เรื่องราวความน่ากลัวที่ผมจะนำมาเล่าใน ค่ำคืนนี้เนี่ยมันเกิดขึ้นที่วัดวัดหนึ่ง ในจังหวัดภูเก็ตเหตุการณ์ทั้งหมดเนี่ย ผ่านมานานมากๆะประมาณสัก 15 ปีที่แล้ว เรื่องนี้นะครับเป็นเรื่องที่คุณบอลได้ ส่งเข้ามาแต่ว่าเหตุการณ์ทั้งหมดเนี่ยคุณ บอลเขาไม่ได้เจอมากับตัวแต่ว่าเป็นรุ่น พี่ของเขาที่ได้ไปเจอเหตุการณ์นี้มาแล้ว ก็ก็นำมาเล่าถ่ายทอดให้กับคุณบอลฟังอีกที นึงแล้วผมจะบอกว่าเรื่องนี้นะครับน่ากลัว มากๆใครก็ตามที่ชื่นชอบฟังเรื่องราว เกี่ยวกับวัดเกี่ยวกับท้องถนนตามข้างทาง ต่างๆเนี่ยคุณห้ามพลาดเรื่องนี้ด้วย ประการทั้งปวงแต่ก่อนที่จะไปรับฟังเรื่อง ราวทั้งหมดนะครับถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากจะ แนะนำให้ทุกคนเนี่ยลองปิดไฟเพื่อสร้าง บรรยากาศแล้วก็ลองหลับตาจินตนาการพภาพไป ตามเรื่องที่ผมกำลังจะเล่าต่อไปนี้นะ ครับเรื่องนี้เนี่ยเหตุการณ์ทั้งหมดมัน เกิดขึ้นเมื่อปี 52 หรือเมื่อประมาณสัก 15 ปีที่แล้วคือตัวคุณบอลที่เป็นเจ้าของ เรื่องเนี่ยเขามีรุ่นพี่คนหนึ่งซึ่ง เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่รุ่นพี่แกไปเจอ มาแล้วก็เล่าให้กับคุณบอลฟังรุ่นพี่คนนี้ แกชื่อว่าพี่นพนะครับพี่นพเนี่ยบ้านแกจะ อยู่ภูเก็ตทางครอบครัวคุณพ่อคุณแม่แม่ก็ จะอยู่ที่ภูเก็ตตแต่ว่าโดยส่วนตัวพี่นพแก เนี่ยตอนที่เรียนแกไปเรียนมหาลัยที่ กรุงเทพฯจนกระทั่งหลังจากที่พี่นพแกเรียน จบมหาลัยทางครอบครัวพ่อแม่ก็รู้สึกดีใจ มากๆที่ลูกชายตัวเองเรียนจบแม่แกก็เลย อยากจะเป็นเจ้าภาพทำบุญทอดผ้าป่าทอดกฐิน ให้กับวัดๆัหนึ่งซึ่งวัดที่ว่าเนี่ยมัน เป็นวัดที่อยู่คนละตัวอำเภอกับบ้านของแม่ แกนะ ที่ครอบครัวพ่อแม่แกเลือกทำบุญวัดนี้ก็ เพราะว่าแม่แกเห็นว่าวัดเนี้ยมันเป็นวัด เก่าไม่ค่อยมีคนรู้จักแล้วก็ไม่ค่อยเห็น ว่าจะมีใครมาทำบุญเลยแม่แกก็เลยอยากจะทำ บุญใหญ่ให้กับวัดๆนี้นี่แหละคราวนี้ในวัน ที่เกิดเรื่องเนี่ยวันนั้นแม่แกก็บอกกับ พี่นพว่าเออนพงั้นเดี๋ยวไปซื้อเทียนพรรษา แล้วก็เอาเทียนเนี่ยไปไว้ที่วัดให้แม่ หน่อยนะลูกในวันนั้นพี่นพแกก็เลยไปที่ ร้านสังฆทานเพื่อที่ว่าจะไปซื้อเทียน พรรษาเนี่ยเอาไปไว้ที่วัดแต่ปรากฏว่าพอไป ถึงร้านสังฆทานร้านก็บอกว่าเทียนพรรษา แท่งใหญ่เนี่ยมันหมดถ้าจะเอาก็ต้องสั่งก็ ต้องรอของของเนี่ยน่าจะได้ช่วงเย็นพี่นพ แกก็ทำอะไรไม่ได้นะครับก็บอกเจ้าของร้าน ไปว่าอ่ะโอเคงั้นเดี๋ยวผมสั่งไว 2 แท่งก็ แล้วกันเดี๋ยวผมรอเอาตอน เย็นปรากฏว่าภายในในวันนั้นเองกว่าจะได้ เทียนพรรษาที่สั่งเอาไว้เนี่ยมันไม่ใช่ ช่วงเย็นน่ะสิมันกลายเป็นช่วง 20:00 นเลย ซึ่งพี่นพแกจ่ายตังค์ไว้แล้วอนะครับต่อ ให้ดึกแค่ไหนเนี่ยแกก็ต้องเข้าไปเอาคราว นี้อีตอนที่จะไปเอาเทียนพรษาที่จะเอาไป ไว้ที่วัดเนี่ยพี่นพแกก็เอาเพื่อนไปด้วย คนหนึ่งเพื่อนคนเนี้ยแกชื่อว่าพี่เอกนะ ครับในช่วงเวลาก่อนที่จะเดินทางไปที่วัด เนี่ยตอนนั้นมันก็เวลาประมาณสัก 21:00 น แล้วล่ะ ตอนนั้นพี่นพเองแกก็ไม่รู้หรอกนะว่าวัด แห่งเนี้ยมันจะต้องเดินทางไปยังไงเพราะ ว่าแกก็ไม่เคยไปมาก่อนเหมือนกันสิ่งที่จะ นำทางให้พี่นพแกไปถึงวัดได้ก็คือแผนที่ ที่แม่แกเขียนเอาไว้ในแผนที่ก็เขียนเอา ไว้ว่าให้ขับตรงตามทางไปเรื่อยๆเลยขับไป หลายกิโลเลยนะพอขับไปเนี่ยมันจะไปเจอแยก ใหญ่ๆเป็นสี่แยกมันเป็นแยกใหญ่เลยถ้าเห็น สี่แยกเนี้ยให้เลี้ยวซ้ายแล้วก็ตรงตามทาง ไปเรื่อยๆวัดเนี่ยจะอยู่ซ้ายมือในตอนนั้น ด้วยความที่ว่าพี่นพเองแกก็ไม่เคยมา เหมือนกันแกก็ได้แต่ลองๆขับไปตามทาง เรื่อยๆคือจะบอกว่าถนนหนทางตามต่าง จังหวัดเนี่ยตามชนบทสมัยก่อนเนี่ยคือมัน จะมืดมากๆเลยนะไฟข้างทางก็เดี๋ยวดับ เดี๋ยวติดบ้างพูดง่ายๆก็คือถนนมันไม่ค่อย จะสว่างแล้วก็ไม่ค่อยปลอดภัยสักเท่าไหร่ ทีนี้พอหลังจากที่ขับรถมาได้สักระยะนึง เนี่ยมันก็รู้สึกว่าเฮ้ยเราก็ขับมานานพอ สมควรแล้วนะแต่ทำไมมันยังไม่ถึงแยกใหญ่ ที่จะต้องเลี้ยวซ้ายสักทีอย่างที่บอกอนะ ครับว่าบนถนนเนี่ยมันมืดมากๆเลยพี่นพแกก็ พยายามที่จะชะลอรถแล้วก็จอดรถชิดซ้ายข้าง ทางเปิดไฟผ่าหมากเอาไว้บนถนนเนี่ยตอนนั้น คือมืดหมดเลยมีแค่ไฟหน้ารถของพี่นพแกนั่น แหละที่มันยังพอสว่างแล้วก็มองเห็นทาง
อยู่บ้างทีนี้พอหลังจากที่จอดรถชิดข้าง ทางเสร็จเนี่ยพี่โนบแกก็หันไปถามกับ เพื่อนว่าเฮ้ยเอกกูว่ากูขับมาตั้งนานแล้ว นะแต่ทำไมมันยังไม่ถึงสีแยกใหญ่ที่เรา ต้องเลี้ยวซ้ายสักทีวะเพื่อนที่ชื่อเอกก็ พยายามช่วยกันดูเปิดแผนที่ดูตอนนั้นก็ เปิดไฟในรถแล้วก็ช่วยคนดูว่าตอนเนี้ยเรา อยู่ตรงจุดไหนแล้วมันขับเลยมาหรือยัง แต่ปรากฏว่าพอหลังจากที่เปิดแผนที่ดู เนี่ยมันก็ยังไม่รู้นะครับว่าตอนเนี้ยเรา อยู่ตรงจุดไหนเพราะตรงบริเวณข้างทางเนี่ย มันมืดมากเลยมองไม่เห็นอะไรทั้งนั้นเรา ไม่รู้ว่าใกล้ถึงหรือยังหรือว่าเราเลยมา แล้วก็ไม่รู้เพื่อนที่ชื่อเอกเนี่ยก็เลย บอกว่าไอ้นพงั้นเอาางงี้แล้วกันเดี๋ยวมึง ขับรถไปข้างหน้าก่อนก็แล้วกันถ้ามึงเจอ บ้านคนหรือว่าเจอใครแถวเนี้ยก็ลองจอดถาม ดูว่าไอ้วัดเนี้ยมันใกล้ถึงหรือยังหรือ ว่าเราเลยมาแล้วในตอนนั้นพี่นพแกก็ทำตาม ที่เพื่อนบอกอะนะครับก็คือขับรถตรงไปก่อน แต่ว่าในใจตอนนั้นเนี่ยก็แอบสงสัยว่าเฮ้ย แถวนี้มันจะมีบ้านขนด้วยเหรอวะเพราะว่า ตรงบริเวณ 2 ข้างทางที่ขับมาเนี่ยมันมี แต่ป่ามีแต่ทุ่งนาอย่างเดียวเลยไม่เห็น ว่ามันจะมีบ้านคนสัก หลังแต่ว่าพอหลังจากที่ขับรถต่อมาได้ไม่ นานยังไม่ถึงนาที ตรงบริเวณริมถนนทางด้านซ้ายมือเนี่ยก็ เห็นว่ามันมีซุ้มอยู่ซุ้มนึงเป็นเหมือน ศาลารอรถเป็นเหมือนซุ้มอ่ะนะครับตรง บริเวณนั้นเนี่ยมันจะมีไฟถนนส่องลงมาอยู่ มันก็จะพอเห็นแสงสว่างอยู่บ้างแต่ว่ามัน ก็ไม่ได้สว่างมากมายนักเท่าไหร่สิ่งที่ พี่นพแกเห็นอยู่ตรงบริเวณซุ้มก็คือแกเห็น ว่ามีชายคนหนึ่งกำลังยืนอยู่พอขับรถเข้า ไปใกล้ๆก็ถึงได้เห็นว่าผู้ชายคนเนี่ยยแก เป็นคุณลุงคนนึงซึ่งดูมีอายุแล้วล่ะน่าจะ 40-50 แกใส่กางเกงเลสีดำถอดเสื้อพอพี่นพ แกเห็นว่าเป็นคนก็เลยจอดรถแล้วก็ถามลุง ลุงครับขอโทษทีนะครับพอดีผมจะถามทางหน่อย อ่ะครับไอ้วัดๆเนี้ยผมขับเลยมาหรือยัง หรือว่ามันยังไม่ถึงลุงแกก็บอกว่าโอ๊ยไอ้ หนุ่มยังไม่ถึงหรอกอีกไกลเลยอีกประมาณ เกือบ 10 กลนั่นแหละเดี๋ยวเิงขับตามทาง เส้นนี้ไปเรื่อยๆนะแต่ว่าถนนเนี่ยมันจะ มืดแล้วก็เปี่ยวหน่อยเอ็งก็ขับระวังระวัง หน่อยก็แล้วกันพอพี่นพแกได้ยินแบบนั้น เนี่ยแกก็โล่งอกขึ้นมาเลยว่าเออยังไม่เลย เว้ยมันยังไม่ถึงพี่นกแกก็เลยบอกกับลุงไป ว่าลุงขอบคุณมากเลยนะครับถ้าไม่ได้ลุงนี่ ผมแย่เลยผมอาจจะต้องวนรถกลับเพราะผมคิด ว่ามันเลยมา แล้วหลังจากที่ถามทางกับลุงแกไปเสร็จ เนี่ยพี่นพแกก็ปิดกระจกขึ้นเตรียมตัวจะ ขับรถ ต่อแต่ปรากฏว่าอยู่ๆลุงแกก็พวดเข้ามาที่ กระจกแล้วก็เอามือมาบังกระจกเอาไว้แล้วแก ก็พูดว่าไอ้หนุ่มเดี๋ยวถ้าเอ็งขับรถไป เนี่ยทางมันมืดนะถ้าเอ็งเห็นอะไรอย่าทัก เห็นอะไรก็อย่า จอดพอลุงแกพูดมาแบบนี้เนี่ยพี่นพแกก็ไม่ ได้พูดอะไรสวนกลับไปนะครับก็ได้แต่ยิ้มๆ ให้แล้วก็พยักหน้าจากนั้นก็ปิดกระจกขึ้น แล้วก็ขับรถต่อไปตอนนั้นเพื่อนที่ชื่อเอก ที่นั่งมาด้วยเนี่ยก็บอกว่าไอ้ห่าลุง เข้าใจเล่นนะเนี่ยเห็นเรามากัน 2 คนสงสัย อยากจะแกล้งเด็กอยากจะขู่ให้เรากลัวล่ะ มั้งพี่นพแกก็พูดสวนกลับไปว่าเออมึงก็ฟัง ๆแกหน่อยก็แล้วกันแกอาจจะหวังดีกับเราก็ ได้เพราะว่าทางข้างหน้ามันก็เปี่ยวจริงๆ อ่ะถ้ามึงเห็นอะไรเจออะไรก็ก็ไม่ต้องไป ทักก็แล้วกันทีนี้พอหลังจากที่พากันขับมา ได้ประมาณสัก 3 กลเนี่ยถนนมันก็เริ่ม เปลี่ยนและจากที่มันเป็นถนนลาดยางมันก็ กลายเป็นถนนดินลูกหลังเพราะฉะนั้นรถมันก็ จะขับเร็วไม่ได้ก็ได้แต่พากันขับช้าๆไป เรื่อยๆไปเรื่อยๆทีนี้ทางข้างหน้าประมาณ สัก 200 มตเนี่ยตรงบริเวณนั้นมันจะเป็น สะพานที่ข้ามคลองขึ้นไประหว่างที่พี่นพแก กขับรถไปเนี่ยแกก็เห็นไกลๆว่ามันเหมือนมี คนกำลังจะเดินลงมาจาก สะพานซึ่งพอหลังจากที่ขับรถเข้าไปใกล้ ขึ้นใกลขึ้นก็ถึงได้เห็นว่าคนๆเนี้ยเป็น ผู้หญิงคนนึงซึ่งก็ดูมีอายุแล้วเหมือนกัน ประมาณสัก 40-50 เหมือนกันลักษณะรูปร่าง ของผู้หญิงคนนี้ก็คือมองไม่เห็นหน้าตานะ ครับแต่รู้ว่าเป็นผู้หญิงนุ่งกระโจมอกถือ
ขันแล้วก็ถือตะกร้าหวายกำลังเดินลงมาจาก บน สะพานตอนนั้นพี่นพแกก็ไม่ได้คิดมากอะไรนะ ครับก็คิดว่าคนที่เห็นเนี่ยอาจจะเป็นชาว บ้านแถวนั้นนั่นแหละป้าแกอาจจะมาอาบน้ำ ตามริมฝั่งคลองหลังจากที่อาบเสร็จแกก็อาจ จะเดินข้ามสะพานกลับบ้านก็ได้ในตอนนั้น พี่นพแกก็เลยยังไม่ได้คิด อะไรแต่ว่าพอหลังจากที่ขับรถผ่านป้าคน นั้นมายังไม่ถึง 5 วินาทีเนี่ยคำถามมันก็ ผุดขึ้นมาในหัวพี่นพว่าเฮ้ยแล้วชาวบ้าน ที่ไหนเขาจะมาอาบน้ำกันเวลานี้วะเพราะว่า นี่มันก็ 21:00 นกว่าเกือบจะ 22:00 นแล้ว นะเนี่ยพอคิดได้แบบนั้นปุ๊บพี่นพแกก็เลย แหงนหน้าออกไปมองกระจกหลังปรากฏว่าสิ่ง ที่เห็นในตอนนั้นก็คือป้าคนนั้นน่ะที่ เพิ่งเดินผ่านสวนกันไปยังไม่ถึง 5 วินาที แกหายไปไหนเราก็ไม่รู้คือมันไม่มีทางที่ ว่าแกจะเดินหายไปไวขนาดนั้นน่ะมีทางเดียว คือแกจะต้องโดดสะพานไปเท่านั้นเองในตอน นั้นพี่นพแกก็รู้สึกแปลกใจะแต่ว่าก็ยัง ไม่ได้คิดมากอะไรก็ขับรถไปต่อทีนี้พอหลัง จากที่ขับผ่านจุดนั้นมาได้ไม่นานพอลงตีน สะพานเนี่ยแกก็เห็นว่าข้างหน้าตรงบริเวณ ริมทางเนี่ยก็มีผู้หญิงคนนึงกำลังเดิน อยู่แต่ว่าในตอนนั้นเนี่ยมันค่อนข้างที่ จะกลับนะเพราะฉะนั้นมันก็ยังไม่ทันได้ เห็นหรือว่าสังเกตอะไรสักเท่าไหร่แต่ที นี้พอหลังจากที่ขับรถเข้าไปใกล้ผู้หญิงคน นี้มากขึ้นมากขึ้นเนี่ยพี่นพแกก็เห็นได้ อย่างชัดเจนเลยนะว่าผู้หญิงคนเนี้ยนุ่ง กับโจมอกถือขันแล้วก็ถือตะกร้าหวายเดิน สวนรถไปในตอนนั้นตัวพี่นพเนี่ยตกใจมากๆ แล้วล่ะเพราะรู้ว่ายังไงคนเนี้ยก็เป็นคน เดียวกันกับที่เห็นมาเมื่อกี้แน่นอนในตอน นั้นเพื่อนที่ชื่อเอกที่นั่งมาด้วยกัน เนี่ยก็พูดขึ้นมาว่าเฮ้ยไอ้นพมึงดูดิผู้ หญิงนุ่งกจมอกด้วยเว้ยในตอนนั้นพี่นพแกก็ เลยหันไปตวาดเพื่อนน่ะนะครับว่าเฮ้ยไอเอก มึงจะพูดทำไมอ่ะมึงจำที่ลุงแกบอกไม่ได้ หรอว่าถ้าเห็นอะไรอย่าทักเพื่อนที่ชื่อ เอกก็พูดสวนกลับมาว่าแหมมึงจะกลัวอะไรก็ ที่เห็นเมื่อกี้ก็เป็นชาวบ้านแถวนี้นี่ แหละแต่ว่าในใจตอนนั้นน่ะตัวพี่นมเองแก รู้ได้ทันทีเลยว่าคนที่เห็นผู้หญิงที่ เป็นนุ่งกับโจมอกเนี่ยยังไงก็ไม่ใช่คนแน่ นอนเพราะว่ารูปร่างลักษณะหน้าตาทุกอย่าง เนี่ยคือมันคนเดียวกันกับตอนที่ขับรถขึ้น มาบนหัวสะพานเลยอ่ะแล้วนี่พอลงสะพานก็ไม่ เห็นอีกแล้วแต่ว่าในตอนนั้นน่ะคิดว่าคน ที่ชื่อเอกเนี่ยตอนที่ขึ้นสะพานมายังไม่ เจอพอมาเจอตอนลงสะพานปุ๊บเพื่อนมันเจอมัน ก็เลยทักขึ้นมาทีนี้ด้วยความที่ว่าตัวพี่ นพเองแกเริ่มรู้สึกแปลกใจเริ่มกลัวและคิด ว่ายังไงผู้หญิงคนเนี้ยไม่ใช่คนแน่นอนพี่ นพแกก็เลยรีบเหยียบรถทันทีเลยเพื่อที่ว่า อยากจะไปวัดนั้นน่ะให้เร็วที่สุดถึงทาง มันจะเป็นดินลูกรังยังไงก็ไม่สนใจและก็ ขับรถฝ่าไปแต่ว่าพอหลังจากที่พากันขับมา ได้ยังไม่ถึง 100 มตเลยนะประมาณสัก 50 เมตข้างหน้าเนี่ยทั้งตัวพี่นพทั้งตัว เพื่อนที่ชื่อเอกก็ดีเห็นเป็นสิ่งเดียว กันว่าข้างทางซ้ายมือเนี่ยมีผู้หญิงคน หนึ่งกำลังเดินสวนรถมาพอรถมันขับเข้าไป ใกล้ขึ้นใกล้ขึ้นใกล้ขึ้นก็ถึงได้เห็นว่า ผู้หญิงคนเนี้ยนุ่งกับโจมอกถือขันแล้วก็ ถือตะกร้าหวายกำลังจะเดินสวนรถมาพอทั้ง คู่เห็นแบบนั้นเนี่ยก็ตกใจร้องเฮ้ยขึ้นมา ทันทีพร้อมกันเลยนะคือในตอนนั้นตัวพี่นพ เองเนี่ยยังไม่ค่อยเท่าไหร่แต่ว่าเพื่อน ที่ชื่อเอกที่นั่งมาด้วยกันเนี่ยเหมือนแก ตกใจช็อกจนสติหลุดไปแล้วอ่ะเพราะว่ามัน เอาแต่พูดนพมึงเห็นหรรือเปล่าไอ้นพมึง เห็นเหมือนกูหรือเปล่ามึงเห็นว่าผู้หญิง คนเนี้ยเดินสวนเราไป 2 ครั้งหรือเปล่าใน ตอนนั้นพี่นพแกก็เลยบอกว่าเออเอกมึงใจ เย็นๆก่อนตั้งสติก่อนเราอาจจะตาฝาดก็ได้ ในตอนนั้นพี่นพแกก็พยายามพูดปอบใจเรียก สติเพื่อนกลับมาแต่แกรู้แล้วล่ะว่าความ จริงแล้วเนี่ยผู้หญิงคนเนี้ยยังไงก็ไม่ ใช่คนแน่นอนเพราะว่าพี่นพแกเห็นมา 3 ครั้งแล้วส่วนเพื่อนที่ชื่อเอกเนี่ยเห็น แค่ 2 ครั้งในตอนนั้นเองพี่นพแกก็พยายาม ที่จะประคองสติแล้วก็ขับรถมาเรื่อยๆจน
กระทั่งก็พาตัวเองมาถึงหน้าวัดจนได้ซึ่ง ตอนที่ขับรถมาถึงหน้าวัดเนี่ยคือจะบอกว่า พี่นพแกร้องโอ้โหออกมาเลยนะเพราะว่าวัด เนี้ยสภาพมันเก่าแล้วก็โทรมมากจริงๆมันจะ เป็นวัดเล็กๆแทบจะไม่มีไฟเลยในวัดกุฏิก็ ทำมาจากไม้โบสถ์ก็เป็นโบสถ์เก่าๆกำแพงทำ มาจากอิฐที่มันแตกร้าวหลุดร่อนหมดะคือโดย รวมเนี่ยคือวัดมันเก่าแล้วก็เล็กมากๆใน ตอนนั้นพี่นพแกก็คิดว่าโอ้โหทางครอบครัว ก็ช่างไปสรรหาวัดนี้มาจริงๆเลยนะเพราะว่า ในใจพี่แกไม่คิดว่ามันจะเก่าขนาดนี้ทีนี้ พอหลังจากที่เลี้ยวรถเข้าวัดมาเนี่ยในวัด ก็จะมีกุฏิอยู่หลังนึ่งซึ่งกุฏิเนี่ยยัง เปิดไฟอยู่นะพอเลี้ยวรถเข้าไปปุ๊บก็ เหมือนกับว่าหลวงพ่อแกก็น่าจะได้ยินเสียง รถนั่นแหละแกก็เปิดประตูกุฏิออกมาดูพี่นพ กับเพื่อนก็พากันยกมือไหว้หลวงพ่อหลวงพ่อ ท่านก็บอกโอ้โหทำไมมากันดึกกันดื่นขนาด นี้รู้แล้วล่ะว่าจะมีคนเข้ามาส่งเทียนน่ะ แต่ไม่คิดว่ามันจะดึกขนาดนี้ในตอนนั้นเอง ทั้งตัวพี่นพแล้วก็เพื่อนเนี่ยทั้ง 2 คน ก็ต่างพากันกลัวตัวสั่นอยู่หน้าหลวงพ่อ นี่แหละแต่ด้วยความสงสัยอยากรู้พี่แกก็ เลยเอ่ยปากถามกับหลวงพ่อไปว่าเอ่อหลวงพ่อ ครับผมขอถามอะไรหน่อยได้มั้ยครับแต่ว่า พี่นพเองเนี่ยแกยังไม่ทันที่จะเอ่ยปากพูด อะไรออกมาเลยนะหลวงพ่อพ่อท่านก็บอกว่าพวก โยมเจอกันมาล่ะสิยังไม่ต้องพูดเดี๋ยวขึ้น ไปกุฏิก่อนแล้วเดี๋ยวค่อยคุยกันคือหลวง พ่อแกพูดดักออกมาแบบนี้เลยนะเหมือนกับว่า ท่านรู้ว่าทั้ง 2 คนเนี้ยไปเจออะไรกันมา ทีนี้พอหลังจากที่ขึ้นไปบนกุฏิหลวงพ่อ ท่านก็บอกว่าอ่ะใจเย็นๆไหนเล่าให้ฟังซิ ว่าไปเจออะไรกันมาพี่นพแกก็เล่าเหตุการณ์ ทุกอย่างที่แกเจอมาเนี่ยให้กับหลวงพ่อ ท่านฟังพอหลังจากที่หลวงพ่อท่านฟังเสร็จ ท่านก็ไม่ได้พูดอะไรนะท่านก็ยิ้มๆแล้วก็ บอกว่าก็มีคนเตือนแล้วเนาะแต่ว่าก็ไม่ฟัง กันหลังจากนั้นหลวงพ่อท่านก็ถามว่าแล้ว พวกโยมน่ะกลัวกันมั้ยล่ะถ้าหลวงพ่อจะให้ ดูอะไรจะกลัวกัน มยคือถ้าถามว่ากลัวมยเนี่ยพี่นพแกก็กลัว นั่นแหละแต่ว่าถ้าไม่ได้ไปดูมันก็คงคาใจ อ่ะเนาะว่ามันคืออะไรด้วยความสงสัยใคร่ รู้พี่นพแกก็เลยถามกับหลวงพ่อไปว่าเอ่อ หลวงพ่อจะให้ผมดูอะไรหรอครับจากนั้นหลวง พ่อท่านก็ลุกขึ้นหยิบไฟฉายแล้วก็ถือเดิน นำไปท่านก็บอกมาตามมานี่ตั้งสติกันไว้ดีๆ ล่ะพี่นพกับเพื่อนก็เลึกๆเลิกๆกล้าๆกลัวๆ แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงก็ลุกตามหลวงพ่อท่าน ไปหลวงพ่อท่านก็พาเดินลงจากกุฏิไปแล้วก็ พาไปที่กำแพงวัด ทีนี้พอเดินมาตรงบริเวณกำแพงวัดเนี่ยคือ ตรงนั้นมันจะมืดมากๆเลยเพราะว่าอย่างที่ บอกนะว่าในวัดเนี่ยมันจะไม่มีไฟเลยไฟมัน จะน้อยมากหลวงพ่อท่านก็เปิดไฟฉายแล้วก็ สาดไปที่บริเวณ กำแพงปรากฏว่าสิ่งที่เห็นอยู่ตรงบริเวณ กำแพงวัดเนี่ยก็คือมันมีแต่รูปคนตายทั้ง นั้นเลยนะผมคิดว่าเพื่อนๆทุกคนเนี่ยน่าจะ เคยเห็นแล้วก็นึกภาพออกมันก็จะเป็นรูป อัตถิคนตายบอกวันเดือนปีเกิดติดอยู่ตรง บริเวณกำแพงวัดเนี่ยมีธูปมีเครื่องเส้น แต่ว่าตอนนั้นน่ะพวกเครื่องเส้นพวกพวง มาลัยมันแห้งมันกรอบมันดำหมดะทีนี้จังหวะ ที่หลวงพ่อท่านสาดไฟฉายส่องไปที่กำแพงวัด อ่ะมันก็ไปตรงกับรูปๆหนึ่งเป็นรูปของผู้ หญิงหลวงพ่อท่านก็ถามว่าเป็นไงคนเนี้ย หน้าคุ้นๆ มั้ยพอพี่นพกับเพื่อนเขาเห็นภาพภาพนั้น เนี่ยนะครับเขาก็ขนลุกเกียวเลยเข่าอ่อน แล้วก็ล้มลงไปกองกับพื้นเลยตรงนั้นเพราะ ตัวพี่นพเองเขาจำได้แม่นเลยว่าผู้หญิงที่ นุ่งกระโจมอกถือขันถือตะกร้าเดินสวนรถไป 3 รอบเนี่ยคือคนเดียวกันกับที่เขาเห็นในลูก ตอนเนี้ยพอหลวงพ่อท่านเห็นว่าพี่นพแกตกใจ เข่าอ่อนลงไปกองกับพื้นแบบนั้นเนี่ยท่าน ก็บอกว่าว่าไม่ต้องกลัวหรอกโยมไม่ต้องไป กลัวไม่ใช่แค่โยมคนแรกหรอกที่เจอแบบเนี้ย ใครขับรถผ่านไปผ่านมาเส้นเนี้ยเขาก็เจอ กันทั้งนั้นแหละป้าคนเนี้ยแกไม่ทำอะไร หรอกแกมาให้เห็นเฉยๆแกอาจจะมาขอส่วนบุญก็ ได้ไว้เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าเนี่ยโยมค่อยทำ บุญไปให้แกก็แล้วกันแต่ว่าในตอนนั้นเอง เนี่ยหลวงพ่อท่านก็บอกว่าโยมโยมตั้งสติดี ๆนะแล้วท่านก็สาดไฟฉายไปที่กกดข้างๆท่าน ก็ถามว่าแล้วคนเนี้ยโยมเคยเห็นด้วยหรือ เปล่าพอพี่นพกับเพื่อนหันไปมองตามไฟฉาย เนี่ยทั้งคู่ก็ต้องช็อกรอบที่ 2 เลยนะ เพราะว่ารูปที่เห็นอยู่ในตอนนั้นน่ะมัน เป็นรูปของคุณลุงที่พี่นพแกจอดถามทางก่อน ที่จะมาวัดนั่นแหละนั่นก็เท่ากับว่าคนที่ พี่นพแกเจอเนี่ยไม่ใช่คนแต่ว่าเป็นผีทั้ง
คู่เลยในตอนนั้นพี่แกก็ทำตัวไม่ถูกและขา สั่นตัวสั่นเพราะว่ามันกลัวไปหมดขับรถ กลับบ้านไม่ได้ก็เลยจะขออาศัยหลวงพ่อท่าน นอนที่วัดก่อนแล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าเ ค่อยกลับคราวนี้พอพากันขึ้นมาบนกุฏิพี่นพ แกสงสัยอะไรอยากรู้อะไรก็ถามกับหลวงพ่อไป ว่าสิ่งที่เขาเจอมาเนี่ยมันคืออะไรหลวง พ่อท่านก็เลยเล่าให้ฟังว่าที่โยมเจอมา เนี่ยมันไม่ใช่แค่โยมคนเดียวหรอกที่เจอคน ขับรถขนอ้อยขับรถบรรทุกตอนกลางคืนเนี่ย ใครขับไปขับมาเส้นเนี้ยส่วนใหญ่ก็มักจะ เจอกันทั้งนั้นคนที่พี่นุบแกเจอมาเนี่ยแก เป็นคุณลุงกับคุณป้าเนาะทั้ง 2 คนเนี้ยก็ เป็นแฟนกันมาก่อนแต่ว่าตัวคุณป้าเนี่ยแก เสียชีวิตไปก่อนคุณลุงประมาณ 10 กว่าปี เลยนะซึ่งปัจจุบันคุณลุงแกเสียตอนอายุ 50 แต่ว่าเมียของแกเนี่ยเสียไปตั้งแต่ตอน อายุ 40 สาเหตุกการตายของป้าแกก็คือบ้านของ ป้าแกเนี่ยมันอยู่ติดริมฝั่งคลองแล้วชาว บ้านสมัยนั้นน่ะนะครับคนโบร่ำโบราณคนสมัย ก่อนเนี่ยแกก็จะชอบพากันมาอาบน้ำแถวริม คลองแถวหน้าบ้านตัวเองเป็นผู้ใหญ่ก็พากัน ไปอาบน้ำถ้าเป็นเด็กเล็กก็พากันไปเล่นน้ำ ตามภาษาทั่วไปทีนี้ในวันที่มันเกิดเรื่อง กับป้าแกเนี่ยคือวันนั้นป้าแกก็อาบน้ำ อยู่หน้าบ้านตามปกตินั่นแหละแต่แล้วอยู่ อยู่หลานสาวของแกเนี่ยยังเป็นเด็กอยู่เลย นะอายุประมาณสัก 4-5 ขวบวัยกำลังซนเลยใน ระหว่างที่ป้าแกกำลังอาบน้ำอยู่ก็พาหลาน สาวมาอาบน้ำด้วยมาเล่นน้ำด้วยทีนี้ด้วย ความเป็นเด็กอะนะครับมันไม่รู้อิโนอิเน่ มันเห็นว่าแมวเนี่ยมันวิ่งอยู่ตรงบริเวณ ริมถนนน้องคนเนี้ยก็เลยวิ่งตามแมวไปปรากฏ ว่าจังหวะนั้นรถขนอ้อยมันก็วิ่งมาพอดีพอ ป้าแกเห็นปุ๊บด้วยความที่เป็นห่วงหลาน แล้วนะครับก็เลยวิ่งไปกระชากแขนหลานดึง เข้ามาส่วนตัวป้ากันเนี่ยเสียหลักล้มแล้ว ก็โดนรถ10ิล้อชนกระเด็นเลยร่างของป้ากัน เนี่ยกระเด็นไปไกลเกือบ 100 เมตเลยนะโชค ดีที่ว่ารถมันไม่ได้เหยียบซ้ำถ้าไม่งั้น นะคือเละแน่นอนแต่ว่าถึงกนั้นแล้วป้าแกก็ เสียชีวิตคาที่อนะครับส่วนคุณลุงที่พี่นพ แเห็นเนี่ยลุงคนเนี้ยแกก็เป็นแฟนของป้า นั่นแหละแต่ว่าลุงแกเสียด้วยโรคภัยไข้ เจ็บอะนะครับไม่ได้ตายโหงไม่ได้เกิด อุบัติเหตุแบบคุณป้าหลังจากที่ลุงแกเสีย ชีวิตไปเนี่ยชาวบ้านในละแวกนั้นเขาก็ต่าง พากันเห็นว่าลุงคนเนี้ยแกจะมายืนอยู่ที่ ซุ้มๆเนี้ยเป็นประจำเลยแล้วก็จะคอยโบก เรียกรถบอกว่าเนี่ยทางข้างหน้ามันเปี่ยว นะมันมืดนะให้ขับรถระวังๆหน่อยถ้าขับไป แล้วเจออะไรเห็นอะไรเนี่ยอย่าจอดอย่าทัก ขับไปเลยไม่ต้องไปสนใจเพราะว่าทุกครั้ง ที่มีพวกรถสิบล้อรถขนอ้อยเขขับผ่านมาเส้น นี้ในช่วงเวลากลางคืนเนี่ยทุกคนก็จะเห็น ว่าป้าคนเนี้ยนุ่งกระโจมอกเดินถือขันถือ ตะกร้าหวายเดินสวนไปสวนมาพอมันเห็นแบบ เนี้ยหลายรอบเนี่ยมันก็เกิดอาการตกใจบาง คนก็สติหลุดบ้างอะไรบ้างมันก็เลยเลยเกิด อุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้งด้วยความที่ว่า คุณลุงเนี่ยแกเป็นผัวเมียกันเนาะแกก็เลย เป็นห่วงหลายๆคนที่ขับรถมาช่วงเวลากลาง คืนด้วยความหวังดีแกก็เลยมาโบกดักรอคนที่ กำลังจะขับผ่านเส้นเนี้ยบอกว่าเออถ้าเจอ อะไรเนี่ยเห็นอะไรก็อย่าไปทักนะเพราะว่า มันจะเกิดอุบัติเหตุแต่ว่าลุงแกก็ไม่บอก หรอกเนาะว่าข้างหน้าเนี่ยมันจะเจออะไรจะ เห็นอะไรโดยที่ว่าตอนนั้นน่ะทั้ง 2 คนก็ เสียชีวิตไปแล้วนะแต่ลุงแกก็ยังมีความ หวังดีมาบอกมาโบกรถรอบอกกับคนที่กำลังจะ ขับผ่านไปเส้นเนี้ยว่าให้ขับรถดีๆระวังๆ หน่อยส่วนเราจะไปว่าป้าแกก็ไม่ได้นะครับ เพราะว่าการตายของแกเนี่ยมันก็เป็นการตาย แบบตายโหงอ่ะเนาะเพราะฉะนั้นแกก็ต้องมาวน เวียนทำอะไรซ้ำๆเดิมๆแบบเนี้ยอยู่ตลอดอีก อย่างนึงแกไม่ได้ตั้งใจจะมาหลอกหรือว่า ไม่ได้ตั้งใจจะมาทำให้ใครเห็นหรือกลัวนะ ด้วยความที่ว่าลุงแกเป็นห่วงคนที่ต้องขับ รถผ่านไปผ่านมาเนี่ยแกก็เลยมาชิงโบกรถ เพื่อเตือนสติกับคนที่กำลังจะขับรถไปว่า ถ้าเจออะไรอย่าทักให้ขับไปเลยไม่ต้องไปสน ใจคือการกระทำของแกเนี่ยมันเป็นความหวัง ดีนะแกหวังดีจริงๆไม่ได้มาหลอกเหือได้ ทั้งสิ้นเลยทีนี้พอหลังจากที่พี่นพแกรู้ เรื่องราวทั้งหมดของลุงกับป้ากันแล้ว เนี่ยแกก็โกรธไม่ลงจากที่กลัวๆอยู่เนี่ย ก็กลับกลายเป็นสงสารแล้วก็เห็นใจแทนอ่ะนะ
ครับพอเช้าวันรุ่งขึ้นมาพี่นพแกก็ทำบุญ ให้กับทั้ง 2 ดวงวิญญาณเนี้ยก็คือวิญญาณ ลุงกับป้าแล้วแน่นอนแล้วว่ากุศลใหญ่ที่ ทางครอบครัวจะทำก็คือการทอดกฐินทอดผ้าป่า เนี่ยบุญใหญ่ครั้งเนี้ยพี่นพแกก็อุทิศสวน บุญสู่กุศลให้กับทั้ง 2 ดวงวิญญาณลุงกับ ป้าเหมือนกันเออและนี่ก็คือเรื่องราวทั้ง หมดนะครับที่คุณบอลเาได้ส่งเข้ามาซึ่ง เหตุการณ์เยก็เป็นรุ่นพี่ของเขาก็คือตัว พี่นพนี่แหละที่ไปเจอมาแล้วก็ได้มาถ่าทอด ให้ฟังเหตุการณ์ทั้งหมดมันก็เกิดขึ้นบน ถนนเส้นหนึเลยละกันในจังหวัดภูเก็ตนะครับ คือจะบอกว่าเรื่องนี้เนี่ยน่ากลัวยบอกเลย ว่าน่ากลัวนะแต่ว่าพอมาฟังเหตุการณ์การ เสียชีวิตของคุณลุงกับคุณป้าเนี่ยผมว่า มันน่าเศร้ามากๆเลยนะเพราะว่าการเสีย ชีวิตของป้าแกก็ไม่มันเกิดอุบัติเหตุอ่ะ ไม่มีใครคิดหรอกว่ามันจะเกิดขึ้นแล้วตัว ป้าแกเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะมาหลอกให้ใคร กลัวเพียงแต่ว่าแกก็มาทำกิจวัตรเดิมๆซ้ำๆ ของแกแบบเนี้ยเป็นประจำส่วนคุณลุงนี่ก็ น่ารักมากเลยนะกลัวว่าคนที่ขับรถผ่านไป ผ่านมาจะเกิดอุบัติเหตุเพราะยังไงก็จะ ต้องขับไปแล้วต้องเจอเมียตัวเองอยู่แล้ว ล่ะเพราะว่าหลหลายๆคนที่ขับผ่านถนนเส้น นี้มาก็จะต้องเจอคุณป้าเนี่ยเป็นประจำลุง แกก็จะมาคอยดักโบกบอกว่าเนี่ยไอ้หนุ่มถ้า ขับไปเจออะไรเนี่ยไม่ต้องโบกไม่ต้องทัก ไม่ต้องจอดนะให้ขับไปเลยไม่ต้องไปสนใจสุด ท้ายแล้วเหตุผลทุกอย่างมันก็มาเฉลยว่าคุณ ลุงเนี่ยกลัวคนที่ขับรถไปแล้วไปเจอป้าแก เนี่ยจะตกใจแล้วก็เกิดอุบัติเหตุเออ เรื่องนี้น่าแล้วก็น่าสงสารน่าเห็นใจ เหมือนกันนะครับแล้วถ้าเพื่อนๆคนไหนที่ ฟังกันมาจนจบคิดเห็นยังไงกับเรื่องนี้ก็ คอมเมนต์กันไว้ที่ใต้คอมเมนต์ได้นะครับผม ก็จะพยายามไล่อ่านแล้วก็ไล่ตอบทุกๆ คอมเมนต์เหมือนเช่นเคยแล้วถ้าเพื่อนๆคน ไหนที่เข้ามาฟังกันใหม่แล้วชื่นชอบเรื่อง ราวที่น่ากลัวแบบนี้ผมก็ฝากกดติดตามช่อง หลอนสเปเชียลกันไว้ให้สักนิดนึงออนะครับ เอาไว้พบกันใหม่ในค่ำคืนหน้าว่าผมจะนำ เรื่องราวของใครมาเล่าให้ฟังกันอีกสำหรับ ค่ำคืนนี้ราตรีสวัสดิ์ทุกท่านเลยนะครับ