เพราะถูกใส่ กุญแจมืออยู่ภาพนี้โจษจันกันมากว่าเจ้า หน้าที่ที่เป็นตำรวจคนนี้เหี้ยมโหดมาก เพราะสังหารพลเรือนภาพนี้ถ่ายโดยช่างภาพ ของ associated press ก็คือ edy adams ในวันที่ 3 การลุกตรุษญวนคือวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 1968 ครับที่ไซงอนผู้ปรากฏใน ภาพที่ถือปืน .38 รีวอลเวอร์ชื่อว่า เหงือนหงอกโลนครับเป็นอธิบดีกรมตำรวจ เวียดนามใต้ส่วนผู้ที่ถูกยิงสวมชุด พลเรือนถูกใส่กุญแจมือชื่อว่าเหวียนหวั เลิมผู้ถูกยิงและผู้ตายเป็นร้อยเอกแห่ง กองกำลังเวียดกงครับสวมชุดพลเรือนอย่าง ที่บอกปะปนเข้ามาเพื่อที่จะเปิดปฏิบัติ การทางการทหารที่ไส้งอนระหว่างการปฏิบัติ การในช่วงต้นครับเหวียนหวัเลิมซึ่งเป็น เวียดกงคนนี้สังหารครอบครัวของพันตำรวจโท เหวียนทวนภรรยาของเขาแม่วัย 8 80 ปีของ เขาและลูกๆของเขา 6 คนจาก 7 คนรวมกันแล้ว 9 คนเกือบยกครัวมีคนรอดชีวิตคนเดียวก็ คือลูกชายวัย 9 ขวบของเหวนถวนที่รอดมาจาก เหตุการณ์ในครั้งนั้นเหตุการณ์สังหาร่ายก ครัวในครั้งนี้ได้รับการพิสูจน์ต่อมาว่า ชายคนที่ถูกยิงในภาพคือเหวียนหวั่นเลิม เป็นผู้ทำจริงด้วยความบรรลุโทสะทำให้ เหวียนหงอกโลนซึ่งเป็นอธิบดีกรมตำรวจของ เวียดนามใต้ชักปืนขึ้นมาและสังหารเวียดกง ที่แต่งชุดพลเรือนและปะปนเข้ามาจนกระทั่ง สังหารคนเวียดนามใต้จำนวนมากมายไม่เว้น แม้แต่พลเรือนเด็กผู้หญิงและคนแก่ก็คือ เหวียนวัเเลิมนั่นแหละครับภาพนี้เป็นภาพ ที่เล่าขานกันมานานจึงขอเล่าเพิ่มเติม ความเข้าใจเราจะได้พอทราบว่าภาพนี้เป็น ส่วนหนึ่งของยุทธการตรุษเวียดนามเทท offensive นะครับอีกหนึ่งภาพจากสมรภูมิ สงครามเวียดนามที่ถูกจารึกเอาไว้ใน
ประวัติศาสตร์ในช่วงเวลานี้ก็คือภาพที่ ทั่วโลกรู้จักในนามของเด็กหญิงนาปาหรือ ว่า nepal Girl เป็นภาพของเด็กหญิงวัยย 12 ปีครับที่กำลังร้องไห้ด้วยความหวาด กลัวขณะที่วิ่งหนีระหว่างสงครามด้วยร่าง กายที่เปลือยเปล่าภาพนี้เกิดขึ้นในปี 1972 ครับระหว่างที่กองทัพเวียดนามใต้กำลังใช้ เครื่องบินทิ้งระเบิดอย่าง A1 Sky Rider ทิ้งระเบิดเพลิงคือนาปาลมลงในพื้นที่ที่ ชนบทที่จังหวัดนะครับจังบางจังหวัดเตยนิน ในพื้นที่เวียดนามใต้ที่อยู่ภายใต้การควบ คุมของเวียดกงไปก่อนหน้านั้นพลเรือนที่ รวมถึงตัวเธอทราบชื่อภายหลังว่าฟานิกิฟุก กำลังหนีจากการทิ้งระเบิดเพื่อไปในทิศทาง ที่ปลอดภัยแต่ว่าทัพอากาศเวียดนามเปลี่ยน ทิศทางการทิ้งระเบิดทำให้ระเบิดเพลิงนั้น ถูกทิ้งลงไปในพื้นที่ที่มีพลเรือนลูกพี่ ลูกน้องของเธอ 2 คนและเพื่อนร่วมหมู่บ้าน ถูกสังหารตายทันทีส่วนตัวเธอถูกไฟคลอก อย่างรุนแรงจนเสื้อผ้าที่เธอสูมไว้หายไม่ วับไปกับตาตัวเธอถูกเผาความสาหัสระดับ 3 เธอร้องออกมาเป็นภาษาเวียดนามว่า่งกวา่ง กวาไม่แล้วไม่แล้วคนถ่ายภาพคือนิกอุดครับ ช่างภาคอเมริกันเชื้อสายเวียดนามช่วย เหลือเธอและลำเลียงเธอไปที่โรงพยาบาลที่ ไส้งอนเธอพักฟื้นอยู่ 12 เดือนผ่าตัด 17 ครั้งที่สุดรอดตายมาได้ก่อนที่เธอจะกลาย เป็นหนึ่งในผู้โชคดีครับที่ส่งตัวต่อไป รักษาที่โรงพยาบาลที่ลุดวิกาฟนในเยอรมนี เมื่อสิ้นสงครามเวียดนามแล้วในปี 1982 เธอลี้ภัยต่อไปที่สหรัฐอเมริกามีชีวิต ใหม่และโชคดีกว่าคนเวียดนามอีกจำนวนมาก มายที่ต้องเผชิญภัยสงครามอย่างต่อเนื่อง ฝานถี่กิมฟุคคนนี้เธอเข้านับถือศาสนา คริสต์ในเวลาต่อมาและเธอให้อภัยกับทุก สิ่งและทุกคนที่เกิดขึ้นในชีวิตเธอแล้ว กลับมาที่การรุกตรุดยนกันต่อครับว่าสิ้น สุดลงระรอกแรกมีนาคมคุกรุ่นมาถึงเดือน สิงหาคมครับถ้าดูสถิติแบบบอดี้เานับศพตาม สไตล์แมกนาสหรัฐยังคงเป็นผู้ที่เหนือกว่า ในสงครามครั้งนี้โดยเบ็ดเสร็จเลยแต่ว่า ครับก่อนจบสงครามที่เมืองเวแมกนามา่าตัด สินใจลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมหลัง จากที่ถือว่าเป็นสถาปนิกคนสำคัญของสงคราม เวียดนามมาตั้งแต่ยุคเคนเนดี้ที่ส่งทหาร จาก 900 คนสู่ 533 คนถามว่าทำไมครับตัวเขาถูกวิจารณ์ เรื่องการใช้ความคิดแบบ Data ren ตัดสิน ใจด้วยการนับข้อมูลก็คือการนับศพเพราะมัน คือ Approach ที่ผิดตั้งแต่ต้นแม้ว่า เวียดกงจะตายมากกว่าแต่ถ้ามองในพื้นที่ ของการขยายอิทธิพลของกองทัพสหรัฐกองทัพ สหรัฐยังไม่สามารถยึดพื้นที่ชนบทกลับมา ได้สักเท่าไหร่เลยจึงมีการตั้งคำถามว่า ทำไมไม่ใช้ KPI เป็นการนับพื้นที่ใหม่ๆ ที่สามารถที่จะเป็นตัวบ่งชี้ในความสำเร็จ ของการทำสงครามแต่กลับมองไปที่วิธีการใน การนับศพแต่นั่นครับคือการจบลงของแมกนาใน บทบาทของรัฐมนตรีกลาโหมคคิฟก้าวขึ้นมา ดำรงตำแหน่งต่อจากเขาอีก 10 ปีจนสิ้น รัฐบาล lind Johnson มองแง่หนึ่งครับ เวียดกงเวียดนามเหนือเองอ่อนล้ามากครับ เพราะความพ่ายแพ้ในการลุกตรจยวนนั้นยับ เยินมากถ้าเกิดสหรัฐครับเพิ่มเติมกำลังพล อีกไม่เยอะที่สุดแล้วสหรัฐอาจจะชนะ เวียดนามเหนือและกวาดล้างเวียดกงจนสำเร็จ สิ้นซากได้เพราะเวียดกงเองตายต่อเนื่อง มหาศาลไม่น่าจะมีตำนวนเยอะนักสักเท่าไหร่ แล้วพลเอกเสมอนผู้บัญชาการสูงสุดของกอง กำลังแกวที่ยังคงยืนหยัดในสมรภูมิแจ้งต่อ
ประธานที่ี Johnson ว่าพวกเขากำลังเดิน หน้าสู่ชัยชนะเบ็ดเซ็ตขอให้วอชิงตันส่ง กำลังผลเพิ่มเติมอีก 200,000 นายเพื่อ เผด็จศึกแต่แล้วครับ lingon Johnson ที่ ในเวลานั้นปี 1968 ดำรงตำแหน่งเป็นปีสุดท้ายคือปีที่ 4 ของวาระรู้แล้วครับว่าสิ่งที่เขาต้อง ตระหนักที่สุดคือคนอเมริกันที่อยู่ที่ สหรัฐอเมริกาดังนั้นเขาปฏิเสธที่จะส่ง กำลังพลเพิ่มเติมให้กับเสมอน คำว่าการสงครามครับชนะแพ้ไม่ได้ขึ้นอยู่ กับเพียงแค่กองทัพแนวหน้าแต่เพียงอย่าง เดียวนะครับถ้าเรามองตามทฤษฎีของคารฟควช เจ้าของตำรากลยุทธ์สงครามและกลยุทธ์อัน เป็นแม่บทในการศึกษากลยุทธ์ในยุคปัจจุบัน จากหนังสือที่มีชื่อว่าโม creek หรือว่า ว่าด้วยสงครามควิบอกว่าในการทำสงครามมี องค์ประกอบสำคัญ 3 ส่วนด้วยกันครับรัฐกอง ทัพและประชาชนหากว่ารัฐและกองทัพมีความ พร้อมแต่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากประชาชน รบไปก็พ่ายแพ้กรณีนี้ไม่แตกต่างกันครับ กับกรณีสหรัฐในปี 1968 สักเท่าไหร่แม้ว่า สหรัฐเองจะดูได้เปรียบนะครับในสงคราม เวียดนามแล้วแต่คนสหรัฐในยุคที่มีการถ่าย ทอดสดผ่านดาวเทียมเฝ้าติดตามสถานการณ์มา ตลอดพบว่าครอบครัวของพวกเขาจำนวนมากส่ง จำนวนลูกชายไปสงครามเวียดนามทหารจำนวนมาก กลับมาในบ้านในสถานะยับเยินจากเดิมที่มี ผู้สนับสนุนสงครามที่มีจำนวนมากมากดูจาก การลงคะแนนให้ Johnson ชนะการเลือกตั้งก็ พอเห็นได้นะครับกลายมาเป็นกลุ่มผู้ต่อ ต้านสงครามมีจำนวนที่มากขึ้นอย่างมหาศาล คนประท้วงในช่วงเวลานี้ไม่ใช่แค่กลุ่มนัก ศึกษา activist บุพผาชนฮิปปี้ผู้ปฏิเสธ อำนาจรัฐแต่ว่ายังรวมถึงคุณผู้หญิงคุณแม่ ชนชั้นกลางมนุษย์เงินเดือนมากมายที่ออก มาเรียกร้องให้รัฐบาลสหรัฐยุติสงครามครับ ในปีนั้น 1968 คือปีที่จะมีการเลือกตั้ง ประธานาธิบดีสหรัฐด้วยธรรมเนียมแล้วผู้ ที่ดำรงตำแหน่งมา 1 สมัยไม่รวมยุคที่ ปฏิบัติการแทนเคนเนดี้นะครับ Lyon Johnson น่าจะลงสมัครอีก 1 สมัยแต่ตัว เขาครับตัดสินใจที่จะไม่ลงสมัครรับเลือก ตั้งในนามเดโมแครตโดยระบุว่าผมตัดสินใจทำ สิ่งที่ถูกต้องและจะไม่สนใจเรื่องการ เลือกตั้งอีกต่อไปผลครับการเลือกตั้งในปี 1968 democrat ส่งเบตัฟรลงเป็นแคนดิตชน กับตัวแทนฝ่าย repubic ที่มีชื่อว่า Richard n ที่เคยเป็นรองประธานาธิบดีสมัยไฮร์และ candidate ในการเลือกตั้งปี 60 ที่แพ้ ต่อ jfk ไม่ต้องเดาผลลครับเพราะว่า Richard nion ชนะการเลือกตั้งแม้ผลออกมาจะไม่ใช่ landside ครับแต่ตัวเขาตระหนักดีว่าหน่ง ในสิ่งที่สาธารณชนคาดหวังจากเขาคือการถอน ทหารจากเวียดนามใต้ยุติบทบาทของสหรัฐใน เวียดนามแต่ต้องทำอย่างมีศักดิ์ศรี withdraw with Honor
ดังที่บอกไปแล้วนะครับว่านับตั้งแต่ปี 64 เป็นต้นมาครับลุงโฮบารโฮสุขภาพแได้ดีครับ ผู้นำรุ่นต่อมาเลสวนโต๊ะหือเจืองจินฟ่าม หวั่นดงก้าวเข้ามาเป็นผู้ตัดสินใจหลักแต่ กันนั้นครับลุงโฮยังมีบารมีต่อนโยบายนะ ครับของพรรคคอมมิวนิสต์ในระหว่างที่สหรัฐ อเมริกาเตรียมการในการเริ่มต้นถอนทหารได้ แสดงออกถึงท่าทีในการหาทางออกร่วมกันกับ เวียดนามเหนือในช่วงกลางปีเดือนกรกฎาคม ครับมีการสื่อสารอย่างกึ่งเป็นทางการของ ผู้นำทั้ง 2 ฝ่ายนะครับโดยที่ทางด้านของ ชองแนีจำชื่อได้มครับเขาเคยเป็นหนึ่งใน เจ้าหน้าที่ยุคปลายที่ฝรั่งเศสครอบครอง เวียดนามหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ช่อง แซนตีเดินทางไปยังเวียดนามเหนือและมอบ จดหมายที่นัเขียนให้กับลุงโฮใจความของ จดหมายนัที่ต่อมาครับลุงโฮได้เปิดผนึกและ อ่านมันออกมาพบแบบนี้ครับใจความของจดหมาย ของ nion ต่อลุงโฮครับคือการที่แนะนำว่า 2 ฝ่ายควรร่วมกันในการยุติสงครามที่เต็มไป ด้วยโศกหน้ากรรแต่จดหมายนับอกกับลุงโฮว่า ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขต่อต่างๆก่อนที่จะ เดินหน้าต่อไปลุงโฮตอบจดหมายดังกล่าวที่ ถึงมือนัในวันที่ 30 สิงหาคมบอกเวียดนาม เหนือเองเต้องการเจรจาสันติภาพกับ อเมริกันด้วยการยุติสงครามล่ะครับแต่จะ ไม่ยอมปฏิบัติตามเงื่อนไขใดๆแต่เพราะท่า ทีของ nion คือการข่มขู่เวียดนามเหนือไม่ กี่วันต่อมาครับ 2 กันยายนในปีนั้น 1969 โฮจิมินถึงแก่อสัญกรรมด้วยวัย 78 ปีที่ ฮานอยโตนดึกทั้งก้าวสู่ตำแหน่ง ประธานาธิบดีคนที่ 2 แต่อำนาจหลักยังอยู่ ในมือของเลขาธิการของพรรคคอมมิวนิสต์เศว ที่เป็นผู้มีอำนาจสูงสุดโดยที่ยังคงมี ฟ่ามวันดงเป็นนายกรัฐมนตรีสืบต่อ เจตนารมณ์ต่อไปสำนับฟ้ามบันด่งเป็นเกร็ด เล็กน้อยนะครับว่าท่านยังคงดำรงตำแหน่ง เป็นนายกรัฐมนตรียาวนานถึงปี 1988 มีความหมายว่าท่านฟ่ามวันดงคือนายก รัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งยานานที่สุดใน ประวัติศาสตร์ของเวียดนามครับในปี 1969 ครับเป็นปีที่พีคมากครับเพราะสหรัฐ อเมริกาทรงกำลังเข้าสู่สมรภูมิเวียดนาม 540,000 นายนะครับแต่ในปีเดียวกันด้วย เจตนารมณ์ของ nion มีการถอนทหารออกไป 150,000 นายและมีการประกาศ Road Map ใน การถอทหารลงมาเรื่อยๆนับตั้งแต่ที่นัเข้า มาดำรงตำแหน่งครับเขาได้มีการเชื้อเชิญ นักวิชาการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จากมหาวิทยาลัยฮวดที่เคยเป็นทหารผ่านศึก สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่มีชื่อว่าเนร kissinger มาเป็นที่ปรึกษาด้านความมั่น คงแห่งชาติที่ต่อมาเป็นรัฐมนตรีต่าง ประเทศของสหรัฐในชุดนันี่แหละครับนโยบาย ของเขาคือ Real politic กล่าวคือไม่ยึด ติดกับคู่ใดคู่หนึ่งสหรัฐถ้ามีความจำเป็น และมีผลดีในทางปฏิบัติก็สามารถพูดคุยกับ คู่คอมมิวนิสต์ได้เช่นเดียวกันทุกฝ่าย ตระหนักดีครับว่าหากสหรัฐถอยออกมาคงนำไป สู่โศกนาฏกรรมสำรเวียดนามใต้แน่ๆเพราะกอง ทัพอาวินที่ผ่านมาพิสูจน์ได้เห็นแล้วครับ ว่าหากปราศจากความช่วยเหลือของแควพวกเขา ไม่สามารถต้านทานการลุกของเวียดนามเหนือ ได้แน่ๆแต่อย่างไรก็ตามครับสหรัฐอเมริกา ต้องประกาศนโยบายเวียตนามกล่าวคือการถอน กำลังอเมริกันหรือว่าดี
American Night ออกมาและใช้กองกำลังของเวียดนามใต้เองใน การปกป้องอธิปไตยของตัวเองลดสัดส่วนความ ช่วยเหลือของอเมริกันเพิ่มเติมสัดส่วนของ ทหารเวียดนามใต้ทีนี้ครับสิ่งที่สหรัฐ ต้องทำคือการออกแบบให้ความช่วยเหลือต่อ เนื่องกับกองกำลังเวียดนามใต้ไม่ว่าจะ เป็นการฝึกกำลังพลการสนับสนุนยุทโธปกรณ์ เพื่อติดอาวุธให้กับกองทัพเวียดนามใต้ หรือว่าอาวินในการช่วยเหลือตัวเองในกรอบ เวลาปี 6970 และ 71 ครับคือช่วงเวลาที่ เวียดกงนั้นบอบช้ำมาจากความพ่ายแพ้อย่าง หนักในการรุกตรดยวน 1968 สหรัฐพิจารณาถอน ทหารและสร้างดุลยภาพใหม่ในสงครามเย็นใน กรอบเวลานี้ครับคิสซิงเจอร์ขยับหมากตัว สำคัญเดินหน้าเปิดความสัมพันธ์ทางการทูต กับสาธารณรัฐประชาชนจีนเพื่อแยกจีนออกจาก สหภาพโซเวียตด้วยการเริ่มตเข้าพบกับโจอ ไหลนายกรัฐมนตรีของจีนก่อนที่จะพา nion เข้าพบกับเหมาเจ๋ตุงยุติความมึนตึงที่กิน ระยะเวลายาวนานกว่า 20 ปีตั้งแต่ยุคที่ จอร์จซมาชรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐเดินทาง ไปยืนเจียงไคเช็คและเหมาเจอตุงในช่วง สงครามกลางเมืองครั้งที่ 2 ในจีนนอกจาก นี้ครับ ิิอเดินหน้าในการพูดคุยกับเวียดนามเหนือ ภายใต้การนำของเลสวนเพื่อตกลงเจรจา สันติภาพระหว่างสหรัฐกับเวียดนามเหนือและ นั่นคือจุดกำเนิดของ Paris Peace Accord ที่มีการร่วมกัน 4 ฝ่ายอันได้แก่รัฐบาล เวียดนามใต้สหรัฐอเมริกาอันนี้ฝ่ายหนึ่ง เวียดนามเหนือและกองกำลังเวียดกงอีกฝ่าย หนึ่งทั้ง 4 บรรลุข้อตกลงว่าด้วยการยุติ สงครามลงนามในวันที่ 27 มกราคม 1973 ครับ ใจความสำคัญคือการถอนทหารสหรัฐออกจาก เวียดนามนะครับที่ในปี 1972 นั้นทหารคบต คือทำทหารในสมรภูมิสหรัฐถูกถอนออกไปเกือบ ทั้งหมดแล้วขณะที่ทุกฝ่ายนั้นจะมีการหยุด ยิงและรักษาสันติภาพ ในการยุติสงครามอย่างน้อยก้าวแรกของการ ยุติสงครามอย่างเบ็ดเสร็จนะครับก็ทำให้ ตัวแทนของทั้ง 2 ฝ่ายคือเฮนรี่ิิอและเลึ Talk ได้รับรางวัลโนเบลสันติภาพประจำปี 1973 ด้วยกันแต่ครับิิอรับเกียรติยศนี้ แต่ปฏิเสธที่จะเดินทางไปรับรางวัลที่ ออสโลขณะที่เลึกเทาะปฏิเสธที่จะรับรางวัล นี้โดยสิ้นเชิงเพราะมองว่าสงครามนั้นยัง ไม่จบสิ้นครับสหรัฐเองอาจจะยุติบทบาทใน เวียดนามใต้แล้วนะครับแมวกองบัญชาการให้ ความช่วยเหลือทางการทหารในเวียดนามของ สหรัฐถูกยุบเลิกไปแล้วลดระดับมากลายเป็น าอ Defense ช Office ว่าง่ายๆสำนักงานผู้ ช่วยทูตทหารในเวียดนามใต้และในปีนั้นเอง ครับสหรัฐถอนทหารคบตระลอกสุดท้าย 72,000 นายมีความหมายว่าลดอันดับบทบาทในเวียดนาม ใต้ชะตาชีวิตของเวียดนามใต้ตอนนี้อยู่ใน มือของอาวินแต่เพียงเท่านั้นและเกร็ดเล็ก น้อยครับในปี 1973 คือปีแห่งการสิ้นสุดกฎหมายการเกณฑ์ ทหารในสหรัฐอเมริกาอย่างถาวร The Permanent a of conscription
ปลายปี นั้นเอง 1973 ครับ Richard nion เจอคดี watergate และลาออกในเดือนสิงหาคมในปี ถัดมา 1974 รองประธานาธิบดี geral Ford เข้าดำรงตำแหน่งแทนแต่นโยบายต่อเวียดนาม ยังคงเดิมครับคือไม่เติมกำลังทหารเพิ่ม รักษาเสถียรภาพเอาไว้ให้นานที่สุดในทาง ปฏิบัติครับเวียดนามเหนือรู้ดีว่าที่ เวียดนามใต้นั้นไร้ความสามารถในความมั่น คงแค่ผลักนิดเดียวก็ล้มแล้วอุดมการณ์ของ พวกเขายังคงเดิมครับคือการไม่ยอมให้ เวียดนามแตกออกเป็น 2 ส่วนต้องผนวกกันให้ ได้ฝั่งใต้เองอยู่ภายใต้อิทธิพลของสหรัฐ อเมริกาและหลังจากที่เงียบสงบมาประมาณ 2 ปีครับปลายปี 1974 เป็นไปตามคาดเลยเวียดนามเหนือระดม พลราว 300,000 คนเปิดยุทธการรุกราน เวียดนามใต้หวังเผด็จศึกผนวกแผ่นดินที่ ถูกแบกแยกมาตั้งแต่ปี 1954 หรือ 20 ปีนี้ ให้จงได้ยุทธการนั้นเรียกว่าการรุกฤดูใบ ไม้ผลิเริ่มต้นธันวาคม 1974 ต่อเนื่องเมษายน 1975 เริ่มต้นการศึกที่บิ่นเฟือกตะเข็บ ชายแดนกัมพูชาเวียดนามเหนือเดินทางผ่าน กัมพูชาผ่านเส้นทางโฮจิมินข้ามผ่านมายัง พื้นที่ราบสูงทางใต้ที่บนมาทวดในเดือน มีนาคมมีความหมายว่าอีกนิดเดียวเข้าไส้ ง่อนแล้วกองทัพเวียดนามใต้ภายใต้ ประธานาธิบดีเหมีนวันเทียวรู้ดีว่ายากต่อ การสกัดการรุกรานของเวียดนามเหนือ เวียดนามเหนือเดินทับรวดเร็วระยะะทาง 560 กมจากตะเข็บชายแดนที่เส้นขนานที่ 17 บริเวณเถื่อเทียนเวลงมาที่ไส้ง่อนสนธิ กำลังกับกองกำลังที่บนมาทวดที่เข้ามาจาก กัมพูชาเตรียมเข้ารุกค่าที่ไส้ง่อน 21 เมษายน 1975 เงวียนวันเถียวประธานาธิบดี ลาออกจากตำแหน่งเพราะคิดว่าหากมีการ เปลี่ยนตัวประมุขแล้วเวียดนามเหนืออาจจะ ยินดีเจรจาสันติภาพกับตัวแทนเขามากกว่า เพราะตัวเขาคือสัญลักษณ์แห่งความขัดแย้ง นายพลเซียงวมินหรือบิ๊กมเพื่อนที่ร่วมทำ รัฐประหารกับโงดิ่งเสี่เมื่อ 13 ปีที่ แล้วก้าวขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีเวียดนาม ใต้ไซงอนครับใกล้แตกเต็มทนเอกอัครราชทูต สหรัฐอเมริกาประจำเวียดนามใต้ซึ่งก็เป็น คนสุดท้ายคือแม Alexander Martin รู้ดี ครับว่าไส้ง่อนแตกแน่นอนแค่จะเป็นเวลาไหน เท่านั้น 10:51 นตอนเช้าของวันที่ 29 เมษายนภายราชใต้รัฐบาลเฟอดสหรัฐประกาศ ปฏิบัติการ Operation frequent Win นำ เอาเฮลิคอปเตอร์มารับเจ้าหน้าที่สหรัฐ พลเมืองสหรัฐและพลเมืองเวียดนามใต้ที่ ต้องการจะหนีออกจากไส้งอนอพยพออกจาก เวียดนามใต้ภาพที่เราคุ้นตาก็คือภาพที่มี พลเมืองสหรัฐพลเมืองเวียดนามใต้พยายามหา ทางขึ้นเฮลิคอปเตอร์ที่ดาดฟ้าของสำนักงาน การทูตทหารสหรัฐก็คือดาอก็คือจังหวะนี้ นี่แหละครับ Operation frequent Wi
แน่ นอนนะครับว่าเฮลิคอปเตอร์ไม่สามารถอพยพคน เวียดนามใต้ที่ต้องการจะไปแสวงหาชีวิต ใหม่หลังไส้ง่อนแตกได้ทั้งหมดบ้างต้องหลบ หนีไปในทิศทางต่างๆเท่าที่จะออกไปได้จุด หมายแรกคือการออกไปยังประเทศไทยให้ได้ เพราะว่าประเทศไทยคือปากประตูสู่โลกเสรี ตอนนี้โดมิโน่กำลังไล่ล่าทั่วภูมิภาคแล้ว คำถามคือทำไมต้องเป็นไทยทำไมไปกัมพูชาไม่ ได้นะครับเพราะกัมพูชาในช่วงเวลานั้นเป็น สาธารณรัฐกัมพูชาภายใต้จอมพลลอนดอนซึ่งมี ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับสหรัฐอเมริกาคำ ตอบเพราะว่า 2 สัปดาห์ก่อนหน้านั้นคือ 17 เมษายนปีเดียวกันเลยครับ 1975 พนมเปนแตกซะก่อนรัฐบาลลอนดอนที่มี สหรัฐให้การสนับสนุนพ่ายแพ้ต่อเขมรแดงคุช ทำให้กัมพูชากลายเป็นรัฐคอมมิวนิสต์ไป ก่อนเวียดนามใต้แล้วเรียกว่าโดมิโน่ล้มไป 1 แล้วครับกำลังจะล้มไปอีก 1 จุดหมาย ปลายทางเดียวของคนเวียดนามใต้คือประเทศ ไทยที่สหรัฐก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าไทยจะ ไม่ล้มคืนไปตามกันอีกในที่สุดครับ 11:00 นของวันที่ 30 เมษายน 1975 ครับกองกำลัง ผสมเวียดนามเหนือและเวียดกงรุกคืบถึง ทำเนียบประธานาธิบดีเวียดนามใต้รถถัง โซเวียต t54 หมายเลข 843 วิ่งชนพังประตู รั้วที่ทำเนียบรัฐบาลเวียดนามใต้ร้อยโท บุ้ยกวางทันโบกนำเอาธงเวียดกงลงจากรถถัง แล้วชักธงชาติเวียดนามใต้ลงก่อนชักธง เวียดกงครับขึ้นบนยอดเสาเวลา 11:30 นาที ของวันที่ 30 เมษายนเวลาต่อมาประธานาธิบดีเซืองวมิน ประกาศยอมแพ้พันโทบุยกวางทันกระชาก ไมโครโฟนจากเซืองวมินแล้วประกาศว่ากอง กำลังปลดปล่อยเวียดนามใต้หรือเวียดกงขอ ประกาศว่าเวียดนามใต้และไส้งอนถูกปลด ปล่อยแล้วและเรายอมรับการยอมแพ้อย่างไม่ มีเงื่อนไขของประธานาธิบดีเซืองวันมีิ แล้วจุดนั้นเองคือจุดจบของการต่อสู้ที่ สุดแสนจะทรหดของชาวเวียดนามจากการต่อสู้ กับฝรั่งเศส 2 ระลอกการถูกแยกประเทศการ ถูกมหาอำนาจอย่างสหรัฐเข้ามามีอิทธิพลและ ก่อสงครามที่ทำให้คนชาติเดียวกันต้องมารบ ราฆ่าฟันกันเองโดยที่ไม่ส่งผลดีให้กับใคร แม้แต่น้อยจบสงสคราม 30 เมษายน 1975 สรุปรวมวันที่เวียดนามใต้ถูกแบ่ง เป็น 2 ในปี 1954 คนเวียดนามเสียชีวิตรวมกันทั้ง เหนือใต้นับไม่ถ้วนแต่ไม่น่าจะน้อยกว่า 2 ล้าน คนก่อนที่จะไปดูนะครับว่าหลังจากนั้น บุคคลสำคัญในเหตุการณ์ครั้งนั้นเป็นอย่าง ไรนะครับขอเดินทางไปกันต่อแซรเกร็ดเล็ก น้อยครับว่าวันที่ไส้ง่อนแตก 30 เมษายน 1975 ด้านหนึ่งคือชัยชนะของเวียดกงและ เวียดนามเหนืออีกด้านหนึ่งคือวันที่ เวียดนามใต้อยู่ระหว่างความเป็นความตาย หนีออกจากประเทศตัวเองเพื่อที่จะไปหา ชีวิตใหม่หรือว่าพวกเขาจะต้องอยู่ใน ประเทศตัวเองเพื่อเผชิญกับเวียดกงและ คอมมิวนิสต์จากฝั่งเหนือวันนั้นคือช่วง สัปดาห์ที่ 3 ของปีที่ 0 ในกัมพูชาภายใต้ การปกครองเขมรแดงที่เริ่มต้นสังหารคน กัมพูชาที่เป็นปฏิปัตติกับการปฏิวัติ คอมมิวนิสต์วันนั้นครับ
30 เมษายน 1975 ท่านอาจจะถามว่าวันนั้นเพื่อนบ้านที่มี ชื่อว่าประเทศไทยประเทศที่แสนสงบสุขทำ อะไรกันอยู่ในวันนั้นเป็นวันที่ประเทศไทย เดินหน้าทางเศรษฐกิจไปอีกขั้นหนึ่งเพราะ เป็นวันแรกของตลาดทุนไทยภายใต้ชื่อตลาด หลักทรัพย์แห่งประเทศไทยเริ่มต้นเทรดหลัก ทรัพย์เป็นวันแรกด้วยหลักทรัพย์ 24 ตัว วันเดียวกันเป๊ะเลยครับ lingon Johnson อดีตประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาในยุคที่มี การยกระดับปฏิบัติการทางทหารในเวียดนาม มากที่สุดถึงแก่ศัลยากรรมในปี 1973 ด้วย วัย 64 ปีโรเบิร์ตแมกนารัฐมนตรีกลาโหม สหรัฐหลังจากลาออกจากตำแหน่งรัฐมนตรี กลาโหมแล้วอีก 2 เดือนต่อมาเมษายน 1968 ตัวเาครับไปรับตำแหน่งใหม่เป็น ประธานธนาคารโลกที่ดำรงตำแหน่งมายาวนาน 13 ปีถึงปี 1981 และในปี 1995 ครับด้วยวัย 79 เขา เดินทางกลับไปที่เวียดนามในยุคที่ เวียดนามเปิดเป็นประเทศด้วยนโยบายโดยม้ย แล้วและได้พบกับอดีตคู่ปรับนายพลหวอ เหวียนซาฟอดีตรัฐมนตรีกลาโหมที่เวลานั้น วัย 83 ปีแมกนาครับหรือฟื้นความหลังในวัน จุดชนวนสงครามก็คือการโจมตีที่อ่าว ตังเกี๋ยที่เรรบ USS แอกของสหรัฐอ้างว่า ถูกยิงจึงต้องยิงสวนอันเป็นจุดเริ่มต้น ของสงครามเวียดนามวันนั้นแมกนาถามว่าท่าน ซาฟวันนั้นเกิดอะไรขึ้นหวอเหวียนซาบตอบ อย่างหนักแน่นมันไม่มีอะไรจากฝั่งเราเลย แปลว่าสหรัฐสร้างเรื่องและยิงก่อนแมกนา พยักหน้ายอมรับสรุปว่ากระสุนจาก USS MX ที่จุดชนวนสงครามทั้งหมดเป็นการเริ่มร่น เรื่องราวทั้งหมดมันมาจากฝั่งสหรัฐที่อา ตังเกียจำภาพที่อธิบดีตำรวจเวียดนามเหวน หงอกโลนสังหารเหวียนวัเเลิมจากเวียดกงได้ ใช่มั้ครับวัเเลิมเป็นผู้กองเวียดนาม สังหารทั้งหมด 9 ชีวิตคงเหลือมี 1 ชีวิต ที่รอดชีวิตก็คือลูกชายนะครับอีก 1 คนจาก จำนวนเกือบทั้งหมดลูกชายที่รอดชีวิตในวัน ที่ถูกยิงถูกยิงไป 3 นัดวันนั้นอายุ 9 ขวบมีชื่อว่าเหวนฮวนเหวนฮวนคนนั้นต่อมา ย้ายไปอยู่กับลุงที่เป็นพันเอกในกองทัพ อากาศเวียดนามใต้และคือหนึ่งในคนเวียดนาม ใต้ที่โชคดีครับได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ของ สหรัฐในปฏิบัติการ Operation frequent Win ไปมีชีวิตใหม่ที่สหรัฐต่อมาเขากลาย เป็นนายทหารเชื้อสายเวียดนามที่มียศสูง ที่สุดในกองทัพเรือสหรัฐพลเรือตรีเหวนฮวน วันนี้เกษียณอายุราชการแล้วที่สหรัฐ อเมริกาผู้นำกองบัญชาการเวียดกงในการรุก ตรุดญวนในปี 1968 เหวียนวัลลินแม้ว่าการ รุกตรุดญวนที่เวกับไส้ง่อนจะล้มเหลวสำ เวียดกงแต่มันคือจุดที่ทำให้สหรัฐถอนทหาร และออกจากเวียดนามเวนวลินคนนี้ต่อมากลาย มาเป็นเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม ต่อจากเจืองจินในปี 1986 เป็นผู้นำประเทศที่ยอมลดทอนความ เข้มข้นของอุดมการณ์คอมมิวนิสต์และยอมรับ ระบบเศรษฐกิจแบบตลาดภายใต้การเมืองแบบ
เผด็จการสังคมนิยมคอมมิวนิสต์ที่ถือว่าใจ กล้ามากครับนโยบายการปรับนี้ทำให้เขาได้ ฉายาว่ากบชแห่งเวียดนามกล่าวคือผู้นำการ เปลี่ยนแปลงแบบถึงรากสังคมถ้ามิไฮกชอคือ ผู้ประกาศนโยบายเปสตก้าและกนอสิ่งที่ เหวียนหวัลินทำก็คือนโยบายที่ทำให้ เวียดนามมีวันนี้และนั่นคือนโยบายที่พลิก เวียดนามตลอดกาลนั่นคือนโยบายโดยเม้ย จากภัยสงครามครับทำให้เวียดนามหยุด พัฒนาการแทบจะสนิทนับเป็นทศวรรษสิ้น สงคราม 1975 ต่อมาพวกเขาเดินหน้ายึดกัมพูชาในปี 1979 ก่อนจะถอนทหารในอีก 11 ปีต่อมา 1990 ในแง่เศรฐกิจครับพวกเขาตระหนักดีว่า คอมมิวนิสต์ไม่ได้ช่วยให้เวียดนามดีขึ้น แม้แต่น้อยจนเจอวิกฤตในยุค 80 ซึ่งนำมา สู่แอต Thesis ใหม่ก็คือเศรษฐกิจระบบตลาด โดยเม้ยภายใต้การควบคุมของเผด็จการ สังคมนิยมที่ทำให้เวียดนามกลายมาเป็นดาว รุ่งในทางเศรษฐกิจในวันนี้ขอบคุณทุกท่าน ที่อดทนรับฟังกันมาตลอดและพบกันใหม่ EP หน้าสำหรับวันนี้สวัสดี ครับ The Standard podcast ey Opening for your ear